การประมูลเริ่มต่อไปเรื่อย ๆจนมาถึงสินค้าชิ้นที่นำมาประมูลชิ้นที่เก้าสิบห้า
“สำหรับสินค้าที่นำมาประมูลในวันนี้ ทางสมาคมได้นำมาประมูลหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่มีใครอยากเป็นเจ้าของมันเป็นดาบโบราณเล่มหนึ่งซึ่งมีน้ำหนักมากเป็นอย่างยิ่ง”
ทันทีที่กล่าวจบ กลางเวทีมีกล่องไม้กล่องหนึ่งตั้งอยู่เมื่อเปิดออกมาเผยให้เห็นดาบยาวเล่มหนึ่งที่มีใบดาบยาวเกือบสองเมตรและมีขนาดที่ใหญ่กว่าดาบทั่วๆ ไป วางอยู่ภายในกล่องไม้
“โอ้วว ดาบนั่นทำไมมันใหญ่และยาวขนาดนั้นแล้วใครจะไปใช้มันได้หละไม่แปลกใจเลยที่จะไม่มีคนสนใจสินค้าชิ้นนี้ ทางสมาคมนำออกมาในครั้งนี้หวังเพียงแค่จำหน่ายมันออกไปให้ได้เพียงเท่านั้นเพราะดาบเล่มนี้อยู่ที่สมาคมมานานมากแล้วยังขายไม่ได้”
อาวุธชิ้นนี้เคยผ่านสงครามมานับครั้งไม่ถ้วนมันเป็นดาบที่ใหญ่และมีน้ำหนักมากมันเป็นดาบหนักที่มีอานุภาพที่แข็งแกร่งอย่างแน่นอนน้ำหนักของดาบเล่มนี้น่าจะมีมากถึงหนึ่งหมื่นจินทำให้มีผู้ใช้จำนวนน้อยมากที่จะใช้ดาบหนัก เฟิ่งหยูพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
“สำหรับ ดาบเล่มนี้ราคาของพันเริ่มต้นที่หนึ่งพันเหรียญทองเริ่มการประมูลได้”
เมื่อหญิงสาวผู้ดำเนินการประมูลกล่าวจบทั่วทั้งที่ประมูลต่างเงียบสนิทถึงแม้ราคาของมันจะไม่สูงแต่ตัวดาบใหญ่และหนักแบบนี้ จึงมีคนใช้เพียงน้อยนิดและไม่เป็นที่นิยม
“หนึ่งพันเหรียญทอง!”
แต่ในขณะนั้นเสียงตะโกนเสนอราคาพลันดังขึ้นมาพลันทำให้ทุกคนหันไปมองยังห้องพักชั้นพิเศษหลังจากนั้นเสียงเสนอราคาก็ไม่ดังออกมาอีกเลยเนื่องจากทุกคนที่อยู่ที่นี่ไม่มีใครใช้อาวุธหนักเลยแม้แต่คนเดียว เลยไม่มีใครคิดเสนอราคาสู้ถึงแม้ราคาของมันจะไม่ค่อยสูงเท่าไหร่นักก็ตาม
“หนึ่งพันเหรียญทอง ครั้งที่หนึ่ง”
“หนึ่งพันเหรียญทอง ครั้งที่สอง”
“หนึ่งพันเหรียญทอง ครั้งที่สาม”
“ขาย” หลิวจิ่งเว่ยผู้ดำเนินการถอนหายใจอย่างโล่งอกในที่สุดดาบเล่มนี้ก็ถูกขายออกไปจนได้
หลังจากนั้นการประมูลยังคงดำเนินต่อๆไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งมาถึงการประมูลชิ้นที่ เก้าสิบเก้า เมื่อนำมันเข้ามาในห้องประมูลทุกคนต่างมองไปยังของสิ่งนั้นอย่างรวดเร็ว พลันเสียงของพิธีกรสาวจะดังขึ้นมา
“สำหรับของประมูลชิ้นนี้คือเม็ดยา “เพลิงฟ้า”เป็นเม็ดยาระดับเจ็ดที่ผลิตโดยสำนักเทพดาราของอาณาจักรเมฆาหวนคุณสมบัติของมันทุกคนคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่ามันมีสรรพคุณในการยกระดับพลังได้หนึ่งขั้นในทันทีสำหรับผู้ที่มีพลังต่ำกว่าระดับสวรรค์ชั้นที่สองลงไปยิ่งคนผู้นั้นทานมันเข้าไปมีระดับพลังที่น้อยเพียงใด ประโยชน์ที่ได้รับจากเม็ดยา“เพลิงฟ้า” ก็จะยิ่งทวีสูงมากขึ้น....”
เมื่อหลิวจิ่งเว่ยกล่าวจบ ผู้คนทั่วทั้งภายในห้องต่างตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้นเพราะการที่สามารถยกระดับความสามารถขึ้นมาหนึ่งระดับนั้นเป็นอะไรที่มีค่ามากสำหรับผู้ฝึกตนทุกคนต่างจ้องมองไปยังขวดยา
“ราคาของเม็ดยา “เพลิงฟ้า” ระดับเจ็ดขวดนี้มีอยู่สามเม็ดตั้งราคาที่หนึ่งแสนเหรียญทอง เริ่มการประมูลได้แล้วคะ”
“หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นเหรียญทอง”
“หนึ่งแสนสองหมื่นเหรียญทอง”
“หนึ่งแสนห้าหมื่นเหรียญทอง” เสียงตะโกนดังอย่างไม่ขาดสายเนื่องจากเม็ดยา “เพลิงฟ้า” นั้นมีคนจำนวนมากต้องการหากพวกเขาได้ใช้เม็ดยานี้เพิ่มระดับแล้วอนาคตจะต้องสดใสสำหรับหนึ่งระดับของผู้ฝึกตนถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
“สองแสนเหรียญทอง”
เสียงหนึ่งตะโกนดังขึ้นมาทำให้ผู้คนทั้งหลายต่างหันไปในทิศทางของเสียงในทันที เป็นฉีปิงหยูลูกชายของเจ้าเมืองหลิวโจว หลายคนรู้จักเขาเป็นอย่างดี
“งานนี้คงสนุกแล้ว นายน้อย”จื่อซ่งเอ่ย
“พวกเขาคงไม่ก่อเรื่องหรอก “เฟิ่งหยูกล่าว
“พวกเขาไม่กล้ายุ่งกับสมาคมการค้ามังกรดำหรอกถึงแม้พวกเขาอยากจะยุ่งแต่ก็ไม่มีอำนาจมากพอที่จะมาเทียบกับสมาคมการค้ามังกรดำได้หรอก”เฟิ่งหยูอธิบาย
“สองแสนเหรียญทอง ครั้งที่หนึ่ง”
“สองแสนเหรียญทอง ครั้งที่สอง”
“สองแสนเหรียญทอง ครั้งที่สาม”
“ขาย” หลีจิ่งเว่ยเอ่ย
“ตอนนี้ เราจะประมูลสินค้าชิ้นที่ หนึ่งร้อยซึ่งเป็นสินค้าพิเศษที่ทุกคนต่างรอคอยกันมาอย่างใจจดใจจ่อ “โลหิตมังกรหยดแรกจากที่สมาคมได้รับมาสองหยด เราจะเริ่มประมูลกันในหยดแรกในวันนี้”
“โลหิตมังกรสามารถทำให้อายุของท่านเพิ่มขึ้นอย่างต่ำ ห้าร้อยปี และยังสามารถเพิ่มพลังยุทธ์ให้กับพวกท่านได้อีกหลายขั้นเลยทีเดียว”
“ราคาเริ่มต้นของโลหิตมังกรเริ่มต้นที่ หนึ่งล้านเหรียญทอง หรือ หนึ่งพันหินวิญญาณระดับต่ำทางสมาคมจะรับรองความปลอดภัยให้แก่ผู้ประมูลได้เป็นเวลา 10 วันนับจากวันนี้เป็นต้นไป”
หลีจิ่งเว่ยเอ่ยหลังจากได้รับข้อความจากสมาคม
“สองพันหินวิญญาณระดับต่ำ”เป็น ฉีปิงหยูเอ่ยราคาออกมา
“สองพันห้าร้อยหินวิญญาณระดับต่ำ”เสียงดังมาจากห้องพิเศษที่อยู่ถัดจากเฟิ่งหยู
“สองพันห้าร้อยหินวิญญาณระดับต่ำ”ทุกคนต่างมองไปทางห้องพิเศษที่เอ่ยราคาออกมา
หลังจากนั้น เสียงของหลิวจิงเว่ยก็ดังขึ้นมา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครเสนอราคามากกว่าสองพันห้าร้อยหินวิญญาณระดับต่ำ
การประมูลเริ่มดุเดือนขึ้นเรื่อย ๆของชิ้นหลัง ๆ มาเริ่มมีราคาสูงขึ้นตามลำดับ
“สำหรับของชิ้นต่อไปเป็นของที่หาได้ยากยิ่งซึ่งทางสมาคมเองก็ได้รับฝากมาจากผู้เฒ่าคนหนึ่งซึ่งสนิทกับผู้นำสมาคมให้นำออกมาประมูล”
เสียงน่ารักแว่วหวานของหลี่จิงเว่ยยังคงดึงดูดผู้คนได้เป็นอย่างดี
“ของชิ้นนี้คือ “หินมิติ” ซึ่งมีขนาดใหญ่พอสมควร หินสีดำสนิทปลดปล่อยพลังอันซับซ้อนของมิติออกมาพลันทำให้ห้องโถงการประมูลแห่งนี้เกิดความโกลาหลอีกครั้ง”
หินมิติก้อนนี้มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับลูกแตงโม มันมีสีดำสนิทพลังงานที่ปลดปล่อยออกมามหาศาลจึงเป็นที่ดึงดูดความสนใจของเหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลายรวมถึงตระกูลใหญ่ด้วย
“หินมิตินี้ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่สิบล้านเหรียญทอง หรือหนึ่งหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ เริ่มประมูลได้แล้วค่ะ”
ถึงแม้จะมีราคาสูงแต่มูลค่าของหินมิติก็มากตามไปด้วย
“หนึ่งหมื่นสองพันหินวิญญาณระดับต่ำ”
“หนึ่งหมื่นห้าพันหินวิญญาณระดับต่ำ”
ราคาของหินมิติเริ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆหินมิติขนาดใหญ่ขนาดนี้ไม่ค่อยจะปรากฎออกมาให้เห็นส่วนมาจะเป็นหินมิติก้อนเล็ก ๆเท่าหัวแม่มือเท่านั้น ที่พอจะพบเห็นได้แต่ก็ไม่ได้บ่อยนัก “สองหมื่นห้าพันหินวิญญาณระดับต่ำ”
เสียงหนึ่งดังขี้นมาเป็นฉีปิงหยูอีกเช่นเคยที่เป็นคนให้ราคาสูงอีกครั้งหนึ่งและเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทั้งห้องโถงเริ่มกลับมาเงียบ
“สามหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ”
เสียงหนึ่งดังขึ้นมา ทุกคนต่างหันไปมองแต่ก็ไม่อาจจะเห็นบุคคลนั้นได้เพราะเขาอยู่ในห้องพิเศษ ซึ่งได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีเป็นใครกันที่สามารถจ่ายเงินจำนวนมากออกมาได้อย่างง่ายดายแบบนี้ หลายคนต่างสงสัย
คนผู้นั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเฟิ่งหยูเขาสนใจหินมิติก้อนนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วและรอคอยให้ราคาของมันหยุดนิ่งเพราะไม่อยากจะเสียเวลาในการประมูลมากไปกว่านี้
“ใครกัน น่าบัดซบจริง ๆ”ฉีปิงหยูบ่นพึมพำกับผู้ติดตามอย่างอารมณ์เสียพร้อมกับเสนอราคา
“ข้าน้อยไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร แต่ทางท่านเจ้าเมืองหลิวโจวต้องการหินมิติก้อนนี้ขอให้ท่านอภัยให้ผู้น้อยด้วย” ฉีปิงหยูนำบิดาของเขาออกมาอ้างเพื่อให้อีกฝ่ายหวาดกลัว ดังเช่นครั้งอื่น ๆที่เขาเคยทำมา
“สามหมื่นห้าพันหินวิญญาณระดับต่ำ” ฉีปิงหยูเอ่ยราคาออกมาอีกครั้ง
“เจ้าเมืองหลิวโจวต้องการแล้วคนอื่นไม่ต้องการหรืออย่างไร”เฟิ่งหยูตอบกลับ
“ห้าหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ” เฟิ่งหยูเพิ่มราคาขึ้นไปอีกหนึ่งหมื่นห้าพันหินวิญญาณระดับต่ำในครั้งเดียว
“เจ้า เจ้า อย่าให้ข้าได้รู้นะว่าเจ้าเป็นใคร ฮึ!”
ฉีปิงหยูนั่งลงด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“พวกเจ้าไปตามสืบมาคนผู้นั้นเป็นใคร แม้แต่อ้างบิดาของเขาก็ยังไม่ไว้หน้า แบบนี้มันหาเรื่องกันชัด ๆ ”
“นายน้อยแต่พวกมันอยู่ในห้องพิเศษ คงเป็นคนระดับสูงหรือคนของทางราชวงศ์ก็เป็นไปได้ ทางที่ดีพวกเราอย่าไปหาเรื่องพวกเขาจะดีกว่าดีไม่ดีพวกเราเองอาจจะเตะโดนแผ่นเหล็กเข้าก็ได้”
“มีใครให้ราคาสูงกว่า ห้าหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำหรือไม่คะ”
เสียงนุ่ม นุ่ม สดใสของหลี่จิงเว่ยดังแววออกมาอีกครั้ง
“หากไม่มีใครให้ราคาสูงกว่านี้แล้วผู้น้อยขอนับแล้วนะคะ”
“ห้าหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ ครั้งที่หนึ่ง”
“ห้าหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ ครั้งที่สอง”
“ห้าหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ ครั้งที่สาม”
“ขายค่ะ.......”
การประมูลดำเนินการมาเรื่อย ๆ จะถึงเย็น และมาถึงรายการสุดท้ายที่เป็นสิ่งที่ทุกคนที่มาร่วมงานในวันนี้ ต่างต้องการเป็นเจ้าของมากที่สุดเพราะเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในปัจจุบันการพบเห็นโลหิตมังกรในปัจจุบันแทบจะเป็นไปไม่ได้แล้วดังนั้นการพบเจอในครั้งนี้ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายก็ว่าได หรืออาจจะไม่มีใครมีโอกาสได้พบเจอกับโลหิตมังกรอีกในชั่วชีวิตนี้ของพวกเขาเลยก็ได้
“มาถึงสองรายการสุดท้าย ของวันนี้แล้วนะคะ สองรายการสุดท้ายที่พวกท่านต่างรอคอยกันมานานโดยทางเราได้แยก โลหิตมังกรสองหยด แบ่งการประมูลออกเป็นสองครั้งครั้งละหนึ่งหยดคงไม่ต้องอธิบายว่าสรรพคุณของโลหิตมังกรหนึ่งหยดมีค่ามหาศาลเพียงใดนะเจ้าคะเพราะโลหิตมังกรเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งดังนั้นจึงขอเริ่มการประมูลที่ราคา หนึ่งแสนหินวิญญาณระดับต่ำคะเริ่มการประมูลได้เจ้าคะ”
สิ้นสุดเสียงของหลี่จิงเว่ยหลายคนต่างเริ่มเสนอราคาออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“หนึ่งแสนห้าหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ”
“สองแสนหินวิญญาณระดับต่ำ”
“สามแสนห้าหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ”เป็นฉีปิงหยูเอ่ยเสนอราคาขึ้นมาอีกครั้ง
“ห้าแสนหินวิญญาณระดับต่ำ” สำนักหงส์ฟ้า เอ่ยขึ้นมา
“งานนี้พวกเราขอไปก่อนก็แล้วกัน สำนักมังกรผงาด เสนอเจ็ดแสนหินวิญญาณระดับต่ำ”
“ทากท่านได้ไป แล้วพวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันหละสำนักเพลิงสวรรค์เสนอ เจ็ดแสนห้าหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ”
ราคาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่องจนไปหยุดอยู่ที่หนึ่งล้านสองแสนหินวิญญาณระดับต่ำ ซึ่งเป็นฉีปิงหยูที่เสนอราคา
“ยังมีผู้ใดให้ราคาสูงกว่าหนึ่งล้านสองแสนหินวิญญาณระดับต่ำอีกไหมคะ”เสียงนุ่มๆของหลี่จิงเว่ยยังคงมีเสน่ห์เสมอต้นเสมอปลาย
“หนึ่งล้านสามแสนหินวิญญาณระดับต่ำ”
เสียงจากทางทางราชวงศ์ของอาณาจักรตะวันฉายเป็นผู้เสนอราคาพวกเขานั่งอยู่ห้องพิเศษถัดจากเฟิ่งหยูไปสองห้อง
“มีใครเสนอราคาสูงกว่านี้หรือเปล่าคะ ถ้าอย่างนั้นจะนับแล้วนะคะ”
“หนึ่งล้านสามแสนหินวิญญาณระดับต่ำ ครั้งที่หนึ่ง”
“หนึ่งล้านสามแสนหินวิญญาณระดับต่ำ ครั้งที่สอง”
“หนึ่งล้านสามแสนหินวิญญาณระดับต่ำ ครั้งที่สาม”
“ขอแสดงความยินดีกับแขกผู้มีเกรียติห้องพิเศษห้องที่สามด้วยคะที่สามารถประมูลโลหิตมังกรหยดแรกไปได้”
ทุกคนต่างเงียบสนิท แม้แต่ฉีปิงหยูเองก็ยังไม่สามารถสู้ราคาที่สูงขนาดนั้นได้จึงจำใจต้องยอมปล่อยโลหิตมังกรหยดนี้ไปแต่นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเขาเป็นอย่างมากเพราะราคาโลหิตมังกรอีกหยดหนึ่งต่อสู้ราคากันอย่างดุเดือดและเป็นฝ่ายของสำนักมังกรผงาดประมูลได้ไปในราคาหนึ่งล้านห้าแสนหินวิญญาณระดับต่ำ
หลังการประมูลสิ้นสุดเม้งหวู่จ๋าและผู้นำสมาคมมังกรดำส่งคนมาพาเฟิ่งหยูและพรรคพวกกลับไปพักยังเรือนรับรองพร้อมกับนำส่วนของเฟิ่งหยูที่ได้มามอบให้เฟิ่งหยูด้วยตนเอง
“เครื่องประดับมิติของเจ้าทั้งหมดสิบชิ้นได้เงินทั้งสิ้นห้าล้านเหรียญทอง”
“ส่วนโลหิตมังกรสองหยด คิดแล้วทั้งหมดก็สองล้านแปดแสนหินจิตวิญญาณหินมิติ และดาบหนักทั้งหมดอยู่ในแหวนมิติวงนี้แล้ว พวกข้าได้จัดการให้กับเจ้าแล้วสำหรับเจ้าทางสมาคมไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นเพราะเจ้าทำให้สมาคมของเราได้รับชื่อเสียงเป็นอย่างมากในการจัดการประมูลในครั้งนี้”
“ต้องขอบคุณผู้อาวุโสมากเลย ที่เป็นธุระให้พวกเรา”เฟิ่งหยูเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“พวกเจ้าไปเอาเครื่องประดับมิติพวกนั้นมาจากไหนกันหรือพอจะเป็นไปได้ไหมที่สมาคมของเราจะ.....”ผู้นำสมาคมเอ่ยด้วยความอึดอัดใจ
“เรื่องนั้นพวกท่านไม่ต้องห่วงหรอก เป็นข้าทำมันขึ้นมาเองและหากท่านต้องการที่จะนำมาจำหน่าย ท่านก็ติดต่อกับผู้อาวุโสจื่อซ่งโดยตรงได้เลยเพราะพวกเขาเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของข้าเหมือนกัน” เฟิ่งหยูกล่าออกมา
“ดี ดี ดี เจ้านี่มันอัจฉริยะในรอบพันปี ไม่สิ หมื่นปีเลยก็ว่าได้ ฮ่าฮ่า ฮ่าๆๆๆ” เม้งหวู่จ๋ากล่าวพลันหัวเราะชอบใจออกมาด้วยความยินดี