“เรื่องหลักฐานและพยานที่ ท่านอัยการได้รับมาทั้งหมด ข้าขอถาม เป็นฝ่ายคนของผู้ตรวจการให้การเป็นพยานแต่เพียงฝ่ายเดียว ใช่หรือไม่” ทนายความฝ่ายเสี่ยวเทียนจากเขตสิบ เอ่ยถามอัยการเขตหนึ่งก่อนทันที
“ใช่แล้ว”
“ แสดงว่าที่พวกท่านกล่าวหานี่ ไม่ได้ถามคนของ ทหารชายแดนเลยใช่หรือไม่”
“ ไม่จำเป็น เพราะท้ายที่สุดแล้ว จำเลยเฉินเสี่ยวเทียนก็คือคนฆ่า ท่านวุฒิสภาหยางซู่กับองครักษ์อย่างแน่นอน”
“ ข้าแต่ศาลที่เคารพ กฏหมายของ สหพันธรัฐของเรา มาตรา 1009 ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า มนุษย์ทุกคนสามารถใช้วิธีอะไรก็ได้ เพื่อป้องกันชีวิตตนและครอบครัวให้รอดจากการประทุษร้าย จากฝ่ายตรงข้าม แม้ต้องสังหาร คนที่มุ่งร้ายต่อตนและครอบครัว ก็ไม่ต้องรับผิดใดๆทั้งสิ้น จำเลยเฉินเสี่ยวเทียน เห็นภัยคุกคามจาก วุฒิสภาหยางซู่กับพวกอีก สี่สิบคน ในขณะที่ เฉินเสี่ยวเทียนมีเพียง ตนเองกับพ่อเพียงสองคน จึงจำเป็นต้องใช้ทุกวิถีทาง เพื่อเอาตัวรอดให้ได้
เลยจำเป็นต้องสังหารวุฒิสภาหยางซู่กับพวกทั้งสี่สิบคน จึงเข้ากับมาตรา 1009 ที่ว่าพอดี เรื่องนี้หลักฐานเขียนโดย ผู้ตรวจการจางซื่อชง ให้การเป็นหลักฐานเอาไว้ว่า คนทั้ง 41 คนนั้น ถูกเสี่ยวเทียนสังหาร แต่เพียงผู้เดียว จึงเรียนมาเพื่อให้ ศาลให้ความเป็นธรรมได้โปรดยกฟ้อง จำเลยเฉินเสี่ยวเทียน ทุกกรณี”
“ ป้องกันตัวรึ ทำไมเฉินเสี่ยวเทียนไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย?” อัยการอดไม่ไหวย้อนถามกลับไป
“ เฉินเสี่ยวเทียนบาดเจ็บภายในสาหัส ต้องนอนพักเจ็ดวันเจ็ดคืน เรื่องนี้ทางเรามีใบรับรองแพทย์มายืนยันไห้พวกท่านได้เห็นอยู่แล้ว” ทนายเขตสิบ ที่พ่อส่งมาช่วยคนนี้ก็ไม่ธรรมดา เหมือนกัน ทำให้ ผู้พิพากษา เริ่มมองอัยการคล้ายไม่พอใจที่หาหลักฐาน มาหักล้างไม่ได้ เสี่ยวยังยืนมองนึกในใจ ทนายความคนนี้ของท่านพ่อ ไม่ธรรมดาเหมือนกัน
ทำให้ผู้พิพากษาเรียกอัยการมาหน้าบัลลังก์ แล้วเอ่ยสองสามประโยคให้ฟัง
ทำให้ทนายเสี่ยวเทียนถึงกับทำหน้าพิกล เสี่ยวเทียนเองก็ประหลาดใจ
จนอัยการเริ่มพูดขึ้นมาว่า
“ เมื่อวานนี้ มีกฏหมาย ที่ว่าด้วยเรื่องการคุ้มครองผู้บริหาร ของสหพันธรัฐ ฉบับใหม่ล่าสุด ที่มีการปรับปรุงใหม่ ซึ่งประกาศเริ่มใช้ ไปเมื่อวานนี้
บอกว่า คนที่สังหาร ผู้บริหารของสหพันธรัฐ ต้องได้รับโทษตายตกตามกัน ไม่ว่า จะเป็นการป้องกันตัว หรือไม่ก็ตาม” อัยการเอ่ยออกมา ด้วยสีหน้าลำพองใจยิ่งนัก
“ เป็นไปได้ยังไง กฏหมายเพิ่งจะประกาศใช้เมื่อวาน จะครอบคลุมย้อนหลังได้อย่างไร” ทนายของเสี่ยวเทียนตกใจ แต่ไม่ลนลาน
“ แต่กฏหมายฉบับนี้ มีผลย้อนหลังไป 1 ปี นับแต่วันประกาศ เพราะฉะนั้นเฉินเสี่ยวเทียน ต้องรับโทษไม่มีข้อยกเว้น” อัยการเอ่ยด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
“ เป็นไปไม่ได้ ตั้งแต่แต่นับกำเนิดสหพันธรัฐมา คดีความอาญาไม่เคยเขียนให้มีผลย้อนหลังมาก่อน?” อัยการเดินไปเอาประกาศที่เจ้าหน้าที่ศาลวิ่งเอามาให้ ทนายของเสี่ยวเทียนดู ทำให้ทนายเขตสิบของเสี่ยวเทียน ถึงกับทรุดตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง แต่ก็รีบขอเข้าไปเจรจาต่อหน้าบัลลังก์ คุยกับผู้พิพากษาทันที
“ ท่านผู้พิพากษา ทางเราได้เจรจาเรื่องนี้กันแล้ว ให้เว้นโทษตาย ทำไมอัยการถึงยังเล่นไม่เลิกแบบนี้ ท่านจ้าวสหพันธรัฐไม่ได้ส่งข่าว มาแจ้งพวกท่านหรอกรึ?”
ทนายเขตสิบเอ่ยอย่างแผ่วเบา
“ นี่เจ้ากล้าคิด ข่มขู่ผู้พิพากษาเชียวรึ งานตุลาการศาล ใช่เรื่องฝ่ายบริหารจะมาสั่งไปซ้ายก็ซ้าย หรือ ขวาก็ขวา ก็ได้?”
ทหายความเห็นป้ายชื่อด้านหน้าผู้พิพากษามีชื่อว่า หยางเยี่ย ก็เข้าใจทันที จึงขอพักสักครู่ เพื่อไปเจรจากับ จ้าวสหพันธรัฐคนใหม่ทันที แต่ศาลไม่ให้พัก แล้วประกาศออกมาทันทีว่า
“ ศาลขอตัดสิน นักโทษเฉินเสี่ยวเทียน ทำผิด ฐานฆ่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงตายจึงขอให้นำตัวไปตัดสินโทษ ประหารชีวิตภายในวันนี้ เที่ยงตรง ที่ลานประหารของศาลสหพันธรัฐ” สิ้นเสียงประกาศก็มี คนของตุลาการมือปราบ มาสิบคน ยืนควบคุมเสี่ยวเทียนเอาไว้ เตรียมพาไปที่ลานประหาร ในทันที
คนของทวีปกลางกับหน่วยหมาป่าโลกันต์ เริ่มหยิบ มือถือแจ้งข่าวต่อต้นสังกัดของตนทันที ทนายความได้แต่ทำหน้าเสียใจ แล้วรีบโทรศัพท์บอกกับเฉินคุน ให้รีบติดต่อ จ้าวสหพันธรัฐ ซึ่งบัดนี้รู้ข่าวแล้ว ได้แต่ยืนมองไปที่ศาลที่อยู่ห่างกันไม่ไกลแล้วเอ่ยกับ รองจ้าวสหพันธรัฐว่า
“ ในที่สุดหยางเยี่ย ก็ใช้อำนาจหน้าที่แก้แค้น ส่วนตัวจนได้”
“ เราจะเข้าไปห้าม ดีไหมขอรับ?” รองจ้าวสหพันธรัฐ์รีบถาม
“ ฆ่าคนตายก็สมควรถูกคนอื่นฆ่า เป็นเรื่องกฏธรรมชาติอยู่แล้ว ส่วนเรื่องเฉินคุน แจ้งเขาไป เราทำเต็มที่แล้ว เอาไว้อีกสี่ปี เราจะให้ตำแหน่งวุฒิสภาสูง ตอบแทนให้เขาก็แล้วกัน” จ้าวสหพันธรัฐเอ่ยจบก็ส่ายหัวเดินกลับเข้าไปทำงานเช่นเดิม
เสี่ยวเทียนถูกพามาที่ลานประหาร ทีอยู่ห่างจากศาลไม่ไกล เสี่ยวเทียนหันไปมองศาลสถิตยุติธรรม ที่สร้างออกมาได้อย่างวิจิตรงดงาม ของสถาปัตยกรรมโรมัน หลอมรวมกับสถาปัตยกรรมของยุคอวกาศที่ใช้ โลหะและกระจกมาผสมเข้าไปกับ พวกหินอ่อนแกะสลักลายต่าง ๆ เห็นแล้วต้องชื่มชมกับคนสร้างที่สามารถสร้างออกมาได้อย่างสวยงามจับตาอย่างยิ่ง แต่ว่าความสวยงาม กับ ตาช่างที่เอียงข้างแบบนี้
น่าเสียดาย อีกไม่ช้าจะกลายเป็นความงดงาม ที่ควรค่าต่อการทำลายทิ้งอีกแล้ว เสี่ยวเทียนเดินออกมาด้วยโซ่ตรวนศักดิ์สิทธิ์ หลับตาแล้วเผยยิ้มเย้ยออกมา ตุลาการมือปราบทั้ง สิบ ทุกคนมาจับแขนทั้งข้าง เพื่อจะพาร่างของเสี่ยวเทียน ขึ้นไปบนลานศิลาใหญ่ชั้นบน โดยมีเครื่อประหารที่เรียกว่า กิโยติน เตรียมรอตัดหัวของเสียวเทียน เพชฌฆาต นำผ้าออกจากเครื่องประหาร กิโยติน แล้วใช้ผ้าเช็ดคมมีดที่แวววาวอยู่แล้ว ให้ดูคมกริบยิ่งขึ้น
ผู้คนเข้ามามุงดูที่ลานประหารกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีผู้พิพากษา อัยการ วุฒิสภาระดับสูง ผู้ตรวจการมากับลูกชาย มานั่งเก้าอี้ วีไอพีที่เตรียมเจ้าหน้าที่ศาลเอาไว้ รอบๆ มีทหารหน่วยพิเศษ ถือปืนกลสีดำ ยืนเรียงรายกันมากว่าห้าร้อยคน โดยมีพวกตุลาการมือปราบ สิบคนใส่ชุดสีน้ำเงิน มีพลังระดับเซียนฟ้ากันทุกคน ยืนคุมรอบ ๆเสี่ยวเทียนเพื่อป้องกันการหลบหนี เวลานี้ใกล้เวลาเที่ยงตรงแล้ว
คนที่มายืนมอง มาดูกันเนืองแน่น ฝูงชนเริ่มซุบซิบกัน ไม่คิดว่า เด็กน้อยวัยสิบปี ผู้นี้ จะเป็นคนฆ่าวุฒสภาหยางซู่ไปได้
แล้วก็มาถึงเวลาเที่ยงตรง เสียงของผู้พิพากษาหยางเยี่ย ก็ประกาศว่า
“เริ่มประหารได้….”
พอสิ้นเสียงประกาศ ท้องฟ้าเริ่ม มืดครึ้มกระทันหัน เมฆหมอกสีดำทมึนปกคลุมอยู่ทั่วท้องฟ้า มีสายวิชุ แลบแปร๊บๆ ออกมาทีละหลายสิบเส้น ลมพายุเริ่มโหมพันแรงขึ้นเรื่อย เพชฌฆาต เข้ามาจับร่างของเสี่ยวเทียนเพื่อ ที่จะพาร่างไปพาดกับเครื่องประหารกิโยติน แต่ว่า พอจะมาสัมผัสตัวของเสี่ยวเทียน ก็ถูกเสี่ยวเทียนระเบิดพลังเทพเจ้าราออกมา ตูม ! เพชฌฆาตคนแรก ถูกพลังอัดเข้าไปในร่างกาย กลายเป็นผงธุลี ลอยหายไปในอากาศ โซ่ตรวนศักดิ์สิทธิ์ ถูกทำลายไม่เหลือชิ้นดี แล้วก็มีเสียงของเสี่ยวเทียนดังก้องไปทั่ว สหพันธรัฐทวีปแดนเหนือว่า
“ ข้าชื่อเฉินเสี่ยวเทียน วันนี้ได้รับ การตัดสินอย่างไร้ซึ่งความยุติธรรม จากศาลสหพันธรัฐทวีปแดนเหนือ ข้ารู้สึกผึดหวังเป็นอย่างยิ่ง วันนี้เพื่อผดุงความยุติธรรมเพื่อให้คงอยู่บนโลกใบนี้ ข้าจะต้องล้างระบบยุติธรรมอันอัปยศอดสู ที่สุดให้ออกไปจากโลกใบนี้ให้หมด” พอสิ้นเสียงเสี่ยวเทียนประกาศ อัสนีสายฟ้ากว่าร้อยสาย ผ่าลงมาที่ ศาลสถิตยุติธรรม ที่ตั้งตระหง่านใหญ่โต อยู่กลางเมือง เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!! ความโอ่อ่า ที่สร้างออกมาอย่างปราณีตสวยงาม ถูกทำลายทิ้งไปในพริบตา คนที่อยู่ด้านใน ถูกแรงกระแทกออกมา จนหมด แต่สิ่งก่อสร้างถูกทำลายไม่เหลือแม้แต่เสาสักต้น !
คราวนี้กองกำลังรักษาเมืองรู้ข่าว ก็ส่งกองกำลังทางอากาศมานับร้อยลำเต็มน่านฟ้า ส่วนกำลังภาพพื้นดินทหาร ใส่ชุดเกราะสีเงิน ก็เคลื่อนพลเข้ามาที่หน้าลานประหารกว่า ห้าพันคน แต่ที่รอเสี่ยวเทียอยู่ด้านหน้าคือ ตุลาการมือปราบทั้งสิบคน พอหายตกใจ หัวหน้าทีม ก็กดปุ่มที่หน้าอก เกราะสีน้ำเงินทำงานทันที แล้วอาวุธปืนกล ก็เริ่มยิงใส่เสี่ยวเทียนไม่ยั้ง เสี่ยวเทียนต้องหลบหนีหายวับไปทันที
เพราะรู้ว่า กระสุนกับเกราะสีน้ำเงิน พลังเกราะเทพเจ้าไม่สามารถต้านทานได้
“ อาจารย์ทำไม เกราะสีน้ำเงินพวกนี้ เกราะเทพเจ้าทำไมต้านทานไม่ได้เลย”
“ เพราะว่า มันทำมาจากต่างดาวน่ะซิ ข้าจะช่วยเจ้าเอง” อาจารย์ลู่เอินรวมร่างกับเสี่ยวเทียนอีกครั้ง คราวนี้กระสุนปืนกล สาดเข้ามาอีกนับ พันนัด อาจารย์ลู่เอินปล่อยพลังเทียนจุนป้องกันออกไป ทำให้ กระสุนที่พุ่งเข้ามาล้วนกลายเป็นฝุ่นไปจนหมด ก่อนที่จะถึงเสี่ยวเทียน แล้วอาจารย์ลู่เอินใช้ฝ่ามือยูไลปล่อยออกไปทีเดียว ตูม !! ร่างตุลาการมือปราบและเกราะสีน้ำเงินทั้งหมด ถูกทำลายกลายเป็นผงธุลีดินไปจนหมด
“ ป๊าด !! อาจารย์ที่ท่านทำได้อย่างไร วิชานี้ ทำไมไม่สอนข้า นี่มันฝ่ามือยูไลไม่ใช่เหรอ?”
“ เอาไว้ให้เจ้ามีพลังเทียนจุนเสียก่อน ถึงจะฝึกได้ นี่คือฝ่ามือยูไลสยบโลกา ต่อให้มันเป็นวัสดุจากโลกไหน เมื่อมาอยู่ในโลกนี้ ข้าจะทำให้มันกลายเป็นผงธุลี ไปให้หมด”
“ โอ้โห เท่ห์อ่ะ ข้าจะรีบฝึกตนให้เป็นเทียนจุนโดยเร็ว” เสี่ยวเทียนเห็นพลังแล้วก็รู้สึกมีความกระตือรือล้นเป็นพิเศษ
“ ไปลุยกับพวกมันเลยอาจารย์” เสี่ยวเทียนเห็นอย่างนี้เริ่มได้ใจขึ้นมาอักโข
คราวนี้ หลังจากที่เสี่ยวเทียนใช้สายฟ้า ทำลายอาคารศาลยุติธรรมสหพันธรัฐจนหายไปจนหมด จ้าวสหพันธรัฐ ถึงกับลุกขึ้นมา มองดูที่ลานประหาร จากตึกศูนย์กลางของสหพันธรัฐ
“ เจ้าเด็กนี่ มันเรียกพลังอัสนีออกมาได้ขนาดนี้เลยหรือนี่?”
“ ทำอย่างไรดีต่อขอรับ พายุอัสนี เริ่มทำลายบ้านเรือนรอบ ๆ พังไปหลายหลังแล้ว ตุลาการมือปราบ ทั้งสิบก็ต้านไม่ไหวแล้ว เวลานี้ กองกำลังรักษาเมืองกำลังเคลื่อนพลไปจัดการ แต่ว่า ไม่รู้จะต้านทานพลังของเฉินเสี่ยวเทียนได้มากแค่ไหน” รองจ้าวสหพันธรัฐ เป็นคนที่เสนอให้ จับตัวเสี่ยวเทียนมาลงโทษ เอ่ยอย่างหวั่นใจ
“ ฮึ่ม แจ้งขอความช่วยเหลือไปที่ หอนภาสันติ ขอให้พวกเขา ส่งจ้าวอัศวิน มาช่วยพวกเราด้วย”
“ ขอรับ” รองจ้าวสหพันธรัฐรีบเข้าไปที่ห้องควบคุม แล้วส่งข่าวไปทันที
หน้าลานประหาร ศาลยุติธรรม บัดนี้เสี่ยวเทียนได้จับ ผู้พิพากษา อัยการ ผู้ตรวจการและบุตรชาย แล้วยังมีตัวแทนของ ฝ่ายทวีปกลาง กับ หน่วยหมาป่าโลกันต์ มาผูกด้วยเชือกสายฟ้า รัดเอาไว้ด้านข้าง ทหารที่บินอยู่บนฟ้า ประกาศส่งเสียงประกาศออกมาว่า
“ เฉินเสี่ยวเทียน ยอมให้จับแต่โดยดี มิเช่นนั้น หน่วยรักษาเมืองจะไม่....” เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! พูดยังไม่ทันจบ สายฟ้าก็หมุนวนกลับมาฟาดเอายานบินบนฟ้าร่วงหล่นลงมาทีละลำ จนหมดไม่มีเหลือ พายุสายฟ้า ก็ยังไม่หยุด เริ่มทำลายเมืองไปเรื่อยๆ ประชาชนรีบหนี ออกมาจากตึกสูงกันอย่างตื่นตระหนก
และบัดนี้กองทหารนับห้าพันคนมาพร้อมแล้ว เสี่ยวเทียนเรียกให้ปราสาทเทพเซียน กับ เทพอินทรีออกมาเช่นกัน
“ จัดการพวกมันให้หมด” เสี่ยวเทียนสั่งปุบ ลำแสงของ ปราสาทเทีพเซียน กับเพพอินทรี ก็ประสานงานพร้อมกัน บุกทำลายกองกำลังทหารรักษาเมืองไปจนหมดไม่มีเหลือแม้แต่คนเดียว
ครานี้ ตึกศูนย์กลางของสหพันธรัฐ ก็ไม่รอด พายุอัสนีฟาดเข้าใส่สองที ตึกที่ใหญ่โตมโหฬารล้วนพังทลายไปจนหมด มีชายสองคนพุ่งตัวขึ้นไปบนฟ้า มองมาที่เสี่ยวเทียนด้วยสายตาโกรธแค้น
“ เฉินเสี่ยวเทียน แกตาย!!” จ้าวสหพันธรัฐ มีพลังฝึกตนแค่ระดับเซียนสวรรค์ แต่เสื้อเกราะของเขานั้นไม่ธรรมดาเลย สามารถอัปเกรดพลังไปถึง ระดับเทียนจุนได้อย่างง่ายๆ แล้ว ก็มีปืนกลเลเซอร์ ที่ทำลายร่างเซียนได้ถึงเซียนสวรรค์
เสี่ยวเทียนได้เห็น จ้าวสหพันธรัฐ ยิงปืนเป็นแสงสีแดงมาแต่ไกล แล้วยังเคลื่อนตัวเข้ามาหาอีก อาจารย์ลู่เอิน ยกมือขึ้นฟ้าแล้วปล่อยฝ่ามือยูไลลงมา เปรี้ยง ! ร่างของจ้าวสหพันธรัฐ ถูกกระแทกร่วงหล่นมาทันที แสงของปืนมาถึงร่างเสี่ยวเทียนก็ถูกพลังระดับเทียนจุน ทำลายลงไปอย่างง่ายดาย
จ้าวสหพันธรัฐลุกขึ้นเช็ดเลือดที่ปาก ยังไม่ตาย
“ เฉินเสี่ยวเทียน เจ้านี่ไม่ธรรมดาจริงๆ แต่ว่าข้าจะไม่ยอมให้เด็กอย่างเจ้ามาทำลายเมืองของข้าได้อย่างง่ายๆ เช่นนี้” จ้าวสหพันธรัฐ ควักขวดน้ำยาสีทองออกมาจากอกเสื้อแล้วกลืนมันลงไป ร่างของจ้าวสหพันธรัฐ กลายเป็นเปล่งประกายเป็นสีทองทั้งตัว แล้วพุ่งร่างเป็นลำแสงเข้าโจมตีเสี่ยวเทียนทันที
“ มียาเปลี่ยนร่างเป็นของเหลวได้ด้วยรึนี่” เสี่ยวเทียนสงสัย
“ ก็พลังธรรมดาสามัญ” อาจารย์ลู่เอินเห็นแล้วก็ใช้มือยื่นมือปล่อยไอเย็นจุดเยือกแข็ง ร่างของเหลวสีทองกลายเป็นแท่งน้ำแข็งสีทองขึ้นมาทันที จ้าวสหพันธรัฐกลายเป็นแท่งน้ำแข็งสีทองไปแล้ว
“ อาจารย์มันจะตายไหมเนี่ย”
“ ไม่หรอกอีกไม่นานน้ำยามันหมดฤทธิ์ มันก็กลายร่างเหมือนเดิม” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบ ก็มีแสงสีเขียวพุ่งลงมา สองสาย เป็น ชายหนุ่มกับ ชายชรา แต่ว่าดูแข็งแรงทั้งสองมีผมสีขาว แต่งชุดสีเขียวคล้ายพวกนักพรต สะพายดาบมาคนละเล่ม
“ เจ้าเด็กน้อยนี่เจ้ากำลังทำอะไร หยุดเดี๋ยวนี้นะ กล้าทำร้าย จ้าวสหพันธรัฐ ทำลายเมืองจนย่อยยับ เจ้ามีวัตถุประสงค์สิ่งใดกันแน่”ชายชราเอ่ยถามด้วยความไม่พอใจ
“ ท่านอาจารย์ พูดกับมันทำไม มันทำลายเมืองย่อยยับขนาดนี้ ให้ข้าจัดการกับมันเลยเถอะ” ชายหนุ่มยกดาบขึ้นมาถือดาบกลายเป็นดาบเพลิงสีแดงทันที
“ ฟังมันก่อน” ชายชราห้ามเอาไว้
เสี่ยวเทียนเห็น ชายชราเอ่ยถาม มากมายเลยอธิบายว่า
“ ข้าคือ เฉินเสี่ยวเทียน เป็นบุตรผู้ว่าเขตสิบ ถูกวุฒิสภาหยางซู่ ใจคดคิดจะสังหารพ่อของข้าหวังฮุบสมบัติและภรรยาของพ่อข้า เลยถูกข้าสังหาร จ้าวสหพันธรัฐข่มขู่ให้ข้ามามอบตัว ภายในเจ็ดวัน มิเช่นนั้น จะส่ง ตุลาการมือปราบมาจับข้า
ดังนั้นข้าเลยมามอบตัว แต่โดยผู้พิพากษา ทีร่วมมือกันกับ จ้าวสหพันธรัฐใช้กฏหมายย้อนหลัง เพื่อเอาผิดข้า โดยไม่ฟังอะไร แล้วผู้พิกากษาหยางเยี่ย ก็ใช้ความแค้นส่วนตัว มาตัดสินประหารข้า
ดังนั้น เมื่อศาลที่เป็น สิ่งสุดท้ายของความยุติธรรม กับไร้ความยุติธรรมเสียเอง แล้วยังมีผู้นำที่เห็นแก่ประโยชน์แก่พวกพ้องของตน มากกว่าประโยชน์ส่วนรวม ข้าก็เลยคิดจะกวาดล้าง คนชั่วพวกนี้ให้หมดไปจากแผ่นดินทวีปเหนือ สภาพก็เป็นอย่างที่ท่านเห็น แล้วท่านล่ะเป็นใคร?”
“ข้าคือ จ้าวอัศวินม่วงอ้าวเกิง และนี่อัศวินแดง ไจ้อู่ ศิษย์ของข้า พวกเรามาจากหอนภาสันติ มีหน้าที่คอยคุ้มครอง ความปลอดภัยของดินแดนตอนเหนือทั้งหมด เจ้าพูดเช่นนี้ มีหลักฐานอะไรที่จะทำให้ข้าเชื่อใจได้บ้าง”
“ ไม่มีหรอก แต่ถ้าท่านอยากจะขัดขวางไม่ให้ข้า ล้างแดนเหนือนี้ ก็ก้าวเข้ามาเลย” เสี่ยวเทียนเอ่ยแบบนี้ เพราะรู้อาจารย์ลู่เอินยังรวมร่างกับตนอยู่...