ณใต้รากไม้ใหญ่ที่มีมอสสีเขียวเรืองแสง มีหมู่บ้านเล็กจิ๋วซ่อนตัวอยู่หมู่บ้านนั้นชื่อว่า หมู่บ้านภูตจิ๋ว
บ้านแต่ละหลังทำจากลูกโอ๊ก เปลือกหอย และกลีบดอกไม้แห้ง เช้าๆ จะได้ยินเสียง
กระดิ่งน้ำค้างดังแ่เบาแทนเสียงนาฬิกาปลุก
ในหมู่บ้านนี้มีภูตจิ๋วตัวหนึ่งชื่อว่า นัค
นัคไม่ได้เก่งเื่ปลูกเห็ด หรืออบขนมเหมือนภูตคนอื่นๆ แต่เขามีหัวใจของ นักประดิษฐ์
มุมบ้านเล็ก ๆของนัคเต็มไปด้วยสปริงจากแมลง ใบไม้ที่พับเป็เฟือง และหยดน้ำค้างที่เขาเก็บ
ใส่ขวดใสไว้เป็พลังงาน
คืนหนึ่ง ลมหนาวพัดแรงผิดปกติ
กังหันใบไม้ที่ช่วยส่งแสงหิ่งห้อยไปทั่วหมู่บ้านหยุดหมุนทำให้หมู่บ้านมืดลงอย่างน่าเป็ห่วง
ภูตจิ๋วหลายตัวเริ่มกังวลเพราะหากไร้แสง หิ่งห้อยจะบินหลงทาง และเด็กภูตจะกลัวความมืด
นัคยืนมองกังหันที่หยุดนิ่งด้วยแววตาครุ่นคิด
“บางทีมันไม่ต้องหมุนด้วยลมก็ได้นี่นา”เขาพึมพำ
ตลอดทั้งคืน นัคไม่ได้นอน
เขานำหยดน้ำค้างที่เก็บไว้ มาผสมกับยางจากต้นไม้ทำเป็ลูกกลมใส จากนั้นต่อเข้ากับเฟือง
ใบไม้และสปริงแมลง เขาค่อย ๆ ทดลองหมุน ปรับ และฟังเสียงหัวใจของเครื่องประดิษฐ์เต้น
เบา ๆ
เมื่อแสงแรกของเช้าสาดลงมา
กังหันแสงแบบใหม่ ของนัคก็เริ่มทำงาน
มันหมุนช้า ๆ ด้วยพลังน้ำค้างและปล่อยแสงอ่อนโยนออกมาเอง หิ่งห้อยบินกลับมาเรียงตัวรอบ
หมู่บ้านราวกับดาวดวงเล็ก ๆ
ภูตจิ๋วทั้งหมู่บ้านมุงดูด้วยรอยยิ้ม
เด็กภูตหัวเราะอย่างดีใจผู้เฒ่าภูตพยักหน้าชื่นชม
นัคยิ้มเขิน ๆ
“ผมแค่ลองทำดูครับ”
คืนนั้นหมู่บ้านภูตจิ๋วสว่างไสวด้วยแสงอุ่นกว่าที่เคย
ไม่ใช่เพราะกังหันใหม่เพียงอย่างเดียว
แต่เพราะทุกคนได้เห็นว่า ความคิดเล็กๆ และหัวใจที่ไม่ยอมแพ้
สามารถทำให้ทั้งหมู่บ้านอบอุ่นขึ้นได้
และใต้รากไม้ใหญ่นั้น
นัค นักประดิษฐ์ตัวน้อยก็หลับลงพร้อมความฝันถึงสิ่งประดิษฐ์ชิ้นถัดไป
ในคืนที่แสนสงบ