“【แสงเอ๋ยจงมาเพิ่มความสว่างสักเล็กน้อย ไลท์】”
พวกผมเดินลงบันไดหินไปโดยพึ่งพาแสงสว่างที่ลินเซ่สร้างขึ้นมาบนอากาศเดินหน้าไปยังชั้นใต้ดิน
พวกผมกำลังเดินลงไปในชั้นใต้ดินเรื่อยๆ โดยไม่รู้จะไปสุดที่ตรงไหน ด้วยบันไดที่วาดเป็รูปวงก้นหอยที่ไม่ลาดชันมากนักระหว่างที่กำลังเดินอยู่ ความไม่สบายใจบ้า ๆ ประมาณว่า เหมือนกำลังไปเรื่อย ๆจนถึงนรกเลย ก็ผุดขึ้นมา
เบื้องหน้าหลังลงบันไดยาวมาถึงขั้นสุดท้ายทางเดินทำจากหินกว้างขวางก็ปรากฏขึ้นมา
ทางข้างหน้าที่ยืดตรงออกมาถูกปกคลุมด้วยความมืดจนมองอะไรไม่เห็นเลย ประกอบกับความชื้นในอากาศยิ่งทำให้เกิดบรรยากาศน่าหวาดเสียวเข้าไปใหญ่
“ระรู้สึก......ไม่ค่อยดี เลยเนอะ......อย่างกับจะมีผีออกมาแน่ะ......”
“พะ......พูดอะไรออกมาเ้าคะท่านเอลเซ่!ไม่มีทางมีพวก ผะ ผีออกมาหรอกเ้าค่ะ! ......เนอะ?”
ยาเอะมีปฏิกิริยาต่อคำพูดพึมพำของเอลเซ่เป็อย่างมากจะยังไงก็ช่างมันเถอะแต่พวกเธอเลิกดึงเสื้อโค้ทของผมซะทีสิ......มันเดินลำบากนะ......
ส่วนลินเซ่กำลังเดินหน้าไปบนทางเดินสร้างจากหินอย่างไม่สะทกสะท้านใจกล้าดีแฮะ
ทางเดินสว่างเพราะแสงเวทมนตร์ของลินเซ่ที่เดินนำหน้าแล้วก็ตามมาด้วยพวกผม ตลอดเวลาที่เดินหน้า เพดานของทางก็ค่อย ๆ สูงขึ้นในที่สุดก็ออกมาถึงห้องโถงขนาดใหญ่
“อะไรเนี่ย......?”
สิ่งที่อยู่ตรงนั้นคือภาพวาดมากมายบนพื้นผิวกำแพงกับสิ่งที่เหมือนจะเป็อักษรอะไรบางอย่าง สูงสี่เมตร ยาวสิบเมตรโดยประมาณมีอักษรเขียนยาวหลายบรรทัดจนแน่นเอี๊ยดเนื่องจากตัวอักษรแต่ละตัวมีขนาดสามสิบเิเ ปริมาณข้อความคงไม่มากนักหรอกมั้ง
พอมองดูดีๆ แล้ว แทนที่จะบอกว่าเป็ตัวอักษร ดูแล้วเหมือนจะใกล้เคียงอักษรภาพมากกว่ารู้สึกคล้าย ๆ กับอักษรโบราณของพวกอินคาหรือแอซเทคอะไรเทือกนั้น
“ลินเซ่......อ่านออกรึเปล่าว่าเขียนอะไรไว้บ้าง”
“ไม่ค่ะ......ไม่เข้าใจเลยซักนิดภาษาเวทมนตร์โบราณ......น่าจะเป็อะไรทำนองนั้นน่ะค่ะ”
ลินเซ่กำลังจ้องมองกำแพงตรงหน้าอย่างเลื่อนลอยพลางตอบคำถามของผมโดยไม่ได้หันมามองทางนี้
สิ่งนี้คงเป็โบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์จริงๆ ล่ะมั้ง ขนาดมือสมัครเล่นอย่างผมก็ยังพอจะเข้าใจเื่แค่นั้นอยู่ เพียงแต่ถ้าจะเรียกสิ่งนี้ว่าสมบัติ บอกตรง ๆ ว่าสำหรับผมแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่เลยรู้สึกว่าจะทำความเข้าใจการตอบสนองของ【เซิร์จ】ได้แล้วแฮะ
โอ๊ะจริงด้วยถ่ายรูปเผื่อเอาไว้ดีกว่า เมื่อผมตั้งสมาร์ทโฟนขึ้นมาแล้วกดปุ่มถ่ายรูปของแอปฯกล้องถ่ายรูป
แสงแฟลชเจิดจ้าก็สว่างวาบ
“อุก!? อะไรน่ะเ้าคะ!?”
แสงที่สว่างวาบอย่างกะทันหันทำให้พวกยาเอะใพอผมแสดงท่าทางว่าไม่เป็ไรพร้อมแสดงสมาร์ทโฟนในมือให้ดูทุกคนจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ท่าทางพวกเธอเองก็ค่อย ๆคุ้นเคยกับความประหลาดของผมแล้วล่ะ ไม่ได้การ ต้องไม่เรียกตัวเองว่าประหลาดสิ
หลังถ่ายไปหลายรูปก็ถ่ายภาพบนกำแพงได้ครบทั้งหมดยังไงก็เถอะ ทำไมถึงได้มีของแบบนั้นอยู่ในที่แบบนี้กันนะ......
“นี่เดี๋ยวสิ! ทุกคนมานี่หน่อย!”
เอลเซ่ที่กำลังตรวจค้นห้องโถงส่งเสียงเรียกที่กำแพงด้านขวาของห้องโถง เธอที่อยู่ด้านหน้ากำแพงนั้นกำลังชี้นิ้วไปที่ส่วนหนึ่งบนกำแพง
“ตรงนี้มีอะไรบางอย่างถูกฝังอยู่ล่ะ”
ส่วนหนึ่งบนกำแพงมีก้อนหินสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนโปร่งใสสีออกน้ำตาลถูกฝังอยู่ในความสูงระดับสายตา
ขนาดประมาณสองเิเอัญมณี......จะเรียกแบบนั้นมันก็ดูสกปรกจนไม่น่าจะมีค่าขนาดนั้น
“นี่มัน......หินเวทสินะคะหินเวทธาตุดินค่ะบางทีถ้าถ่ายพลังเวทเข้าไปอาจจะมีอะไรบางอย่างเริ่มทำงานก็ได้นะคะ”
“อะไรบางอย่างเนี่ย......พวกกับดักเหรอ?”
“ก็พูดไม่ได้หรอกค่ะว่าไม่มีโอกาสเป็แบบนั้น......แต่กับดักที่มองเห็นโต้งๆ ขนาดนี้ ปกติแล้วไม่มีนะคะ”
ถึงคำอธิบายของลินเซ่จะสามารถยอมรับได้อยู่แต่มันอะไรกันนะ ความรู้สึกไม่สบายใจนี่น่ะ เหมือนกับเวลาเจอสวิตช์แล้วอยากลองกดดูนี่มันกับดักที่ใช้ประโยชน์จากความรู้สึกนั้นไม่ใช่เหรอ......ประมาณนั้นผมคงคิดมากเกินไปมั้ง
“ถ้างั้นโทยะลองถ่ายเวทมนตร์เข้าไปสิ”
“ผมเหรอ!?”
ข้อเสนอันแ่เบาของเอลเซ่ทำให้ผมหันหน้าไปอย่างแรงทันทีทั้งที่อาจเป็กับดักก็ได้เนี่ยนะ!?
“ก็คนที่ใช้ธาตุดินได้มีแค่โทยะจริงไหม”
อืมก็จริงนะ ลินเซ่เป็ไฟ น้ำ แล้วก็แสง เอลเซ่คือไร้ธาตุ ส่วนยาเอะไม่มีธาตุเลยและผมมีครบทุกธาตุ เอาเถอะ ช่วยไม่ได้สินะ......ง่ะ......
“......ทำไมทุกคนถึงถอยไปล่ะ?”
“““ก็......เผื่อไว้......”””
ผมหรี่ตามองทุกคนที่ทิ้งระยะออกไปจากผมพร้อมกับหัวเราะแบบตลบตะแลงหลังจากถอนหายใจผมก็ถ่ายพลังเวทเข้าไปในหินเวท
ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่......พอคิดว่าจะเริ่มมีเสียงแผ่นดินไหวกำแพงตรงหน้าทั้งหมดก็กลายเป็ทรายร่วงลงมา เปิดเป็โพรงว่าง ๆเป็การเปิดปิดประตูที่อลังการมาก
“นี่มัน......อะไรกัน?”
พอส่องเข้าไปด้านในกำแพงที่หายไปแล้วก็พบว่ามีวัตถุที่เขรอะไปด้วยฝุ่นกับทรายถูกวางไว้ตรงกลางห้อง
จะถ่ายทอดมันออกมาเป็คำพูดยังไงดีนะ......สิ่งที่ผมจินตนาการถึงเป็อย่างแรกคือแมลง จิ้งหรีด คล้ายกับสิ่งนั้นมากเลยมีสิ่งที่เหมือนกับขาเรียวยาวหกข้างยืดออกมาจากวัตถุรูปร่างอัลมอนด์คล้ายกับลูกรักบี้ถึงหักไปหลายท่อนแล้วก็เถอะ
ขนาดก็ประมาณรถเก๋งล่ะมั้งทำให้จินตนาการไปถึงจิ้งหรีดที่ตะเกียกตะกายแขนขาตอนใกล้ตาย
แต่ว่าจากรูปร่างง่าย ๆ ที่ออกจะแหลม ๆ เพรียวลมจะมองว่าเหมือนเป็เครื่องจักรมากกว่าสิ่งมีชีวิตหรือเป็อ็อบเจ็คท์ลุยแนวหน้าก็ได้
“อะไรกันเนี่ย? รูปจำลองของอะไรบางอย่างเหรอ?”
เอลเซ่ลอบมองจากหลายๆ มุม พอมองดูดี ๆ จะเห็นได้ราง ๆ ว่ามีทรงกลมโปร่งใสสีแดงขนาดประมาณลูกเบสบอลอยู่ลึกเข้าไปในส่วนที่มองว่าเป็ได้ทั้งส่วนหัวและลำตัว
หลังปัดฝุ่นและทรายบนผิวหน้าออกก็จึงรู้ว่าของปริศนานี้คือวัตถุกึ่งโปร่งใส ......แก้วล่ะมั้งมืดจนมองไม่ค่อยเห็นเลยแฮะ......หือ?
“ลินเซ่......เวทมตร์【ไลท์】เนี่ยมันใช้ต่อเนื่องได้ระยะสั้นแค่นี้เองเหรอ?”
“เอ๋? ก็จริงอยู่ที่ฉันไม่ค่อยถนัดเวทธาตุแสง......แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าแค่【ไลท์】ล่ะก็คงไว้ได้ประมาณสองชั่วโมงนะคะ”
ลินเซ่ทำแก้มป่องเหมือนไม่พอใจแต่ผมก็มองบอลแสงที่ลอยอยู่บนอากาศแล้วเอียงคอสงสัย
“อ้าว? เหมือนแสงมันกำลังอ่อนลงเลยนะ......”
“ไม่ใช่เหมือนแต่อ่อนลงจริง ๆ นี่มัน......”
“ท่านโทยะ!”
เมื่อเบนสายตากลับมาเพราะการะโของยาเอะบอลสีแดงที่เห็นอยู่ลึกเข้าไปในส่วนหัวของจิ้งหรีดก็เริ่มเปล่งแสงแล้วร่างของจิ้งหรีดก็สั่นะเืเล็กน้อย
“คุณโทยะ!พลังเวทของ【ไลท์】กำลังโดนมันดูดไปค่ะ!”
การที่แสงอ่อนลงเป็เพราะมันนี่เอง!ความสว่างของบอลค่อย ๆ เพิ่มขึ้น จิ้งหรีดเริ่มขยับตัวได้เล็กน้อยหรือว่า......ยังมีชีวิตอยู่อีกเหรอ เ้านี่น่ะ!? ขาที่หักอยู่คืนกลับมาอีกครั้งั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เพราะดึงเอาพลังเวทเข้าไป ก็เลยกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้งเหรอเนี่ย!?
กิ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!
กิ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!
กิ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!
“อึก......นี่มัน......!”
เสียงแหลมสูงดังก้องไปทั่วบริเวณจนรู้สึกเหมือนกับหูอื้อเสียงสะท้อนอยู่ในห้องส่งผลกระทบถึงขนาดทำให้ภายในร่างสั่นสะท้านเกิดรอยร้าวขึ้นบนกำแพงดัง เปรี๊ยะ แย่แล้ว! ปล่อยไว้แบบนี้ได้โดนฝังทั้งเป็แน่!
“【เกท】!”
ผมสร้างประตูแห่งแสงให้ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าส่งทุกคนขึ้นไปบนพื้นดินทีละคน ตอนที่ผมกำลังจะลอดผ่านประตูมาเป็คนสุดท้ายจิ้งหรีดก็ลุกขึ้นยืน แล้วยืดขาข้างหนึ่งเล็งมาทางผมด้วยความเร็วอันสุดยอดมันยืดออกมาจริง ๆ ราวกับเป็หอก มาจนถึงจุดที่ผมอยู่ซึ่งห่างออกมาถึงห้าเมตร
ผมลอดผ่าน【เกท】แบบเกือบล้มกลิ้งจนออกมาสู่พื้นดินได้ พอเห็นภาพซากปรักหักพังบนพื้นดินแผ่กว้างอยู่ตรงหน้า ผมก็ปิด【เกท】ทันทีดูเหมือนว่าจะรอดจากการโดนฝังทั้งเป็มาได้แล้ว
“อะไรกันนะเ้านั่นน่ะ?”
“สัตว์อสูรแบบนั้นไม่เคยเห็นมาก่อนเลยเ้าค่ะ”
ขณะที่เอลเซ่กับยาเอะจ้องมองไปยังทางลงใต้ดินพร้อมกับพูดด้วยสีหน้าตึงเครียดกึกกึกกึกกึกกึก......เสียงแผ่นดินไหวก็ดังก้องอีกครั้ง
ฝุ่นดินพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับเสียงดังสนั่นจากส่วนลึกของซากปรักหักพังน่ากลัวว่ามันคงกำลังถล่มห้องโถงใต้ดินอยู่
สัตว์อสูรจิ้งหรีดตัวนั้นเองก็น่าจะทำลายซากปรักหักพังขึ้นมาได้ง่ายๆ......ด้วยสิ
......กิ๊งงงงงงงงงง......
เสียงนี้มัน......หรือว่า......
กิ๊งงงงงงงงงงงงงงงงง......
มาแล้ว......!
กิ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!
โครม!เ้านั่นปรากฏตัวขึ้นมาบนดินโดยเจาะทะลุพื้นดินขึ้นมา
ลำตัวมีรูปร่างเป็อัลมอนด์มีขาเรียวยาวหกข้างงอกออกมาจากตรงนั้น ร่างกายเปล่งแสงราวกับคริสตัลใต้แสงดวงอาทิตย์สิ่งมีชีวิตกึ่งโปร่งใสตัวนั้น เรียกว่าร่างคริสตัลมีชีวิตก็คงได้มั้ง