คัมภีร์เทพอสูรเทวะ

    ตอนที่ 76: สละศัสตรา คลุกวงในโคลนเดือด

    เสียงเดือดปุดของโคลนดำใต้ฝ่าเท้า ดังประสานกับเสียงหอบหายใจที่หนักหน่วงจนน่าขยะแขยง มวลหมอกสีเทาไหลเวียนเชื่องช้า ถูกบิดเบือนด้วยไอความร้อนที่พุ่งสูงจากร่างกายของสัตว์ร้ายทั้งสองตัว


    ม่อหยางมิได้พุ่งทะยานเข้าปะทะตรงๆ อีกต่อไป ร่างกายที่บิดเลื้อยเปลี่ยนพิกัดไปมาในดงหมอกทึบอาศัยจุดบอดสายตาโฉบเข้าและออกในระยะปลายดาบ มันกำลังหลอกล่อให้เหยื่อที่บาดแผลเต็มร่างต้องเผาผลาญปราณเฮือกสุดท้ายไปกับการตั้งรับที่เปล่าประโยชน์


    ฟุ่บ!


    มวลอากาศทางด้านซ้ายถูกแหวกออก เย่เฉินตอบสนองด้วยสัญชาตญาณ ฐานรากบิดหมุนอย่างรุนแรง! ทว่าความต่อเนื่องของความเจ็บปวดกลับแจ้งหนี้ทันที ปากแผลลึกสองชุ่นที่ต้นขาขวาปริแยกออก โลหิตสดพุ่งทะลัก บาดแผลที่หัวไหล่ขวาส่งคลื่นความทรมานแล่นปราดเข้าสู่เส้นชีพจร แต่เขากัดฟันข่มมันไว้ ส่งแรงเหวี่ยงอันบ้าคลั่งหมุนดาบยักษ์ทัณฑ์ปฐพีตัดขวางออกไปเต็มกำลัง!


    ทว่ารังสีฆ่าฟันนั้นกลับเป็นเพียงภาพลวง ม่อหยางหยุดการเคลื่อนไหวฉับพลันตั้งแต่วินาทีที่ดาบยังเหวี่ยงมิถึงตัว มันลดฐานรากลงต่ำจนแทบจมโคลน ปล่อยให้มวลเหล็กดำมหาศาลแหวกอากาศข้ามศีรษะไป


    แรงขับเคลื่อนที่ปราศจากเป้าหมายปะทะดึงรั้งให้สรีระของเย่เฉินถลำไปข้างหน้า ปลายดาบที่พุ่งต่ำลงสับกระแทกลงสู่ปลักเลนเบื้องล่าง!


    ฉึก!


    ใบดาบจมมิดลงไปกว่าครึ่ง พริบตาที่เย่เฉินออกแรงกระตุกด้ามดาบเพื่อดึงมันขึ้นมาตั้งรับ โคลนเหนียวหนืดกลับทำหน้าที่ดุจปากขุมนรกที่หิวกระหาย มันสูบดูดรัดพื้นผิวโลหะเอาไว้แน่นสนิทด้วยแรงสุญญากาศมหาศาล การฝืนงัดมวลเหล็กออกจากโคลนในจังหวะที่สมดุลกายพังทลาย ทำให้รอยโหว่แห่งความตายเปิดอ้าออกอย่างสมบูรณ์


    ม่อหยางที่ดีดข้อเท้าสวนทะยานเข้ามาจากจุดบอดด้านล่าง ตวัดกริชเฉือนสวนทางขึ้นมาดุจเขี้ยวอสรพิษ!


    ฉัวะ!


    คมมีดกรีดปาดเข้าที่สีข้างด้านซ้ายของเย่เฉิน ผิวหนังและเนื้อเยื่อถูกเปิดออกกว้างตามแรงยืด โลหิตอุ่นจัดพุ่งกระแทกออกมาย้อมโคลนดำ ในเสี้ยววินาทีที่ความตายประชิดติดปลายจมูก เย่เฉินตัดสินใจสละศัสตรา! เขาปล่อยมือจากด้ามดาบยักษ์อย่างไร้ความเยื่อใย ทิ้งน้ำหนักตัวพุ่งโถมเข้าหาศัตรูในระยะลมหายใจรดริน


    ทันทีที่เขารัดแขนซ้ายเข้าที่ลำคอของนักฆ่า บาดแผลที่สีข้างก็ฉีกขยาย โลหิตสดทะลักพรวดรดอาบหน้าท้องและขาหนีบ ความเจ็บปวดแผดเผาราวกับถูกคีมเหล็กร้อนๆ กระชากเนื้อสดๆ ออกไป เย่เฉินเค้นเสียงคำรามต่ำในลำคอ บังคับขั้วปอดที่แสบร้อนให้สูบอากาศธาตุเข้าสู่กระแสเลือดที่กำลังเดือดพล่าน


    ทัศนวิสัยรอบด้านเริ่มมืดดับลง เหลือเพียงภาพแคบๆ ตรงหน้าดุจมองผ่านอุโมงค์ รสชาติฝาดเฝื่อนของสนิมเหล็กตีตื้นขึ้นมาจากลำคอ เส้นชีพจรในปอดแตกสลายจากการฝืนเค้นกำลังเกินขีดจำกัด


    ภายใต้ผ้าแพรไหมฟ้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด รอยสักอสูรเริ่มแสดงการทรยศ! กรงเล็บวิปริตจิกทะลุเนื้อหนังบนฝ่ามือของเย่เฉินเองจากด้านใน ความเจ็บปวดจากการถูกกัดกินภาชนะบีบให้เย่เฉินต้องข่มกรามจนเลือดซึมตามไรฟัน


    เย่เฉินกระชากร่างม่อหยางเข้ามาประชิดจนหน้าผากแทบชนกัน ก่อนจะโหมแรงทั้งหมดโขกศีรษะเข้าใส่ใบหน้าของนักฆ่าอย่างวิปริต!


    โพละ!


    หน้าผากของเขากระแทกเข้ากับใบหน้าที่เต็มไปด้วยตุ่มหนองพุพอง แรงปะทะบดขยี้จมูกของม่อหยางจนหักพับ ทว่าที่สยดสยองยิ่งกว่าคือตุ่มหนองแตกกระจาย สาดของเหลวสีเหลืองขุ่นเหม็นเน่าเข้าใส่ดวงตาและปากของเย่เฉิน เกล็ดงูขูดหนังศีรษะของเขาจนเลือดไหลอาบหน้าปนเปไปกับน้ำหนองอสุรกาย


    เย่เฉินทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดบังคับให้ร่างของม่อหยางล้มกลิ้งลงไปในโคลนดำที่กำลังเดือดปุด ปลักนรกยุบตัวลงอย่างฉับพลัน ขาท่อนล่างของทั้งคู่จมดิ่งลงไปทันที


    ความขยะแขยงแล่นปราดเข้าสู่ขั้วหัวใจเมื่อโคลนเน่าไหลแทรกซึมเข้าสู่รูหู ตัดขาดเสียงจากภายนอกจนโลกทั้งใบเหลือเพียงเสียงเดือดปุดของฟองอากาศในโสตประสาท เย่เฉินรู้สึกถึงความเย็นชืดของโคลนที่ไหลบ่าเข้าสู่แผลเปิดที่สีข้าง เหมือนมีหนอนนับพันตัวชอนไชเข้าสู่กระแสเลือด


    ม่อหยางบัดนี้สิ้นไร้ซึ่งสง่าราศี แววตาของมันสั่นระริกด้วยความขลาดกลัวถึงขีดสุด มันมิได้พยายามสังหารเขาอีกต่อไป ทว่ากลับใช้มือจิกทึ้งลาดไหล่ของเย่เฉินเพื่อเหยียบยันเอาอากาศธาตุหายใจ!


    เย่เฉินใช้สรีระค้ำยันข้อต่อ บิดล็อกรวบวงแขนซ้ายเข้าหาตัว ทิ้งน้ำหนักทับถมลงบนข้อมือที่ร้าวของม่อหยางแล้วบดกระแทกลงสู่ก้นบึ้ง ภายใต้ผิวน้ำหนองที่มืดมิด เย่เฉินสัมผัสได้ถึงความสั่นกลัวที่ส่งผ่านมาจากร่างกายของนักฆ่า ม่อหยางเริ่มอ้าปากพะงาบสำลักโคลนพิษเข้าไปจนปอดแผดเผา แววตาของมันเริ่มสูญเสียความเยือกเย็น กลายเป็นความว่างเปล่าที่ร้องขอความเมตตาเป็นครั้งสุดท้าย


    เสี้ยววินาทีนั้น เย่เฉินเกิดความสั่นคลอนในจิตใจ... ภาพใบหน้าของตนเองที่สะท้อนในแววตาหวาดกลัวของม่อหยางดูราวกับปีศาจที่ไร้หัวใจ เขาเริ่มแยกไม่ออกว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ล่า ใครกันแน่ที่เป็นมนุษย์


    ทว่าหัตถ์อสูรไม่เปิดโอกาสให้เขาลัดเลาะคืนสู่ความเป็นคน!


    ผ้าแพรไหมฟ้าของซูหลิงเอ๋อร์ขาดวิ่นเป็นเศษผ้าขี้ริ้วด้วยกรงเล็บที่ทิ่มแทงออกมา กรงเล็บปีศาชีพุ่งขย้ำคอหอยของม่อหยาง! เสียงกระดูกคอแหลกละเอียดดังก้องในน้ำหนอง พร้อมกับความเจ็บปวดที่นิ้วของเย่เฉินหักผิดรูป


    "ขยะทางจิตวิญญาณ" ของม่อหยางหลั่งไหลเข้าสู่สมอง ภาพความตายอันโดดเดี่ยวและความอาฆาตของเหยื่อนับร้อยพุ่งเข้าบดขยี้สติของเย่เฉินจนเขาแทบกระอัก


    เย่เฉินคว้าด้ามดาบที่ปักแน่น ฉุดร่างที่บอบช้ำขึ้นสู่เบื้องบน เขาโผล่พ้นน้ำหนองขึ้นมาสำลักอากาศธาตุอย่างบ้าคลั่ง โลหิตไหลออกมาเป็นก้อนลิ่มปนโคลนดำเพราะขั้วปอดถูกไอพิษเผาผลาญ ทุกลมหายใจเจ็บปวดดุจถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทง


    เขาพยายามลากศพซูบซีดของม่อหยางขึ้นมาวางบนรากไม้ใหญ่ ทันทีที่ร่างนั้นแตะโดนเนื้อไม้ รากไม้ที่หิวกระหายก็ชอนไชเข้าสู่ทวารทั้งเจ็ดของนักฆ่าทันที แย่งชิงเศษเนื้อที่เหลือท่ามกลางแมลงเน่าที่รุมตอมซากนั้นในพริบตา


    ความเงียบงันที่หนักอึ้งเข้าปกคลุมพื้นที่ ไม่มีเสียงนกร้อง ไม่มีเสียงลม มีเพียงเสียงไอแหบพร่าของเย่เฉินและเสียงเคี้ยวเนื้อเบาๆ ของรากไม้ป่า ชายหนุ่มมองดูแขนขวาที่ผ้าแพรไหมฟ้าขาดรุ่งริ่งเปื้อนเลือดดำและความอัปมงคล ความรู้สึกผิดต่อซูหลิงเอ๋อร์เกาะกินใจไม่แพ้บาดแผลที่ร่างกาย


    เขารอดชีวิต... ทว่าชัยชนะครานี้คือการยอมเป็นอาหารให้อสูรเพื่อแลกกับลมหายใจที่แสบร้อนดุจเพลิงเผา เย่เฉินหลับตาลงท่ามกลางความเงียบที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าการต่อสู้ ราวกับแดนลับแห่งนี้กำลังกระซิบบอกว่า... รายต่อไปคือเขา


    [จบตอนที่ 76]


    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์เทพอสูรเทวะ ที่คุณอ่าน