เช้าวันถัดมา
หลังจากจบมื้อเช้าร่างสูงของชายหนุ่มก็ไปท่ามกลางสายตาโศกเศร้าของเด็กน้อยที่ขาดเพื่อร่วมชะตาไปหนึ่งคน หนิงหลงมองพี่เขยที่ขึ้นรถม้ากลับไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ เขาไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ว่าคนคนนั้นจะกล้าทิ้งเขาไป อย่างน้อยเขาก็คิดพี่เขยน่าจะช่วยพูดกลับพี่สาวให้เขาได้บ้าง ในฐานะที่อีกฝ่ายเป็นสามีแน่นอนว่าภรรยาย่อมต้องฟังคำพูดของเขา เพียงแต่ตอนนี้แค่ดูก็รู้แล้วว่าต่อให้พี่สาวแต่งงานไปแล้ว ฐานะผู้นำของนางก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแน่นอน
“เฮ่อนี่ข้าต้องยกของพวกนั้นให้พี่หญิงจริงๆ หรือ” ในฐานะแฟนเงินตัวน้อย หนิงหลงเป็นคนที่ชอบเงินทองเอามาก ด้วยเพราะสมัยก่อนที่พี่สาวจะทำตัวขึ้น เขานั้นต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก จึงให้เมื่อตัวเองหาเงินได้ เขาจะไม่ใช้แต่จะแอบเก็บไว้เงียบๆ เหมือนหนูแฮมเตอร์ที่ชอบสะสมอาหารไว้ในแก้ม
แต่ครั้งนี้เพราะความผิดพลาด จึงทำให้ความลับที่แอบเก็บเงียบไว้เปิดเผย จนทำให้พี่สาวโกรธจนโดนยึดเงินเก็บทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่นานเขาก็พึ่งโดนนางยึดเงินไป พร้อมกับโดนตัดค่าขนม ซึ่งเขาก็ไม่คิดเลยว่าเวลาเพียงแต่ไม่ถึงหนึ่งเดือน เขาจะโดนยึดเงินเก็บอีกแล้ว
ร่างเล็กของเด็กน้อยเดินไปหยิบหีบเก็บสมบัติ แล้วเดินไปหาพี่สาวที่ห้องหนังสือด้วยความเร็วระดับหอยทาก ตัวเขานั้นอยากสัมผัสกับความหนักของลูกรักให้นานขึ้นอีกหน่อย ก่อนที่พวกมันจะถูกส่งไปอยู่ในมือของพี่สาว จนกระทั่งผ่านไปราวสิบนาทีเขาถึงพึ่งมาถึงห้องที่ข้างในมีหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของห้องนั่งรออยู่
“มาถึงแล้วก็เข้ามาเถอะ” เสียงหวานเอ่ยเรียกสติ เด็กน้อยที่กำลังยื่นจ้องประตูห้อง
ร่างเล็กของเด็กน้อยค่อยๆ ก้าวย่างเข้าไปข้างใน ก่อนจะเดินตรงไปที่โต๊ะหนังสือแล้วอุ้มหีบไปวางไว้แล้วถอยออกมาสามก้าว จากนั้นเขาก็ก้มหน้าลงพื้นไม่มองมันอีก
“นี่คือทั้งหมดแล้วรึ?”
“ขอรับ”
“อื้ม”
หนิงหนิงเอื้อมมือไปเปิดหีบเพื่อดูว่ามีอะไรอยู่ข้างในบ้าง ซึ่งเมื่อได้เห็นของข้างในก็ทำเอาความคิดที่นางกะว่าแค่จะหลอกน้องชายเล่นถูกพับเก็บลงไปทันที เมื่อได้เห็นตั๋วเงิน ป้ายรับฝากเงินและโฉนดในกล่อง ทำให้ตัวนางที่คิดว่าตัวเองนั้นก็ถือว่ารวยพอตัว ถึงกับต้องหันมามองว่าทุกวันนี้นางพลาดอะไรบ้าง เหตุใดน้องชายตัวน้อยของนางที่วันๆ เอาแต่เรียนกับเรียนถึงได้รวยกว่านาง
“....”
“พี่หญิง...”
“ของในหีบนี้จะเป็นคนเก็บไว้เอง เพราะฉะนั้นตอนนี้เจ้าไปได้แล้วล่ะ”
“...!!”
เมื่อเอ่ยจบนางก็ปิดฝาหีบ จากนั้นก็เอาเข้าไปเก็บไว้ด้านในห้อง แต่ความจริงคือนางเอาไปให้ตู้เซฟเคลื่อนที่อย่างเสี่ยวจินเป็นคนเก็บ พร้อมทั้งคิดว่าของพวกนี้นางจะเก็บไว้เป็นสินสอดให้เขาแต่งภรรยา เพราะถึงอย่างไงนี่มันก็เป็นเงินที่เขาหามาได้เอง ดังนั้นในฐานะพี่สาวนางจะไม่ยุ่งกับสิ่งของของน้องชายเด็ดขาด ยกเว้นแต่เรื่องแกล้งให้เขาเจ็บใจเล่นอ่ะนะ
.
.
.
บ้านหนานกง
ชิงหลงผู้ถูกไล่กลับมาบ้านในวันถัดมาหลังจากที่อาอู๋หนีกลับมา เขาก็ได้แต่เดินเข้าเรือนตัวอย่างห่อเหี่ยว พร้อมกับคิดว่าจะง้อภรรยาที่กำลังโกรธอย่างไรดี จึงทำให้เขาไม่ทันได้สังเกตเห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้าน
“นายน้อยเป็นอะไรน่ะ เหตุใดสีหน้าถึงได้ดูหดหู่ขนาดนั้น” เด็กรับใช้ที่เฝ้าหน้าประตูเอ่ยขึ้น หลังจากเห็นเจ้าของเรือนเดินเข้าเรือนด้วยสภาพไร้จิตวิญญาณ
“ก็ไม่รู้สิ สงสัยคงมีทะเลาะนายหญิงน้อยมามั้ง” เด็กรับใช้อีกคนพูดขึ้นบ้าง เมื่อเขาเด็กว่าสภาพของนายน้อยเหมือนกับนายท่านที่ถูกนายหญิงโกรธ ส่วนเหตุผลนั้นก็เดาได้ไม่ยาก ก็ในเมื่อตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าที่นายน้อยหายไปหลายวันมานี้ เป็นเพราะเขาไปอาศัยอยู่กับนายหญิงน้อย ดังนั้นจึงมีแค่เรื่องของนางเท่านั้นที่สามารถส่งผลกระทบกับนางน้อยของพวกเขาได้
ซึ่งเรื่องที่เด็กรับใช้พูดนั้นแน่นอนว่าชิงหลงไม่ได้ยิน เพราะตอนนี้หลังจากเข้าไปที่ห้องหนังสือแล้ว เขาก็ส่งคนไปหาซื้อชุดสตรีมาให้เขาหลายๆ ตัว เนื่องจากภรรยาอยากเห็นเขาใส่ ดังนั้นเขาก็จะใส่เผื่อว่ามันจะทำให้นางอารมณ์ดีขึ้น แล้วยกโทษให้เขาไวๆ ซึ่งเด็กรับใช้ที่ชิงหลงเรียกมาก็ได้แต่รับคำสั่งมาด้วยงุนงง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าบางทีนายน้อยคงซื้อไปให้นายหญิงน้อยละมั้ง ชายหนุ่มคิดเช่นนั้นแต่หากคำสั่งต่อถึงกับทำให้เขาได้อ้าปากมองผู้เป็นนายด้วยความตกตะลึง
“อ่อจริงสิขนาดชุดเอาเป็นสัดส่วนของข้านะ รีบไปรีบมาล่ะ” ว่าจบเขาก็โบกมือไล่เด็กรับใช้ออกไปจากห้อง จากนั้นก็เดินเข้าไปข้างในเพื่อเลือกของขวัญที่จะเอาไปเยี่ยมภรรยาของเขาในวันพรุ่งนี้
ซึ่งเรื่องที่ชิงหลงกลับมาและยังสั่งให้คนไปซื้อชุดสตรีมานั้น ก็ถูกล่วงรู้ไปทั้งจวนในเวลาต่อมา แต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากนอกจากจะคิดว่า นายน้อยคงซื้อมาเพื่อเอาใจนายหญิงน้อย จนกระทั่งวันรุ่งขึ้นพวกเขาถึงได้ว่านั้นไม่ใช่เสื้อผ้าของนายหญิงน้อย แต่เป็นเสื้อผ้าของเขาเอง..
.
.
.
วันต่อมา
เช้านี้หนิงหนิงผู้ซึ่งต้องการนอนขี้เกียจอยู่บนเตียง ก็ต้องตื่นมารับแขกแต่เช้า แถมคนที่มาก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคุณชายตระกูลอิ๋ง ผู้ซึ่งเป็นลูกชายของพ่อค้าท่านนึงที่นางกำลังร่วมมือด้วยอยู่
"แม่นางหลี่ไม่พบกันเพียงพักเดียว ท่านก็งามขึ้นอีกแล้ว” คำพูดคำจาที่ฟังดูเหมือนพวกเพลบอยนั้น หญิงสาวได้ฟังจนชินแล้ว ดังนั้นนางจึงไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากจะทักทายตามปกติ
“ไม่ทราบว่าวันนี้คุณชายอิ๋งมาที่นี่มีธุระอันดะ-”
“หนิงเอ๋อร์” เสียงเรียกทุ้มต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่มดังมาจากทางเข้าหน้าประตู ทำให้ผู้คนในห้องโถงต่างก็หันไปจับจ้องผู้มาใหม่ หนึ่งในนั้นถึงกับต้องรีบขยี้ตาเพื่อดูว่าพวกเขาจำผิดคนหรือเปล่า
ส่วนตัวตนเรื่องที่คิดว่าต้องการจะหยอกล้อคนรักสักหน่อย ตอนนี้นางได้รับรู้แล้วจริงๆ ว่า พี่ชายคนนี้ช่าง..ซื่อบื้อเกินไป ไหนเลยนางจะอยากให้เขาใส่ชุดสตรี แต่ถึงจะใส่จริงก็เป็นนางที่ได้เห็นคนเดียวสิ แต่นี่กลับ...เดินมาเปิดตัวอย่างสง่าผ่าเผยเสียได้
“เฮ่อ” หญิงสาวกุมขมับด้วยความปวดหัว ดูเหมือนว่าต่อไปในอนาคตเวลานางจะหยอกล้อชายหนุ่มนางคงต้องคิดให้ดีก่อนเสียแล้ว
ชิงหลงผู้ซึ่งเดินเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน เขาเดินตรงไปนั่งข้างคนรักอย่างสง่าผ่าเผย โดยไม่ได้สนใจคุณชายอิ๋งที่กำลังนั่งจ้องเขาตาไม่กะพริบ ที่เขาสนใจนั้นแน่นอนว่ามีแค่หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างเขาเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น
“หนิงเอ๋อร์วันนี้พี่อยากมาขอโทษเจ้า เรื่องเมื่อวานนี้เป็นพี่ที่ผิดไปเอง เจ้าอย่าโกรธพี่เลยนะ”
“พี่ชิงหลงท่าน...เฮ้อข้าไม่ถือโทษท่านแล้วละ” หญิงสาวมองดวงตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดนางก็รู้สึกอ่อนใจยวบ ต้องขอบอกเลยว่าพี่คนงามที่อยู่ในชุดสตรีนั้นพลังทำลายช่างสูงมาก
ใบหน้างามที่ไร้การแต่งแต้ม แต่กลับงามไร้ที่ติ รูปร่างหรือก็ดีผิวก็ขาว แน่นอนว่านี่เป็นเพียงรูปร่างภายนอก เพราะนางรู้ดีว่าภายใต้เสื้อผ้านั้นได้ซ่อนรูปร่างอันสมบูรณ์แบบของชายหนุ่มไว้
“จริงหรือ ดียิ่งนักเจ้าหายโกรธพี่แล้ว วันนี้พี่ยังคิดอยู่เลยว่าเจ้าจะไม่ยกโทษให้พี่เสียแล้ว” ชิงหลงทำสีหน้าโล่งอก ก่อนจะหันไปแจกยิ้มให้คุณชายอิ๋งที่นั่งอยู่อีกฝั่ง
“แล้วท่านนี้คือใครหรือหนิงเอ๋อร์”
“อ่อนี่คือคุณชายอิ๋งเขาเป็นลูกของนายท่านอิ๋งที่ข้ากำลังร่วมงานด้วยน่ะ คุณชายอิ๋งนี่คนรักของข้าเอง หนานกงชิงหลง” หญิงสาวเอ่ยแนะนำชายหนุ่มให้อีกฝ่ายได้รู้จัก
ส่วนคุณชายอิ๋งที่ได้ยินว่าคนงามข้างกายนางคือคนรักของหญิงสาว เขาก็เริ่มมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี เพราะจากเสียงของคนงามเขาย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายคือบุรุษ ดังนั้นเขาจึงไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดตนที่เฝ้าเอาใจหญิงสาวมาตลอด ถึงไม่ได้ใจนางไปสักที ก็เพราะนางเป็นพวกชื่นชอบบุรุษรูปงามดั่งสตรีนี่เอง
“คุณชายหนานกง ข้าอิ๋งเทียนลี่ว์ ยินดีที่ได้รู้จักขอรับ”
“เช่นกันข้าหนานกงชิงหลง ได้ยินว่าช่วงที่ข้าไม่อยู่เจ้าคอยไล่ตามคู่หมั้นของข้าตลอดเลยสินะ^^” ชายหนุ่มพูดประโยคนี้ด้วยรอยยิ้ม แต่คนฟังกลับรู้สึกเย็นยะเหยือกแทน
“ขะ ข้า คือข้าไม่รู้ว่าแม่นางหลี่มีคู่หมั้นแล้วก็เลย คุณชายหนานกงท่านอย่าถือสาข้าเลยนะ” คุณชายอิ๋งที่ได้ฟังคำพูดของเขาก็รีบเอ่ยออกมาอย่างร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่เป็นข้าไม่ถือสาหรอก เพราะการหมั้นของพวกข้าสองคนนั้นไม่ได้จัดอย่างเป็นทางการจึงไม่ค่อยมีคนรู้เท่าไหร่ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คุณชายอิ๋งจะไล่ตามคู่หมั้นของข้า”
แน่นอนว่าคำพูดนี้จริงครึ่งนึงเท็จครึ่งนึง เพราะเรื่องที่หมั้นกับนางนั้นมีแค่น้องภรรยาที่รู้ส่วนนางนั้นไม่รู้ ดังนั้นจึงถือได้ว่าตัวเขาไม่ได้โกหกอีกฝ่ายแต่อย่างใด
ชิงหลงผู้ซึ่งอยากรู้มานานแล้วว่าใครกันที่มันกล้ามายุ่งกับภรรยาตัวน้อยของตน พอวันนี้ได้มาเห็นเขาก็พอเข้าใจแล้วว่าภรรยาของเขาไม่ได้ตาบอดที่ปฏิเสธอีกฝ่าย เพราะถึงแม้คุณชายอิ๋งจะมีใบหน้าหล่อเหลาและยังเป็นสุภาพบุรุษ แต่จากสายสืบของเขาผู้ชายคนนี้นั้นเป็นแค่จอมเสแสร้งคนนึงเท่านั้น เพราะเขาไม่เพียงแต่เป็นจอมเสแสร้ง แต่ยังจอมเสเพลอีกด้วย
“คือคุณชายหนานกงข้าต้องขอโทษจริงๆ ที่ไล่ตามแม่นางหลี่ หากข้ารู้มาก่อนว่านางมีท่านอยู่แล้วข้าจะไม่ไล่ตามนางแน่นอน” แน่นอนถึงไล่ต่อไปก็ไม่เข้าตานางอยู่ดี ประโยคหลังชายหนุ่มได้แต่คิดในใจ เมื่อเขาได้เห็นใบหน้าอันงดงามของชิงหลง เขาก็ตกหลุมรักอีกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว แต่น่าเสียดายที่เขาเป็นบุรุษแถมยังเป็นคนรักของหญิงสาวอีกด้วย ดังนั้นเขาจึงได้แต่เสียดายใบหน้านั้นอยู่ในใจ
“เช่นหรือ หากรู้แต่แรกจะไม่ไล่ตามแน่หรือ?”
“แน่นอนข้าไม่ทางทำเรื่องไร้ศีลธรรมเช่นนั้นอยู่แล้ว” คนถูกถามพยักหน้าให้กับคำถามของชิงหลง ถึงแม้ว่าในใจเขาจะคิดว่าถึงรู้เขาก็ตามอยู่ดี ก็นะใครใช้ทรัพย์สินในมือนางมันหอมหวานเล่า
“ดีแล้วที่เจ้าคิดได้ไม่เช่นนั้นข้าคงต้อง...”
“ต้องอะไรหรือ?”
“เป็ฯความลับน่ะข้าไม่บอกท่านหรอก^^”
“...”
หนิงหนิงที่นั่งมองดูการปะทะกันของชายหนุ่มทั้งสองแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเงียบๆ เพราะกลิ่นไหน้ำส้มของพี่คนงามนั้นช่างรุนแรงจริงๆ โดยเฉพาะคำพูดสุดท้ายที่บอกว่าเป็นความลับ แต่สำหรับนางกลับรู้สึกว่าเขาต้องทำอะไรที่มันน่ากลัวมากแน่ๆ
ในขณะที่ทุกคนในห้องกำลังนั่งพูดคุยกันด้วยเรื่องทั่วไป ที่ด้านหน้าห้องโถงก็ปรากฏให้เห็นร่างของน้องชายที่ไม่ที่นางไม่ได้เห็นมาหลายชั่วโมงเนื่องจากโดนงอน ซึ่งเขาก็เดินนำกลุ่มคนกลุ่มเข้ามา ข้างหลังกลุ่มคนเหล่านั้นก็มีหีบขนของอีกสี่ห้าหีบ หญิงสาวกวาดตามองคนทั้งขบวนก่อนจะไปสะดุดตากับคนข้างกายของน้องชายซึ่งก็เป็นคนที่นางรู้จักดีเลยล่ะ
“เถ้าแก่เฉิน?”
“คุณหนูหลี่ไม่พบกันนานเลยนะ” หนานกงเฉินพูดกับว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“อื้อนานมากแล้วจริง ข้าจำได้ว่าพบท่านสุดท้ายก็เมื่อครึ่งปีก่อน จากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกแล้ว เถ้าแก่เฉินท่านสบายดีหรือไม่” หญิงสาวเชิญเถ้าแก่เฉินให้เข้ามานั่นจากนั้นนางก็รินน้ำชาให้เขาด้วยตัวเอง ก่อนจะกลับไปนั่งที่ของตนภายใต้การจับจ้องที่เต็มไปด้วยความสงสัยของชายหนุ่ม
“ข้าสบายดีขอบคุณคุณหนูหลี่ที่เป็นห่วง เพียงแต่ที่ข้ามาวันนี้เพราะมีเรื่องที่อยากคุยกับคุณหนูสักหน่อยน่ะ”
“เชิญกล่าวมาได้เลยเจ้าค่ะ”
“คืองี้อันที่จริงแล้ววันนี้ข้าอยากจะมาสู่ขอเจ้าให้ลูกชายของข้าน่ะคุณหนูหลี่” ชายวัยกลางคนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ส่วนคนฟังก็ได้อึ้งเพราะนางไม่ได้รู้จักกับลูกชายของเถ้าแก่เฉินเลย แล้วนางจะแต่งกับเขาได้ยังไง
“คือว่าข้าไม่เคยเจอลูกชายของท่านด้วยซ้ำแล้วท่านมาสู่ขอข้า นี่มันเอ่อ..ไม่แปลกไปหน่อยหรือเจ้าคะ?”
“ไม่หรอกเจ้ารู้จักลูกชายข้าคุณหนูหลี่ ก็คนที่นั่งอยู่ข้างๆ เจ้านั่นแหละคือลูกชายของข้า^^”
“ (0_0!!) ”
Talk writer
ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า ยัยน้องพึ่งมารู้ว่าจริงๆแล้วน้องรู้จักกับว่าพ่อตามาตลอด ส่วนอิพี่ก็กลายเป็นสาวงามเพื่อยัยน้องแล้วหนึ่ง ส่วนศัตรูหัวใจนั้นเอ่อ... ไม่น่าเรียกว่าเป็นได้แหละนะ อื้ม