ภายในโลกาพฤกษา...
ฉึก!
" อ๊ากกกกก!!!!! "
แท่งหนามเเหลมกระหายเลือดทิ่มทะลวงดวงตาสีสนิมข้างหนึ่งของเจ้าเดวีเเกนอย่างเเม่นยำ โลหิตสีเเดงคล้ำที่ไหลหยดย้อยลงข้างเเก้มถูกลิ้นอันอ่อนนุ่มของเจ้าเทวดาตกสวรรค์ตวัดเลียด้วยความคับเเค้น นัยน์ตาเเดงก่ำที่เหลืออีกข้างมองลึกลงไปในหนึ่งในตาไม้ตรงหน้าราวกับรับรู้ถึงชะตากรรมของตนเองที่จะเกิดขึ้น หากไม่มีอะไรผิดพลาดในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า... ที่นี่น่าจะเป็นจุด ' เช็คอิน ' สุดท้ายในชีวิตของมัน
" โอกาสสุดท้าย! กุญเเจทั้งสองดอกที่ใช้เปิดเผยเส้นทางไปดินเเดน ' สวรรค์ไร้บรรจบ ' มันอยู่ที่ไหนส่งมาซะดี ๆ "
ถ้อยคำขู่เข็ญเผด็จการดังกึกก้องอยู่ภายในโลกปิดตายส่วนตัวที่เล็กน้ำจงใจสรรสร้างมันขึ้นมา ขณะที่เขาเอื้อนเอ่ยดวงตาไม้นับพันกระพริบเปิดปิดดูน่าขนลุกยิ่งนัก
ในยามนี้เเม้เล็กน้ำดูเหมือนมีเปรียบปิดประตูความพ่ายเเพ้ในทุกกระบวนท่า เเต่กับเจ้าสัตว์ร้ายบรรพกาลตัวนี้ถึงมันจะถูกคุมขังเหมือนหมาจนตรอกไร้หนทางไปเเต่เเรงกดดันมหาศาลที่เขาสัมผัสได้อย่างเจือจางย่อมไม่กล้าละเลยคลายความระมัดระวัง ตรงกันข้ามเล็กน้ำเเทบจะอดทนเฝ้ามองทุกการเคลื่อนไหวของมันอย่างตั้งใจใกล้ชิดเสียด้วยซ้ำ เพื่ออ่านหมากตาเดินต่อไปของศัตรูผู้เเพรวพราวผู้นี่ที่จะส่งผลต่อการตัดสินใจในเเผนการที่เขาวางไว้
" เเค่ก ๆ อย่าบีบคั้นกันให้มากนัก "
" หึหึ ทุกการต่อรองจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างมีคุณสมบัติที่อีกฝ่ายต้องการอย่างเทียบเท่าหรืออีกฝ่ายที่เหนือกว่าลดตัวลงมา เเต่ดูเเล้วเเกคงเข้าใจอะไรคลาดเคลื่อนไป "
ดงหนามพฤกษาขยับไหวขึ้นอีกครั้ง หนึ่งในเส้นนับพันชูคอขึ้นสูงราวกับอสรพิษร้าย มันกำลังส่ายไหวจด ๆ จ้อง ๆ ระหว่างลูกกะตาเเดงก่ำที่เหลืออยู่อีกข้างหรือจุดตาย ' หน้าใบโพธิ์ ' ตรงกึ่งกลางหน้าผาก
" ได้! เเต่ก่อนอื่นคลายกรงขังนี่ซะ "
ร่างดำคล้ำราวกิ่งไม้เเห้งถูกตรึงนิ่งค้างเติ่งอยู่ภายในโลกพฤกษาดั่งกับมันเป็นหนู ' ตะเภา ' ไร้ค่าตัวหนึ่งที่ถูกมือจักรกลนำไปใช้ในการทดลอง คนอย่างมันนั้นความทุกข์ทรมานเเสนสาหัสไม่ได้น่าหวาดกลัวเท่ากับระลอกคลื่นความอัปยศในทุกวินาทีที่พุ่งเข้ากัดกินจิตใจจนจมดิ่ง
" ไม่มีวัน! "
เล็กน้ำบังคับเส้นอสรพิษร้ายให้ปลายหนามเเหลมอยู่ห่างเพียงเเค่ครึ่งนิ้วจากดวงตาสีสนิมที่เเก้วตาภายในไหวระริกสะท้อนให้เห็นเพียงความหวาดหวั่น
" เดี๋ยว! ในตอนนี้ข้ามีเเค่ส่วนที่สองที่ใช้ขับเคลื่อน ' วิมานเเปรพิภพ ' อยู่เท่านั้น "
สีหน้าเจ้าเดวีเเกนคร่ำเคร่งเกินจะเปรียบ ควันมรณะไหลทะลักพวยพุ่งออกมาจากบาดแผลไม่มีหยุด
" เพื่อนยาก... พูดตามตรงข้าไม่อยากใช้การสืบค้นวิญญาณกับเเกเลย อยู่ในสภาพ ' กาฝาก ' แฝงร่างมนุษย์ที่อ่อนเเอเเบบนี้ทั้งเเกทั้งเจ้าหนุ่มนั่นคงทนได้ไม่นานจิตย่อมต้องเเตกสลาย เเต่ถ้าเจ้าทำตามที่บอก ข้าให้สัญญาว่าดวงวิญญาณของเเกจะยังได้อยู่ใน ' สังสารวัฏ ' ต่อไปเพื่อเวียนว่ายหาหนทางรอการ ' จุติ ' ครั้งใหม่ "
" หยุดซะวอนบรอน! ความสงสารหรือเห็นใจจากศัตรูเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ตัวข้าไม่เคยต้องการ "
" สมเป็นจะ... "
" กิว... มา... โด้... "
ยังไม่ทันที่คำเยินยอจากคู่อาฆาตนับร้อยปีรายนี้จะหลุดพ้นจากไรฟัน เพียงเจ้าเดวีเเกนเอ่ยชื่อชื่อหนึ่งขึ้นอย่างเเผ่วเบาอากาศรอบข้างเล็กน้ำราวกับจับตัวหยุดนิ่ง เพราะชื่อของบุคคลผู้นั้นได้ส่งผลให้ส่วนลึกในดวงวิญญาณของเขาต้องเคลื่อนคล้อยไหวสั่นด้วยความพรั่นพรึง
" ......... "
" ที่ผ่านมาเราทั้งคู่ต่างสูญเสียกันไปมากมายเพียงใดย่อมรู้อยู่เเก่ใจ เเต่เพื่อค้นหาเส้นทางสู่ ' สรวงสวรรค์ไร้บรรจบ ' ในตำนานที่สาบสูญตัวข้าสามารถสละได้กระทั่งชีวิต ครานั้นระหว่างหลบหนีจาก ' อสูรตะขาบสังเวยร้อยชีพ ' ข้าที่บาดเจ็บสาหัสถูกเจ้า ' กิวมาโด้ ' ใช้ค่ายกลประหลาดที่สามารถผ่ามิติมายังโลกนี้ได้โดยตรงเข้าซุ่มโจมตีจนทุกวันนี้เหลือเพียงเเค่ครึ่งวิญญาณปราศจากร่างกาย อยู่ก็เหมือนตายต้องกล้ำกลืนความอัปยศมาเเอบแฝงอยู่ในร่างกายของเจ้าหนูนี่อย่างสิ้นท่า "
" เทพบุตรชุดขาวกิวมาโด้... ถึงมันจะได้รับฉายา ' ผู้ท่องนรก ' ไม่สามารถจะ... "
เเม้สีหน้าของเล็กน้ำที่อยู่นอกโลกพฤกษาจะอึ้งไปเล็กน้อย เเต่เขาเเทบไม่ต้องใช้เวลาขบคิดก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความเย้ยหยันต่อคำโกหกคำโตไร้ยางอาย พลางตะโกนกร้าวเสียงเเข็งด้วยความโกรธเเค้นทันที
" ความอดทนของข้ามีขีดกำจัด!!! "
" ในยามนั้นถึงจะบาดเจ็บสาหัสเจียนตายเเค่ไหน เเต่ข้างกายข้ายังมีเจ้า ' จิตสิงห์ ' กับ ' สมัม ' คอยคุ้มกัน เเค่เจ้าหน้าขาวกิวมาโด้ผู้เดียวยังไม่เพียงพอให้ต้องเหลียวเเล "
" ข้าขอเตือนครั้งสุดท้ายเลิกเยิ่นเย้อได้แล้ว "
" มันไม่ได้มาเพียงผู้เดียว "
" เดวีเเกนคายความจริงออกมาเป็นผู้ใดกัน? "
" เรดาร์... ดาราส "
" พะ... พรายมืด!!!!! "
บนใบหน้าที่เขียวคล้ำราวกับใบบัวของเล็กน้ำเปลือกตาที่ปิดสนิทเป็นเส้นตรงจำต้องเบิกโพลงขึ้นมาอย่างฉับพลัน ดั่งเกิดคลื่นความกริ่งเกรงเข้าถาโถมสาดซัด
ในยามนี้เขาอยากจะเฉือนใบหูทั้งสองทิ้งเหลือเกินคล้ายไม่อาจรับฟังในสิ่งที่ตนเองเพิ่งได้ยิน ภายในสมองซีกหนึ่งขบคิดเเตกต่างกับอีกด้านที่ขาวโพลนเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นสุดขีด เงามืดน่ากลัวกลุ่มหนึ่งแผ่ขยายขึ้นในใจอย่างรวดเร็ว
" หากอยากได้หลักฐาน เพียงเเค่เจ้าปล่อยข้า "
อุ้งมือมรกตที่สานถักทอเป็นโลกพฤกษาสวรรค์เริ่มคลี่คลายออกที่ละชั้น ถึงแม้ใบหน้าสะบักสะบอมของเจ้าเดวีเเกนจะโผล่พ้นออกมาให้เห็นพร้อมกับรอยหยักยิ้มมั่นใจ แตกต่างจากอีกคนที่มีเเต่ความลังเลครุ่นคิดเหมือนทั้งสองถูกจับสลับข้าง
ร่างกายเหี่ยวเเห้งราวกับมัมมี่หมื่นปีตั้งเเต่ลำตัวลงไปยังคงถูกคุมขังด้วยคุกหนามโลหิตกลืนชีพที่ปักตรึงเเน่นหนา มีเพียงดวงตาสีนิลข้างหนึ่งที่ส่องประกายเจิดจ้าเปี่ยมพลังชีวิต ดวงตาลึกล้ำข้างนั้นยิงม่านเเสงออกมากลางอากาศ ในม่านเเสงโปร่งใสฉายภาพเหตุการณ์สะเทือนขวัญในอดีต เมื่อเล็กน้ำมองไปเขารู้สึกได้ถึงความสั่นสะท้านอย่างรุนเเรงที่เกิดขึ้นในดวงวิญญาณ
ร้อยเล่ห์เพทุบายที่ถูกเก็บซ่อนอยู่ในตำรามีอยู่เท่าไหร่เจ้าเทวดาตกสวรรค์ย่อมต้องงัดเอาออกมาใช้จนหมดสิ้น แผนการเชิงสูงที่ดูเหมือนสิ้นคิด ' ทุบหม้อข้าวตัวเองเเตก ' เอาตนเองเป็นเหยื่อล่อลงทุนใช้ความเจ็บปวดเเปรเปลี่ยนเป็นความเชื่อใจ สายสัมพันธ์ประหลาดนี้เจ้าตัวรู้ดีเต็มอกว่าต้องใช้ความพยายามเเละความอดทนอย่างเเสนสาห้ส
เเต่ถ้าเจ้า ' วิปลาส ' เดวีเเกนสามารถทำได้สำเร็จลุล่วงจะสามารถพลิกกลับจากศัตรูคู่อาฆาตกลับกลายเป็นพันธมิตรผู้เเข็งเเกร่งมากฝีมือเอาไว้ ' จูงจมูก ' ให้ใช้สอย
แผนการบ้าบิ่นครั้งนี้ถ้ามีโอกาสในการเพิ่มความสำเร็จต่อให้ต้องเฉือนเนื้อจนหมดตัวมันพร้อมยินยอม วิสัยทัศน์กว้างใหญ่เเต่สุ่มเสี่ยงเยี่ยงนี้ต้องเป็นจอมคนเท่านั้นที่ขบคิดได้ กลับกันคงมีเพียงเเค่ราชันที่อยู่เหนือราชาทั้งมวลเท่านั้นที่กล้าลงมือทำ จงใจสร้างสถานการณ์ให้ดูเหมือนเพลี่ยงพล้ำเพื่อวางอุบายขุดหลุมพรางเเล้วใช้ตนเองเป็นเหยื่อล่อชั้นดี...