D.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ

    จนกว่าความตายจะพรากจาก 3

     

            โดนกันไปเต็มๆรับกันไปถ้วนหน้า...หนักเบาแล้วแต่พลังป้องกันของแต่ละคนแต่ก็เป็นบลานซ์ที่พลังลดจนเหลือไม่ถึงหนึ่งพันนั่นเพราะเขารับค่าความเสียหายของเอ็ดเวิร์ดเข้าไปด้วยแต่ยังนับว่าโชคดีที่เขายังมีโล่เนปจูนที่ลดค่าความเสียหายธาตุน้ำอยู่มิฉะนั้นตอนนี้บลานซ์น่าจะตายไปเรียบร้อยแล้ว

            “เฮ้ย! ทำไมมันใช้แล้วแรงอย่างนี้ล่ะ!”แทนโวยวายทันที

            “ก็นี่มันของจริงนี่แล้วเราก็ไม่ใช่ธาตุน้ำด้วยโดนกันไปเต็มๆ” นิกกี้ว่าแต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไรต่อไปเสียงของเอ็ดเวิร์ดก็ดังขึ้น 

            “การ์ดเพิ่มพลังนี่ใบสุดท้ายแล้วนะ!” ชายหนุ่มที่คอยเพิ่มพลังจากแถวหลังตะโกนบอกเสียงที่ว่าทำให้นิกกี้ไม่มีทางเลือก เธอต้องใช้การ์ดเวทมนต์ที่เก็บไว้ในมือทันที

            “ไม่รู้จำนวนพวกที่ออกมาจะพอหรือเปล่าขอให้รอดเถอะ...ช่วยทีนะ” เธอพูดกับการ์ดที่หยิบขึ้นมาตามด้วยเรียกใช้งานการ์ดใบที่ว่า การ์ดเวทมนต์ระดับ 10 ดาว

     

            “เมจิก!”

             

            แสงสว่างวาบปรากฏที่การ์ดใบนั้นก่อนที่มันจะสลายไปในอากาศไม่นานนัก อาวุธและอุปกรณ์สวมใส่ต่างๆ ที่กระจายอยู่ลอยขึ้นเหนือพื้นหินของลานกว้างกลางทะเลที่แหวกออกอาวุธและชุดเกราะพวกนั้นมีเงาดำรูปร่างคล้ายมนุษย์เข้าสวมใส่เสียงครวญครางโหยหวนดังมาจากเงาเหล่านั้นพวกที่มีอาวุธอยู่ในมือเริ่มโจมตีใส่มังกรน้ำที่อยู่ตรงหน้าในขณะที่พวกเงาซึ่งสวมเกราะป้องกันเข้ามายืนคุ้มกันให้บลานซ์

               

    “445!”          “381!”          “490!”          “295!”           “419!”

                           “481!”          “391!”           “445!”           “287!”             “414!”

                “475!”          “364!”           “424!”           “269!”           “413!”

     

            “นิกกี้มีการ์ดนี่ด้วยแฮะ...” เอ็ดเวิร์ดที่มองเห็นภาพตรงหน้าพูดขึ้น “ฮาร์ทเลสอาร์มี (Heartless Army)”






            “สำเร็จ!” บลานซ์ร้องเสียงดังในตอนนี้มีภูตเงาที่สิงในชุดเกราะมาช่วยเป็นเกราะกำบังให้เขาทำให้ยังปลอดภัยได้อีกระยะหนึ่ง

            “เชดดด...” แทนลากเสียงยาวเมื่อเห็นกองทัพที่เกิดจากการประสานงานของนิกกี้และบลานซ์

            “มีอะไรเอาออกมาใช้ให้หมด!”หญิงสาวสั่ง หลังจากนั้นพวกของแทนก็ใช้ SP MP และการ์ดที่มีอยู่ในมือทุ่มโจมตีสุดกำลังทั้งท่าไม้ตาย ทั้งท่าเสริมพลังต่างๆ ถูกใช้จนหมดเป้าหมายคือโค่นมังกรน้ำตรงหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

            ส่วนเอ็ดเวิร์ดนั้น...นั่งพักอยู่ระยะไกลออกไปนับร้อยเมตร...แต่ก็น่าจะมีประโยชน์กว่าการเข้ามายุ่มย่ามในการต่อสู้ที่กำลังดุเดือดเป็นไหนๆเขากำลังฟื้นพลังเวทเพื่อจะได้ทำหน้าที่หน่วยสนับสนุนจำเป็นต่อไป

             

    “1,174!”              “3,381!”              “1,907!”              “460!”                “2,194!”

                            “781!”                “1,461!”                “1,155!”              “379!”                   “1,118”

                “1,785!”              “2,361!”                “1,214!”              “451!”                “1,413!”

     

            หลังจากทุกคนและภูติเงาโจมตีใส่มังกรน้ำเลวิอาธานไปอย่างหนักร่างของมันก็ทรุดลง หลังจากเห็นแบบนั้น ทุกคนก็โจมตีต่ออย่างไม่ยั้งมือ และเมื่อนิกกี้ใช้ท่าปืนเจ็ดลำแสงไปสามนัดรวดการต่อสู้ก็มาถึงบทตัดสิน

     

                “เซเวนเรย์!”หลังสิ้นเสียงเรียกใช้หญิงสาวก็ยิงใส่มังกรน้ำที่กำลังพยายามลุกขึ้นพลังโจมตีรุนแรงปรากฏบนร่างของเลวิอาธาน

                    “2,122!”              “2,774!”              “2,617!”             “2,685!”                  “2,774!”              “2,715!”

                “2,741!”             “2,703!”                  “2,746!”             “2,801!”                 “2,781!”             “2,714!”

                  “2,737!”             “2,697!”                 “2,749!”             “2,733!”                 “2,739!”             “2,799”

     

            เสียงคำรามดังก้องทั่วท้องน้ำก่อนร่างมังกรแห่งห้วงสมุทรจะสลายกลายเป็นละอองแสงนับไม่ถ้วนแล้วร่วงหล่นลงสู่ลานกว้างที่พวกของแทนยืนอยู่ก่อนจะค่อยๆ สลายไปภาพที่เห็นอยู่ในขณะนี้เหมือนกับกำลังมองดูหิมะที่เปล่งแสงร่วงหล่นลงมายังพื้นหินท่ามกลางม่านน้ำที่รายล้อมเหล่านักผจญกลุ่มหนึ่ง

     

                กลุ่มผู้เล่นสามารถจัดการมังกรน้ำเลวิอาธานหนึ่งในอสูรแห่งบาปทั้งเจ็ด...ความริษยาอันไม่สิ้นสุด เลเวล 112 ลงได้ได้รับการ์ดอสูรแห่งบาป เลวิอาธาน ระดับ 11 ดาว 1 ใบ ได้รับหัวใจมังกรทะเล 1 ชิ้นได้รับค่าประสบการณ์ 197,666 ผู้เล่นแทนไทยเลื่อนระดับเลเวลเป็น 65 ผู้เล่นบลานซ์เลื่อนระดับเลเวลเป็น 64ผู้เล่นนิกกี้เลื่อนระดับเลเวลเป็น 65 ผู้เล่นสมโชคเลื่อนระดับเลเวลเป็น 27เลื่อนระดับทักษะเป็น “พ่อค้าตลาดนัด”

     

               และหลังจากเสียงประกาศของระบบจบลงไปได้ครู่หนึ่งเสียงของระบบที่เพิ่งจบลงไปก็ดังขึ้นอีกครั้ง

     

                ผู้เล่นผ่านเงื่อนไขสังหารมังกรสมุทรทำให้ประตูแห่งความริษยาเปิดออก เส้นทางสู่ดาดฟ้าวิหารเทพสมุทรถูกปลดผนึก

     

            “เฮ้ย!” เสียงของเอ็ดเวิร์ดดังขึ้นก่อนใครเขามองเลเวลและระดับทักษะสายอาชีพรองที่เพิ่มขึ้นมันเป็นครั้งแรกที่เหตุการณ์นี้เกิดกับเขา เพราะอันที่จริงแล้วระบบนั้นถึงจะไม่ได้ห้ามให้ผู้เล่นเลเวลน้อยเข้าร่วมกลุ่มเลเวลสูงแต่ก็เหมือนบังคับไม่ให้ทำอย่างที่พวกของแทนกำลังทำเพราะหากนำผู้เล่นที่เลเวลห่างมากเกินไปมาเข้ากลุ่มไม่เพียงแต่ผู้เล่นนั้นจะได้ค่าประสบการณ์น้อยนิดแล้วพวกที่มีเลเวลสูงยังจะถูกตัดค่าประสบการณ์ที่ได้ออกไปอีกมันเป็นผลให้พวกของแทนที่จัดการมอนสเตอร์ระดับสูงมาตลอดเลเวลเลื่อนขึ้นเพียงแค่นิดหน่อยแต่เรื่องที่ว่านี้แทนและบลานซ์รู้ดีจากคำอธิบายของหญิงสาวคนเดียวในกลุ่มแต่พวกเขาแค่ไม่บอกเอ็ดเวิร์ดเพียงเท่านั้น เพราะมันอาจทำให้เขาไม่ยอมเข้าร่วมกลุ่ม

    “บ้าชะมัด...” แทนพูดเสียงเซ็ง “แย่งซีนเลยนะเธอน่ะ” เขาหันไปพูดกับนิกกี้

            หญิงสาวที่กำลังคุยถึงการเล่นประสานของเธอและบลานซ์อยู่หันขวับมาที่เจ้าของเสียง“ถ้าไม่แย่งซีนฉันว่าน่าจะมีคนตาย”เธอพูดเสียงเรียบพร้อมกับมองหน้าแทนสลับกับเอ็ดเวิร์ด “พวกนายสองคนน่ะน่าจะคิวต้นๆ”

            เอ็ดเวิร์ดยิ้มแหยเพราะรู้ตัวส่วนเจ้าแทนโวยวายไม่ยอมรับตามฟอร์ม “ฉันไม่ตายง่ายๆ หรอก ต้องรอวิกฤตก่อนพระเอกเขาถึงจะโชว์เทพกัน” เขาเถียง บลานซ์ที่ระอาจนชินหัวเราะขำๆส่วนเอ็ดเวิร์ดยิ้มเมื่อมองเห็นความเฮฮาของกลุ่มตัวเอง

            “ย่ะ...พ่อพระเอก คราวหลังจะใช้ท่าอะไรพ่อพระเอกก็ช่วยดูให้มันดีก่อนก็แล้วกัน”นิกกี้พูดพร้อมกับหรี่ตามองคนที่อ้างตัวเป็นพระเอกหน้าตาเฉย

            ครั้งนี้แทนหน้าจ๋อย การใช้ท่าคลื่นยักษ์ใส่เลวิอาธานเป็นจุดด่างพล้อยที่แทนเถียงไม่ออกต่อจากนั้นทุกคนก็พักผ่อนเพื่อรอค่าพลังต่างๆ ฟื้นคืน ทุกคนมามุงดูการ์ดในมือของแทนการ์ดที่ทั้งสี่เป็นเจ้าของร่วมกันและเมื่อได้อ่านความสามารถของการ์ดในมือของเขาแล้ว ทุกคนก็ลงความเห็นว่าการ์ดใบนี้ควรจะเป็นของเอ็ดเวิร์ดเลเวลที่เพิ่มขึ้นทำให้เขามีพลังเวทมนต์มากพอที่จะเรียกหนึ่งในอสูรแห่งบาปนี้ออกมาใช้งานแต่ก็น่าจะแลกด้วยค่า MP ทั้งหมดที่มี...

            เวลาค่อยๆ เดินผ่านไป พร้อมกับค่าพลังของพวกแทนที่ค่อยๆขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานนักค่าพลังของทุกคนก็เต็มเปี่ยมแทนศึกษาทักษะใหม่ที่เขาได้มาอีกครั้ง พร้อมๆกับเอ็ดเวิร์ดที่เพิ่งจะได้รับการเลื่อนระดับขึ้นมา เขาได้สกิลเพิ่มมาหนึ่งอย่างจากการเลื่อนระดับที่ว่าสกิลของระดับทักษะพ่อค้าตลาดนัด

            “พี่เอ็ด…” บลานซ์เรียก “พี่ไม่ใช่อาชีพพ่อค้ารึ” เขาถามพร้อมกับลุกขึ้นยืน

            เอ็ดเวิร์ดที่นั่งยองๆคุยกับสาวทางระบบติดต่อของเกมส่ายหัวทันที “ไม่ใช่...พ่อค้านั่นสายรอง เอ...แต่มันก็ไม่เชิงสายพ่อค้านะ ตอนฉันเลือกอาชีพมันไม่ได้เขียนว่าพ่อค้า”เขาตอบหน้านิ่ง

            “ไม่ใช่?” แทนที่กำลังนั่งยองๆเตรียมลุกขึ้นยืนหันมองหน้าคนพูดอย่างสงสัย “แล้วมันเขียนไว้ว่าอะไรล่ะพี่”เขาถามต่อ

            “แผงลอย...พ่อค้าแผงลอย” เอ็ดเวิร์ดตอบเสียงเรียบ

            สามคนที่เหลือหันมองหน้ากันโดยมิได้นัดหมายดั่งวันที่ห้างสรรพสินค้าลดราคา 80% ทั้งแผนก “อาชีพนี้มันมีด้วยรึระบบมันเพี้ยนรึเปล่า” บลานซ์พูดขึ้นก่อน

            “ระบบก็เรื่องหนึ่ง...” นิกกี้ว่า“แต่ไอ้คนที่เห็นสายทักษะนี้แล้วเลือกเนี่ย...น่าคิดกว่า”เธอพูดพร้อมกับจ้องไปที่หน้าเอ็ดเวิร์ด

                 “แล้วตกลงพี่อาชีพอะไรแน่” แทนพยายามเปลี่ยนเรื่องไม่พูดถึงสายทักษะรองเพราะสายทักษะคนจรจัดของเขานั้นดูท่าจะเลวร้ายกว่าเอ็ดเวิร์ดเป็นไหนๆ

            คนถูกถามปิดระบบติดต่อที่คุยค้างอยู่ก่อนที่จะยืนขึ้นแล้วตอบยิ้มๆ “ซุปเปอร์สตาร์…”

            แทนและบลานซ์ทำตาโตก่อนจะหันมองหน้ากันนิกกี้จ้องหน้าของผู้พูดก่อนจะถามอย่างสงสัย “อะไรมาดลใจสิงสู่ให้นายเลือกอาชีพที่ว่านั่น…”

            ไม่มีเสียงตอบกลับมามีแต่รอยยิ้มบนใบหน้า เอ็ดเวิร์ดหยิบหมวกแก๊ปที่เหน็บไว้ที่กระเป๋าหลังออกมาสวมหัวตามด้วยเรียกใช้เสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาใช้ เสื้อเชิ้ตเข้ารูปปลดกระดุมสองเม็ดและกางเกงยีนส์เข้ารูปสีน้ำตาลเข้มที่คอห้อยสร้อยรูปสามเหลี่ยมเรขาคณิต ที่เท้าสวมรองเท้าผ้าใบทันสมัย

            “เปลี่ยนชุดลุยน้ำดีกว่า” เขาพูดเมื่อเห็นน้ำท่วมขึ้นสูงกว่าเดิม

            “เอ้ยพี่! เอามาจากไหนน่ะชุดที่เปลี่ยนน่ะ”แทนถามอย่างสนใจ

            เอ็ดเวิร์ดมองดูชุดคลุมของแทนที่เป็นสีดำและด้านในเป็นสีแดงแล้วก็ตอบออกไป “ฉันว่าชุดนายก็เท่แล้วนี่ เหมือนพวกเด็กๆ แต่งชุดฮีโร่” เขาว่า

            แทนขมวดคิ้วทันที “นี่พี่ชมหรือด่าน่ะ” เขาถาม

            “ด่า...” นิกกี้สรุปก่อนจะตอบคำถามของแทน “ในเกมนี้ชุดเสื้อผ้าเราซื้อเปลี่ยนได้น่ะแต่คงมีไม่กี่คนที่เป็นแบบเจ้านี่” เธอชี้ไปที่เอ็ดเวิร์ด “เพราะชุดหนึ่งอย่างต่ำที่สุดก็ปาเข้าไปสี่ห้าแสนแล้ว บางชุดนี่เป็นสิบล้านสินค้าแฟชั่นสำหรับมนุษย์บางจำพวก” เธอว่า

            “แพงสุดๆ!” แทนเสียงดัง

            เอ็ดเวิร์ดหันไปชี้ที่ชุดของแทน “ชุดที่นายใส่อยู่ขายได้หลายแสนนะ” เขาพูด

            “แล้วผมจะใส่อะไรล่ะพี่” แทนย่นคิ้วถาม

             “นั่นสินะ...ชุดเริ่มต้นไง!”เอ็ดเวิร์ดตอบพร้อมกับหัวเราะร่วน ก่อนจะหันไปหาบลานซ์ “ลุยกันเลยดีกว่าบลานซ์ ฉันเบื่อที่ชื้นแฉะนี่แล้วล่ะ”

              บลานซ์พยักหน้ารับก่อนจะเดินนำทุกคนข้ามสะพานหินที่ทอดตัวไปยังตัววิหาร พวกของแทนเดินผ่านม่านน้ำที่ขนาบสองข้างทางเดินผ่านละอองน้ำที่กระเซ็นอยู่ตลอดเวลา และในที่สุดพวกเขาก็กลับมาในวิหารแห่งท้องทะเลประตูอีกบานที่พวกเขาไม่ได้เลือกเปิดเปิดอ้าอยู่ก่อนแล้ว แทนกำลังคิดว่าในตอนแรกถึงพวกเขาจะเลือกเปิดประตูบานนี้ก็คงไม่สำเร็จนั่นก็เพราะว่าการจัดการเลวิอาธานที่ลานกว้างนอกปราสาทน่าจะเป็นเงื่อนไขในการเปิดประตูเหมือนในครั้งแมมม่อนที่ปราสาทผลึกไอเซนเกอร์

            “ไปกันเถอะ” บลานซ์พูดก่อนจะเปิดประตูสู่ทางเดินยาวอีกครั้งแต่ในครั้งนี้ที่สุดทางมีบันไดหินขนาดใหญ่ทอดยาวขึ้นสู่ประตูขนาดยักษ์ความรู้สึกในตอนนี้บอกกับเขาว่าสิ่งที่อยู่หลังประตูบานนั้นเป็นเป็นบางอย่างที่มีพลังมหาศาล...

            “มาสเตอร์...หลังประตูนั่นมีเจ้าตัวร้ายอยู่มันครอบครองพลังบางส่วนของไอ”ไอปรากฏร่างออกมาบนไหล่ของแทน และเมื่อชายหนุ่มได้ยินคำพูดที่ว่าความสงสัยก็หายไปจากหัวใจ

            ความสงสัยและหวาดกลัวในพลังที่จะต้องพบเจอ…

             “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องไปเอาพลังของไอคืนมาสิไม่ต้องคิดอะไรแล้ว...” เขาตอบพร้อมสีหน้าที่มุ่งมั่นส่วนบลานซ์ นิกกี้ และเอ็ดเวิร์ดก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดที่แทนเอ่ยออกมา

            บลานซ์ที่อยู่หน้าสุดใช้มือสัมผัสไปที่ประตูที่สูงว่าตัวเขาเกือบสิบเท่าแต่เมื่อมือของเขาสัมผัสกับบานประตูที่ว่า ประตูนั้นก็เปิดออก…

            ชายหนุ่มค่อยๆก้าวไปยังลานกว้างตรงหน้า สถานที่ซึ่งพวกเขาอยู่ในตอนนี้คล้ายกับลานกว้างที่พบกับ              เลวิอาธานแต่ความกว้างของที่นี่กว้างกว่าราวสามเท่า กำแพงน้ำล้อมอยู่รอบ เมื่อมองไปรอบตัวก็ทำให้รู้ได้ว่าส่วนนี้เป็นส่วนที่สูงที่สุดของมหาวิหารเทพสมุทรและเมื่อเอ็ดเวิร์ดซึ่งเป็นคนสุดท้ายเดินผ่านประตูเข้ามา ประตูก็ปิดตัวลงพร้อมกับเสียงประกาศของระบบถึงการปรากฏตัวของมอสเตอร์เลเวล154...

     

            เดมิกอส ผู้พิทักษ์แห่งวิหารเทพสมุทรเลเวล 154 ปรากฏตัว ผู้เล่นที่ถูกเดมิกอสสังหารจะถูกส่งกลับไปยังวิหารแห่งนักเดินทางที่ใกล้ที่สุดและไม่สามารถเข้าสู่วิหารใต้สมุทรได้อีก...

            ผลของทักษะริกส์เบรกเกอร์ทำงานผู้เล่นแทนไทยเลเวลลดลงครึ่งหนึ่งของเลเวลที่มีหากเลเวลเป็นเลขคี่ให้ปัดเศษจากการหารขึ้น เมื่อจบการต่อสู้จะได้รับค่าสบการณ์ 2เท่า เงิน 2 เท่า การ์ดและไอเทมที่จะได้รับ 2 เท่า
            “น่าน...ว่าแล้วไม่ผิดไอ้สกิลนี่มันชอบโผล่มาเวลาแบบนี้ตลอด นี่แน่ใจนะว่าสุ่มไม่ได้แกล้งจำได้ว่าเราไม่เคยไปแย่งแฟนพวกสร้างเกมหรือจีเอมนะ” แทนพูดพร้อมถอนหายใจยาว“ทีนี้ยังไงล่ะ...เหลือเลเวลสามสิบสามโดนโจมตีทีหนึ่งตายไม่ต้องสืบ” เขาบ่นอุบ

            “ทำไมมันต้องเป็นเวลานี้ด้วยละวุ้ย!” นิกกี้เริ่มหงุดหงิดการสุ่มของระบบแต่เมื่อเธอพูดจบก็เรียกใช้การ์ดไอเทมระดับ 7 ดาวออกมา 1 ใบและเมื่อเธอเรียกใช้ได้สำเร็จ ก็ปรากฏวัตถุทรงกลมสีดำหมุนวนอยู่รอบตัวของเธอ มันเป็นผลจากการ์ดที่ชื่อคล้ายมหากาพย์สงครามไซไฟอวกาศสงครามแห่งดวงดาว ‘สตาร์วอร์ค’

            “เลเวลเบรกเกอร์อีกซะทีดีไหมนี่เลเวลจะได้เหลือสามเลเวลถ้วน” แทนพูดประชดตามแบบฉบับของเขาสมองเขานั้นกำลังคิดหาทางรอดอยู่

            “ไอเทม!” เสียงเอ็ดเวิร์ดที่เริ่มเข้าขากับปาร์ตี้เรียกใช้ไอเทมระดับ 7 ดาวที่เขาเคยใช้มาแล้วไอเทมซึ่งเมื่อเรียกใช้จะสามารถป้องกันการโจมตีทุกชนิดได้ 1 ครั้งโดยแลกกับเลเวลของตัวเอ็ดเวิร์ดเอง 1 เลเวล...การ์ดอาภรณ์แห่งดาวประกายพรึก

     



     



    คล้ายกับเรื่องD.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ ที่คุณอ่าน