Jong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน

    ยกระดับ

    ยกระดับ


                    หลังจากวันนั้น ทุกคนในหอพักหญิงก็รู้จักเด็กสาวสุดน่ารักที่ชื่อว่าจงหลิง ผู้ที่ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศในการประลองงานรับนักเรียนใหม่ แม้จะงดงามและน่ารักเพียงใด แต่ก็มีเสียงซุบซิบกันว่าหล่อนมีพฤติกรรมสุดประหลาดที่เป็นเด็กผู้หญิงแต่กลับไม่ชอบอาบน้ำ แถมยังไม่ค่อยกล้าสบตากับเหล่าสาว ๆ ในหอพักที่มักจะชอบนุ่งน้อยห่มน้อยเวลาอยู่ในหอ เวลาส่วนใหญ่ที่ไม่มีเรียนก็มักจะเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง นานเข้าทุกคนจึงเลิกสนใจในตัวจงหลิง


     


                    "แกแน่ใจนะ"จงลั่วมองดูกระจกทองแดงในมือ ใบหน้าซีดขาวที่ปรากฏอยู่ภายในกระจก แม้จะมองเห็นได้ไม่ชัดนัก เพราะตัวกระจกที่เก่าและมีฝ้าเคลือบติดผิวกระจกเอาไว้ แต่ก็พอจะมองออกเป็นชายแก่ที่แต่งตัวด้วยชุดสีดำ


                    "เจ้าหนูข้าแน่ใจสิ แม้ข้าจะออกไปจากกระจกบ้านี่ไม่ได้ แต่ครั้งหนึ่งข้าเคย...ข้าเคย...ข้าลืมไปแล้ว"


     


                    "อืม...เจ้านี่แม้มันจะเพี้ยน ๆ แต่ก็มีพลังบางอย่างที่ไม่อาจมองข้ามได้ เจ้านี่แค่ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเราเป็นอสูรที่ใส่ชุดมายา แสดงว่าวิญญาณที่อยู่ในกระจกต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ ท่าทางเราจะได้ของดีมาใช้แล้ว"


     


                    "ดี งั้นขอถามเรื่องบทกวีแห่งรัตติกาลหน่อยสิ"


     


                    "ข้าว่าข้าง่วงแล้วละ ไปก่อนนะ"พูดจบภาพในกระจกก็หายไป ทำเอาจงลั่วหัวเสีย


     


                    "เฮ้ย เดี๋ยวก่อน...ไอ้บ้าเอ๊ย" สามสัปดาห์ผ่านไปแล้วนับตั้งแต่จงลั่วได้กระจกมา เขาพบว่าเจ้ากระจกนี่มีวิญญาณบางสิ่งผนึกอยู่ และที่สำคัญมันมีความรู้อย่างที่หมวกจากกองสมบัติบอกไว้จริง ๆ เพียงแต่มันมักจะพูดอะไรตามที่มันอยากจะพูด แถมตอบก็ไม่ค่อยตรงคำถาม และมักจะตื่นขึ้นมาพูดตอนกลางคืนเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสร้างความรำคาญให้จงลั่วอย่างมาก


     


                    หนึ่งเดือนผ่านไปจงลั่วได้รับก้อนหินเวทจำนวนห้าก้อนเพื่อใช้แลกสิ่งของที่ร้านเวทมนต์ แต่ตอนนี้เขายังไม่รีบร้อนที่จะแลกเปลี่ยนมันเป็นสิ่งของ เพราะตอนนี้เขารู้แล้วว่าจะทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นได้ยังไง จงลั่วไปที่กระดานภารกิจของโรงเรียน เขามองดูภารกิจความก้าวหน้าในการเรียน ซึ่งเป็นภารกิจพื้นฐานที่นักเรียนส่วนใหญ่ทำ เพื่อให้ได้รับหินเวทมนต์เพิ่มเติม จงลั่วใช้ฝ่ามือตัวเองประทับลงไปบนแท่น ภารกิจความก้าวหน้าที่ขึ้นมาของเขาคือการยกระดับพลังไปเป็น นักเรียนฝึกหัดจะได้รับหินเวทห้าสิบก้อน และภารกิจเรียนเวทมนต์ต่าง ๆ สำเร็จจะได้ตามจำนวนเวทที่เรียน โดยแบ่งตามระดับความยากซึ่งเวทขั้นต่ำสุด จะให้หินเวทตอบแทนผู้ทำได้ห้าก้อนต่อหนึ่งเวทที่ทำได้อย่างสมบูรณ์ แน่นอนว่าจงลั่วไม่จำเป็นต้องเรียนรู้มันได้จริง ๆ แบบเดียวกับที่นักเรียนคนอื่น ๆ ทำ เพราะตั้งแต่วันที่สองที่เขาเข้ามา จงลั่วก็ค้นพบว่าตัวเองเจอขุมทรัพย์เข้าแล้ว จงลั่วรีบจดภารกิจที่เขาสนใจ ก่อนจะรีบกลับไปยังห้องพักของตัวเอง




                    จงลั่วหยิบหนังสือเล่มหนึ่งที่เขาทำการคัดลอกบันทึกมาเก็บไว้ ที่หน้าปกมีชื่อผู้เขียนซึ่งเขาจำได้ดี


     


                    "ตำราว่าด้วยสัตว์อสูร ผู้เขียน...เอเรียล ดี เกสโต"


     


                    ตอลดหนึ่งเดือนที่อยู่ที่โรงเรียนอวาเรส เขาไม่ได้สนใจจะเรียนรู้วิธีการใช้เวท หรือศาสตร์อะไรก็ตามที่สอนที่นี่เลยแม้แต่น้อย เพราะเขารู้แล้วว่ามันไม่มีความจำเป็นสำหรับเขา...เขาไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นอสูร และที่สำคัญหากข้อมูลในตำรานี้ถูกต้อง เขาไม่ใช่อสูรธรรมดา แม้ตอนนี้เขาจะดูธรรมดา และอ่อนแอมากก็ตาม แต่นั่นมันก็แค่ในตอนนี้เท่านั้น


     


                    จงลั่วรู้แล้วว่าเขาไม่สามารถเรียนรู้พลังของมนุษย์ได้ เพราะมนุษย์ใช้การเพาะบ่มเมล็ดพันธุ์เพื่อหยิบยืม เป็นผู้เชื่อมต่อ หรือกระทั่งครอบครองพลังของธาตุต่าง ๆ ผ่านการฝึกฝนทางจิตวิญญาณ แต่สำหรับอสูรนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากธาตุธรรมชาติโดยตรง ทำให้อสูรมีธาตุติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด และสามารถใช้พลังนั้นได้โดยตรง แต่พลังของอสูรนั้นจะขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของธาตุในตัว ซึ่งต่างกับมนุษย์ที่อาศัยการดูดซับและหยิบยืมจากภายนอก และสิ่งที่ทำให้จงลั่วมั่นใจว่าเขาคือเผ่าพันธุ์ของอสูรระดับสูงก็เพราะอสูรที่สร้างจากธาตุที่มากกว่าสองธาตุจะถือเป็นอสูรที่พิเศษกว่าอสูรทั่วไป และยิ่งจำนวนธาตุที่มากขึ้นก็ยิ่งหมายถึงความพิเศษของอสูรตนนั้น ๆ แน่นอนจงลั่วเป็นอสูรที่เกิดจากธษตุทั้งเจ็ด แถมเขายังมีความสามารถเสริมความแข็งแกร่งธาตุได้โดยการดูดกลืนผลึกอสูรตัวอื่น ๆ อีกหนทางแห่งความแข็งแกร่งของเขาจึงนับว่าแทบจะไร้ที่ติเลยทีเดียว


     


                    แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น เขาจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนการยกระดับตัวเองเสียก่อน เพราะไม่เช่นนั้น ต่อให้เขาดูดกลืนพลังของผลึกอสูรอื่น ๆ มากเท่าไหร่ก็ตาม ค่าพลังของเขาก็ยังคงต่ำเตี้ยติดดินเช่นเดิม เพราะตอนนี้เขาเป็นเพียงสัตว์อสูรชั้นต่ำ คลาสที่ถือว่าอ่อนแอที่สุดในกาจัดลำดับของอสูร ซึ่งรายละเอียดในหนังสือเขียนไว้ว่า อสูรนั้นเริ่มจากอสูรชั้นต่ำ ก่อนจะพัฒนาเป็น อสูรทั่วไป อสูรระดับกลาง อสูรระดับสูง ...และในตำราบันทึกไว้สูงสุดที่อสูรมายา แต่ผู้เขียนระบุไว้ชัดว่าน่าจะมีอสูรที่ระดับสูงกว่าที่เขาเคยพบอีกในดินแดนแห่งความรกร้าง ซึ่งจงลั่วไม่ได้สนใจนัก เพราะเป็นเรื่องในอนาคตอีกยาวไกล


     


                    หนังสือยังระบุไว้อีกว่าอสูร สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้โดยการที่พวกมันเข่นฆ่ากันเอง ซึ่งก็คงเหมือนกับการเก็บเลเวลของจงลั่วนั่นเอง แต่น่าเสียดายที่หนังสือไม่ได้ระบุว่าอสูรนั้นสามารถเลื่อนระดับชั้นของตัวเองได้ ดังนั้นมันจึงไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการช่วยจงลั่วเลื่อนขั้นอสูร


     


                    จงลั่วไม่ได้สนใจรายละเอียดที่เคยอ่านไปแล้ว ตอนนี้เขาพลิกไปที่หน้าสุดท้ายของเล่ม และเริ่มดูรายชื่ออสูรชั้นต่ำในธาตุที่ต้องการ ซึ่งได้แก่ธาตุน้ำ ธาตุไม้ และธาตุดิน จงลั่วเปิดหาจนพบรายชื่ออสูรชั้นต่ำที่ต้องการ




                    "ปลาบิน  ธาตุน้ำ สกิลเด่น บอลน้ำ"


                    "ด้วงดิน ธาตุดิน สกิลเด่น กำแพงดิน"


                    "ตั๊กแตนนักล่า ธาตุไม้ สกิลเด่น เยียวยา" มีเพียงธาตุแสงเท่านั้นที่ไม่มีมอนสเตอร์ในระดับอสูรชั้นต่ำ




                    รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจงลั่ว เขาจดชื่อมันทั้งสามลงไปในกระดาษ และเดินตรงไปที่ร้านแลกสมบัติของโรงเรียน หรือที่นักเรียนส่วนใหญ่ตั้งชื่อว่า คลังสมบัติของคิมเบอร์ ตามชื่อคุณคิมเบอร์ผู้ดูแล


    คล้ายกับเรื่องJong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน ที่คุณอ่าน