จ๊ะจ๋าจนตรอก เพราะติดอยู่ในห้องอับ ตรงประตูมีอมนุษย์ในคราบตำรวจยืนขวางทาง เธอจึงเหลือบมองไปรอบๆ เพื่อหาบางสิ่ง
“เราหนีไม่ได้ ต้องมองหาอาวุธ ”
ทว่าจ๊ะจ๋าก็ไม่พบกับศาสตราใดๆ จึงได้แต่หยิบปากกาหมึกซึมที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วยื่นไปข่มขู่อย่างน่าอนาถ
“อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นชั้นจะ…..”
“ไม่งั้นมึงจะเอาปากกาด้ามนั้นมาทิ่มกูรึไง สิ้นคิดจริงๆ หึ หึ หึ ” ตำรวจหนุ่มหัวเราะเบาๆ กระแสเสียงดูเหี้ยมเกรียม ดวงที่จับจ้องสาวน้อยก็แลแข็งเกร็ง สองเท้าก้าวเข้าไปหา
“อย่าเข้ามานะ ” จ๊ะจ๋าแทงบุรุษหนุ่มด้วยปากกา แต่ก่อนที่ส่วนแหลมจะทิ่มเนื้อหนัง นายตำรวจร่างสูงก็คว้าข้อมือของเด็กสาวไว้ได้ทัน
“โอ๊ย…..” เด็กสาวรู้สึกเจ็บปวด เพราะถูกนายตำรวจร่างสูงบีบข้อมืออย่างหนักหน่วง จนรู้สึกเหมือนกระดูกกำลังจะป่น และนั่นก็ทำให้ปากกาหมึกซึมหลุดร่วงลงสู่พื้น ทว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็สั่งให้เธอไม่ยอมแพ้ จ๊ะจ๋าเลยข่วนใบหน้าของอีกฝ่าย ด้วยมือข้างที่เหลืออยู่
“ อึก……” นายตำรวจร่างสูงไม่ทันระวัง จึงโดนเล็บแหลมคมของเด็กสาวเข้าอย่างจัง ก่อให้เกิดรอยแผลจางๆที่โหนกแก้ม และด้วยความโมโหที่ถูกโต้ตอบ เขาจึงเหวี่ยงเด็กสาวลอยไปกระแทกกำแพงปูนอย่างน่าอัศจรรย์
“ว้าย…..”
“ โครม……”
“อั้ก….” เด็กสาวนอนตัวงอ สองมือเลิกปิดบังสองเต้าเปลือย เพราะจุกเสียดเหลือประมาณ
นายตำรวจร่างสูงยืนมองสภาพที่น่าสมเพชของเด็กสาว สีหน้าฉายแววยินดีอย่างชัดเจน ทว่าเพียงแค่นี้ เขาก็ยังไม่สาแก่ใจ จึงเสริมสร้างความสยองให้มากขึ้นไปอีกระดับ ด้วยการหยิบปากกาหมึกซึมเจ้ากรรมขึ้นมา
“มึงอยากใช้ไอ้นี่แทงกูนักใช่มั้ย ” นายตำรวจร่างสูงกระชากเสียงเหี้ยม ก่อนจะก้มลงนั่งคุกเข่า เด็กสาวจึงรีบถอยกรูดจนติดกำแพง ปากร้องห้าม ท่าทางดูน่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง
“ยะ…..อย่าเข้ามา นะ..หนูกลัวแล้ว ”
“ หึ หึ หึ กูก็อยากให้มึงรู้สึกแบบนั้น แต่ดูเหมือนมันจะยังไม่พอ ดังนั้น…..” นายตำรวจร่างสูงแสยะยิ้มชั่วร้าย ก่อนจะทำเรื่องที่ชวนสยอง ด้วยการเอาปากกาหมึกซึมทิ่มเบ้าตาของตนเอง
“ ฉึก……”
เลือดแดงฉานหลั่งไหลออกจากบาดแผล เพราะเบ้าตาของนายตำรวจร่างสูงถูกปากกาแทงลึกถึงครึ่งด้าม และในจังหวะที่โลหิตกระฉูด ประดุจสายน้ำพุที่พรั่งพรูจากแหล่งกำเนิด สติของเด็กสาวก็พลันเตลิด เพราะประสบกับภาพที่โหดสุดๆ
“กรี๊ด…..” เด็กสาวกรีดร้องสุดเสียง พร้อมยกสองมือขึ้นกุมศีรษะ สีหน้าฉายแววหวาดกลัวอย่างชัดเจน
“ เหอ เหอ เหอ เป็นไง ถ้าจะฆ่ากันด้วยปากกา มันต้องทำให้ได้แบบนี้ เข้าใจมั้ย ” นายตำรวจร่างสูงหัวเราะหื่นๆ เป็นเชิงแหย่ แต่เด็กสาวตกใจกลัวจนหูดับไปแล้ว
และเพื่อให้การเขย่าประสาทครั้งนี้ ขนลุกขึ้นไปอีกระดับ นายตำรวจร่างสูงจึงดึงปากกาเจ้ากรรม ลูกตากลมๆเลยหลุดออกมาทั้งยวง
“โอ้…..สงสัยแทงลึกไปหน่อย แต่ถ้าเป็นแบบนี้ ก็เท่ากับว่ากูตาบอดไปข้างนึงนี่หว่า” แม้อาการดังกล่าวจะดูสาหัส แต่นายตำรวจร่างสูงไม่ยี่หระ ราวกับว่าลูกตาที่หลุดออกมา เป็นเพียงฟันน้ำนมที่ไร้ราคา
“ แกเป็นปีศาจชัดๆ….”ดวงตาของเด็กสาวเบิกโพลงถึงขีดสุด แต่อมนุษย์ไม่สนใจ พร้อมยื่นปากกาหมึกซึมที่มีลูกตาติดอยู่ตรงปลาย เข้ามาใกล้ใบหน้า ทำให้จ๊ะจ๋าได้เห็นความสยดสยองในระยะเผาขน เธอเลยสนองตอบด้วยการกรีดร้องอีกคำเดียว ก่อนจะทรุดฮวบลงไปนอน
“ กรี๊ด…….”
พอเหตุการณ์แปรเปลี่ยนเป็นเช่นนี้ อมนุษย์ผู้โฉดชั่วจึงมองเด็กสาวอยู่อึดใจ ก่อนจะสบถเบาๆ
“ เชอะ ใจเสาะชะมัด เจอแค่นี้ ก็สลบซะแล้ว ”
ทว่าอมนุษย์ในคราบตำรวจก็เซ็งได้ไม่นาน หัวใจก็กลับมากระชุ่มกระชวย ด้วยเหลือบไปเห็นปทุมถันขาวผ่องและอวบอิ่ม เนื่องจากเด็กสาวกำลังนอนหงายสิ้นท่า
“แต่จะว่าไป เด็กสมัยนี้ก็โตเร็วจริงๆ ” นายตำรวจร่างสูงเริ่มเกิดอารมณ์ เพราะถึงจะไม่ใช่มนุษย์แล้ว แต่ก็ยังมีความต้องการเฉกเช่นบุรุษ บางทีความรู้สึกนี้อาจรุนแรงมากกว่าตอนที่ยังเป็นคนเสียด้วยซ้ำ เขาจึงกระทำบางสิ่ง เพื่อปลุกเร้าอารมณ์ของจ๊ะจ๋า และเมื่อไฟตัณหาลุกโชน ก็ได้เวลาก่ออาชญากรรม
“อืม…..เริ่มได้ที่แล้ว สงสัยจะได้เวลาปิดบัญชี ” เมื่ออมนุษย์ตัดสินใจดังนั้น ก็จัดแจงล่วงล้ำเข้าไป
“อื้อ…….” เด็กสาวร้องครวญ ดวงตาปิดสนิท คิ้วเรียวขมวดนิ่วเข้าหากัน ใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด เพราะถูกอาวุธประจำกายล่วงล้ำเข้ามา และพอทำไปได้ซักพัก จ๊ะจ๋าก็ลืมตาขึ้นมา
“ เอ๊ะ! นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมชั้นถึงรู้สึกคับแน่นตรงนั้น ”และนี่ก็คือคำแรกที่หลุดจากปากของสาวน้อย เพราะยังไม่รู้ชัดว่าตนกำลังเผชิญกับอะไร
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
