ตอนที่หนึ่งร้อยสี่ วิถีของลูกผู้ชาย
ตั้งแต่ออกมาจากแดนเหนือบาบารัสก็ได้รู้ว่าคนในดินแดนทางใต้นั้นอ่อนแอพวกเขาใช้จำนวนที่มากกว่าเพื่อปกปิดความอ่อนแอของบุคคล
เชื่อมั่นว่าจำนวนที่มากกว่าจะแก้ไขปัญหาได้ทุกอย่าง
และเขากลัวว่านักสู้ผู้กล้าของแดนเหนือจะสูญหายไป
แต่พอพบกับนักสู้ของดยุกอูลริก
ก็พบว่าพวกนี้ไม่ได้สูญเสียใจสู้
เปรี้ยง
หมัดของบาบารัสชกเข้าที่หน้าของพี่กล้าม
หมัดที่สามารถชกจนลิงยักษ์ตายได้ภายในทีเดียว
แต่กลับทำได้แค่ทำให้พี่กล้ามลอยไปและกลับตัวกลางอากาศราวกับเสือดาว
บาบารัสพยักหน้า
แม้มาอยู่ในเมืองทางใต้แต่ก็ยังไม่ลืมวิญญาณของสัตว์ร้าย
”ดีมากเหมาะกับที่จะให้ข้าเอาจริงมากขึ้นแล้ว”
บาบารัสเลื่อนมือไปจับขวานที่กลางหลังเต็มไปด้วยรัศมีสังหาร
“พอแค่นั้นล่ะ บุฮิ”
ดยุกอูลริกเดินทางมาโดยการนั่งบนไหล่ของพี่กล้ามสี่คน
“หากพวกเจ้าอยากออกแรงพวกเรามีศัตรูภายนอกมากกว่าที่จะมาต่อสู้กันเองตอนนี้”
ดยุกอูลริกโบกมือแสงสีขาวสว่างขึ้นที่ร่างกายของพี่กล้ามที่กระดูกแตกบนหน้าเนื่องจากโดนการโจมตีของบาบารัส
“ท่านบอกว่าหากข้ามาแล้วจะให้ข้าสู้กับคนที่เก่งกาจตอนนี้ข้ายังไม่เห็นคนที่ทำให้ข้าต้องเสียเวลาได้”
บาบารัสกล่าวเขาต่างกับเวเฮเมียร์ที่ทำเพื่อเงิน
เขาต้องการผจญภัยถึงได้ออกมาจากบ้านเกิดแดนเหนือไม่ได้พยายามรวบรวมคนเพื่อสร้างเผ่าที่แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่อย่างบางคนในแดนเหนือ
แต่เพราะคิดว่าดินแดนที่กว้างใหญ่มีเรื่องราวและบทเพลงมากมายในตำนานที่เขาสามารถเดินตามไปตามบทเพลงเหล่านั้นได้ตามที่ขาจะพาเขาเดินทางไปและขวานจะขวากทางให้เขาไปถึง
“เจ้าแข็งแกร่งบาบารัสอีกนับร้อยปีก็ยังคงไม่มีคนอย่างเจ้าอีก แต่ไม่ใช่ทุกคนที่แข็งแกร่งอย่างเจ้าข้าเชื่อว่าหากส่งเจ้าไปที่ป่าดงดิบดำ เจ้าก็คงจะรอดกลับมาได้แม้จะไม่สามารถกำจัดเนโครแมนเชอร์ได้”
“เนโครแมนเชอร์ ถุย”
บาบารัสกล่าวพร้อมกับถ่มน้ำลายออกมาเมื่อกล่าวถึงเนโครแมนเชอร์
อาจจะเป็นเรื่องที่คนไม่เข้าใจแต่พวกคนเถื่อนแม้จะฆ่ากันในแบบมีชีวิต แต่เชื่อเรื่องความตายด้วยอาวุธคือเรื่องมีเกียรติศพจะโดนแร้งกาจิกกินก็ถือว่าคืนอาหารสู่ผืนดินแต่จะรังเกียจคนที่ปลุกชีพคนขึ้นมาอย่างมาก
แน่นอนลูกน้องดยุกอูลริกเข้าใจเรื่องนั้นแต่ก็โกรธขึ้นมาเนื่องจากเป็นการไม่เคารพดยุกอูลริก
“และนี่เป็นแค่การผจญภัยอย่างแรกๆเจ้ายังมีสิ่งที่ไปผจญภัยได้อีกมากมายนัก ข้าสัญญาว่าได้ข้าจะหาศัตรูให้เจ้าได้สู้ด้วยจนไม่เบื่ออย่างแน่นอนทั้งเนโครแมนเชอร์ ดาร์กเอลฟ์ ออร์คและบอกเจ้าไว้ก่อนเลยว่าสุดมุมแผนที่โลกนั้นมีดันเจี้ยนในตำนานอยู่จริงคอยที่พวกเราจะไปพบ”
ดยุกอูลริกมองหน้าบาบารัส
“เจ้าคงไม่เชื่อคนที่เจ้าไม่ได้ต่อสู้ด้วยสินะ”
ดยุกอูลริกปรบมือ
แปะแปะ
พวกพี่กล้ามย่อตัวลงเป็นที่วางเท้าให้กับดยุกอูลริกเดินลงมา
“ชักขวานของเจ้าออกมาเถอะ”
ดยุกอูลริกชูคทาทองคำติดอัญมณีอยู่เต็มของตนเองขึ้นเป็นสัญลักษณ์ของการท้าดวล
บาบารัสเอาขวานที่กลางหลังยื่นมาข้างหน้าเตรียมการต่อสู่ระหว่างลูกผู้ชายสองคน
การที่จะทำความเข้าใจคนหนึ่งได้ดีที่สุดคือการสู้กับคนคนนั้น
นั่นคือวิถีของคนเถื่อน