โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 162 ราชันอสูรฟ้า

    ในช่วงที่พักผ่อน ขจรได้เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ในความฝันขจร ได้พบกับแรงงานทาสกำลังก่อสร้างกำแพงวังเหมันต์ที่สูงตระหง่านเหมือนในทุกวันนี้ยาวหลายสิบกิโล เพื่อป้องกัน การเข้าโจมตีของภูติหิมะ โดยแบ่งเป็นคนงานก่อสร้างกลุ่มหนึ่งนับพันๆ คน และ คนคอยคุ้มกันป้องกันไม่ให้พวกภูตหิมะเข้ามาโจมตี

    แต่คนที่คอยควบคุมกับเป็นคนของวังเหมันต์ ซึ่งมีผู้นำคือ เทพีจันทราเหมันต์ ซึ่งไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นถึงเทพเจ้าที่ถูกส่งตัวมายังโลกมนุษย์เพื่อทำภารกิจ

    ในห้องโถงใหญ่ ของตำหนักเหมันต์เมื่อหลายพันปีก่อน

    มีขุนนาง กำลังถวายรายงานต่อ เทพีจันทราเหมันต์

    “ ขณะนี้กำแพงป้องกันภูติหิมะ ได้ล่าช้ากว่ากำหนดไปมาก ที่เราคาดการณ์เอาไว้ว่าจะเสร็จสิ้นภายใน สามเดือนนี้ คงต้องยืดเวลาออกไปอีก อย่างน้อย 1 ปี เพราะพายุหิมะนั้นตกหนักกว่าที่เป็น และยังมีภูตหิมะเข้ามาก่อกวน ทำให้แรงงานทาสเหล่านี้ไม่สามารถ ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง”

    “ เพิ่มแรงงานทาสเข้าไปอีกไม่ได้หรือไง” เทพีจันทราเหมันต์เอ่ยอย่างเฉยชา

    “ ตอนนี้แรงงานกว่าห้าพันคนนั้น ก็แทบจะเหยียบกันตายอยู่แล้ว เพิ่มอีก ก็ไม่ได้ทำให้การก่อสร้างกำแพงได้เร็วขึ้น มีอยู่สองทาง คือ ต้องพยายามลดแรงลมของพายุหิมะและ ขับไล่ภูตหิมะไม่ให้มารบกวนพวกแรงงานทาสเหล่านั้น”

    “ ท่านเจ้ากรมโยธา ท่านคิดว่า การลดแรงลมของพายุหิมะนั้นง่ายดายนักหรือไง นั่นคือสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมา ใครเล่าจะไปห้ามปรามได้ ส่วนขับไล่ภูตหิมะ ไม่ให้มารบกวน

    กำแพงยาวขนาดนั้น จะไปขับไล่พวกมันได้อย่างไร หากทำได้ พวกเราจะสร้างกำแพงป้องกันพวกมันทำไมเล่า”

    แม่ทัพชายแดนเอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย

    “ เอาล่ะ ข้าพอมีวิธีอยู่บ้าง” เทพีจันทราเหมันต์เอ่ยขึ้นมา ทุกคนถึงกับเงียบเสียงเพื่อรอฟังคำสั่งทันที

    “ หากว่าข้าทำให้พวกแรงงานทาสทั้งห้าพันคนนี้ มีพลังมากกว่าคนทั่วไป ถึง 3 เท่า ท่านคิดว่า จะเสร็จทันเวลาไหม”

    “ ก็อาจจะทัน  แต่หากพวกเขามีพลังเพิ่มขนาดนั้น คิดว่า พวกเขาคงไม่ยอมสร้างกำแพงใหญ่แน่ พวกเขาคงหันมาเล่นงานพวกเรา แล้วปลดปล่อยตัวเองจากการเป็นแรงงานทาสแน่ๆ”

    “ เรื่องนั้นไม่มีปัญหา ข้าจะร่ายคำสาปหมาป่าและ ลงตราประทับทาส พวกมันจะมีพลังหมาป่าแข็งแรงกว่ามนุษย์หลายเท่า พวกมันจะทำให้เราอย่างซื่อสัตย์ หากพวกมันคิดต่อสู้หรือหลบหนี ตราประทับทาสก็จะระเบิดหัวของมันจนตายไป พวกเจ้าไม่ต้องกลัว แต่มีข้อระวัง พอคืนพระจันทร์เต็มดวง ต้องให้พวกมันหลบอยู่ในถ้ำห้ามออกมา รับแสงพระจันทร์ ไม่เช่นนั้น พวกมันจะกลายร่างเป็นปีศาจหมาป่าตราประทับทาสก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ในเวลานั้น”

    นับตั้งแต่บัดนั้น แรงงานทาสถูกพลังคำสาปและตราประทับทาสเข้าไปในร่าง ทำให้มีพลังเพิ่มขึ้นในการก่อสร้างกำแพงใหญ่ แต่ทว่าคืนที่พระจันทร์เต็มดวง แรงงานทาสเหล่านี้ก็ถูกกักตัวเอาไว้ในถ้ำ ไม่ให้ถูกแสงจันทรา แต่วันหนึ่งก็มีคนหลบหนีไป สุดท้ายพอโดนแสงจันทราก็กลายเป็นมนุษย์หมาป่า เข้าโจมตีทำร้ายผู้คุม แต่ก็ถูกรุมสังหารจนตาย จนกระทั่งพวกมันได้สร้างกำแพงใหญ่จนเสร็จ

    มีผู้คนเหลือไม่ถึงสองพันคนที่รอดชีวิต เทพีจันทราเหมันต์  จึงใช้พลังจากตราประทับทาสสังหารแรงงานทาสที่เหลือ เพราะคำสาปหมาป่านั้น ไม่อาจถอนคำสาปได้ จึงต้องสังหารทิ้งเพื่อไม่ให้เป็นอันตราย ในอนาคต

    แต่ทว่า ในขณะที่ร่ายเวทย์ตราประทับทาศนั้น  กลับมีแรงงานทาส 1 คน ยังอายุไม่ถึง 15 ปี สามารถกลายร่างเป็นหมาป่าได้โดยที่ไม่ต้องรอสัมผัสกับแสงจันทร์  แล้วสังหารผู้คุมของวังเหมันต์ จนตายไปหลายคน  และพาลูกหลานที่ไม่โดนตราประทับทาสหลบหนีไป  แม้นว่า เทพีจันทราเหมันต์จะส่งคนไปไล่ล่าสังหาร แต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง และ คนที่กลายร่างเป็นหมาป่าได้โดยไม่ต้องกระทบแสงจันทร์คนแรก ก็คือ ราชันวังอสูรฟ้า ที่แพร่ขยายเผ่าพันธ์หมาป่าออกไปเป็นจำนวนมากกลายเป็นเผ่าอสูรฟ้า  โดยที่ตราประทับทาสไม่อาจทำอะไรเขาได้อีกเลย

    ขจรตื่นขึ้นมาก็ยังรู้สึกสงสัย ว่าทำไมเขาถึงได้ฝันเรื่องราวของ เผ่าอสูรฟ้าพวกนี้

    แต่แล้วก็ได้กลิ่นอาหาร พร้อมกับเสียงของแม่เดินเข้ามา

    “ ตื่นแล้วหรือลูก แม่ทำอาหารมาให้แล้ว รีบกินซะ กำลังร้อนเลย”

    “ โอ้โห ดูน่ากินทั้งนั้นเลย” ขจรไม่รอช้า กินอาหารที่แม่ทำมาให้อย่างเอร็ดอร่อย

    “ ไม่ใช่แม่ทำคนเดียว อี้หยานก็มาช่วยทำให้ด้วย”

    และแล้วธิดาเทพก็เดินถืออาหารอีกจานมาให้ขจรอีก 1 จาน

    “ นึกไม่ถึงธิดาเทพผู้สูงส่ง จะลดตัวมาทำอาหารให้กับ เซี่ยจงผู้ต่ำต้อยกิน นับเป็นวาสนาของข้ายิ่งนัก”

    “ ข้าก็แค่ ทำเพื่อตอบแทนที่เจ้าช่วยให้ข้าฝึกฝน จนผ่านพลังมหาเซียนได้แล้ว”

    “ โอ้ จริงๆ ด้วย”

    “ เอาละ รีบกินซะ แม่อยากให้ลูกไปช่วยต่อสู้กับ พวกวังอสูรฟ้าด้วย ”

    “ ได้ครับแม่ ลูกจะช่วยจัดการกับพวกมันเอง”

    หลังจากนั้นทั้งหมดก็มาที่ห้องศาสตราวุธ มีอาจารย์ที่สร้างอาวุธกำลังแนะนำ

    “ นี่คือ อาวุธที่ทำจากเงินบริสุทธ์ สามารถทำร้ายหมาป่าได้ ทุกคนเลือกเอาไปตามที่ถนัดเลย”

    ขจรมองอาวุธพวกนี้ทั้งหน้าไม้ ธนูกล ปืนไฟ ทุกอย่างล้วนทำด้วยเงินบริสุทธ์ทั้งนั้น  แต่ขจรไม่สนใจเลยไม่ได้หยิบมา

    “ ทำไมลูกไม่เลือกอาวุธไว้สักชิ้นล่ะ” เซี่ยหลานเห็นขจรไม่หยิบอาวุธเลยก็สงสัย

    “ ไม่ล่ะ ลูกไม่จำเป็นต้องใช้ของพวกนี้”

    แม่ถึงกับงง ก็เลยคิดว่า ขจรคงมีอาวุธที่ร้ายกาจกว่านี้อยู่กับตัว เลยไม่สนใจถามอีก

    ทั้งหมดมายืนดูบนกำแพงของสำนัก พบว่า มีกองทัพของวังอสูรฟ้า เคลื่อนขบวนมาปิดล้อม เอาไว้ จนเต็มพื้นที่ มองไปแล้วไม่ต่ำกว่า ห้าพันคน มีแม่ทัพใหญ่คุมกองกำลังทั้งหมดมา มีรองแม่ทัพอีก ห้าคน ซึ่งตอนนี้ทุกๆ คนยังคงอยู่ในสภาพมนุษย์ ยังไม่ได้แปลงกายเป็นมนุษย์หมาป่า

    “ เจ้าวังเหมันต์ ยอมมอบตัวธิดาเทพอี้หยานออกมาให้กับ ราชันของเรา แล้วกองทัพของวังอสูรฟ้า จะกลับไปแต่โดยดี  อย่าหวังว่า ทางราชินีหิมะมาช่วย เพราะเวลานี้ ราชันอสูรฟ้าของเรา ได้บุกยึด วังหิมะเอาไว้ในกำมือเรียบร้อยแล้ว

    พวกเจ้าคิดว่า จะอยู่แต่ในค่ายกลจันทราเหมันต์ไปได้นานสักเท่าไรกัน กองทัพวังอสูรฟ้าก็จะปักหลักอยู่ที่นี่ ไม่ไปไหน จะคอยพวกเจ้าออกมาหาอาหาร ไม่ว่าจะต้องรออีกกี่เดือนกี่ปีก็ตาม ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

    ตอนนี้ทหารของวังอสูรฟ้า ถึงกับเริ่มก่อสร้าง ที่พักแบบถาวร รอบๆ สำนักวังเหมันต์กันเลยทีเดียว

    “ นี่พวกมันคิดว่า สำนักวังเหมันต์หวาดกลัวพวกมันขนาดนั้นเลยหรือไง”

    ขจรอดสงสัยไม่ได้

    “ ราชันอสูรฟ้า ส่งแม่ทัพใหญ่ ฉีปาทุยมาล้อม สำนักของเราด้วยตัวเองเช่นนี้ คิดว่าพวกมันต้องทุ่มกำลังสุดตัว เพื่อแย่งชิง อี้หยานไปให้ได้” เซี่ยหลานเอ่ยออกมาเบาๆ

    “ หลังจากที่เราสำรวจโดยละเอียด ทิศใต้ มันไม่อาจวางกองกำลังไว้ได้มากมายนัก เพราะมันเป็นชายแดนติดกับดินแดนของป่าหิมะดำ เขตของภูตหิมะ พวกเราน่าจะตีฝ่าออกไปทางนั้น เพื่อออกไปหาเสบียง เพื่อจะนำกลับเข้ามาได้”

    ผู้พิทักษ์หวัง รายงานต่อหน้าทุกๆ คน

    “ ดี ถ้าเช่นนั้น รบกวนท่านผู้พิทักษ์ กับ ท่านหัวหน้าหอทั้งสี่ ช่วยพาคนของเราติดตามท่านผู้พิทักษ์ไปด้วย”

    ทุกคนกำลังจะขยับตัว ออกไป ขจรก็เอ่ยขึ้นมาว่า

    “ ทุกท่านโปรดรอก่อน ขอเวลาให้ข้าสัก ห้านาที”

    “ ลูกแม่ ลูกคิดจะทำอะไร?”

    “ ลูกขอไปเจรจากับ แม่ทัพใหญ่ฉีปาทุย อะไรนั่นสักหน่อยก่อน”

    ขจรเอ่ยจบก็ลอยตัวทะลุผ่าน ม่านป้องกัน แล้วไปปรากฏตัว ต่อหน้า แม่ทัพใหญ่ฉีปาทุยทันที

    “ เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นตัวแทนของ สำนักวังเหมันต์ มาเจรจาขอยอมแพ้แล้วใช่ไหม?”

    “ ไม่ใช่ ข้าไม่อยากจะเข่นฆ่าพวกเจ้า ข้าเลยมาบอกให้พวกเจ้ารีบไสหัวกลับไปวังอสูรฟ้าของพวกเจ้าซะ ข้าเห็นใจ ในชะตากรรมของพวกเจ้า ที่ถูกกระทำมาในอดีต ข้าไม่อยากซ้ำเติมพวกเจ้าอีก”

    “ เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไร ท่านแม่ทัพขอให้ข้าสั่งสอนมันเอง เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้  ไม่ต้องให้ข้าใช้พลังเทพหมาป่า ไม่เกินสิบขบวนท่า ข้าจะทุบหัวมันเพื่อให้พวกสำนักวังเหมันต์ดู ว่าคนที่กล้ากล่าววาจาไร้สาระ ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นไร”

    รองแม่ทัพที่ยืนอยู่ด้านข้าง ไม่พอใจที่ขจรมาพูดไร้สาระเช่นนี้ แม่ทัพเลยพยักหน้าอนุญาต

    “ เฮ้ อย่าดีกว่า ข้าขอเตือน ข้าไม่อยากทำร้ายใคร”

    ขจรยกมือพยายามห้ามปราม รองแม่ทัพวังอสูรฟ้า ที่ถือ ไม้กระบองหมาป่า เดินเข้ามา แล้วกระโดดลอยตัวใช้พลังมหาเซียนขั้นที่ 1  ฟาดเข้าใส่ขจรหมายทุบให้หัวแบะออกจากกัน

    ขจรเห็นเช่นนั้น ก็ได้แต่ส่ายหัว ยืนนิ่งๆ เอามือไพร่หลังแผ่พลังมหาเซียนขั้นที่ 8 ออกไปเบาๆ แต่พอกระทบกับ ร่างของรองแม่ทัพ กลับย่อยสลายกลายเป็นฝุ่นผงธุลีไปในทันที

    แม่ทัพใหญ่ฉีปาทุย ถึงกับอ้าปากค้าง เผลอก้าวเท้าถอยหลังไปในทันที

    “ นี่พลังระดับไหนกันนี่ ถึงได้ทำให้ร่างของคนกลายเป็นเถ้าธุลีได้ทันที อย่างนี้”

    รองแม่ทัพที่เหลือ 4 คน มองหน้ากันแล้วรีบเอ่ยว่า

    “ พวกเราต้องใช้พลังเทพหมาป่า ลงมือพร้อมกันแล้ว”

    “ ตกลง พวกเจ้าเข้าไปลุยก่อนเลย” แม่ทัพยังคงนิ่งเฉยรอดูผลของรองแม่ทัพทั้งสี่ ที่ตอนนี้ เสื้อผ้าขาดกระจุย ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็น มนุษย์หมาป่าตัวใหญ่  อ้าปากเห็นคมเขี้ยวน่าหวาดกลัว พร้อมกับ กรงเล็บที่มือ กระโจนเข้าใส่ขจรที่ยืนอยู่เพียงคนเดียว

    ขจรได้แต่ส่ายหน้า ทั้งสี่คนพอกระโจนเข้ามา ร่างกายก็พลันสลายเป็นขี้เถ้า ถูกพลังป้องกันระดับมหาเซียน ขั้นที่ 8 กระแทกออกไปเท่านั้น

    “ คิดจะสู้อีกหรือ ท่านแม่ทัพ”

    แม่ทัพใหญ่ เห็นเช่นนี้ก็ถึงกับหน้าซีด เหล่าทหารที่เหลือ ต่างเห็นภาพนี้ก็ถอยหลังกันไปหลายก้าว ไม่กล้าเดินหน้าเข้ามา

    ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงลอยมาจากฟากฟ้า มีราชรถที่ทำจากน้ำแข็ง มีกวางสีขาวแปดตัว ลากราชรถมาอยู่ต่อหน้า ของขจร บนราชรถ มีชายหนุ่มวัยสามสิบปีกำลังกอดร่างของราชินีหิมะอยู่ในอ้อมอก แล้วทั้งสองก็ค่อยๆ เดินลงมาจากรถ ดูแล้วเหมือนคู่รักกันมิปาน

    “ ใช่มันหรือไม่ ที่น้องหญิง บอกว่ามันคือราชันหลิงเทียนกลับชาติมาเกิด แล้วทำไมมันมาอยู่ที่นี่ได้”

    “ มันไม่ใช่ราชันหลิงเทียน เพราะราชันหลิงเทียนตอนนี้อยู่ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มันเพื่อสังหาร ราชันหิมะไปเมื่อวานซืนนี้เอง แต่ฝีมือมันร้ายกาจไม่เบา ท่านพี่ได้โปรดระวังตัวด้วย”

    “ มันจะเป็นใครก็ช่าง ข้าจะช่วยสังหารมัน ที่กล้าลบหลู่ของน้องหญิงกับลูกๆ”

    ขจรฟังทั้งสองพูดกัน ก็ รู้สึกมึนงงอย่างยิ่ง ท่านพี่ น้องหญิง พวกมันมีความสัมพันธ์แบบไหนกัน

    “ เฮ้ เดี๋ยวก่อน พระสวามีเจ้าเพิ่งตาย กลับไปเรียก ผู้อื่นว่า ท่านพี่ พวกเจ้าสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไรนี่?”

    “ นี่คือพระสวามีคนใหม่ของข้า ราชันอสูรฟ้า ม่งซาน เราทั้งสองเพิ่งเข้าพิธีวิวาห์ไปเมื่อวานนี้”  ราชันอสูรฟ้า พอใจราชินีหิมะมาก ถึงกับดึงเข้ามาแนบอก แล้วจูบปากโชว์ให้ทุกคนเห็นอีก ขจรรู้สึกอายแทนสองคนนี้จริงๆ

    “ พวกเจ้าจะกลายเป็นผัว เป็น เมียกัน ข้าไม่อยากสนใจแล้ว แต่อย่ามายุ่งเกี่ยวกับ สำนักวังเหมันต์ของข้าจะดีกว่า  ต่างแยกย้ายกันอยู่ อย่าได้ข้องเกี่ยวกันอีก”

    “ เฮอะ เด็กน้อยอย่างเจ้า จะไปรู้อะไร ความแค้นของข้าที่สะสมมาเป็นพันปี วันนี้ถึงเวลาชำระล้างแล้ว เจ้าจะเป็นคนแรก”

    ราชันอสูรฟ้า ตอนนี้มีพลังขั้นมหาเซียนขั้นที่ 4 รู้สึกมั่นใจตัวเองมาก ไม่ได้คิดเลยว่า คนที่อยู่ตรงหน้านั้นมีพลังมหาเซียนเหนือกว่ามันถึง 4 ขั้น

    “ ท่านพี่ ให้น้องหญิงจัดการกับมันเอง คราวก่อนมันทำให้น้องหญิงอับอายต่อหน้าผู้คนยิ่งนัก”

    ราชินีน้ำแข็งบัดนี้ ได้ยาดี ทำให้มีพลังขั้นมหาเซียนขั้นที่ 3 แล้ว เลยมั่นใจว่าจะจัดการกับขจรได้ ราชันอสูรฟ้า ก็ให้โอกาสเต็มที่ เพราะคิดว่า ขจรคงสู้ไม่ได้แน่

    “ พลังไอเย็นเยือกแข็งสุดขั้ว” 

    มีไอเย็นพุ่งออกมาจากฝ่ามือราชินีหิมะ แหวกอากาศออกมากลายเป็น  ธารน้ำแข็ง กระจายตัวเข้ารอบตัวของขจรที่ตอนนี้แผ่นดินรอบ ๆเริ่มกลายเป็นน้ำแข็ง แต่ว่าขจรยังคงนิ่งเฉยไม่ได้ทำอะไรเลย !.....

    คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน