ทว่า... เมื่อเแก้มก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า คิ้วเข้มก็ต้องขมวดด้วยความกังวลทันที ใบหน้าขาวผ่องเนียนละเอียดบัดนี้กลับแดงก่ำลามไปถึงใบหู และเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดพรายตามไรผม
"น้องแก้ม..." ด้วยความลืมตัว ติณเอื้อมมือไปทาบลงบนหน้าผากมนอย่างแ่เบาเพื่อวัดอุณหภูมิ "หน้าแดงมากเลยครับ... เป็อะไรหรือเปล่า หรือว่าน้ำตาลตกจริง ๆ"
ััอุ่นจากฝ่ามือที่ทาบลงมาบนผิว ทำเอาแก้มสะดุ้งเฮือก ตัวแข็งทื่อ หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมา ไม่ใช่เพราะกลัว... แต่เพราะเขินจนตัวจะะเิต่างหาก
ชายหนุ่มรีบชักมือกลับ "ข... ขอโทษครับ" พลางซ่อนมือข้างนั้นไว้ด้านหลังทันที "พี่ลืมตัวไปหน่อย... ขอโทษทีครับ"
เขารีบตัดบทด้วยการเปิดประตูรถฝั่งผู้โดยสารให้เธอ "ขึ้นรถก่อนเถอะครับ แอร์เย็น ๆ น่าจะดีขึ้น" จากนั้น ร่างสูงก็รีบวิ่งอ้อมไปฝั่งคนขับด้วยความรวดเร็ว
"เดี๋ยวพี่พาไปส่งโรงพยาบาลดีกว่าครับ น้องแก้มน่าจะไม่สบาย ตัวร้อนจี๋เลย”
"พี่ติณคะ..." แก้มแกล้งทำเสียงอ่อนแรง หรี่ตาลงเล็กน้อยเหมือนลูกแมวป่วย ก่อนจะค่อย ๆ เอนตัวไปด้านข้าง แล้วเอียงหน้าเข้าไปหาเขาในระยะประชิด
"หนูไม่ได้เป็ไข้หรอกค่ะ... แต่หนูหน้ามืด... สงสัยจะน้ำตาลตกจริง ๆ"
"..." ติณหันขวับมามองด้วยความใ แต่พอเจอหน้าหวานที่ลอยเด่นอยู่ห่างแค่คืบ ก็ถึงกับผงะหลังชนเบาะ มือไม้ดูเกะกะไปหมด ใจก็อยากจะช่วยแต่มือก็ไม่กล้าแตะต้องตัวเธออีก
"เอาไงดีวะ น้ำตาลตกต้องกินอะไร ลูกอม หรือต้องเรียกรถพยาบาล"
"พี่ติณช่วยพาหนูไปหาอะไรหวาน ๆ ทานหน่อยได้ไหมคะ..." ดวงตากลมโตช้อนมองเขาอย่างออดอ้อน แฝงดาเมจทำลายล้างที่ทำเอาคนมองถึงกับเข่าอ่อน "หนูไม่มีแรงเลย... ถ้าพี่ติณไม่ช่วย หนูคงแย่แน่ ๆ"
คำว่า "ไม่มีแรง" บวกกับสายตาเว้าวอน ทลายกำแพงของนายช่างหนุ่มพังครืน ความเป็ห่วงมันอยู่เหนือเหตุผลทั้งหมด
"ได้... ได้ครับ" ร่างสูงรับคำ ทิ้งความกังวลเื่ควรไม่ควรไว้ข้างหลังชั่วคราว "งั้นน้องแก้มนอนพักได้เลยครับ เดี๋ยวพี่พาไปหาอะไรหวาน ๆ ทานเดี๋ยวนี้แหละ อดทนหน่อยนะ"
จึงปรับเบาะให้เอนลง เพื่อให้หญิงสาวนอนสบายที่สุด แต่ทว่า... มือนุ่มนิ่มกลับยื่นมาแตะเข้าที่ท่อนแขนแกร่งไว้เบา ๆ
"หนูไม่อยากนอน..." แก้มเอ่ยเสียงกระเส่า แววตาฉ่ำวาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมเข้มที่กำลังสั่นไหวนิด ๆ "หนูขอนั่งมองหน้าพี่ติณใกล้ ๆ แบบนี้ได้ไหมคะ... เผื่อว่าอาการหนูจะดีขึ้น"
ฉ่า!!
เสียงเหมือนกระทะร้อนฉ่าดังขึ้นในหัวของติณ ใบหน้าคมเข้มแดงก่ำลามไปถึงใบหู แดงยิ่งกว่าคนป่วยข้าง ๆ เสียอีก เขาทำตัวไม่ถูก มือที่จับปุ่มปรับเบาะได้แต่แข็งค้างอยู่กลางอากาศ
"พี่ติณหล่อจังเลยนะคะ" แก้มยังไม่หยุดแค่นั้น เดินหน้าขยี้ต่อ "พี่ติณตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้วคะ"
คำถามนั้นเหมือนหมัดต่อยเข้าหน้าคนขี้กังวล ติณหน้าเสียลงเล็กน้อย ความมั่นใจหดหายไปเกือบครึ่ง ก่อนจะตอบออกมาเบา ๆ "เอ่อ... สามสิบห้า... แล้วครับ"
นายช่างหนุ่มใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ กลัวว่าจะได้ยินคำว่า "แก่จัง" หรือ "รุ่นลุงเลยนะเนี่ย" แต่ทว่า... สิ่งที่ได้ยินกลับเป็ประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน
"สามสิบห้าเหรอคะ..." แก้มระบายยิ้มหวานหยดย้อย ขยับหน้าเข้าไปใกล้อีกนิดจนััได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย "กำลังดีเลย... หนูชอบ"
ภายในรถเงียบกริบ ติณกำพวงมาลัยแน่น เหงื่อแตกพลั่กเต็มแผ่นหลัง พยายามกัดฟันห้ามมุมปากไม่ให้ฉีกยิ้มออกมา
"พูดซะ… ไปไม่เป็เลยที่นี่"
"ทำ... ทำไมเหรอครับ" ชายหนุ่มถามกลับ อย่างคนไม่ประสาและตามเกมเด็กไม่ทัน ดวงตาคมเข้มหลุกหลิกไปมา ไม่กล้าสบตาคู่สวยที่จ้องมาตาแป๋ว "ทำไมถึง... ชอบ..."
แก้มขยับหน้าเข้าไปใกล้อีกนิด ส่งสายตาพิฆาตเพื่อปิดจ็อบ "ไม่รู้สิคะ... ก็แค่ชอบ"
ดูเหมือนอาการ "น้ำตาลตก" ของเด็กสาวข้าง ๆ จะลามมาติดชายหนุ่มเข้าให้แล้ว เพราะตอนนี้... นายช่างใหญ่ รู้สึกว่าโลกทั้งใบมันหวานจนเลี่ยน และหัวใจของเขาก็กำลังจะละลายกองลงไปแทบเท้าแม่ตัวดีคนนี้แล้วเรียบร้อย
...
ในที่สุด... รถก็พามาจอดเทียบท่าหน้าคาเฟ่ขนมหวานชื่อดัง บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของเนยและวานิลลา โทนสีตกแต่งเน้นพาสเทลชมพูมุ้งมิ้ง ด้านในเต็มไปด้วยตุ๊กตาหมีและคู่รักวัยรุ่นที่มานั่งจู๋จี๋กันกระหนุงกระหนิง
ภาพที่เห็นทำเอาพนักงานในร้านและลูกค้าโต๊ะอื่นต้องเหลียวมองเป็ตาเดียว เมื่อร่างสูงใหญ่ของนายช่างหนุ่มในชุดทำงาน เดินก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทางเกร็ง ๆ ติณพยายามพาตัวเองไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้สไตล์มินิมอลตัวจิ๋วอย่างระมัดระวังที่สุด สภาพเขาตอนนี้ดูผิดที่ผิดทางอย่างแรง ราวกับหมีป่าที่หลงเข้ามาเดินงงอยู่ในเมืองลูกกวาด
ชายหนุ่มนั่งหนีบขา ตัวลีบ เก็บมือไม้ไว้บนตักเรียบร้อย ไม่กล้าขยับตัวแรง เพราะกลัวว่าศอกจะไปกระแทกแจกันดอกไม้จิ๋ว หรือเผลอนั่งทับเก้าอี้ร้านเขาหักคาที่
"พี่ติณทำหน้าเครียดทำไมคะ ร้านน่ารักจะตาย" แก้มเอ่ยแซวพลางอมยิ้มแก้มตุ่ย นั่งเท้าคางมองท่าทางเกร็ง ๆ ของคนตัวโตด้วยแววตาซุกซน
"ร้านน่ารักครับ... แต่พี่ว่าพี่ไม่ค่อยเหมาะกับที่แบบนี้เท่าไหร่" นายช่างใหญ่กวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างหวาดระแวง มือหนาวางบนเข่าอย่างเจียมตัว "ดูสิครับ มีแต่เด็กวัยรุ่นวัยใสทั้งนั้นเลย... พี่มานั่งตรงนี้เหมือนลุง ที่พาหลานสาวมากินขนมหลังเลิกเรียนเลยเนี่ย"
"ลุงอะไรกันคะ... พี่ติณไม่รู้อะไรซะแล้ว" แก้มยื่นหน้าเข้าไปกระซิบเสียงขุ่นนิด ๆ คิ้วสวยขมวดมุ่นเริ่มออกอาการหวงก้างขึ้นมาดื้อ ๆ "พี่ติณน่ะเท่จะตาย... เท่จนสาว ๆ โต๊ะข้างหลังมองพี่ตาเยิ้มน้ำลายยืดกันหมดแล้วเนี่ย หนูไม่ชอบเลย"
เธอไม่ได้พูดเล่น เพราะด้วยลุคเถื่อนนิด ๆ ดิบหน่อย ๆ บวกกับใบหน้าคมเข้มและหุ่นล่ำ ๆ มันช่างโดดเด่นและดึงดูดสายตายิ่งกว่าพวกหนุ่มตี๋หน้าขาวในร้านเสียอีก ออร่า "แด๊ดดี้สายลุย" มันพุ่งกระแทกตาจนสาวน้อยสาวใหญ่เริ่มซุบซิบกันให้แซ่ด
แก้มเห็นท่าไม่ดี จึงแกล้งกระแอมไอเสียงดังไปหนึ่งที
"อะแฮ่ม!!"
พร้อมส่งสายตาพิฆาตตวัดมองไปทางโต๊ะอื่นราวกับแม่เสือสาวที่กำลังหวงเหยื่อ
"มองอะไรกันคะ! คนนี้ของฉัน! จองแล้วห้ามแตะ!"
…
"โอ๊ยยย... ใครจะไปทนไหวคะเนี่ยยย! น้องแก้มรุกแรงมากกกก!"
ฉากในรถคือที่สุดแห่งความดาเมจ! ยัยน้องเล่นบทลูกแมวป่วยอ้อนพี่ติณซะไปไม่เป็เลย ประโยค "กำลังดีเลย...หนูชอบ" นี่มันฆ่าคนได้เลยนะลูกกก! พี่ติณของเราก็แสนจะซื่อ ตามเกมเด็กไม่ทันสักนิด น่าเอ็นดูจนอยากจะมุดเข้าไปหยิกแก้ม
แล้วภาพตัดมาที่ร้านคาเฟ่... โอ๊ย ขำไม่ไหว พี่ติณตัวใหญ่บึกบึนนั่งเกร็งบนเก้าอี้มินิมอล กลายเป็ "หมีป่าหลงในเมืองลูกกวาด" ไปซะแล้ว แต่ถึงจะบอกว่าตัวเองเหมือนลุง แต่สาว ๆ ในร้านมองกันตาเยิ้มเลยนะจ๊ะ
งานนี้แม่เสือสาวน้องแก้มของเราเลยต้องออกโรง "ประกาศศักดา" แสดงความเป็เ้าของซะหน่อย หวงแรงขนาดนี้ พี่ติณจะรู้ตัวมั้ยน้าาา ว่าตัวเองโดนจองตัวแล้ว หรือจะยังคิดว่าเป็แค่ลุงพาหลานมากินขนมอยู่
ใครทีม #แด๊ดดี้พี่ติณ หรือทีม #น้องแก้มสายรุก ฝากกดหัวใจ คอมเมนต์เชียร์กันหน่อยเร็ววว ตอนหน้ามาลุ้นกันต่อว่าพี่ติณจะโดนน้องแก้มปั่นหัวจนเสียอาการไปถึงเบอร์ไหน