ตำนานเทพสงครามอมตะ [นิยายแปล]

    ตอนที่ 44 วิหารหมอยา

    เซียวอวี้ใจเต้นแรงทันทีเขาเข้าใจความหมายที่อยู่ในคำพูดของหลิงเอ๋อร์ ถ้าในอนาคตตนคบกับหวงฝู่หลิงซีขึ้นมาจริงๆ เช่นนั้น...จะต้องเผชิญหน้ากับจั่วอู๋เซี่ยงเจ้าเหนือหัวยุวชนที่ถูกเล่าขานอย่างมหัศจรรย์ลึกล้ำผู้นั้น

            แยกจากหลิงเอ๋อร์แล้วเซียวอวี้นั่งรถม้ากลับจวนสกุลเซียว แต่เพิ่งเดินไปถึงหน้าประตูจวนพลันมองเห็นรถม้าที่มีสัญลักษณ์ของวิหารหมอยาที่จอดแน่นิ่งอยู่อีกด้าน

            “สหายเซียว”ฉินชิงอวิ๋นในชุดยาวกระโดดลงมาจากรถม้าตะโกนเรียกด้วยรอยยิ้มชื่นมื่น

            เซียวอวี้ฉีกยิ้มขึ้นทันที“สหายฉินมาเมืองฉังอานเมื่อไรกัน เข้าไปดื่มชาสักแก้วก่อนเถอะ”

            ฉินชิงอวิ๋นเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“ข้าก็เพิ่งมาถึงได้ไม่นาน แต่เสียดายที่มาไม่ทันการประลองของสหายเซียวและหวงเหว่ยถิงข้าได้ยินเรื่องราวต่างๆ ของสหายเซียวแล้วนะ เอาชนะเยี่ยซิงฮุย ต่อมายังสังหารหวงเหว่ยถิงอีกถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้กล้าคนหนุ่มสาวที่น่ากลัวที่สุดในการประลองใหญ่สองแคว้นในครั้งนี้แล้วด้วยพวกเราชาวเมืองเหลียงโจวภาคภูมิใจในตัวสหายเซียวยิ่งนัก”

            เซียวอวี้ยิ้มแย้มทักทายปราศรัยไม่กี่คำเชิญฉินชิงอวิ๋นเข้าบ้านไปดื่มน้ำชา แต่กลับถูกเขาโบกมือปฏิเสธอย่างสุภาพ

            “ชาจะดื่มเมื่อไรก็ย่อมได้ไม่ทราบว่าสหายเซียวตอนนี้มีเวลาว่างหรือไม่ ข้าเป็นตัวแทนท่านพ่อรวมทั้งวิหารหมอยาอยากเชิญสหายเซียวไปสนทนา” ฉินชิงอวิ๋นไถ่ถามด้วยรอยยิ้ม

            “วิหารหมอยาเชิญมาข้าจะกล้าไม่ไปได้อย่างไร”

            “เชิญสหายเซียว”

            “เชิญ”

            เซียวอวี้ขึ้นรถม้าของฉินชิงอวิ๋นมุ่งหน้าไปยังวิหารหมอยายังมียอดฝีมือของจวนโหวสิบกว่าคนลอบติดตามอยู่เบื้องหลังพวกเขาบัดนี้เซียวอวี้สังหารหวงเหว่ยถิง ถูกสกุลหวงเห็นเป็นศัตรูตัวฉกาจเซียวฉีสยงจะกล้าประมาทได้หรือไง

            ผ่านไปครึ่งชั่วยามกว่ารถม้าจอดอยู่นอกคฤหาสน์แห่งหนึ่งในชานเมืองเมืองฉังอาน คฤหาสน์ไม่นับว่าใหญ่โตมากนักแต่ทิวทัศน์โดยรอบงดงามเลิศล้ำ กลิ่นหอมของยาสมุนไพรอ่อนๆ กระจายเต็มไปทั่วในอากาศ

            “พี่เซียวที่นี่คือจวนของรองประมุขแห่งวิหารหมอยา ท่านผู้อาวุโสอยากจะพบเจ้า” ฉินชิงอวิ๋นยิ้มแย้มพลางอธิบาย

            เซียวอวี้คลี่ยิ้มบางเอ่ยว่า “ที่แท้ผู้อาวุโสจ้างเชิญนี่เองข้าได้ยินมาว่าผู้อาวุโสท่านนี้เป็นผู้หลงใหลในยาคนหนึ่งถึงขั้นคลั่งไคล้ในการหลอมยา”

            “ที่แท้สหายเซียวก็เคยได้ยินเกี่ยวกับผู้อาวุโสมาแล้วปู่จ้างได้ยินว่าเจ้ายังมีตำรับยาอยู่ในมือไม่น้อย จึงตื่นเต้นมานานมากแล้วดังนั้นหลังจากการประลองของเจ้ากับหวงเหว่ยถิง ปู่จ้างก็เลยส่งข้ามาเชิญเจ้าทันที”

            ฉินชิงอวิ๋นนำเซียวอวี้เดินผ่านไร่ยาแต่ละแห่งของคฤหาสน์ไร่ยาแต่ละแห่งล้วนแต่เพาะปลูกพืชสมุนไพรที่มีค่ามหาศาล พอเห็นที่นี่แล้วเซียวอวี้อดนึกถึงข่าวลือของเมืองฉังอานข่าวหนึ่งไม่ได้

            เล่ากันว่าไม่ว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแค่ไหน ขอแค่มีชีวิตรอดมาถึงสวนยาของจ้างชิงชวนได้ ก็ไม่มีทางตายอย่างแน่นอน

            จ้างชิงชวนรองประมุขแห่งวิหารหมอยา เป็นนักหลอมยาขั้นหกระดับล่างเพียงคนเดียวของแผ่นดินต้าถังประมุขใหญ่ของวิหารหมอยาเป็นผู้อาวุโสของสำนักกระบี่เสวียนหวงคนหนึ่ง ปกติสองสามปีจะลงมาทีดังนั้นผู้ดูแลที่แท้จริงของวิหารหมอยาก็คือ จ้างชิงชวน

            เดินผ่านไร่ยาแต่ละแห่งเซียวอวี้สัมผัสได้ถึงมวลอากาศอันแข็งแกร่งแต่ละสายที่ซ่อนอยู่ในคฤหาสน์ได้รางๆภายในเรือนที่ดูเหมือนไม่ใหญ่หลังนี้มียอดฝีมือขั้นลูกกลอนนิลหลายคนเฝ้ารักษาการณ์เป็นอย่างน้อย

            สถานะของจ้างชิงชวนในแผ่นดินต้าถังไม่ด้อยไปกว่าจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน เพียงแต่วิหารหมอยาอยู่เหนือข้อพิพาทน้อยมากที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ทั้งต่อหน้าและลับหลังระหว่างราชวงศ์และเจ้านคร

            “ปู่จ้างข้าเชิญสหายเซียวมาแล้ว” ทั้งคู่เพิ่งจะก้าวเข้าไปตรงห้องโถงส่วนหน้าฉินชิงอวิ๋นก็ยิ้มแย้มพลางร้องตะโกนทันที

            “ข้าน้อยคารวะประมุขจ้างและท่านอาฉิน” เซียวอวี้ประกบมือทั้งสองขึ้นคำนับ

            จ้างชิงชวนที่เรือนผมขาวโพลนดุจหิมะทว่าใบหน้ากลับเปล่งปลั่งไร้ริ้วรอย ดวงตาเปล่งประกายเซียวอวี้พลันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ยิ่งใหญ่ราวกับมหาสมุทรปกคลุมอยู่ทั่วทั้งร่างอดยิ้มในใจไม่ได้

            นักหลอมยาในตำนานของอาณาจักรต้าถังคนนี้มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นร้อยปีไม่เพียงเป็นนักหลอมยาขั้นหกระดับล่างคนหนึ่งตบะของเขาก็บรรลุถึงจุดสุดยอดของขั้นลูกกลอนนิลด้วยเช่นกันคาดว่าอยู่ไม่ห่างจากขั้นวิญญาณต้นกำเนิดแล้วจะต้องเป็นหนึ่งในยอดฝีมือที่น่ากลัวที่สุดในเมืองฉังอานอย่างแน่นอน

            “อยู่กับข้าที่นี่ก็อย่าได้เกรงใจไปเลยนั่งตามสบายเถอะ” จ้างชิงชวนเก็บสายตาลงหัวเราะด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน

            เซียวอวี้และฉินชิงอวิ๋นทรุดตัวลงนั่งฉินซุ่นชังนั่งต่ำลงมาจากจ้างชิงชวน พยักหน้าส่งสัญญาณให้เซียวอวี้หัวหน้าสมาคมหมอยาแห่งเมืองเหลียงโจวคนนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าจ้างชิงชวนทำตัวนอบน้อมเป็นอย่างยิ่งไม่ใช่เพียงเพราะชายชราคนนี้ควบคุมวิหารหมอยาที่ยิ่งใหญ่สาเหตุที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ จ้างชิงชวนเป็นอาจารย์ของเขา

            หลังจากนั่งลงไม่ทันไรก็มีคนรับใช้ยกน้ำชาหอมหวลเข้ามาให้ จ้างชิงชวนหรี่ตาพลางจิบชาไปคำหนึ่งยิ้มตาหยีแล้วกล่าวว่า “เซียวอวี้วันนี้ข้าเชิญเจ้ามา ด้วยอยากจะทำการค้ากับเจ้า”

            “ท่านผู้อาวุโสเชิญกล่าวมาเถิด”เซียวอวี้วางแก้วชา ยิ้มอ่อนโยน

            “วิหารหมอยาของเรายินดีจะจัดหายาให้สกุลเซียวโดยไม่มีค่าใช้จ่ายขอแค่เป็นยาที่อยู่ภายในขอบเขตอำนาจของข้าแล้ว เจ้าอยากจะได้เท่าไรก็เอาไปได้เลย”แววตาของจ้างชิงชวนเปล่งประกาย ราวกับแสงวิเศษที่วาดผ่านกลางท้องฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ

            สีหน้าฉินซุ่นชังไม่แปรเปลี่ยนแต่ฉินชิงอวิ๋นกลับแสดงอาการออกทางสีหน้าทันที จ้างชิงชวนเสนอเงื่อนไขแบบนี้เรียกได้ว่าไม่เคยมีมาก่อนแม้กระทั่งราชวงศ์ต้าถังก็ไม่เคยได้รับการปฏิบัติด้วยเช่นนี้ราชวงศ์หลี่อยากเป็นพันธมิตรกับวิหารหมอยาเสมอมาแต่จนแล้วจนรอดจ้างชิงชวนไม่เคยเห็นด้วยไม่คิดเลยว่าตอนนี้จะสัญญาด้วยเงื่อนไขเช่นนี้กับเจ้านครชั้นล่าง

            ด้วยอำนาจและความสามารถของจ้างชิงชวนผนวกกับสถานะของเซียวฉีสยงในอาณาจักรต้าถัง ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่สิบปีสั้นๆก็สามารถสร้างตระกูลที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อยหน้าไปกว่าสกุลจั่วได้

            ฉินซุ่นชังมองเซียวอวี้ที่สีหน้านิ่งสงบด้วยสายตาลุ่มลึกทีหนึ่งในใจอดทอดถอนใจไม่ได้

            เวลาผ่านไปไม่นานเด็กหนุ่มสกุลเซียวที่ถูกผู้คนมองข้าม กลับเติบโตจนถึงขั้นที่อิทธิพลแต่ละฝักฝ่ายล้วนแต่ต้องให้ความสนใจถึงขนาดว่าพอจะเทียบเคียงกับอาจารย์ของตนเองได้กลายๆ แล้วด้วย

            โดยเฉพาะการต่อสู้อันดุเดือดสองครั้งในเมืองฉังอานเมื่อเร็วๆนี้ ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของเซียวอวี้โด่งดังรุ่งเรืองราวกับดวงอาทิตย์กลางนภาคนมากมายเชื่อกันว่า เขาจะกลายเป็นผู้กล้าจั่วอู๋เซี่ยงอีกคนในอนาคตจะต้องโดดเด่นจรัสแสงในโลกบำเพ็ญตน

            เซียวอวี้ยิ้มแย้มสบประสานสายตากับจ้างชิงชวนอย่างสงบเยือกเย็น เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “อย่างนั้น เงื่อนไขของผู้อาวุโสเล่า”

            แววตาจ้างชิงชวนฉายความชื่นชมเด็กรุ่นหลังคนหนึ่งอยู่ต่อหน้าตนกลับสามารถสงบเยือกเย็นได้ แค่ความกล้าหาญเช่นนี้ก็ไม่ใช่ย่อยๆแล้ว เขาเอ่ยด้วยเสียงก้องกังวานต่อจากนั้น “ข้าหวังว่าทุกๆสิบปี เจ้าจะสามารถจัดหาตำรับยาเดี่ยวสักใบให้กับวิหารหมอยาได้ผลประโยชน์ที่เกิดจากตำรับยาเดี่ยวแต่ละใบ พวกเรายังจะแบ่งให้เจ้าครึ่งหนึ่งด้วย”

            เซียวอวี้ส่ายหน้าพลางหัวเราะ“ท่านผู้อาวุโสกล่าวเรื่องตลกแล้วละข้าน้อยไม่มีตำรับยาเดี่ยวมากมายขนาดนั้นหรอก”

            จ้างชิงชวนดวงตาเปล่งประกายถามด้วยรอยยิ้มตาหยี “เช่นนั้นเจ้ามีตำรับยาเดี่ยวกี่ใบ”

            “ตำรับยาเดี่ยวสักห้าหกใบพอจะมีอยู่บ้างอีกทั้งยังล้ำค่าหาได้ยากยิ่งกว่ายาผนวกวิญญาณกำเนิดฟ้า” เซียวอวี้ยิ้มเรียบเฉย“ในเมื่อท่านผู้อาวุโสอยากร่วมมือกันข้าน้อยก็คงยากที่จะปฏิเสธความหวังดีของท่านได้ เพื่อแสดงความจริงใจของข้าข้ายินดีมอบตำรับยาเดี่ยวอีกใบ หลังจากการประลองใหญ่สองแคว้น”

            จ้างชิงชวนตัวสั่นเทาเล็กน้อยแววตาเปล่งประกายทันที เอ่ยด้วยความยินดี “ในเมื่อสหายน้อยเซียวให้เกียรติถึงเพียงนี้ข้าก็จะขี้เหนียวเกินไปไม่ได้ นับจากนี้ไป สกุลเซียวและวิหารหมอยาได้กลายเป็นพันธมิตรกันอย่างเป็นทางการแล้วหากในภายภาคหน้าสกุลเซียวต่อสู้กับสกุลจั่ว พวกเราวิหารหมอยาจะช่วยเหลือเป็นการลับ”

            เซียวอวี้เอ่ยด้วยรอยยิ้ม“มีคำพูดเช่นนี้จากท่านผู้อาวุโส ข้าน้อยก็สบายใจ”

            แค่ตำรับยาเดี่ยวไม่กี่ใบสำหรับเซียวอวี้แล้วเป็นแค่สิ่งของที่วางเกลื่อนกลาดไปทั่วทุกแห่งหนถ้าสามารถอาศัยเรื่องนี้ผูกมิตรกับจ้างชิงชวนได้เช่นนั้นจะต้องเป็นธุรกิจที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน

            พรสวรรค์วิชาหลอมยาของจ้างชิงชวนยอดเยี่ยมเหลือประมาณผนวกกับกำลังจะเลื่อนขั้นเป็นขั้นวิญญาณต้นกำเนิด ถึงแม้ตัวเขาจะอยู่ในโลกมนุษย์แต่มีความสำคัญสำหรับสำนักกระบี่เสวียนหวงเป็นอย่างยิ่งถึงขนาดพูดได้ว่าในสายตาของสำนักกระบี่เสวียนหวงจ้างชิงชวนยังสำคัญยิ่งกว่าอาณาจักต้าถังทั้งหมด

            เพราะนี่คือการดำรงอยู่ของคนคนหนึ่งที่คาดว่าจะเลื่อนขั้นไปอย่างไม่หยุดยั้งจนกลายเป็นนักหลอมยาขั้นเก้า

            “นับว่าหาได้ยากที่ข้ากับสหายน้อยเซียวได้เจอกันครั้งแรกแต่กลับสนิทสนมเหมือนรู้จักกันมานานคืนนี้พวกเราไม่เมาไม่เลิก” จ้างชิงชวนดีใจอย่างมากเขาก็เหมือนกับฉินซุ่นชัง สิ่งที่ให้ความสำคัญไม่ใช่มูลค่าของตำรับยาเดี่ยวหากแต่อยากจะให้วิชาหลอมยาของตัวเองก้าวหน้าขึ้นผ่านตำรับยาเดี่ยวแต่ละใบที่หายสาบสูญไปเนิ่นนาน


    คล้ายกับเรื่องตำนานเทพสงครามอมตะ [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน