โดนกันไปเต็มๆรับกันไปถ้วนหน้า...หนักเบาแล้วแต่พลังป้องกันของแต่ละคนแต่ก็เป็นบลานซ์ที่พลังลดจนเหลือไม่ถึงหนึ่งพันนั่นเพราะเขารับค่าความเสียหายของเอ็ดเวิร์ดเข้าไปด้วยแต่ยังนับว่าโชคดีที่เขายังมีโล่เนปจูนที่ลดค่าความเสียหายธาตุน้ำอยู่มิฉะนั้นตอนนี้บลานซ์น่าจะตายไปเรียบร้อยแล้ว
“เฮ้ย! ทำไมมันใช้แล้วแรงอย่างนี้ล่ะ!”แทนโวยวายทันที
“ก็นี่มันของจริงนี่แล้วเราก็ไม่ใช่ธาตุน้ำด้วยโดนกันไปเต็มๆ” นิกกี้ว่าแต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไรต่อไปเสียงของเอ็ดเวิร์ดก็ดังขึ้น
“การ์ดเพิ่มพลังนี่ใบสุดท้ายแล้วนะ!” ชายหนุ่มที่คอยเพิ่มพลังจากแถวหลังตะโกนบอกเสียงที่ว่าทำให้นิกกี้ไม่มีทางเลือก เธอต้องใช้การ์ดเวทมนต์ที่เก็บไว้ในมือทันที
“ไม่รู้จำนวนพวกที่ออกมาจะพอหรือเปล่าขอให้รอดเถอะ...ช่วยทีนะ” เธอพูดกับการ์ดที่หยิบขึ้นมาตามด้วยเรียกใช้งานการ์ดใบที่ว่า การ์ดเวทมนต์ระดับ 10 ดาว
“เมจิก!”
แสงสว่างวาบปรากฏที่การ์ดใบนั้นก่อนที่มันจะสลายไปในอากาศไม่นานนัก อาวุธและอุปกรณ์สวมใส่ต่างๆ ที่กระจายอยู่ลอยขึ้นเหนือพื้นหินของลานกว้างกลางทะเลที่แหวกออกอาวุธและชุดเกราะพวกนั้นมีเงาดำรูปร่างคล้ายมนุษย์เข้าสวมใส่เสียงครวญครางโหยหวนดังมาจากเงาเหล่านั้นพวกที่มีอาวุธอยู่ในมือเริ่มโจมตีใส่มังกรน้ำที่อยู่ตรงหน้าในขณะที่พวกเงาซึ่งสวมเกราะป้องกันเข้ามายืนคุ้มกันให้บลานซ์
“445!” “381!” “490!” “295!” “419!”
“481!” “391!” “445!” “287!” “414!”
“475!” “364!” “424!” “269!” “413!”
“นิกกี้มีการ์ดนี่ด้วยแฮะ...” เอ็ดเวิร์ดที่มองเห็นภาพตรงหน้าพูดขึ้น “ฮาร์ทเลสอาร์มี (Heartless Army)”

“สำเร็จ!” บลานซ์ร้องเสียงดังในตอนนี้มีภูตเงาที่สิงในชุดเกราะมาช่วยเป็นเกราะกำบังให้เขาทำให้ยังปลอดภัยได้อีกระยะหนึ่ง
“เชดดด...” แทนลากเสียงยาวเมื่อเห็นกองทัพที่เกิดจากการประสานงานของนิกกี้และบลานซ์
“มีอะไรเอาออกมาใช้ให้หมด!”หญิงสาวสั่ง หลังจากนั้นพวกของแทนก็ใช้ SP MP และการ์ดที่มีอยู่ในมือทุ่มโจมตีสุดกำลังทั้งท่าไม้ตาย ทั้งท่าเสริมพลังต่างๆ ถูกใช้จนหมดเป้าหมายคือโค่นมังกรน้ำตรงหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ส่วนเอ็ดเวิร์ดนั้น...นั่งพักอยู่ระยะไกลออกไปนับร้อยเมตร...แต่ก็น่าจะมีประโยชน์กว่าการเข้ามายุ่มย่ามในการต่อสู้ที่กำลังดุเดือดเป็นไหนๆเขากำลังฟื้นพลังเวทเพื่อจะได้ทำหน้าที่หน่วยสนับสนุนจำเป็นต่อไป
“1,174!” “3,381!” “1,907!” “460!” “2,194!”
“781!” “1,461!” “1,155!” “379!” “1,118”
“1,785!” “2,361!” “1,214!” “451!” “1,413!”
หลังจากทุกคนและภูติเงาโจมตีใส่มังกรน้ำเลวิอาธานไปอย่างหนักร่างของมันก็ทรุดลง หลังจากเห็นแบบนั้น ทุกคนก็โจมตีต่ออย่างไม่ยั้งมือ และเมื่อนิกกี้ใช้ท่าปืนเจ็ดลำแสงไปสามนัดรวดการต่อสู้ก็มาถึงบทตัดสิน
“เซเวนเรย์!”หลังสิ้นเสียงเรียกใช้หญิงสาวก็ยิงใส่มังกรน้ำที่กำลังพยายามลุกขึ้นพลังโจมตีรุนแรงปรากฏบนร่างของเลวิอาธาน
“2,122!” “2,774!” “2,617!” “2,685!” “2,774!” “2,715!”
“2,741!” “2,703!” “2,746!” “2,801!” “2,781!” “2,714!”
“2,737!” “2,697!” “2,749!” “2,733!” “2,739!” “2,799”
เสียงคำรามดังก้องทั่วท้องน้ำก่อนร่างมังกรแห่งห้วงสมุทรจะสลายกลายเป็นละอองแสงนับไม่ถ้วนแล้วร่วงหล่นลงสู่ลานกว้างที่พวกของแทนยืนอยู่ก่อนจะค่อยๆ สลายไปภาพที่เห็นอยู่ในขณะนี้เหมือนกับกำลังมองดูหิมะที่เปล่งแสงร่วงหล่นลงมายังพื้นหินท่ามกลางม่านน้ำที่รายล้อมเหล่านักผจญกลุ่มหนึ่ง
กลุ่มผู้เล่นสามารถจัดการมังกรน้ำเลวิอาธานหนึ่งในอสูรแห่งบาปทั้งเจ็ด...ความริษยาอันไม่สิ้นสุด เลเวล 112 ลงได้ได้รับการ์ดอสูรแห่งบาป เลวิอาธาน ระดับ 11 ดาว 1 ใบ ได้รับหัวใจมังกรทะเล 1 ชิ้นได้รับค่าประสบการณ์ 197,666 ผู้เล่นแทนไทยเลื่อนระดับเลเวลเป็น 65 ผู้เล่นบลานซ์เลื่อนระดับเลเวลเป็น 64ผู้เล่นนิกกี้เลื่อนระดับเลเวลเป็น 65 ผู้เล่นสมโชคเลื่อนระดับเลเวลเป็น 27เลื่อนระดับทักษะเป็น “พ่อค้าตลาดนัด”
และหลังจากเสียงประกาศของระบบจบลงไปได้ครู่หนึ่งเสียงของระบบที่เพิ่งจบลงไปก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ผู้เล่นผ่านเงื่อนไขสังหารมังกรสมุทรทำให้ประตูแห่งความริษยาเปิดออก เส้นทางสู่ดาดฟ้าวิหารเทพสมุทรถูกปลดผนึก
“เฮ้ย!” เสียงของเอ็ดเวิร์ดดังขึ้นก่อนใครเขามองเลเวลและระดับทักษะสายอาชีพรองที่เพิ่มขึ้นมันเป็นครั้งแรกที่เหตุการณ์นี้เกิดกับเขา เพราะอันที่จริงแล้วระบบนั้นถึงจะไม่ได้ห้ามให้ผู้เล่นเลเวลน้อยเข้าร่วมกลุ่มเลเวลสูงแต่ก็เหมือนบังคับไม่ให้ทำอย่างที่พวกของแทนกำลังทำเพราะหากนำผู้เล่นที่เลเวลห่างมากเกินไปมาเข้ากลุ่มไม่เพียงแต่ผู้เล่นนั้นจะได้ค่าประสบการณ์น้อยนิดแล้วพวกที่มีเลเวลสูงยังจะถูกตัดค่าประสบการณ์ที่ได้ออกไปอีกมันเป็นผลให้พวกของแทนที่จัดการมอนสเตอร์ระดับสูงมาตลอดเลเวลเลื่อนขึ้นเพียงแค่นิดหน่อยแต่เรื่องที่ว่านี้แทนและบลานซ์รู้ดีจากคำอธิบายของหญิงสาวคนเดียวในกลุ่มแต่พวกเขาแค่ไม่บอกเอ็ดเวิร์ดเพียงเท่านั้น เพราะมันอาจทำให้เขาไม่ยอมเข้าร่วมกลุ่ม
“บ้าชะมัด...” แทนพูดเสียงเซ็ง “แย่งซีนเลยนะเธอน่ะ” เขาหันไปพูดกับนิกกี้
หญิงสาวที่กำลังคุยถึงการเล่นประสานของเธอและบลานซ์อยู่หันขวับมาที่เจ้าของเสียง“ถ้าไม่แย่งซีนฉันว่าน่าจะมีคนตาย”เธอพูดเสียงเรียบพร้อมกับมองหน้าแทนสลับกับเอ็ดเวิร์ด “พวกนายสองคนน่ะน่าจะคิวต้นๆ”
เอ็ดเวิร์ดยิ้มแหยเพราะรู้ตัวส่วนเจ้าแทนโวยวายไม่ยอมรับตามฟอร์ม “ฉันไม่ตายง่ายๆ หรอก ต้องรอวิกฤตก่อนพระเอกเขาถึงจะโชว์เทพกัน” เขาเถียง บลานซ์ที่ระอาจนชินหัวเราะขำๆส่วนเอ็ดเวิร์ดยิ้มเมื่อมองเห็นความเฮฮาของกลุ่มตัวเอง
“ย่ะ...พ่อพระเอก คราวหลังจะใช้ท่าอะไรพ่อพระเอกก็ช่วยดูให้มันดีก่อนก็แล้วกัน”นิกกี้พูดพร้อมกับหรี่ตามองคนที่อ้างตัวเป็นพระเอกหน้าตาเฉย
ครั้งนี้แทนหน้าจ๋อย การใช้ท่าคลื่นยักษ์ใส่เลวิอาธานเป็นจุดด่างพล้อยที่แทนเถียงไม่ออกต่อจากนั้นทุกคนก็พักผ่อนเพื่อรอค่าพลังต่างๆ ฟื้นคืน ทุกคนมามุงดูการ์ดในมือของแทนการ์ดที่ทั้งสี่เป็นเจ้าของร่วมกันและเมื่อได้อ่านความสามารถของการ์ดในมือของเขาแล้ว ทุกคนก็ลงความเห็นว่าการ์ดใบนี้ควรจะเป็นของเอ็ดเวิร์ดเลเวลที่เพิ่มขึ้นทำให้เขามีพลังเวทมนต์มากพอที่จะเรียกหนึ่งในอสูรแห่งบาปนี้ออกมาใช้งานแต่ก็น่าจะแลกด้วยค่า MP ทั้งหมดที่มี...
เวลาค่อยๆ เดินผ่านไป พร้อมกับค่าพลังของพวกแทนที่ค่อยๆขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานนักค่าพลังของทุกคนก็เต็มเปี่ยมแทนศึกษาทักษะใหม่ที่เขาได้มาอีกครั้ง พร้อมๆกับเอ็ดเวิร์ดที่เพิ่งจะได้รับการเลื่อนระดับขึ้นมา เขาได้สกิลเพิ่มมาหนึ่งอย่างจากการเลื่อนระดับที่ว่าสกิลของระดับทักษะพ่อค้าตลาดนัด
“พี่เอ็ด…” บลานซ์เรียก “พี่ไม่ใช่อาชีพพ่อค้ารึ” เขาถามพร้อมกับลุกขึ้นยืน
เอ็ดเวิร์ดที่นั่งยองๆคุยกับสาวทางระบบติดต่อของเกมส่ายหัวทันที “ไม่ใช่...พ่อค้านั่นสายรอง เอ...แต่มันก็ไม่เชิงสายพ่อค้านะ ตอนฉันเลือกอาชีพมันไม่ได้เขียนว่าพ่อค้า”เขาตอบหน้านิ่ง
“ไม่ใช่?” แทนที่กำลังนั่งยองๆเตรียมลุกขึ้นยืนหันมองหน้าคนพูดอย่างสงสัย “แล้วมันเขียนไว้ว่าอะไรล่ะพี่”เขาถามต่อ
“แผงลอย...พ่อค้าแผงลอย” เอ็ดเวิร์ดตอบเสียงเรียบ
สามคนที่เหลือหันมองหน้ากันโดยมิได้นัดหมายดั่งวันที่ห้างสรรพสินค้าลดราคา 80% ทั้งแผนก “อาชีพนี้มันมีด้วยรึระบบมันเพี้ยนรึเปล่า” บลานซ์พูดขึ้นก่อน
“ระบบก็เรื่องหนึ่ง...” นิกกี้ว่า“แต่ไอ้คนที่เห็นสายทักษะนี้แล้วเลือกเนี่ย...น่าคิดกว่า”เธอพูดพร้อมกับจ้องไปที่หน้าเอ็ดเวิร์ด
“แล้วตกลงพี่อาชีพอะไรแน่” แทนพยายามเปลี่ยนเรื่องไม่พูดถึงสายทักษะรองเพราะสายทักษะคนจรจัดของเขานั้นดูท่าจะเลวร้ายกว่าเอ็ดเวิร์ดเป็นไหนๆ
คนถูกถามปิดระบบติดต่อที่คุยค้างอยู่ก่อนที่จะยืนขึ้นแล้วตอบยิ้มๆ “ซุปเปอร์สตาร์…”
แทนและบลานซ์ทำตาโตก่อนจะหันมองหน้ากันนิกกี้จ้องหน้าของผู้พูดก่อนจะถามอย่างสงสัย “อะไรมาดลใจสิงสู่ให้นายเลือกอาชีพที่ว่านั่น…”
ไม่มีเสียงตอบกลับมามีแต่รอยยิ้มบนใบหน้า เอ็ดเวิร์ดหยิบหมวกแก๊ปที่เหน็บไว้ที่กระเป๋าหลังออกมาสวมหัวตามด้วยเรียกใช้เสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาใช้ เสื้อเชิ้ตเข้ารูปปลดกระดุมสองเม็ดและกางเกงยีนส์เข้ารูปสีน้ำตาลเข้มที่คอห้อยสร้อยรูปสามเหลี่ยมเรขาคณิต ที่เท้าสวมรองเท้าผ้าใบทันสมัย
“เปลี่ยนชุดลุยน้ำดีกว่า” เขาพูดเมื่อเห็นน้ำท่วมขึ้นสูงกว่าเดิม
“เอ้ยพี่! เอามาจากไหนน่ะชุดที่เปลี่ยนน่ะ”แทนถามอย่างสนใจ
เอ็ดเวิร์ดมองดูชุดคลุมของแทนที่เป็นสีดำและด้านในเป็นสีแดงแล้วก็ตอบออกไป “ฉันว่าชุดนายก็เท่แล้วนี่ เหมือนพวกเด็กๆ แต่งชุดฮีโร่” เขาว่า
แทนขมวดคิ้วทันที “นี่พี่ชมหรือด่าน่ะ” เขาถาม
“ด่า...” นิกกี้สรุปก่อนจะตอบคำถามของแทน “ในเกมนี้ชุดเสื้อผ้าเราซื้อเปลี่ยนได้น่ะแต่คงมีไม่กี่คนที่เป็นแบบเจ้านี่” เธอชี้ไปที่เอ็ดเวิร์ด “เพราะชุดหนึ่งอย่างต่ำที่สุดก็ปาเข้าไปสี่ห้าแสนแล้ว บางชุดนี่เป็นสิบล้านสินค้าแฟชั่นสำหรับมนุษย์บางจำพวก” เธอว่า
“แพงสุดๆ!” แทนเสียงดัง
เอ็ดเวิร์ดหันไปชี้ที่ชุดของแทน “ชุดที่นายใส่อยู่ขายได้หลายแสนนะ” เขาพูด
“แล้วผมจะใส่อะไรล่ะพี่” แทนย่นคิ้วถาม
“นั่นสินะ...ชุดเริ่มต้นไง!”เอ็ดเวิร์ดตอบพร้อมกับหัวเราะร่วน ก่อนจะหันไปหาบลานซ์ “ลุยกันเลยดีกว่าบลานซ์ ฉันเบื่อที่ชื้นแฉะนี่แล้วล่ะ”
บลานซ์พยักหน้ารับก่อนจะเดินนำทุกคนข้ามสะพานหินที่ทอดตัวไปยังตัววิหาร พวกของแทนเดินผ่านม่านน้ำที่ขนาบสองข้างทางเดินผ่านละอองน้ำที่กระเซ็นอยู่ตลอดเวลา และในที่สุดพวกเขาก็กลับมาในวิหารแห่งท้องทะเลประตูอีกบานที่พวกเขาไม่ได้เลือกเปิดเปิดอ้าอยู่ก่อนแล้ว แทนกำลังคิดว่าในตอนแรกถึงพวกเขาจะเลือกเปิดประตูบานนี้ก็คงไม่สำเร็จนั่นก็เพราะว่าการจัดการเลวิอาธานที่ลานกว้างนอกปราสาทน่าจะเป็นเงื่อนไขในการเปิดประตูเหมือนในครั้งแมมม่อนที่ปราสาทผลึกไอเซนเกอร์
“ไปกันเถอะ” บลานซ์พูดก่อนจะเปิดประตูสู่ทางเดินยาวอีกครั้งแต่ในครั้งนี้ที่สุดทางมีบันไดหินขนาดใหญ่ทอดยาวขึ้นสู่ประตูขนาดยักษ์ความรู้สึกในตอนนี้บอกกับเขาว่าสิ่งที่อยู่หลังประตูบานนั้นเป็นเป็นบางอย่างที่มีพลังมหาศาล...
“มาสเตอร์...หลังประตูนั่นมีเจ้าตัวร้ายอยู่มันครอบครองพลังบางส่วนของไอ”ไอปรากฏร่างออกมาบนไหล่ของแทน และเมื่อชายหนุ่มได้ยินคำพูดที่ว่าความสงสัยก็หายไปจากหัวใจ
ความสงสัยและหวาดกลัวในพลังที่จะต้องพบเจอ…
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องไปเอาพลังของไอคืนมาสิไม่ต้องคิดอะไรแล้ว...” เขาตอบพร้อมสีหน้าที่มุ่งมั่นส่วนบลานซ์ นิกกี้ และเอ็ดเวิร์ดก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดที่แทนเอ่ยออกมา
บลานซ์ที่อยู่หน้าสุดใช้มือสัมผัสไปที่ประตูที่สูงว่าตัวเขาเกือบสิบเท่าแต่เมื่อมือของเขาสัมผัสกับบานประตูที่ว่า ประตูนั้นก็เปิดออก…
ชายหนุ่มค่อยๆก้าวไปยังลานกว้างตรงหน้า สถานที่ซึ่งพวกเขาอยู่ในตอนนี้คล้ายกับลานกว้างที่พบกับ เลวิอาธานแต่ความกว้างของที่นี่กว้างกว่าราวสามเท่า กำแพงน้ำล้อมอยู่รอบ เมื่อมองไปรอบตัวก็ทำให้รู้ได้ว่าส่วนนี้เป็นส่วนที่สูงที่สุดของมหาวิหารเทพสมุทรและเมื่อเอ็ดเวิร์ดซึ่งเป็นคนสุดท้ายเดินผ่านประตูเข้ามา ประตูก็ปิดตัวลงพร้อมกับเสียงประกาศของระบบถึงการปรากฏตัวของมอสเตอร์เลเวล154...
เดมิกอส ผู้พิทักษ์แห่งวิหารเทพสมุทรเลเวล 154 ปรากฏตัว ผู้เล่นที่ถูกเดมิกอสสังหารจะถูกส่งกลับไปยังวิหารแห่งนักเดินทางที่ใกล้ที่สุดและไม่สามารถเข้าสู่วิหารใต้สมุทรได้อีก...
ผลของทักษะริกส์เบรกเกอร์ทำงานผู้เล่นแทนไทยเลเวลลดลงครึ่งหนึ่งของเลเวลที่มีหากเลเวลเป็นเลขคี่ให้ปัดเศษจากการหารขึ้น เมื่อจบการต่อสู้จะได้รับค่าสบการณ์ 2เท่า เงิน 2 เท่า การ์ดและไอเทมที่จะได้รับ 2 เท่า“น่าน...ว่าแล้วไม่ผิดไอ้สกิลนี่มันชอบโผล่มาเวลาแบบนี้ตลอด นี่แน่ใจนะว่าสุ่มไม่ได้แกล้งจำได้ว่าเราไม่เคยไปแย่งแฟนพวกสร้างเกมหรือจีเอมนะ” แทนพูดพร้อมถอนหายใจยาว“ทีนี้ยังไงล่ะ...เหลือเลเวลสามสิบสามโดนโจมตีทีหนึ่งตายไม่ต้องสืบ” เขาบ่นอุบ
“ทำไมมันต้องเป็นเวลานี้ด้วยละวุ้ย!” นิกกี้เริ่มหงุดหงิดการสุ่มของระบบแต่เมื่อเธอพูดจบก็เรียกใช้การ์ดไอเทมระดับ 7 ดาวออกมา 1 ใบและเมื่อเธอเรียกใช้ได้สำเร็จ ก็ปรากฏวัตถุทรงกลมสีดำหมุนวนอยู่รอบตัวของเธอ มันเป็นผลจากการ์ดที่ชื่อคล้ายมหากาพย์สงครามไซไฟอวกาศสงครามแห่งดวงดาว ‘สตาร์วอร์ค’
“เลเวลเบรกเกอร์อีกซะทีดีไหมนี่เลเวลจะได้เหลือสามเลเวลถ้วน” แทนพูดประชดตามแบบฉบับของเขาสมองเขานั้นกำลังคิดหาทางรอดอยู่
“ไอเทม!” เสียงเอ็ดเวิร์ดที่เริ่มเข้าขากับปาร์ตี้เรียกใช้ไอเทมระดับ 7 ดาวที่เขาเคยใช้มาแล้วไอเทมซึ่งเมื่อเรียกใช้จะสามารถป้องกันการโจมตีทุกชนิดได้ 1 ครั้งโดยแลกกับเลเวลของตัวเอ็ดเวิร์ดเอง 1 เลเวล...การ์ดอาภรณ์แห่งดาวประกายพรึก
