ตลอดค่ำคืนอันเงียบสงบ เสียงจากภายนอกถูกซับจากผนังและประตู มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงหายใจเป็จังหวะสม่ำเสมอของคนทั้งคู่ นับนอนจับมือเหรียญอยู่พักหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็ท่านอนที่สบายขึ้น ร่างใต้ผ้าห่มนอนหลับสนิทและอบอุ่นใจกว่าทุกคืน
นับตื่นขึ้นมาในเวลาหกโมงเช้า เขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นร่างบางนอนกอดหมอนข้างอย่างผ่อนคลายอยู่ข้างเขา แก้มหนุนเบียดหมอนจนหน้ายู่ อ้าปากหวอ ผมเผ้ากระเซิง มันเป็ภาพที่น่าขำเสียมากกว่า ‘ขี้เหร่ว่ะ’ นับคิดในใจ
“หึ” แต่เขาก็ยังหัวเราะเป็ดูในลำคอ ก่อนจะค่อยๆ ย้ายตัวเองจากที่นอนไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ และพยายามเดินออกจากห้องให้เงียบที่สุดโดยไม่รบกวนอีกคน เขาไม่ลืมที่จะกดล็อกประตูให้
เหรียญงัวเงียตื่นในตอนสาย เธอหลับลึกสนิทตลอดคืนจนจำไม่ได้แม้กระทั่งว่ายามหลับเธอได้ฝันหรือไม่ มองข้างตัวเห็นผ้าห่มไม่ได้พับกองอยู่ ปลอกหมอนทิ้งร่องรอยยับไว้ให้รู้ว่ามีคนนอนข้างๆ เมื่อคืน เธอตื่นเต็มตาเมื่อคิดได้ว่าก่อนภาพตัดเธอนั่งดูหนังกับนับบนโซฟาเบด
นี่นอนข้างกันบนโซฟาเบดเล็กๆ หรือนี่ ถึงจะเคยนอนด้วยกันอยู่บ้างตอนอยู่บ้านรวม แต่ตอนนั้นคือเมาหยำเปกันอยู่สี่คนกลางบ้าน ผิดกับสถานการณ์ตอนนี้สิ้นเชิง นึกแล้วก็เหวอในช่องท้องใบหน้าวูบวาบไปหมด
เหรียญพยายามสลัดความว้าวุ่นในใจออกด้วยการหาอย่างอื่นทำ เธอเปิดข่าวดู เรียบเรียงว่าวันนี้เธอต้องทำงานอะไรบ้าง ผ้าเต็มตะกร้าหรือยัง น้ำดื่มและของกินในตู้เย็นหมดหรือเปล่า เปิดออกดูพบว่านับซื้อน้ำดื่ม นม และแซนด์วิชไว้ให้ ต้องนึกถึงเขาอีกแล้วสินะ งั้นไปล้างจาน และใช่! เขาล้างไว้ให้แล้วเมื่อคืน
“โอ๊ยยย บ้าเอ๊ย” เหรียญถอนหายใจยาวออกมา “มีอะไรเปล่าวะ”
เธอสับสนกับพฤติกรรมของตัวเองและนับ การปฏิบัติต่อกันที่เหมือนจะต่างออกไปจากเดิมหรือไม่ต่าง...ความห่วงใยที่มีมันอยู่ในขอบเขตปกติหรือไม่ปกติ...ที่นึกถึงกันอยู่มันเื่ทั่วไปหรือเปล่า เธอนั่งทบทวน สีหน้าแสดงพหุอารมณ์ ความคิดในหัวตีกันไปหมด
แต่แล้วเธอก็สรุปกับตัวเองสั้นๆ ว่า
มันไม่มีอะไร!
และเธอก็ไม่ควรคิดให้มันมีอะไร
ทุกเื่ที่เกิดขึ้นมันก็มีเหตุผลมาอธิบายได้ทั้งนั้น
แม้กระทั่งเื่ที่นอนด้วยกันเมื่อคืน ความสนิทใจต่อกันเลยนอนด้วยกันได้แบบไม่จำเป็ต้องตะขิดตะขวง เพราะแค่ง่วงและี้เีเดินกลับ เขาเป็แบบนี้บ่อยไป ส่วนเธอก็เผลอหลับคาโซฟาเบดอยู่เป็ประจำ
สรุปได้ดังนั้นก็วางใจ ความสับสนอันไร้สาระของตัวเองถูกระบายออกไปกับควันบุหรี่ เหรียญนั่งทำงานต่อ กินนมกับแซนด์วิชที่นับซื้อให้ระหว่างนั้น เธอจมตัวเองลงไปกับงานจนลืมสนใจโทรศัพท์มือถือที่มีแจ้งเตือนไลน์เข้ามา
‘มีนมกับแซนด์วิชในตู้เย็น’
นับเทียวยกหน้าจอโทรศัพท์อยู่เป็ระยะระหว่างอยู่ไซต์งาน เวลาผ่านล่วงเลยจนตกเย็น เหรียญก็ยังไม่อ่านข้อความ เขารู้ว่าเธอทำงานและเขาจะไม่รบกวนเธอ หวังแค่ให้หาอะไรกินบ้างก็พอ
เวลาหนึ่งทุ่มเศษ เหรียญยกโทรศัพท์ขึ้นดูนาฬิกาจึงเห็นข้อความของนับ เธอส่งสติกเกอร์กลับไป สายตาเหลือบเห็นหน้าจอบอกวันเวลาเป็วันพฤหัสฯ ในหัวนึกขึ้นได้ว่าคืนนี้ตลาดนัดรถไฟเปิด แถมวันพฤหัสฯ คนยังไม่ค่อยจอแจ เธอกำลังอยากได้ผ้าพันคอวินเทจสวยๆ สักผืนมาเป็พร็อบ แล้วที่นั่นก็มีเสื้อผ้าวินเทจมือสองขายเยอะเสียด้วย คิดได้แบบนั้นเธอจึงอาบน้ำแต่งตัวออกไปทันที ตลาดอยู่ไม่ไกลคอนโด ใช้เวลาเดินทางไม่เท่าไรก็ถึง
ตลาดนัดรถไฟ
เหรียญเดินเข้าออกร้านนู้นร้านนี้เพื่อเลือกผ้าพันคอผืนที่ชอบ เธอใช้เวลากว่าสองชั่วโมง กว่าจะได้ผ้าพันคอมาสองผืน และของอื่นๆ ที่้าเพิ่มเติม ยังพอเหลือเวลาอีกนิดหน่อยให้ได้เดินเล่น คืนนี้บางร้านปิด คนไม่เยอะมากเท่าไร แต่ก็ยังมีทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินสวนกันไปมา
เธอแวะเข้าร้านขายเทปคาสเซตและของสะสม 80s-90s ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับปกเทปเพลงเก่าตลับหนึ่ง Silly Fools อัลบั้ม Candyman แต่อันนี้อยู่ในสภาพสมบูรณ์กว่าตลับที่เธอมีบนรถ เหรียญเอื้อมมือไปหยิบตลับเทปแต่ก็มีมือหนึ่งฉวยมันได้ก่อน...เธอชักมือกลับ
“Sorry” เสียงทุ้มนั้นกล่าวขอโทษ ชายแปลกหน้าคนที่หยิบเทปได้ก่อนยื่นตลับเทปส่งให้เธอ เหรียญไม่ได้รับตลับเทปมา เธอค้อมหัวน้อยๆ ให้ชาวต่างชาติคนนั้น
“It’ s ok” เธอตอบสั้นๆ โดยไม่ได้มองหน้าเขา เพียงแต่เดินดูสินค้าอื่นในร้าน ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มต่ำจากคนคนเดิมพูดคุยกับเ้าของร้าน
“แคนดี้แมนเท่าไรครับ”
อ้าว! คนไทยนี่ แต่เธอก็ไม่ได้หันกลับไปมอง เมื่อเห็นว่าไม่มีสินค้าอะไรในนี้ที่้า เหรียญจึงค้อมหัวขอบคุณเ้าของร้านก่อนเดินจากไป
ทางด้านชายแปลกหน้าหลังจ่ายเงินค่าเทปเรียบร้อย เขามองตามร่างบางที่เพิ่งจากออกไป เธอสวมชุดเดรสยาวสีดำ สวมรองเท้าคอนเวิร์สหุ้มข้อสีเดียวกัน เขาคิดในใจว่าอยากเห็นหน้าให้ชัดกว่านี้ รูปร่างผิวพรรณเธอตรงสเปคเขาเลย ที่เขาพูดภาษาอังกฤษกับเหรียญเพราะมองจากข้างหลัง ดูจากสไตล์การแต่งตัวคล้ายคนญี่ปุ่น และตลาดนี้ก็ชาวต่างชาติเยอะ เขาจึงคิดว่าเธอคงเป็นักท่องเที่ยว ก่อนออกจากร้านเขาเหลือบเห็นผ้าพันคอผืนหนึ่งตกอยู่ที่พื้น ซึ่งก่อนหน้านี้ในร้านมีเพียงเขาและเหรียญเท่านั้น
“นี่ของที่ร้านหรือเปล่าครับ” เขาหยิบผ้าขึ้นถามเ้าของร้าน
“ไม่ใช่ครับ น่าจะของผู้หญิงคนตะกี้ เดี๋ยวผมวิ่งไปคืนเขาเองครับพี่”
“ไม่เป็ไรครับผมจะออกไปอยู่แล้ว” เขารีบเดินเร็วตามไปทางที่เหรียญเดินออกมา ก่อนจะเห็นแผ่นหลังเล็กอยู่ไม่ไกลจากเขา เขารีบก้าวขาไปสะกิดไหล่เธอ
“Excuse me, Is it your scarf?”
เหรียญหันไปตามแรงสะกิด เธอพบกับชายคนหนึ่ง เสียงทุ้มที่คุ้นหูทำให้จำได้ว่าเขาคือคนในร้านเทป ในมือเขาถือผ้าพันคอลายคุ้นตาไว้ เขามองหน้าเธอนิ่งๆ แววตาดูใจดี
ตรงสเปคทุกประการ! เขาคิด
เหรียญแหวกกระเป๋าสะพายของตัวเองออกดูเพื่อให้แน่ใจว่าของเธอจริงหรือไม่ แล้วเธอก็พบว่าผ้าพันคอหายไปหนึ่งผืน เธอค้อมหัวให้อีกเช่นเคยก่อนจะรับผ้าพันคอจากมือเขา
“ขอบคุณค่ะ”
“อ้าว คนไทยหรอครับ”
เธอยิ้มน้อยๆ พร้อมผงกหัวแทนคำตอบ ในสายตาเขาเหรียญดูเป็คนพูดน้อย บุคลิกดูเท่มีความเป็ตัวเอง แต่ก็ดูขี้เกรงใจ จังหวะที่รอเธอหันหน้ามาเขาลุ้นเสียยิ่งกว่าอะไรว่าหน้าตาเธอจะเป็แบบไหน แล้วเขาก็ถูกตกด้วยดวงตาเรียว โครงหน้าชัด สันจมูกตรงมน แนวกรามยาวรับกับคางมนเล็ก ปากอิ่มเต็ม ริมฝีปากบนเชิดเข้ากับดวงตาเล็กๆ นั้น หน้าตาสไตล์นางเอกหนังฮ่องกง จะมองให้เก๋ก็เก๋ ตรงสเปคทุกประการ
“ขอบคุณอีกรอบนะคะ”
เธอเดินจากเขาไปก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู ทำให้เขาไม่มีโอกาสได้ชวนเธอคุยต่อ ต้องยอมรับว่าการเจอเธอครั้งแรกและคงเพียงครั้งเดียวทำให้เขาประทับใจจริงๆ แต่ถึงจะประทับใจและตรงสเปค ก็ไม่ได้มากพอที่จะให้เขาเดินหน้าเข้าไปจีบเธอ เพียงชื่นชมในใจเท่านั้น แต่หากเจอกันอีกครั้งแล้วเธอไม่มีใครก็ไม่แน่