หลังจากที่ได้หนังสือที่ปู่เหอมอบให้จางซวนก็เริ่มให้ความสนใจกับการฝึกมากขึ้นแม้จะไม่ได้ฝึกหมัดอย่างจริงจังแต่ก็วางรากฐานให้กับตัวเองในอนาคตแม้จางซวนจะไม่รู้ว่าตัวเองมีรากิญญาหรือไม่แต่เขาก็ยังคงหวังอยู่ว่าตนเองจะต้องมีรากิญญาต่อให้ระดับจะต่ำแต่ก็ขอให้มีก็พอ
ปู่เหอมองจางซวนเริ่มเข้าร่วมการฝึกหมัดกับคนอื่นๆก่อนจะยิ้มออกมาตอนแรกจางซวนนั้นไม่มีความสนใจในการฝึกฝนเลยแม้แต่น้อยแม้จะเป็คนฉลาดแต่ก็เกียจคร้านจนเกินไปมักจะซุกซนอยู่ไม่สุข
ทั่วูเาแห่งนี้ไม่มีที่ไหนที่จางซวนไม่เคยไปแม้แต่เด็กคนอื่นๆที่มีอายุมากกว่าจางซวนก็ยังไม่กล้าไปสำรวจูเาด้วยตัวเองแต่จางซวนกลับไม่เป็เช่นนั้นเขาเป็พวกชอบอยากรู้อยากเห็นสิ่งใหม่ๆ
และตอนนี้จางซวนก็ได้ค้นพบสิ่งที่เขา้าแล้วจางซวนอยากจะกลายเป็เซียนในตำนานและชุบชีวิตครอบครัวของตนขึ้นมาเติมเต็มหลุมที่ว่างเปล่าในหัวใจของตนอีกครั้ง
“อาซวนกินอาหารมีพิษงั้นเหรอทำไมถึงกลายเป็คนขยันแบบนี้”เด็กสาวคนหนึ่งกล่าว
“นั่นสิปกติเวลานี้เขาจะต้องหาที่ซ่อนตัวแล้วนอนหลับไปแล้วทำไมวันนี้ถึงมาฝึกฝนกับพวกพี่ติงอิงละ”เด็กสาวอีกคนเอียงคอพวกนางล้วนแต่มีอายุเท่ากับจางซวนและมากกว่าแค่ปีเดียวเท่านั้น
“การที่อาซวนเจอกับสิ่งที่้าย่อมทำให้เขาเปลี่ยนไปในอนาคตพวกเ้าเองก็ต้องมี่เวลานี้เหมือนกัน” ปู่เหอยิ้มอย่างอบอุ่น
“อาซวนไม่ใช่ว่าอยากเป็พ่อค้างั้นเหรอ”เด็กสาวกล่าว
“นั่นคือสิ่งที่เขาถนัดไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากเป็”ปู่เหอกล่าว
พวกเด็กสาวไม่เข้าแต่ก็ไม่ถามอีกเวลาผ่านไปอย่างช้าๆเรือนกายของจางซวนค่อยๆแข็งแกร่งขึ้นจนกระทั่งวันหนึ่งได้ทะลวงขอบเขตหนึ่งได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางวรยุทธอย่างเป็ทางการ
แม้ขอบเขต1จะแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปในระดับหนึ่งแต่ก็ไม่มากนักยกเว้นแต่คนผู้นั้นจะฝึกฝนเรือนกายจนถึงขีดสุดอย่างแท้จริงเท่านั้นจึงจะแสดงพลังที่เหนือกว่าระดับของตัวเองได้
ตอนนี้หลังจากฝึกฝนมาได้อีกสองปีจางซวนก็อายุได้ 9 ปีแล้วขอบเขตของจางซวนแม้จะเป็ขอบเขตหนึ่งแต่รากฐานก็ถือว่ายอดเยี่ยมอย่างมากเพราะในตำราที่ปู่เหอนำกลับมาให้พวกเด็กๆฝึกเป็ตำราของผู้ยิ่งใหญ่ในเส้นทางของวรยุทธที่ให้ความสำคัญกับการวางรากฐานของเรือนกาย
จางซวนอนอยู่บนต้นไม้ในูเากัดผลไม้อย่างสบายใจหลังจากฝึกหนักเขาก็พักผ่อนแบบนี้เป็ประจำ
“ไม่รู้เมื่อไหร่ข้าจะหาทางตรวจสอบว่าตัวเองมีรากิญญาหรือไม่กันนะ”จางซวนถอนหายใจ
“ที่แท้เ้าก็อยู่นี่เองอาซวนแย่แล้วเ้าคนพวกนั้นมันกลับมาอีกแล้วแถมยังจับพวกอาซิ่วไปด้วย” เด็กชายอายุ 10 ปีคนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าแตกตื่นก่อนจะกล่าวกับจางซวน
“พวกนั้นที่ว่าใครกัน”จางซวนเผยแววตาประหลาดใจ
“เป็กลุ่มคนที่เคยดักปล้นพวกเ้าเมื่อสองปีก่อน”
“เป็พวกนั้นงั้นเหรอยังไม่ตายงั้นเหรอ”จางซวนใก่อนจะรีบทะยานร่างวิ่งลงไปจากูเาเมื่อไปถึงยังจุดเดิมก็เห็นว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ได้นำคนมามากกว่าเดิมซึ่งมีเกือบสิบคนคราวนี้แม้แต่พวกติงอิงยังไม่อาจเอาชนะได้และได้รับาเ็ส่วนเด็กสาวอายุสิบปีสองคนถูกจับตัวเอาไว้แววตาของพวกนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“อาซวนรีบไปช่วยพวกอาซิ่วเร็วเข้า”คงซานกล่าว
“โอ้เ้าเด็กน้อยหน้าขาวเมื่อตอนนั้นนี่ดูเหมือนจะเริ่มฝึกฝนแล้วสินะแต่ก็ยังเป็ขอบเขตหนึ่งอยู่ดีมีเ้าเข้ามาเพิ่มคิดว่าจะทำอะไรได้”ชายฉกรรจ์ที่จับเด็กสาวหัวเราะเย้ยหยัน
“พวกเ้านี่มันไม่รู้จักสำนึกบุญคุณเลยนะทั้งๆที่ข้าเป็คนช่วยชีวิตพวกเ้าเมื่อครั้งนั้นหากไม่มีข้าติงอิงคงสังหารพวกเ้าไปแล้ว” จางซวนกล่าว
“ฮ่าฮ่า น่าขันของพวกนั้นพวกข้าไม่สนใจอยู่แล้วในยุคที่วุ่นวายนี้บุญคุณคือสิ่งที่ไร้ค่าที่สุดสำหรับพวกเรา” ชายฉกรรจ์หัวเราะออกมา
“อาซวนอย่าได้ไปเสียเวลาเลยคนพวกนี้ไม่มีจิตสำนักของคน พวกเขาไม่สนใจว่าดีหรือเลว เด็กหรือผู้ใหญ่พวกเขาสนแต่ประโยชน์ของตัวเองหากไม่มีประโยชน์ต่อตนและอ่อนแอกว่าก็จะฆ่าทิ้งหากแข็งแกร่งกว่าพวกเขาก็จะหดหัวเดินจากไปแบบเงียบๆ”ติงอิงกล่าว
“ใช่แล้วคนพวกนี้คือกลุ่มก้อนความชั่วร้ายในร่างมนุษย์เ้าไม่อาจเอาความนึกคิดของมนุษย์ทั่วไปมาเปรียบเทียบกับพวกเขาได้”คงซานกล่าว
“ตัวเองยังเอาตัวไม่รอดแล้วยังมีเวลาไปสอนคนอื่นอีก”ชายฉกรรจ์คนอื่นๆเริ่มโจมตีพวกคงซานอีกครั้ง
จางซวนกัดฟันพุ่งทะยานเข้าหาชายฉกรรจ์ที่อยู่ขอบเขต2 ทันทีแม้จางซวนจะฝึกฝนมา 2 ปีแต่ก็ยังไม่เคยต่อสู้กับคนอื่นอย่างแม้จริง
“ไม่เจียมตัวด้วยร่างกายที่เล็กและผอมแห้งอย่างเ้าคิดจะมาเทียบกับข้าได้” ชายฉกรรจ์หัวเราะผลักเด็กสาวจนล้มก่อนจะเข้าไปปะทะกับจางซวน
สองหมัดใหญ่และเล็กปะทะกันสีหน้าของชายฉกรรจ์แปลกในเมื่อพบว่าหมัดของจางซวนนั้นหนักเทียบได้กับตนทั้งๆที่ร่างกายและหมัดของจางซวนนั้นมีขนาดเล็กอย่างมาก
จางซวนนั้นเป็เด็กหนุ่มที่มีร่างกายเล็กมาั้แ่เด็กขนาดร่างกายเขาเทียบได้กับผู้หญิงเท่านั้นหากเทียบกับผู้ชายวัยเดียวกันกลับกลายเป็ตัวเล็กอย่างมาก
“เอ๋ดูเหมือนเ้านั่นจะมีดีแค่ตัวใหญ่นะ” จางซวนที่ถอยออกมากล่าวด้วยใบหน้าแปลกใจ
“เ้าว่าอย่างไรนะ”สีหน้าของชายฉกรรจ์กลายเป็โกรธร้องเกรี้ยวคำรามออกมาก่อนจะเข้าโจมตีจางซวน
จางซวนใช้ร่างกายเล็กๆของตัวเองหลบการโจมตีได้อย่างว่องไวเหมือนกับลิงน้อยที่ะโไปมาอย่างว่องไว
“อ๊ากกกกกกก”แต่ทันใดนั้นเองพวกติงอิงก็ทนไม่ไหวร่างล้มลงไปกับพื้นพร้อมกับาแเต็มร่าง
“ติงอิง”จางซวนตื่นตระหนก
“ห่วงตัวเองก่อนดีกว่า”ชายฉกรรจ์ตรงหน้ายกยิ้มก่อนจะทุบหมัดมาที่จางซวนอีกครั้งจางซวนหลบไม่ทันใช้สองแขนป้องกันเอาไว้แต่ก็ยากที่จะต้านทานได้ก่อนร่างจะถูกกระแทกออกไป
“ฮ่าฮ่า วันนี้แหละข้าจะจับตัวพวกเ้าไปขายเป็ทาส ส่วนเด็กสาวพวกนี้ขายให้กับหอนางโลมก็แล้วกันอ้อ จริงสิได้ยินว่าบนเขายังมีเด็กๆอยู่อีกไม่สู้ไปจับตัวพวกนั้นมาอีกดีหรือไม่”ชายฉกรรจ์หัวเราะออกมา
“เ้าสารเลว”จางซวนลุกขึ้นมาแววตาเริ่มเต็มไปด้วยความโกรธจางซวนนั้นไม่เคยเจอกับความชั่วร้ายของมนุษย์มากขนาดนี้มาก่อน อย่างมากเขาก็แค่เคยเจอกับพ่อค้าหน้าเืเท่านั้นไม่ถือว่าโเี้เลยเมื่อเทียบกับคนพวกนี้
คนพวกนี้ไม่เคยสนใจชีวิตของคนอื่นมองเห็นชีวิตเป็มดปลวกนอกจากตนเองแล้วทุกอย่างล้วนแต่ไร้ความหมายขอแค่ทำให้พวกเขามีความสุขก็พร้อมจะทำทุกอย่างไม่ว่าจะทำลายล้างหมู่บ้านหรือสังหารผู้บริสุทธิ์ไปมากแค่ไหนพวกเขาก็ไม่เคยมีความสำนักผิดอยู่ในใจ
“ฆ่ามัน”ทันใดนั้นเองจางซวนก็เหมือนกับได้ยินเสียงกระซิบบางอย่างในหัวทำให้ร่างของจางซวนสั่นสะท้าน
“อะไรกันตอนนี้เริ่มหวาดกลัวแล้วเหรอแต่สายไปแล้วฮ่า ฮ่า” ชายฉกรรจ์เดินเข้ามาหาจางซวนพร้อมกับยกยิ้มเย้ยหยัน
“จงฆ่ามันซะ”
“คนแบบพวกมันนั่นแหละที่ทำให้บิดามารดาของเ้าต้องตาย”
“เพราะมีคนแบบนี้อยู่เ้าถึงไม่อาจมีชีวิตที่สงบสุขได้หากไม่ฆ่าพวกมันเด็กๆทุกคนจะต้องถูกทรมานจนตาย”
เสียงกระซิบดังขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้แววตาของจางซวนมืดมนลงอยู่ๆภายในดวงตาของจางซวนก็มีจิตสังหารเกิดขึ้นมาใบหน้าที่เ็าราวกับน้ำแข็งมองไปยังชายฉกรรจ์ที่เดินเข้ามาทำให้อีกฝ่ายหยุดเท้าลงร่างสั่นสะท้าน
“นี่มัน”ชายฉกรรจ์ยังไม่ทันได้กล่าวจบร่างของจางซวนก็พุ่งเข้ามาฝ่ามือถูกใช้แทนใบมีดตัดไปที่คอหอยของอีกฝ่ายทันที
“อึก!!!!!!!!!!!”ชายฉกรรจ์ตื่นตระหนกเอามือมากุมคอของตนเองด้วยแววตาไม่อยากเชื่อโลหิตสาดกระจายเต็มพื้นก่อนจะล้มไปนอนชักกับพื้นแล้วสิ้นใจไป
“อาซวน”พวกติงอิงเบิกตากว้างพวกเขาไม่เคยเห็นจางซวนเป็แบบนี้มาก่อนจางซวนที่มักจะมีกลิ่นอายของเด็กซุกซนขี้เล่นและอบอุ่นอยู่เสมอแต่ตอนนี้กลิ่นอายของจางซวนกลับเย็นเยือกมีเต็มไปด้วยจิตสังหารราวกับคนละคน
“เ้ากล้าสังหารพี่น้องของพวกเราฆ่ามันซะ” ชายฉกรรจ์คนอื่นๆพากันพุ่งเข้าหาจางซวนทันที
จางซวนร่างเคลื่อนไหวออกไปหลบการโจมตีของศัตรูและสวนกลับอย่างแม่นยำทุกการโจมตีล้วนแต่เล็งจุดตายเอาไว้ทั้งหมดซึ่งนี่ไม่ใช่วิชาหมัดที่จางซวนฝึกฝนอย่างไม่ต้องสงสัยที่จริงแล้วจางซวนในตอนนี้ไม่ถือว่าได้สติด้วยซ้ำ
“เ้านี่มันอะไรกันทำไมอยู่ๆถึงเหมือนกับนักฆ่าเลยละ”
“อ๊ากกกกกกดวงตาของข้า ดวงตาของข้าถูกเ้านั่นควักออกไปแล้ว” เสียงกรีดร้องอย่างต่อเนื่องภาพนองเืทำให้พวกเด็กสาวสั่นกลัวและปิดตาอยู่ตลอดขนาดพวกติงอิงยังอึ้งไม่อาจทำสิ่งใดได้
“ฮึดูเหมือนหากข้าไม่มาพวกเ้าก็คงล้มเหลวสินะ” ทันใดนั้นเองก็มีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาโจมตีจางซวนที่กำลังสังหารชายฉกรรจ์หนึ่งหมัดของอีกฝ่ายทำให้จางซวนกระเด็นออกไปแล้วกระอักเื โลหิตของจางซวนหยุดลงที่แผ่นสีเหลี่ยมที่ห้อยอยู่ที่คออย่างช้าๆ
“หัวหน้า”พวกชายฉกรรจ์กลายเป็ดีใจอย่างยิ่งเมื่อเห็นหัวหน้าของตนมาเพราะหัวหน้าของพวกเขาคือขอบเขต3 ของผู้ฝึกยุทธ
“อาซวน”พวกคงซานใมองไปยังร่างของจางซวนที่สั่นเห็นได้ชัดว่าร่างกายได้รับาเ็หนักแม้แต่ยืนยังยากลำบาก
“ยังยืนได้งั้นเหรอน่าสนใจเสียดายที่เ้าอันตรายเกินไปเก็บเอาไว้ไม่ได้ไม่งั้นข้าคงรับเ้าเป็ลูกน้อยแล้ว”หัวหน้าชายฉกรรจ์มองจางซวนแล้วเกิดจิตสังหารออกมาทันทีร่างทะยานเข้าหาจางซวนหมายจะสังหาร
“พวกสารเลวโสโครกไม่ว่าข้าไปที่ใดก็ต้องได้เจอกับคนแบบพวกเ้าทุกที่เลยจริงๆ” ทันใดนั้นเองเสียงที่เ็าก็ดังขึ้นร่างหนึ่งกลายเป็ลำแสงมาถึงตรงหน้าจางซวนก่อนจะชี้นิ้วออกไป
“อะไรกัน”หัวหน้าชายฉกรรจ์ตื่นตระหนกรีบปล่อยหมัดเข้าปะทะกับอีกฝ่ายแต่ทันใดนั้นเองลำแสงก็พุ่งเข้าหาร่างของหัวหน้าชายฉกรรจ์จนร่างอีกฝ่ายถูกเปลวเพลิงแผดเผาทั้งเป็
“อ๊ากกกกที่แท้เ้าก็คือผู้ฝึกตนขั้นโอสถทอง” หัวหน้าชายฉกรรจ์กรีดร้องโหยหวนก่อนจะถูกแผดเผาจนตาย
“หัวหน้า”ชายฉกรรจ์คนอื่นๆพากันหวาดกลัว
“ในเมื่อรักกันมากก็ตามไปอยู่ด้วยกันให้หมด”ชายวัยกลางคนในชุดสีเขียวยื่นฝ่ามือลูกไฟหลายลูกก็พุ่งเข้าหาชายฉกรรจ์และแผดเผาร่างของอีกฝ่ายทั้งหมดทันที
“เซียน”พวกติงอิงเบิกตากว้างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็น
“ผิดแล้วเด็กน้อยข้าไม่ใช่เซียนข้าเป็แค่โอสถทองเล็กๆยังห่างจากคำว่าเซียนอย่างแท้จริง” ชายวัยกลางคนชุดเขียวกล่าวด้วยรอยยิ้ม