“แม่คะ พ่อไปไหนเหรอ” หลังจากอาหารเช้า สองแม่ลูกก็กลับมาที่ห้องของตน คนอื่นๆ ก็แยกย้ายเตรียมตัวไปทำงาน
มีเพียงย่าจางและแม่ที่อยู่บ้าน แม่นั้นลาคลอดจึงไม่ต้องไปทำงาน แต่ถึงอย่างนั้น ก็ใช่ว่าจะได้อยู่บ้านอย่างสบายๆ ภาระงานบ้านทั้งหลาย แม่ต้องช่วยทำ แม้ว่าจะมีแม่บ้านคอยดูแลอยู่แล้ว แต่ย่าจางมักจะชอบใช้ให้แม่ทำนู่น ทำนี่ตลอด อย่างเมื่อเช้าที่มาปลุกแต่เช้าเพื่อทำอาหาร หรือ แม้แต่ยกอาหารไปเสิร์ฟ ทั้งๆ ที่ให้แม่บ้านทำก็ได้แท้ๆ
“คุณพ่อออกไปทำงานั้แ่เช้ามืดจ้ะ เดี๋ยวตอนเย็นก็กลับมาแล้ว หนูคิดถึงคุณพ่อเหรอจ้ะ”
จางอี้หนิงพยักหน้าหงึกหงัก เธออยากเจอคุณพ่อเหมือนกัน ถึงแม้ตอนแรกที่พ่อกับแม่จะหย่ากัน เธอจะโกรธพ่อมาก เพราะคิดว่าพ่อทิ้งพวกเธอแม่ลูก เธอเพิ่งมารู้ทีหลังว่าพ่อส่งเงินมาช่วยแม่ทุกเดือน รวมถึงเงินทุนที่แม่ใช้เปิดร้านขายเสื้อผ้า พ่อก็ช่วยออกให้ ทำให้หลังจากออกจากบ้านจางแม่และเธอไม่ลำบากมากนัก
“พ่อไม่ได้กินข้าว พ่อไม่หิวเหรอคะ”
“เดี๋ยวตอนกลางวัน แม่จะเอาข้าวไปให้คุณพ่อจ้ะ หนูอยากไปด้วยไหม”
“ไปๆ หนูไปด้วยค่ะ” จางอี้หนิงยิ้มอย่างดีใจ เธอมีแผนในใจอยู่ ถ้าไม่ได้ไปที่โรงงานก็เริ่มแผนไม่ได้สิ
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ฮัวเหลียนฮวาจึงเดินไปที่ประตู
“คุณนายใหญ่เรียกคุณลงไปพบค่ะ”
คนที่รออยู่หน้าประตูคือ น้าเย่ แม่บ้านนั่นเอง
ใช่ จริงๆ แล้ว บ้านจางมีแม่บ้านอยู่หนึ่งคน ที่ทำงานกับครอบครัวจางมาได้หลายปีแล้ว มีหน้าที่ทำอาหาร ทำความสะอาดและดูแลบ้าน รวมถึงช่วยดูแลเด็กๆ ในบ้านตอนที่ผู้ใหญ่ออกไปทำงานข้างนอก
ปกติแม่บ้านเย่เริ่มเข้ามาทำงานแต่เช้ามืด ทั้งจ่ายตลาดและทำอาหารทุกมื้อ แต่ั้แ่แม่แต่งเข้ามา ย่าก็ให้แม่บ้านเย่เพียงแค่จ่ายตลาดแล้วเข้ามาทำงานหลังอาหารมื้อเช้า และยกหน้าที่ทำมื้อเช้าให้ลูกสะใภ้ชังแทน นอกจากนั้นแม้หลังจากแม่เลิกงานกลับมาบ้าน ก็ยังสรรหาเรียกใช้งานนู่นนี่อยู่เสมอ เรียกว่า แม่เธอเหมือนเบ๊สารพัดประโยชน์นั่นแหละ
ฉะนั้นพอจางอี้หนิงได้ยินที่ป้าเย่พูด จึงลอบกลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่าย ย่าจางหาเื่ใช้งานแม่เธออีกแล้วแน่ๆ
“ขอบคุณนะน้าเย่ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ น้าเย่คะ ฉันฝากดูอี้หนิงสักครู่นะคะ”
“เชิญเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยดูคุณหนูอี้หนิงให้” น้าเย่ยิ้มให้ เธอรู้สึกสงสารสะใภ้รองมาก ขนาดท้องแก่ยังโดนเรียกใช้งานไม่หยุด เฮ้อ…
“อยู่กับป้าเย่ เป็เด็กดีนะจ้ะอี้หนิง” ฮัวเหลียนฮวาลูบหัวทุยของลูกสาวอย่างอ่อนโยน เห็นลูกสาวยิ้มหวานพยักหน้าเบาๆ ก็รู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นสำหรับการเผชิญหน้ากับแม่สามี แล้วจึงผละจากไป
แม่บ้านเย่มองสะใภ้รองเดินหายจนลับสายตา ด้วยแววตาทั้งสงสารและเห็นใจ แต่แล้วก็รู้สึกถึงแรงกระตุกเบาๆ ที่ขากางเกง จึงก้มลงไปมอง ก็สบประสานเข้ากับดวงตากลมโตสดใส เปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด
เด็กหญิงตัวน้อยยิ้มแฉ่งจนเห็นฟันครบ 20 ซี่ ยิ่งทำให้แก้มกลมแดงระเรื่อสองข้างดูกลมเป่งราวกับซาลาเปา ทั้งฟูทั้งนุ่มน่ากัดมาก ทำเอาใจแทบละลายเลยทีเดียว
“ป้าเย่ขา…”
“ว่าไงคะ คุณหนูตัวน้อยของป้า” แม่บ้านเย่ ย่อตัวลงไปหาเด็กหญิงแล้วส่งยิ้มให้อย่างเอ็นดู บางทีเธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนบ้านจางถึงไม่ค่อยชอบเด็กคนนี้ ทั้งๆ ที่น่ารักขนาดนี้ ถ้าเป็ลูกเป็หลาน เธอคงจะจับมากอด มาฟัดทุกวัน
“อยากไปที่ครัว” เด็กหญิงตัวน้อยส่งเสียงออดอ้อน พร้อมกับชูมือเป็สัญญาณให้เธออุ้ม แม่บ้านเย่จึงรวบตัวเด็กน้อยขึ้นอุ้มก่อนจะถามด้วยความเอ็นดู
“เมื่อเช้ายังทานไม่อิ่มเหรอคะ ไปค่ะ เดี๋ยวป้าจะหาอะไรให้ทาน”
แล้วแม่บ้านเย่ก็พาคุณหนูน้อยของเธอออกไปจากห้อง โดยที่เธอไม่ได้เห็นแววตาพราวระยับ ที่ดูออกจะเ้าเล่ห์เกินเด็กทั่วไป
แผนการพิชิตขาทองคำของอี้หนิงเริ่มต้นแล้ว…
จะพิชิตใจใคร ต้องคว้ากระเพาะเขาให้ได้ก่อน
แม้ว่าคำกล่าวนี้มักใช้สำหรับคู่รัก แต่เธออยากให้ปู่รัก ก็คงใช้ได้เหมือนกันล่ะน่า
ในห้องครัวกว้าง อุปกรณ์ครัวมีอย่างครบครันเกินกว่าที่จางอี้หนิงคาดคิดไว้ ในชาติที่แล้ว ความทรงจำในบ้านจางไม่ค่อยดีนัก เธอจึงลืมเลือนไปเกือบหมดแล้ว ตอนนี้กลับมาเห็นอีกครั้ง ก็อยากจะสำรวจให้ละเอียดขึ้นสักนิด
แม้จะรู้ว่าบ้านจางมีฐานะพอสมควร แต่นี่เพิ่งปลายยุค 70 ประชาชนส่วนใหญ่ค่อนข้างยากจน อีกทั้งข้าวของเครื่องใช้ก็ไม่ค่อยดีมากนัก สินค้าดีๆ ส่วนใหญ่จะเป็สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ แต่จากอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวที่เธอเห็นขณะนี้ ทำให้รู้ว่าครอบครัวฝั่งพ่อของเธอไม่ธรรมดาทีเดียว
“คุณหนูอยากทานอะไรคะ เดี๋ยวป้าจะทำให้” แม่บ้านเย่อุ้มจางอี้หนิงเดินไปที่โต๊ะอาหารในครัว และตั้งใจจะพาเธอไปนั่งรอที่นั่น แต่เด็กน้อยดิ้นเพื่อจะลงยืนเอง แม่บ้านเย่จึงค่อยๆ ปล่อยเธอลงยืนกับพื้น
“หนูอยากทำขนมค่ะ” จางอี้หนิงเงยหน้าพูดเสียงสดใส
“หืม อยากกินขนมเหรอคะ อยากกินอะไรดีคะ”
“ไม่ใช่ๆ อี้หนิงอยากทำขนมค่ะ” เสียงเล็กๆ นั้น พยายามพูดช้าๆ ให้ชัดเจนขึ้น เอาจริงๆ นะ แอบขนลุกกับเสียงตัวเองตอนนี้จริงๆ แบ๊วเกิ้นนน แต่เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต ก็ต้องทำตัวเป็เด็กสมวัยล่ะนะ
“หืม…อะไรนะคะ คุณหนูอยากทำขนมเหรอคะ” ป้าเย่ใแบบจริงจัง คุณหนูตัวน้อยที่ยังไม่เข้าโรงเรียนด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่จะทำขนมเลย แค่ชื่อขนมที่เคยกิน จะรู้จักหรือเปล่า
“ใช่ค่ะ เดี๋ยวกลางวันแม่จะพาไปหาพ่อ อี้หนิงจะทำขนมไปฝากคุณพ่อ กับคุณปู่” เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงัก พร้อมพูดด้วยท่าทางจริงจัง
“อ่า…ป้าเข้าใจแล้ว ได้ค่ะ เดี๋ยวป้าช่วยแล้วกันนะคะ” ป้าเย่เริ่มเข้าใจความคิดของคุณหนูตัวน้อยแล้ว คงอยากหาของไปให้พ่อนั่นเอง แต่ก็รู้สึกประหลาดใจนิดๆ ที่คิดจะเอาไปฝากนายใหญ่ด้วย ปกติหลานๆ จะกลัวนายใหญ่ ไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้ หรือพูดคุยด้วย ไม่เว้นแม้แต่คุณหนูอี้หนิง ที่เมื่อก่อนเห็นคุณปู่ตัวเอง ยังวิ่งไปหลบหลังแม่เลย แต่ทำไมวันนี้มาแปลก คิดจะทำขนมไปให้ด้วย แต่แล้วเธอก็สลัดความรู้สึกแปลกๆ นั้นไป แล้วช่วยทำตามความ้าของเด็กน้อย
ตอนแรกเธอคิดว่า จะให้คุณหนูลองทำเล่นนิดๆ หน่อยๆ เพราะคิดว่าเด็กหญิงตัวน้อยคงอยากจะเล่น แล้วที่เหลือเธอคงต้องเป็คนทำเอง แม้ว่าจะแอบเสียดายวัตถุดิบก็เถอะ
แต่พอได้ยินส่วนผสม และอุปกรณ์ที่เ้าตัวเล็ก้า เธอก็อึ้ง และอึ้งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นมือเล็กๆ หยิบจับวัตถุดิบ มาเริ่มทำอย่างคล่องแคล่วราวกับเคยชินกับการทำเช่นนี้อยู่แล้ว
จริงๆ แล้วจางอี้หนิงไม่ได้เก่งงานครัวเท่าไหร่ แต่เธอชอบกินขนมมาก เลยลงเรียนคลาสเบเกอรี่ที่สถาบันชื่อดัง และฝึกหัดด้วยตัวเองจนเชี่ยวชาญพอสมควร แต่ตอนนี้เธอรู้ตัวว่า ด้วยขนาดตัวและเรี่ยวแรงของเธอเป็เพียงแค่เด็กเท่านั้น เลยเลือกขนมทำง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก และใช้วัตถุดิบไม่กี่อย่างเท่านั้น แม่บ้านเย่ช่วยนำเก้าอี้เพื่อให้เธอปีนขึ้นไปทำบนเคาเตอร์ครัวได้ถนัดขึ้น
วัตถุดิบที่เธอขอให้แม่บ้านเย่เตรียมคือ แป้งข้าวเหนียว น้ำตาลป่นละเอียด (จริงๆ ้าน้ำตาลไอซิ่งแต่ตอนนี้ไม่มี เลยใช้น้ำตาลป่นละเอียดแทน) ถั่วเขียวผ่าซีก เกลือ และอย่างสุดท้ายคือ กะทิ ดีว่าในยุคนี้กะทิไม่ได้หายาก และมีติดบ้านอยู่พอดีเลย หลังจากได้ทุกอย่างครบ จางอี้หนิงก็เริ่มลงมือ
โดยนำถั่วเขียวผ่าซีกไปแช่ในน้ำร้อนเตรียมไว้ จากนั้นก็นำแป้งข้าวเหนียวไปคั่วให้แห้งสุกด้วยไฟอ่อน แล้วค่อยผสมน้ำตาลป่น และเทน้ำร้อนลงไป คลุกให้เข้ากัน ก่อนจะปิดไฟ แล้วนำไปร่อนเพื่อให้ตัวแป้งละเอียดยิ่งขึ้น ก่อนจะพักไว้ แล้วไปจัดการกวนถั่ว โดยนำถั่วเขียวที่แช่น้ำแล้วมาบดให้ละเอียด (ขั้นตอนนี้ให้แม่บ้านเย่ช่วยทำให้ เพราะเธอแรงน้อยเกินไป) เมื่อบดถั่วจนละเอียดแล้ว ก็นำไปใส่กระทะ แล้วตามด้วยน้ำตาล เกลือ และกะทิ กวนทุกอย่างให้เข้ากัน ด้วยไฟอ่อนจนเริ่มงวด และร่อนจากกระทะ จากนั้นจึงพักให้เย็น
เมื่อพักส่วนผสมสองอย่างจนหายร้อนแล้ว ก็นำมาประกอบกัน แต่เพราะตอนนี้ไม่มีแม่พิมพ์ จางอี้หนิงจึงประยุกต์โดยการปั้นถั่วกวนเป็ก้อนกลมๆ แล้วนำไปคลุกกับแป้ง แล้วค่อยกำให้แน่น ก่อนจะนำไปคลุกอีก ทำอย่างนี้ซ้ำสองรอบเพื่อให้ตัวแป้งเกาะกันแน่นขึ้น ก็ได้เป็ขนมโก๋ สไตล์อี้หนิงเรียบร้อย
“คุณหนูเก่งมากเลยค่ะ คุณหนูไปหัดทำมาจากไหนคะเนี่ย” แม่บ้านเย่รู้สึกทึ่งมากๆ แม้ว่าขนมโก๋จะทำไม่ได้ยากมาก และหลายขั้นตอนเธอช่วยทำด้วย แต่ด้วยวัยเท่านี้ สามารถทำได้ขนาดนี้ถือว่าเก่งมากๆ ขนมที่คุณหนูปั้นออกมา ก็กลมเท่ากันหมด วางเรียงไว้อย่างสวยงาม หากไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง ไม่มีทางเชื่อแน่ๆ
“เคยเห็นแม่ทำค่ะ เลยจำได้” จางอี้หนิงยิ้มแล้วตอบตาใส เธอไม่ได้โกหกนะ เธอเคยเห็นแม่ทำจริงๆ เพียงแต่สูตรที่ทำตอนนี้ไม่ใช่สูตรเดียวกับของแม่ แต่มาจากการดัดแปลงสูตร ลองผิดลองถูก ทั้งขั้นตอนการทำ และสัดส่วนวัตถุดิบ จนได้รสอย่างที่ชอบ
แม่บ้านเย่ชมเธอยกใหญ่ ก่อนจะช่วยนำขนมโก๋ใส่กล่องไว้สองกล่อง ที่เหลือจางอี้หนิงแบ่งให้แม่บ้านเย่ อีกส่วนเก็บไว้ให้แม่
เอาล่ะ ของก็พร้อมแล้ว เธอรู้ว่าคุณปู่ชอบดื่มชา ฉะนั้นขนมที่เหมาะกับการกินคู่กับชา คงจะทำให้คุณปู่ประทับใจแน่ๆ เธอยกหมัดเล็กๆ ขึ้นอย่างหมายมั่น
………………………..
ไรท์: น้องอี้หนิงมุ่งมั่นมาก เอาใจช่วยให้คุณปู่ชอบน้องเร็วๆ นะ ^^
**วันนี้ไรท์แถมตอนให้ ได้กำลังใจดีจากรี้ดที่น่ารักทุกคน (' v ') /
ปล. ไรท์แต่งเื่นี้ ให้ดำเนินเื่แบบค่อยเป็ค่อยไป ่ต้นเื่จะเป็การบอกเล่าเื่ราวชีวิตครอบครัวของนางเอก และโยงเข้าสู่ปมปัญหาต่างๆ อาจจะช้าไม่ถูกใจนักอ่านบางท่าน ต้องขออภัยด้วยนะคะ อดทนกับไรท์อีกนิด เื่นี้เป็เื่ที่สองของไรท์ จะพยายามพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้นค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกการเก็บเข้าชั้น comment และหัวใจนะคะ #ไหว้ย่อ