.
.
.
เฉียวเฟิงยิ้ม ไม่ช้าก็มองใบหน้าตกตะลึงของท่านแม่ของตัวมัน ที่อยู่ๆ เห็นผู้คนมีทีท่าเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ไม่ช้าท่านแม่ของเฉียวเฟิงก็รู้ตัว เพราะแหวนวงนี้ที่อยู่บนนิ้วของนางสินะทีท่าของผู้คนจึงเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ว่านางไม่รู้ว่าแหวนวงนี้คืออะไร แต่ตกตะลึงที่ลูกน้อยได้สิ่งนี้มาได้อย่างไร
ไม่ช้าก็คิดไป รู้สึกยิ่งยำเกรงต่อท่านอาจารย์ผู้ลึกลับของบุตรชายมากขึ้นไปอีก
ท่านอาจารย์ของลูกชายนางต้องไม่ใช่จอมยุทธ์ธรรมดาทั่วไปแน่นอน แหวนวงนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ได้เป็นอย่างดี
แม้นางจะไม่มีความรู้เรื่องแหวนล้ำค่ามากนัก แต่ก็พอเดาได้ว่าคงมีแต่ระดับจ้าวยุทธภพจึงพอจะครอบครองของสิ่งนี้และมอบให้ผู้อื่นใช้สอยได้โดยง่าย คนธรรมดาเช่นนางจะไปคิดไปฝันมีมันได้อย่างไร พอนางคิดเช่นนี้ก็ดีใจที่ลูกน้อยจะได้มีชีวิตที่ดี ยิ่งคิดก็ยิ่งปลาบปลื้ม
ลูกน้อยมีอาจารย์ที่มีฐานะสูงศักดิ์ต่อจากนี้นางก็สบายใจแล้ว ในใจเหมือนได้ยืนยันบางสิ่งบางอย่างไปในตัว
ยังไม่ทันที่สายตาทั้งหมดจะหยุดจับจ้องมาที่เฉียวเฟิงและมารดา เฉียวเฟิงก็ได้พูดเสียงดังขึ้นมาทันที… คำพูดนี้ช่างแฝงอำนาจและความมั่งคั่งนัก
“เอาเสื้อผ้าและสินค้าที่ดีที่สุดในร้านของพวกเจ้าออกมาให้มารดาข้าเลือก จำไว้ต้องดี ดีที่สุดเท่านั้น”
ในช่วงท้ายคำพูดของเฉียวเฟิงดูแข็งกร้าวนัก
นี่อาจจะเป็นการระบายความไม่พอใจเล็กๆ ของตัวมันต่อเหล่าผู้คนกลุ่มนี้ในตอนแรก
สิ้นเสียงของเฉียวเฟิง ในไม่ช้าทั้งหัวหน้าผู้ดูแลร้าน ทั้งลูกน้องพนักงานต่างรีบร้อนแล้ว
หัวหน้าผู้ดูแลรีบสั่งคนเตรียมของ
ส่วนตัวมันเองก็รีบวิ่งอย่างรวดเร็วเข้ามาบริการ ทีท่านอบน้อม ไม่ช้า ไม่ใช่แค่เพียงหัวหน้าผู้ดูแล
แม้แต่เจ้าของร้านก็ยังปรากฏตัว เพราะเล็งเห็นถึงโอกาสอันสำคัญในการทำการค้าแล้ว เหล่าบ่าวรับใช้ภายในร้านหลายสิบชีวิตตอนนี้ทุกคนต่างอยู่ที่นี้หมดแล้ว ไม่สนใจดูแลลูกค้าคนอื่นๆ ยืนเรียงหน้ากระดานพร้อมของล้ำค่าที่สุดในร้านอยู่ในมือคนละชิ้นสองชิ้น
ก่อนที่เจ้าของร้าน ในไม่ช้าจะเลือกหยิบสินค้าชั้นดีทั้งเสื้อผ้าสตรีและเครื่องประดับมาวางไว้ตรงหน้าให้เฉียวเฟิงและมารดาเลือก
สิ่งที่ดีที่สุดมีค่ามากที่สุด ถูกนำมาวางจัดเรียงไว้ ณ ที่ตรงนี้หมดแล้ว
ท่านแม่ของเฉียวเฟิงด้วยความที่ตัวนางเองเป็นหญิงบ้านนอกมานาน ฐานะก็ใช่ว่าจะดีนักเมื่อเห็นสิ่งของต่างๆ และราคาที่ติดอยู่ก็ถึงกับตะลึงได้แต่พยายามรักษาอาการ
กลัวลูกน้อยที่มีอาจารย์ยิ่งใหญ่จะเสียหน้า ให้พูดตรงๆ ของตรงหน้านาง นางไม่กล้าเลือกซื้อสิ่งใดเลยแม้แต่ชิ้นเดียว นั่นก็เพราะของราคาถูกสุดก็เริ่มต้นที่ 50 เหรียญเงินแล้ว มันแทบจะเป็นเงินค่าเช่าบ้านครึ่งปีของนางเลยนะ ยังไม่ต้องพูดถึงเสื้อผ้าและเครื่องประดับอื่นๆ ที่มีราคาตั้งแต่ 1 เหรียญทองจนกระทั่งถึง 200 เหรียญทอง ทั้งชีวิตนางไม่อาจจะหาเงินมาซื้อสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยตัวเองแน่นอน
สตรีเหมียวฝูตอนนี้นางได้แต่มองไปที่ลูกชายด้วยสายตาวิงวอนแล้ว เกรงว่าจะหยิบจับอะไรก็รู้สึกลำบากเหลือเกิน ไม่ช้านางก็พยายามจะเลือกสิ่งที่มีราคาถูกที่สุด แต่เจ้าของร้านก็พูดขึ้นทันทีว่า
“นายหญิงขอรับ ท่านช่างตาถึงจริงๆ แม้ชุดนี้จะดูธรรมดาสามัญ แต่หาไม่ขอรับ มันถูกทอด้วยเส้นใยไหมฟ้าที่หาได้ยากยิ่งในแผ่นดิน หน้าร้อนทำให้เย็นสบาย หน้าหนาวก็ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ตัวชุดออกแบบด้วยปรมาจารย์ทอผ้าชื่อดังจากอาณาจักรไหมสวรรค์ ด้วยเพราะอยากให้ใส่ง่ายสบาย หากมองผ่านๆ จึงดูคล้ายจะสามัญ หากแต่ถ้าพอได้สวมใส่ละก็จะรับรู้ความล้ำค่าของมันได้ในทันที ส่วนราคาก็เพียง 1000 เหรียญทองเท่านั้น!!!”
สิ้นเสียงของเจ้าของร้านสตรีเหมียวฝูท่านแม่ของเฉียวเฟิงถึงกับมือสั่นเหงื่อซึมออกแผ่นหลังเล็กน้อยในทันที ตัวนิ่งไม่ไหวติ่งเก็บอาการทันทีเมื่อได้ยินราคา
นางได้แต่คิดในใจ ไยเสื้อผ้าเพียงหนึ่งชุดที่ดูแสนธรรมดาชุดนี้ถึงมีราคาแพงมาก พอจะซื้อบ้านเก่าโทรมของนางได้นับสิบนับร้อยหลังเช่นนี้ มันช่างบ้าบอจริงๆ
เฉียวเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆ มองเห็นท่านแม่ก็ได้แต่แอบอมยิ้มในใจ ตัวมันเข้าใจความรู้สึกของท่านแม่เป็นอย่างดีว่าตอนนี้รู้สึกเช่นไร
แต่เมื่อเทียบกับเฉียวเฟิงแล้ว ในชีวิตก่อนหน้านี้ก็ได้เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ด้วยฐานะและการเงิน การซื้อของที่มีมูลค่าที่คนธรรมดาใช้เวลาทั้งชีวิตไม่สามารถซื้อได้ก็นับเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว และเพราะแบบนั้นเฉียวเฟิงจึงตะโกนเสียงดังอีกคราวเพื่อทำลายบรรยากาศและรักษาภาพลักษณ์อันสูงส่งของท่านแม่ในทันที
“ไม่ใช่แค่ชุดนี้ แต่ท่านแม่ของข้าจะซื้อทั้งหมด”
สิ้นเสียงของเฉียวเฟิงคนทั้งร้านที่จ้องมองดูถึงกับตะลึง ราคาสินค้าที่มองด้วยตาเปล่าๆ คำนวณแล้วไม่น่าต่ำกว่า 8000 9000 เหรียญทอง สตรีนางนี้คือใครไยร่ำรวยถึงขนาดนี้นะ… ผู้คนในร้านได้แต่ขบคิดกัน
“ท่านแม่ ท่านโปรดลองสวมใส่ชุดใหม่เถอะขอรับ…”
“อืม…” สตรีเหมียวฝูนางพยักหน้าอย่างเอียงอาย ไม่ช้าก็เดินเข้าห้องรองชุดอย่างเก้อเขิน เหล่าบ่าวสตรีพยายามจะเดินตามนางไปช่วยแต่งตัว
แต่ในไม่ช้านางก็ห้ามไว้ นางยังไม่ชินที่จะมีผู้ดูแล
นอกจากนั้นนางก็อายเพราะ ชุดเสื้อผ้าของนาง เสื้อตัวใน ชุดชั้นในต่างเก่าเก็บ มีแต่รอยเย็บรอยปักซ่อม หากเปิดให้ผู้คนเห็น โดยเฉพาะในตอนนี้ นางเกรงว่าจะอาย แต่ที่อายยิ่งกว่าคือทำให้ลูกน้อยที่มีความตั้งใจดีเสียหน้า
นางไม่อยากให้ลูกน้อยเสียเกียรติ หรือเอาเกียรติของท่านอาจารย์มาเสียหายเพราะนาง และเพราะแบบนั้นนางจึงไม่กล้าให้ผู้ใดมาช่วยเหลือ
บ่าวสตรีก้มหน้า ก่อนจะเดินออกมา
เฉียวเฟิงยิ้มอย่างมีความสุข มันนั่งตัวเบาสบายไม่เก้อเขิน แม้จะแต่งกายดุจคนยากไร้ ก็ช่วยไม่ได้ ชีวิตเก่าชินแล้วที่มีคนมาดูแล ยืนล้อมหน้าล้อมหลังแบบนี้
และด้วยทีท่าแบบนี้ เจ้าของร้านก็ยิ่งมั่นใจคุณชายที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลต้องไม่ใช่คนธรรมดา เวลาที่เจ้าของร้านสบสายตากับเฉียวเฟิง มันทำได้แต่ยิ้มอย่างนอบน้อม
เวลาผ่านไปไม่นานหนัก ท่านแม่ก็เข้าไปเปลี่ยนชุดแล้วเดินออกมา ตอนนี้นางดูสูงศักดิ์เป็นอย่างมากด้วยชุดและเครื่องประดับราคาแพง
โดยเฉพาะชุดที่ทำจากเส้นใยไหมฟ้า เมื่อดูตอนแรกมันช่างดูธรรมดาสามัญ หากแต่พอท่านแม่สวมใส่มันและเนื้อผ้าได้กระทบกับแสงไฟ มันถึงค่อยแสดงคุณค่าของตัวเองออกมา แสงรัศมีอ่อนๆ สีฟ้าอมทองเปล่งประกายอ่อนๆ มันคือของล้ำค่าอันยากจะบรรยาย สมกับราคาพันเหรียญทองแล้ว
นอกจากนั้นชุดนี้ยังมีชุดคลุมเข้าชุดอีกชิ้นต่างหาก
เนื้อผ้ามันเบาบางมองทะลุได้ ปักด้วยลิ่มทองเป็นรูปดอกไม้และผีเสื้อสร้างความหรูหราให้ชุดยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อสวมพร้อมกันทำให้ท่านแม่ของเฉียวเฟิงตอนนี้ดูราวกับนางพญาที่สูงศักดิ์แล้ว
หากแต่ผิวพรรณของมารดาเฉียวเฟิงตอนนี้ นางอาจจะดูหยาบกร้านไปบ้าง เนื่องเพราะขาดการดูแลเฉกเช่นอิสตรีมั่งมีทั่วไป หากแต่ความงดงามแต่เดิมของนางก็หาได้แพ้สตรีใดในใต้ล้านี้
ท่านแม่ก็เพียงแค่รอวันเปล่งประกายก็เท่านั้น