กลุ่มนักฆ่าเงา
ภายในบ้านของหลินเฉิน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข คนที่มีความสุขมากที่สุดในบ้าน แน่นอนว่าเป็นหลินเฉิน ลูกสาวของเขา ในที่สุดก็ยอมเรียกเขาว่าพ่ออย่างเต็มปากเต็มคำแล้ว ทั้งความโกรธที่มีต่อเขาได้หายไปจนหมด
ในเรื่องนี้หลินเฉินย่อมพอจะเข้าใจว่าทำไมหลิงหลิงถึงได้กลายมาเป็นแบบนี้ มันต้องเป็นเพราะว่าเธอกลัวว่าเขาจะหายไปอย่างแน่นอนโดยไม่ต้องสงสัยเลย ซึ่งสิ่งที่เขาก็คิดก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง
“กินของว่างเถอะ” หลินไคพูดขึ้น ในตอนนี้ครอบครัวของพวกเขาเตรียมของว่างที่หลินเฉินซื้อมาเสร็จ จึงยังไม่ได้กิน
หลินเฉิน หลิงหลิงและหรันหยูพยักหน้า ทุกคนเริ่มกินของว่าง กินไปพลางพูดคุยกันไปอย่างมีความสุข .................................................
ปักกิ่ง คฤหาสน์ตระกูลมู่ ภายในห้องห้องหนึ่ง ชายหนุ่มคนหนึ่งเดิมทีกำลังนอนหลับฝันหวาน แต่เขาก็ต้องตื่นจากความฝัน เพราะถูกปลุก
คนที่ปลุกเขาเป็นชายหนุ่มใบหน้าตกกระ รูปร่างอ้วนเล็กน้อย
“ปาหลาง แกมาปลุกฉันแต่เช้าแบบนี้ มีเรื่องอะไร?” ชายหนุ่มคนที่ถูกปลุกขึ้นมาพูดอย่างหงุดหงิด เขาจ้องมองชายหนุ่มรูปร่างอ้วนด้วยความไม่พอใจ
จากคำเรียกหาของเขาที่เรียกชายหนุ่มอ้วนว่า ‘ปาหลาง’ อย่างนั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องสงสัยเลยว่าเขาเป็นใคร เขาย่อมเป็นปาหลางเพื่อนของหลินเฉิน รวมถึงเป็นคนที่ผลักเขาจนตกหน้าผาด้วย
ได้ฟังคำพูดของชายหนุ่ม ปาหลางซึ่งแสดงสีหน้าร้อนรนอยู่ตลอดเวลาก็ได้รีบพูดออกมา “นายน้อยมู่ครับ เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว เมื่อครู่เพื่อนผมคนหนึ่งเพิ่งจะโทรมาบอกว่าไอ้หลินเฉินมันยังมีชีวิตอยู่!”
“อะไรนะ?!” นายน้อยมู่ตกใจอย่างหนัก เขามีชื่อว่ามู่อี่กง เป็นพี่ชายของมู่อิงเสวี่ย รวมถึงเป็นคนที่สั่งให้ปาหลางฆ่าหลินเฉิน “กะ...แกแน่ใจ?”
“คะ..ครับนายน้อย เพื่อนผมยืนยันว่าไม่ผิดแน่” ปาหลางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ บอกตามตรงว่าเขารู้สึกกลัว เขากลัวว่าหลินเฉินจะไปแจ้งความเขา ข้อหาพยายามฆ่า
“ไอ้บัดซบเอ้ย! ไหนแกบอกว่ามันตายแล้วไง!” มู่อี่กงตบหน้าของปาหลางด้วยความโมโห “แกฆ่ามันยังไงวะ ทำไมถึงยังมีชีวิตอยู่!”
“ผะ...ผมมั่นใจว่าตอนนั้นมันไม่มีทางรอดแน่ หน้าผาที่ผมผลักมันตกลงไปมีความสูงมากกว่าห้าร้อยเมตร ถ้าใครตกลงไป ไม่มีทางรอดแน่ ผมไม่เข้าใจเลยว่ามันรอดมาได้ยังไง?”
ปาหลางพูด น้ำเสียงของเขาสั่นเครือมาก อาจจะเป็นเพราะความหวาดกลัวต่อมู่อี่กงที่เพิ่งจะตบหน้าเขาไป
ความเจ็บแสบร้อนยังอยู่บนแก้มของเขา แต่ว่าเขาก็ทำได้แต่อดทนไม่มีความคิดตอบโต้มู่อี่กง สถานะของเขากับมู่อี่กงต่างกันเกินไป มู่อี่กงเป็นถึงลูกชายคนที่สองของตระกูลมู่ หนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ของปักกิ่ง ส่วนตัวเขาเป็นเพียงแค่คนรับใช้
“สวะ! ไสหัวออกไป ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง!” มู่อี่กงถ่มน้ำลายใส่หน้าของปาหลาง พลางตวาดไล่
ปาหลางไหนเลยจะกล้ารอช้า เขารีบออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ขณะที่ในใจเขาได้แต่หวังว่ามู่อี่กงจะส่งคนไปฆ่าหลินเฉินโดยเร็ว ไม่อย่างนั้นเขาคงได้ซวยแน่ หากว่าหลินเฉินไปแจ้งความจริงๆ
ถึงแม้ว่าจะไม่มีหลักฐาน แต่เขาก็กลัวว่าเวลาถูกสอบสวน เขาจะไม่สามารถคงความสงบเอาไว้ได้ จนชักนำไปสู่การยอมรับในที่สุด
ทางด้านมู่อี่กง หลังจากที่ปาหลางออกจากห้องไป เขาก็รีบไปหยิบโทรศัพท์และค้นหานามบัตรที่เขาเคยได้มาครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วอย่างบ้าคลั่ง
ใช้เวลาไม่นานนัก เขาก็ค้นหานามบัตรเจอ นามบัตรเป็นสีดำสนิท บนนามบัตรมีตัวหนังสือสีแดงเลือดพร้อมกับตัวเลขถูกสลักอยู่ ซึ่งมันสลักว่า ‘เล้งเกาจากกลุ่มนักฆ่าเงา’
มู่อี่กงไม่ลังเลที่จะกดโทรหาเล้งเกา เพื่อรับประกันว่าหลินเฉินจะตายอย่างแน่นอน เขาจำเป็นที่จะต้องว่าจ้างกลุ่มนักฆ่าเงา แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูงมากก็ตามที
ถ้าหากจะถามว่ากลุ่มนักฆ่าเงา เป็นแบบไหนนั้น คำตอบมีเพียงเป็นกลุ่มนักฆ่าที่เป็นอันดับหนึ่งของประเทศจีน หากว่ากลุ่มนักฆ่าเงาได้ลงมือ เป้าหมายไม่มีทางรอดชีวิตโดยเด็ดขาด
เรียกได้ว่าเปอร์เซ็นต์สำเร็จคือหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม!
และสาเหตุที่กลุ่มนักฆ่าเงาลงมือไม่เคยพลาด และมีเปอร์เซ็นต์สำเร็จอยู่ที่หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์นั้น เป็นเพราะว่ากลุ่มนักฆ่าเงาจะไม่ปล่อยวางงานที่ได้รับว่าจ้างมาโดยเด็ดขาด จนกว่าที่จะฆ่าเป้าหมายได้!
จะบอกว่ากลุ่มนักฆ่าเงาจะส่งนักฆ่าไปฆ่าเป้าหมายเรื่อยๆ จนกว่าที่เป้าหมายจะตายก็ไม่ผิดนัก!
“ฮัลโหล นี่เล้งเกา ทางนั้นเป็นใคร?”
มู่อี่กงรอสายอยู่ไม่นานก็มีคนรับ เจ้าของเสียงที่รับนั้น ฟังได้ชัดว่าเป็นเสียงของชายวัยกลางคนที่เย็นชา
“คุณเล้งนี่ผมมู่อี่กง คุณยังจำผมได้ไหม?”
“มู่อี่กง?” ปลายสายขมวดคิ้ว แต่ในไม่ช้าเขาก็จำได้ “ที่แท้ก็นายน้อยมู่นี่เอง ไม่ทราบว่าลมอะไรหอบให้นายน้อยมู่โทรมาหาฉันกัน?”
มู่อี่กงสูดลมหายใจเข้าลึก “ผมมีคนที่อยากจะฆ่าอยู่ เลยอยากที่จะว่าจ้างกลุ่มนักฆ่าเงาของคุณ!”
“ราคาไม่ใช่น้อยๆ นะ นายน้อยมู่มั่นใจหรือว่าจ่ายไหว?” อีกฝ่ายถามอย่างใจเย็น
“ไหว! คุณเล้งก็น่าจะรู้นะว่าตระกูลของผมคือหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ของปักกิ่ง แค่เศษเงินไม่กี่สิบล้วนหยวน จะจ่ายไม่ไหวได้ยังไง?” มู่อี่กงรีบพูดอย่างมั่นใจ เขาเป็นถึงลูกชายคนที่สองของตระกูลมู่ มีหรือจะจ่ายไม่ไหว กับอีแค่ไม่กี่สิบล้านหยวน
“อย่างนั้นก็ดี เห็นแก่นายน้อยมู่ที่ว่าจ้างครั้งแรก ผมจะลดให้ครึ่งราคาก็แล้วกัน ห้าสิบล้านหยวน นายน้อยมู่พอใจกับราคานี้หรือไม่?”
“พอใจ ผมตกลงราคานี้” มู่อี่กงย่อมไม่สนใจเงินแค่ห้าสิบล้านหยวนอยู่แล้ว ขอเพียงแค่ฆ่าหลินเฉินให้ได้เป็นพอ
เหตุผลที่เขาต้องฆ่าหลินเฉินให้ได้นั้น เป็นเพราะว่าหลินเฉินขวางเส้นทางการเป็นผู้นำตระกูลมู่คนต่อไปของเขาอยู่
เขาวางแผนที่จะให้น้องสาวของเขามู่อิงเสวี่ยแต่งงานกับอีกหนึ่งตระกูลใหญ่ เพื่อให้ตระกูลนี้มาหนุนหลังเขา เขาจะได้มีสิทธิ์เป็นผู้นำตระกูลมากกว่าพี่ชายของเขา
ด้วยเหตุนี้ หลินเฉินจะไม่ตายไม่ได้ ถ้าหากมู่อิงเสวี่ย น้องสาวของเขารู้ว่าหลินเฉินยังมีชีวิตอยู่ เธอคงไม่มีทางยอมแต่งงานแน่
ถ้าหากไม่ใช่ว่าเขาขู่ว่าจะฆ่าลูกสาวของเธอกับพ่อแม่ของหลินเฉิน เธอคงจะไม่ยอมกลับมาที่ตระกูลกับเขา
“ว่าแต่ว่านายน้อยมู่ อยากให้ฆ่าใคร?” เล้งเกาพลันถาม
“มันชื่อว่าหลินเฉิน ข้อมูลของมันผมจะรีบส่งให้คุณเร็วที่สุด พร้อมกับโอนเงินให้ หวังว่าคุณเล้งจะจัดการฆ่ามันให้เร็วที่สุด!” มู่อี่กงพูดอย่างเย็นเยียบ ไม่มีใครอยากให้หลินเฉินตายเท่าเขาอีกแล้ว
สำหรับเขาไม่ว่าต้องทุ่มเงินเท่าไหร่มันก็คุ้ม ถ้าหากว่าหลินเฉินตาย!
“เข้าใจแล้ว ฉันจะรอข้อมูลของเป้าหมายจากนายน้อยมู่พร้อมกับเงิน เมื่อข้อมูลและเงินมา คืนนี้คุณรอฟังข่าวดีได้เลย!” เล้งเกาพูดอย่างมั่นใจเป็นที่สุด
กลุ่มนักฆ่าเงาของเขา แม้ว่าจะมีคนอยู่ไม่มาก แต่ก็การันตีเรื่องฝีมือได้เป็นอย่างดี
ไม่อย่างนั้น กลุ่มนักฆ่าเงาของเขาจะเป็นกลุ่มนักฆ่าอันดับหนึ่งในประเทศจีนได้อย่างไร?
เมื่อพูดจบ เขาก็วางสายไป
“หลินเฉิน มาดูกันว่าแกจะโชคดีรอดมาได้อีกไหม?” มู่อี่กงพูดพลางเลียริมฝีปาก
จบบทที่ 39