เวลาผ่านพ้นไปสามเดือน ซู่หลันมีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยม ผลจากการฝึกหนักและฤทธิ์ยาวิเศษแบบสมบูรณ์ กำลังภายในอยู่ที่ขั้นเจ็ดและสำเร็จเคล็ดวิชาเพลงมวยเก้าทัพถึงขั้นที่แปด
ในขณะที่ซู่หลันพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ซู่มินก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างน่าอัศจรรย์ จากเด็กน้อยอ่อนแอขี้โรค กลายเป็นเด็กร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่ายเหมือนเดิม ทุกคนต่างคิดว่าที่ร่างกายซู่มินแข็งแรงขึ้น เป็นเพราะฤทธิ์บำรุงของเห็ดจักรพรรดิ ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นในห้องนอนของเด็กน้อยทุกค่ำคืนซู่มินจะนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ทุกลมหายใจเข้าจะดูดซับพลังบริสุทธิ์แห่งฟ้าดินเข้าสู่ร่างกาย ใต้ผิวบางใสปรากฏแสงเรือง ๆ แทรกซึมไปตามกล้ามเนื้อทั่วร่างเมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากนอกห้อง ดวงตาที่ปิดสนิทก็ค่อย ๆ ลืมขึ้น แล้วปรับเปลี่ยนท่าทางจากนั่งสมาธิกลายเป็นนอนซุกกายอยู่ในผ้าห่ม ดวงแสงสีขาวลอยออกจากร่างเล็ก แล้วซึมหายเข้าไปในหน้าผาก“มินมิน ถ้าเจ้ายังนอนไม่ยอมตื่น จะอดขึ้นเขาไปล่าสัตว์กับพี่นะ” ซู่หลันยื่นมือไปกระตุกผ้าห่มเบา ๆ“ตื่นแล้ว ๆ” เสียงขานรับพร้อมใบหน้าน่ารักโผล่ออกมาจากผ้าห่มเวลาเพียงครึ่งก้านธูป สองพี่น้องก็เตรียมตัวพร้อมสำหรับการขึ้นเขาล่าสัตว์ ซู่หลันยังคงแบกหลัวไม้ไผ่ไว้บนหลังเหมือนเดิม เพื่อไม่ให้ดูแตกต่างจากผู้อื่นวันนี้เป้าหมายในการขึ้นเขาคือการล่าสัตว์มาเป็นอาหาร จึงเลือกเดินเส้นทางป่าทึบที่เป็นเขตอาศัยของสัตว์ป่า ซู่หลันอยากให้น้องสาวที่เริ่มกินเก่งขึ้น มีเนื้อกินทุกมื้อ จึงขึ้นเขาล่าสัตว์ทุก ๆ ห้าวัน นาน ๆ ครั้งถึงจะพาน้องออกมาด้วย“มินมิน ถ้าเจอสัตว์ใหญ่ที่มีอันตราย เจ้าต้องขึ้นไปหลบอยู่บนต้นไม้นิ่ง ๆ รอพี่ฆ่ามันสำเร็จ ค่อยพาเจ้าลงมา”“อืม” ซู่มินพยักหน้าเชื่อฟังอย่างว่าง่าย มือใหญ่ของพี่ชายจึงยื่นมาลูบหัวเล็กอย่างเอ็นดูท่ามกลางป่าทึบ สองพี่น้องก้าวเดินอย่างระวัง ซู่หลันมีประสาทสัมผัสที่ดีเยี่ยมต่อกลิ่นอายของสัตว์ป่า เมื่อกลิ่นสาบรุนแรงโชยมาตามสายลม ซู่หลันหยุดเดินแล้วย่อเข่าลง ให้น้องขึ้นขี่บนหลัง สองแขนสองขาปีนขึ้นต้นไม้อย่างรวดเร็วดุจลิงป่าเมื่อส่งน้องสาวขึ้นไปหลบบนกิ่งไม้ใหญ่อย่างปลอดภัยแล้ว ก็กระโดดลงจากต้นไม้ จากนั้นก็ค่อย ๆ ก้าวเท้าอย่างแผ่วเบาเข้าไปในป่าทึบด้านหน้า ร่างสูงโปร่งหยุดชะงักทันที เมื่อเห็นสัตว์ตัวโตที่นอนหมอบอยู่บนพื้นดินห่างออกไปไม่ไกล“เสือดำหางเกล็ดเพลิง!”เสือดำตัวใหญ่มหึมา ดวงตาดุร้ายของมันเป็นสีเลือด เขี้ยวขาวยาวที่โผล่ออกมานอกปากชวนสยดสยอง กรงเล็บที่อุ้งเท้าใหญ่แหลมคมดุจใบมีด ปลายหางสีนิลมีเกล็ดยาวคล้ายปลายหอกสีแดงเพลิงหลังยืนทำใจอยู่ครู่หนึ่ง สองขายาวก็ก้าวเข้าไปเผชิญหน้ากับเสือดำตัวเขื่องอย่างห้าวหาญ“สำเร็จวิชาเพลงมวยเก้าทัพถึงขั้นแปดแล้ว ยังไม่เคยใช้สู้กับใครมาก่อน วันนี้ขอลองวิชากับเจ้ายักษ์นี่สักยก” “โฮกกก!” เสือดำแผดเสียงคำรามลั่น เมื่อเห็นมนุษย์ร่างผอมเดินเข้ามาหา ร่างใหญ่ยักษ์กระโจนเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว อุ้งเท้าหน้าทรงพลังกางกรงเล็บตะปบใส่ร่างมนุษย์อวดดี“ตู้มม!” เสียงอุ้งเท้าฟาดลงบนพื้นดังสนั่นซู่หลันพลิกกายหลบ แล้วกระโดดลอยตัวขึ้นสูง มือกำเป็นหมัดต่อยกระบวนท่าเพลงมวยเก้าทัพซัดใส่หัวเสือดำแบบไม่ยั้ง“พัวะ! พัวะ! พัวะ! พัวะ! พัวะ! พัวะ! พัวะ! พัวะ!”พลังหมัดทั้งรวดเร็วและรุนแรง เลือดแดงฉานไหลทะลักออกมาจากกะโหลกหนา ร่างใหญ่สีดำถึงกับเซจนเกือบล้ม ก่อนจะตอบโต้ด้วยการใช้หางที่มีเกล็ดแหลม ไล่แทงอย่างบ้าคลั่งการต่อสู้อย่างดุเดือดของหนึ่งมนุษย์กับหนึ่งเสือดำดำเนินไปกว่าครึ่งชั่วยาม เด็กหนุ่มมีบาดแผลบนกายเพียงเล็กน้อย เพราะสามารถหลบหลีกการโจมตีได้อย่างว่องไว ในขณะที่ร่างใหญ่โตของเสือดำมีบาดแผลโชกเลือดทั่วตัว แต่มันก็ไม่ยอมล้มง่าย ๆ ซู่หลันต่อสู้กับเสือดำหางเกล็ดเพลิง โดยสูบเอากำลังภายในร่างออกมาใช้จนแห้งเหือด ในขณะแขนขาอ่อนล้าและกำลังจะหมดแรง กระแสพลังร้อนลวกดุจลาวาไหลซึมออกมาจากไขกระดูก ขุมพลังลึกลับไหลเวียนไปทั่วร่าง ความอ่อนแรงหายไปจนสิ้น พลังค่อย ๆ ฟื้นคืนจนเปี่ยมล้น ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นเป็นทวีคูณ “รากปราณ?!”ซู่หลันตะโกนลั่นราวคนบ้า ร่างกายสั่นสะท้านเพราะความตื่นเต้นยินดี เขารู้สึกถึงกระแสพลังลึกลับที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศรอบตัว พลังนั้นช่างคล้ายกับพลังที่ไหลออกมาจากไขกระดูกเขาเป็นอย่างมาก ‘พลังปราณ!!’ “โฮกกกก”เสือดำหางเกล็ดเพลิงคำรามเสียงต่ำ มันสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่อันตรายจากร่างเด็กมนุษย์ ร่างใหญ่มหึมากำลังก้าวถอยหลังคล้ายกำลังจะหนี เด็กหนุ่มยิ้มเย็น ในดวงตาฉายแววสังหารเข้มข้น หมัดทรงพลังซัดเข้าใส่กะโหลกหนาเต็มแรง“โพล๊ะ!” เสียงกะโหลกแตกดังลั่น มันสมองและเลือดสีสดสาดกระจายเต็มพื้น กลิ่นคาวเลือดฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ“ระเบิดสมองเสือดำเกล็ดเพลิงได้ภายในหมัดเดียว พลังจากรากปราณทรงพลังมากจริง ๆ” ซู่หลันรีบยัดร่างเสือดำตัวยักษ์ใส่ในถุงวิเวท แล้ววิ่งกลับไปรับน้องสาว ทั้งคู่เร่งพากันออกไปจากลานดินสีเลือดอย่างรวดเร็ว เพราะกลิ่นคาวเลือดเป็นสิ่งดึงดูดสัตว์ดุร้ายตัวอื่นให้มาหาตลอดทั้งวัน สองเด็กน้อยล่าสัตว์กันอย่างสนุกสนาน ซากไก่ป่าหางยาวสองตัวถูกโยนใส่ไว้ในหลัวไม้ไผ่ เมื่อเห็นว่าดวงตะวันเคลื่อนตัวลงต่ำก็จูงมือกันเดินกลับบ้าน ขณะกำลังเดินใกล้จะถึงตีนเขาก็พบกลุ่มเด็กเกเรอายุราวสิบถึงสิบสองปีจำนวนห้าคนยืนปิดกั้นทางเดินอยู่ หัวโจกกลุ่มเด็กเกเรจ้องมองซู่หลันด้วยสายตาดูหมิ่นเหยียดหยาม“ไอ้ลูกกำพร้าขี้แพ้ ถ้าไม่อยากโดนอัดแบบครั้งที่แล้ว ก็ส่งของที่อยู่ในหลัวมาให้หมด”ซู่มินได้ยินคำพูดหยาบช้าของต้าหู นัยน์ตาทั้งสองข้างก็แดงก่ำ น้ำตาแห่งความคับแค้นใจกำลังจะไหลออกมา มือใหญ่ของพี่ชายก็ยื่นมาลูบหัวเพื่อปลอบใจ“เด็กดี พี่เคยสอนว่าถ้าเจอสัตว์เดรัจฉานที่เป็นอันตรายให้ทำอย่างไร”