ณ เมืองลิโทเมียร์
เมืองลิโทเมียร์เป็นเมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางภูมิภาคใต้ มีประชากรไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านคน นับว่าเป็นเมืองใหญ่แห่งหนึ่ง นอกจากนี้ภายในเมืองยังมีตัวตนระดับSเป็นผู้ดูแล ไม่ใช่แค่คนเดียวแต่มีระดับSอยู่หลายคนเลยทีเดียว ทำให้เมืองแห่งนี้ไม่ค่อยถูกบุกโจมตีโดยพวกองค์กรมืดสักเท่าไหร่ เนื่องจากความแข็งแกร่งของเมืองลิโทเมียร์นั้นสูงกว่าองค์กรมืดที่อยู่รอบๆ
แม้ว่าจะเป็นเมืองใหญ่แต่ก็กับเมืองอื่นๆหลายเมืองที่มีเขตสลัม ซึ่งเป็นมุมมืดของเมืองทุกเมือง
เขตสลัม
เขตสลัมเป็นเขตที่มีแต่คนยากจนอาศัยอยู่และยังแออัด เขตสลัมมีอยู่หลายเขต ซึ่งแต่ละเขตก็มักจะมีพวกอันธพาลอาศัยอยู่
สลัมเขตที่สิบแปด
ที่ทางเข้าสลัมเขตที่สิบแปด
มาควิ้นนำลูกน้องของตัวเองกว่าสองร้อยคนยืนอยู่ที่ทางเข้าสลัมเขตสิบแปด
เมื่อคนในเขตสลัมเห็นพวกมาควิ้น พวกเขาก็รีบหนีกันอย่างรวดเร็ว แม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนยากจนแต่พวกเขาก็รู้ดีว่าอะไรควรยุ่งหรืออะไรไม่ควรยุ่ง
“ ตามหาครอบครัวของคนที่ชื่อซีรอสให้พบ ถ้าหากพบแล้วก็ติดต่อมาหาฉันทันที ” มาควิ้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ครับหัวหน้า ” ลูกน้องของมาควิ้นพูดขึ้นพร้อมกับรีบแยกย้ายกันไป
เมื่อลูกน้องเกือบทั้งหมดแยกย้ายกันไปแล้ว มาควิ้นก็กวาดสายตามองดูสลัมพร้อมกับแสดงสีหน้าแววตาเหยียดหยามออกมา
ไม่ถึงสิบห้านาที ในที่สุดพวกของมาควิ้นก็พบครอบครัวของซีรอสพบ
ลูกน้องของมาควิ้นพาครอบครัวของซีรอสมาหามาควิ้น ซึ่งเป็นหญิงสาวสองคนที่แต่งตัวมอมแมมและเสื้อผ้าที่เก่าๆขาดๆ
มาควิ้นมองดูหญิงสาวที่อายุประมาณสี่สิบนิดๆใบหน้าดูเหนื่อยล้าแต่ก็ยังแฝงไปด้วยความมุ่งมั่น พร้อมกับสาวน้อยที่อายุประมาณสิบแปดสิบเก้าปี
หญิงสาวที่อายุประมาณสิบแปดสิบเก้านี้รูปร่างใช้ได้แต่เนื่องจากอยู่ในสภาพที่มอมแมมแบบนี้ทำให้พวกมาควิ้นไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย
“ พวกแกคือครอบครัวของซีรอสใช่ไหม? ” มาควิ้นถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาไม่รู้ว่านายน้อยแบมบูด้าสั่งให้เขาหาครอบครัวของซีรอสทำไม เพราะฉะนั้นเขาจึงยังไม่อยากทำเกินคำสั่งที่ได้รับไม่อย่างนั้นมันอาจจะมีปัญหาได้
“ พวแกเป็นใครกัน พวกแกไม่รู้หรอว่าน้องชายของฉันได้เข้าร่วมกับสภาจอมเวทย์แล้ว ” หญิงสาวที่อายุสิบแปดสิบเก้าปีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ด้วยการที่กลายเป็นคนของสภาจอมเวทย์ทำให้พวกอันธพาลในเขตไม่กล้าที่จะยุ่งกับสองแม่ลูก เพราะอำนาจของสภาจอมเวทย์มีมากเกินไป
มาควิ้นที่ได้ยินดังนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาจับถูกคนแล้ว เพราะนายน้อยแบมบูด้าเองก็ได้รับการฝึกฝนที่สภาจอมเวทย์เหมือนกัน แสดงให้เห็นว่าทั้งสองคนนี้อาจจะเป็นเพื่อนกันหรืออาจจะเป็นศัตรูกันก็ได้
“ แล้วยังไงล่ะในเมื่อนายน้อยของฉันเองก็ฝึกอยู่ที่สภาจอมเวทย์เหมือนกันและนายน้อยก็สั่งให้ฉันมาพาตัวพวกเธอไปที่ตระกูลของนายน้อย ” มาควิ้นพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเบาๆ
หญิงสาวคนนั้นก็หยุดชะงักก่อนที่จะถอยหลังมายืนอยู่ข้างแม่ของตน เธอรู้สึกว่าจะต้องมีเรื่องเกิดขึ้นกับน้องชายของเธอแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีก็เท่านั้น
“ พาตัวสองคนนี้กลับไป ” มาควิ้นพูดขึ้นพร้อมกับเดินนำลูกน้องกลับตระกูล
หลังจากที่พวกมาควิ้นจากไปแล้วผู้คนในสลัมก็ค่อยๆโผล่ออกมาพร้อมกับมองสองแม่ลูกด้วยความสงสัย
“ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสองแม่ลูกวินเตอร์ไหมนะ ” ชายชราคนหนึ่งถอนหายใจออกมา
หลังจากนั้นทุกๆคนในสลัมก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผ่านไปราวๆสิบห้านาที
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมหรูหราพร้อมกับลูกน้องประมาณห้าถึงหกคนก็เดินทางมาถึงที่สลัมเขตสิบแปด
เมื่อกลุ่มคนนี้มาถึงก็ทำให้ชาวบ้านในสลัมพากันตกใจและคิดว่าวันนี้มันวันอะไรกัน เมื่อกี้ก็มีกลุ่มอันธพาลกว่าสองร้อยคนแล้ว ตอนนี้ก็ยังมีกลุ่มคนที่ดูมีอำนาจเดินทางมาที่นี้อีก
ชายวัยกลางคนใบหน้าดูอ่อนโยนเหมือนกับคุณลุงข้างบ้าน สวมชุดหรูหราสีน้ำตาลแดง ชื่อของเขาคือเวสตั้น นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ดูแลสมาคมนักผจญภัยของเมืองลิโทเมียร์ ความแข็งแกร่งของเขาอยู่ในระดับS
ด้านหลังของเขาก็เป็นกลุ่มชายวัยกลางคนและหญิงสาวที่อายุมากกว่าสามสิบปี ซึ่งแต่ละคนปล่อยกลิ่นอายที่แข็งแกร่งออกมาจนทำให้ชาวบ้านไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้ พวกเขาคือลูกน้องคนสนิทของเวสตั้น
“ ให้ตายเถอะ ฉันไม่นึกมาก่อนเลยว่าจะต้องมาที่สลัมแบบนี้ ” ชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านหลังของเวสตั้นพูดขึ้น
“ อย่าบ่นให้มากความเลยไปหาครอบครัวของคนที่ชื่อซีรอสให้พบจากนั้นค่อยไปรับรางวัลจากท่านไลท์ ” เวสตั้นพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ รับทราบหัวหน้า ”
ไม่นานพวกเวสตั้นก็พบว่าครอบครัวของซีรอสถูกคนกลุ่มใหญ่จับตัวกลับไปก่อนหน้านี้แล้ว
เวสตั้นหรี่ตาลง ตอนแรกเขาคิดว่าจะเป็นงานง่ายๆแต่ไม่คิดว่าจะมีปัญหาของตระกูลใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่แล้วอย่างไรล่ะในเมื่อเบื้องหลังของเขาคือท่านไลท์
เวลานี้ที่ตระกูลของแบมบูด้า
สองแม่ลูกถูกนำตัวกลับมาที่ตระกูลแล้ว
สองแม่ลูกตกใจและไม่คิดว่ากลุ่มคนที่มาจับตัวพวกเธอจะเป็นตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเฮฟวี่ย์
ตระกูลเฮฟวี่ย์คือตระกูลที่แข็งแกร่งอันดับหนึ่งของเมืองลิโทเมียร์ เนื่องจากผู้นำคนก่อนมีแข็งแกร่งและสะกดทุกๆตระกูลเอาไว้ทำให้ไม่มีตระกูลไหนในเมืองกล้าที่จะมีปัญหากับตระกูลเฮฟวี่ย์ ไม่ใช่แค่ในเมืองลิโทเมียร์เท่านั้นแต่เมืองที่อยู่รอบๆก็ไม่กล้าที่จะล่วงเกินตระกูลเฮฟวี่ย์
นอกจากนี้ตัวตนระดับSของเมืองเฮฟวี่ย์ก็มีอยู่ถึงสองคนเลยทีเดียว ซึ่งก็คือผู้นำคนก่อนและผู้นำคนปัจจุบันนั่นเอง
นอกจากสภาจอมเวทย์และสมาคมนักผจญภัย ตระกูลเฮฟวี่ย์สามารถทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจในพื้นที่แถบนี้ทั้งหมด
ตอนนี้ภายในตระกูลเฮฟวี่ย์ สองแม่ลูกตระกูลวินเตอร์อยู่ในห้องเล็กๆแห่งหนึ่ง
เนื่องจากมาควิ้นเป็นลูกน้องคนสนิทของนายน้อยแบมบูด้า ลูกชายของผู้นำตระกูลเฮฟวี่ย์ทำให้เขาสามารถเข้าออกตระกูลเฮฟวี่ย์ได้ตลอดเวลา
มาควิ้นหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาพร้อมกับติดต่อไปหานายน้อยแบมบูด้าว่าจะทำอย่างไรต่อ
แบมบูด้าที่รู้ว่ามาควิ้นจับตัวครอบครัวของซีรอสเอาไว้แล้วก็ยิ้มออกมาอย่างเย็นชาและพูดขึ้นว่า “ จับพวกมันเอาไว้อย่างนั้นและอย่าปล่อยให้พวกมันหนีออกมาได้ถ้าหากฉันไม่ได้สั่ง ”
“ เข้าใจแล้วครับนายน้อย ” มาควิ้นตอบรับก่อนที่จะวางสายไป
“ ดูเหมือนว่านายน้อยจะมีปัญหากับคนที่ชื่อซีรอสจริงๆสินะ ” มาควิ้นพึมพำออกมาเบาๆ
หลังจากนั้นเขาก็สั่งงานลูกน้องว่าถ้าหากไม่ใช่เขาก็ห้ามให้ใครเข้าไปในห้องนี้โดยเด็ดขาด
ตัดภาพกลับมาที่พวกแบมบูด้า
หลังจากที่แบมบูด้าได้ตัวของแม่และน้องสาวของซีรอสมาแล้วเขาก็รู้สึกพึงพอใจ
“ ไปกันเถอะฉันอยากจะดูว่าเจ้าคนที่เป็นอาจารย์ของซีรอสจะทำอย่างไรต่อ” แบมบูด้าพูดขึ้น
ไม่นานพวกเขาก็ตามหาไลท์และซีรอสเจอ
ทั้งสองไม่ได้อยู่ไหนไกล ไลท์เพียงแค่ให้ซีรอสพาเขาเดินเที่ยวทั่วค่ายฝึกฝนแห่งนี้เท่านั้น
หลังจากที่พวกแบมบูด้าเจอไลท์และซีรอสแล้ว พวกเขาก็ไปล้อมพวกไลท์และซีรอสเอาไว้
ไลท์มองไปที่พวกแบมบูด้าด้วยแววตาสงสัยก่อนที่จะรู้ได้ทันทีว่าเด็กกลุ่มนี้กำลังทำอะไรกันแน่
ซีรอสมองไปที่พวกแบมบูด้าด้วยแววตาหวาดกลัว
“ เห้ยซีรอส วันนี้แกจะไปไหนไม่ได้เพราะตอนนี้แม่กับน้องสาวของแกอยู่ในกำมือของฉันแล้ว ” แบมบูด้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง
ไลท์ที่ได้ยินก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด ผิดกับซีรอสที่ตอนนี้กำลังแสดงสีหน้าตกใจออกมา
“ แกจะจับแม่และน้องสาวไปทำไม! ” ซีรอสตะโกนขึ้นด้วยความโกรธ
“ ไม่มีอะไรหรอกฉันแค่จะสั่งสอนแกเท่านั้น ” แบมบูด้าหัวเราะออกมา คนอื่นๆก็หัวเราะออกมา
“ ไม่เลวๆ เข้าใจจับจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ ” ไลท์พยักหน้ารับเบาๆจากนั้นเขาก็หันไปบอกกับซีรอสว่า “ จำเอาไว้นะว่าคนแบบนี้มันมีเยอะมากในโลกใบนี้ พวกที่ชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่าน่ะ งั้นฉันขอถามอะไรเธอหน่อย ถ้าหากเธอมีอำนาจเธอจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? ”
แบมบูด้าหรี่ตาลงและมองไปที่ไลท์ เขาสัมผัสว่าไลท์จะต้องไม่ใช่ตัวตนธรรมดาอย่างที่เห็นแน่ๆ
ซีรอสที่ถูกไลท์ถามขึ้นว่าจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์แบบนี้ถ้าหากเขามีอำนาจ
หลังจากที่ซีรอสใช้เวลาคิดเล็กน้อยเขาก็ตอบขึ้นมาว่า “ ผมจะกวาดล้างพวกมันให้หมด ”
ไลท์ยิ้มและพึงพอใจขึ้นมา สำหรับโลกใบนี้มันไม่มีที่ว่างให้กับคนอ่อนแอ ถ้าหากคุณแสดงด้านอ่อนแอออกมาเมื่อไหร่ คุณก็จะถูกกัดกินจากคนรอบข้างทันที
“ เข้าใจแล้ว ฉันจะให้เวลาเธอเติบโตแล้วก็มาจัดการกับปัญหาของเธอเอง อีกอย่างฉันในฐานะอาจารย์จะไม่เข้าไปยุ่งกับปัญหาของเธอโดยเด็ดขาดถ้าหากมันไม่จำเป็นจริงๆจำเอาไว้ด้วย ถึงแม้ว่าอาจารย์อย่างฉันจะไม่เข้าไปยุ่งได้แต่เธอสามารถบอกศิษย์พี่ของเธอได้นะ ศิษย์พี่ของเธอก็มีชื่อเสียงในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ” ไลท์พูดขึ้น
“ นี้ผมมีศิษย์พี่ด้วยงั้นหรอครับ? ” ซีรอสประหลาดใจ
ไลท์พยักหน้ารับเบาๆ
“ แล้วก็พวกแก ฉันจะให้โอกาศสุดท้ายในการปล่อยแม่และน้องสาวของซีรอสถ้าหากพวกแกยังคิดที่จะต่อต้านอยู่ก็อย่าหาว่าฉันโหดร้าย ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้มเล็กน้อย
แบมบูด้าดูลังเลขึ้นมา การที่ไลท์สามารถวางอำนาจแบบนี้ได้แสดงว่าเขาจะต้องมีเบื้องหลังหรืออำนาจในมือ
เพื่อนๆของแบมบูด้าคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “ แบมบูด้าฉันคิดว่าแกควรปล่อยตัวแม่และน้องสาวของซีรอส ”
แบมบูด้าหันไปมองเพื่อนของเขาด้วยแววตาสงสัย
เพื่อนของเขาชื่อว่ามอนเต้ เป็นลูกของตระกูลใหญ่เหมือนกับแบมบูด้า เขาเป็นคนที่ฉลาดและมีไหวพริบบางครั้งเขาก็เป็นคนที่ออกคำสั่งเพื่อเอาชนะกลุ่มอื่นๆค่ายฝึกหัด
“ เพราะอะไร? ” แบมบูด้าถามด้วยความไม่เต็มใจ
“ ฉันคิดว่าคนนี้จะต้องมีอำนาจในระดับหนึ่งเลยที่เดียว ไม่ใช่เบื้องหลังของเขาที่มีอำนาจแต่เป็นตัวของเขาเลยที่มีอำนาจไม่แน่ว่าเขาอาจจะแข็งแกร่งในระดับAหรือS นอกจากนี้การที่จะเข้ามาในค่ายฝึกใหญ่แบบนี้ได้จะต้องเป็นคนรู้จักของบุคคลระดับสูงอย่างเช่นจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์เป็นต้น ” มอนเต้พูดขึ้น
ไลท์ที่ได้ยินดังนั้นก็ปรบมือดังๆหลายครั้ง
“ ไม่เลวเป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยมมากแต่น่าเสียดายทีผิดไปนิดหน่อยเท่านั้นเพราะว่าฉันน่ะเหนือกว่าที่เธอพูดมายังไงล่ะ ” ไลท์พูดขึ้น
ทุกคนมองไปที่ไลท์ด้วยความสงสัย ตอนนี้ทุกๆคนไม่เข้าใจความหมายของไลท์
จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์วิ่งมาหาไลท์ด้วยท่าทีตื่นเต้น
“ ท่านไลท์ครับ ” เจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์พูดด้วยเสียงเคารพ
ซีรอสและพวกของแบมบูด้าประหลาดใจ เพราะพวกเขารู้ดีว่าคนนี้ๆคือใคร เขาคือครูฝึกของศูนย์ใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งเกือบจะอยู่ในระดับSแล้ว ซึ่งเขาไม่จำเป็นที่จะต้องให้ความเคารพกับจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์เลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ครูฝึกคนนี้กลับให้ความเคารพไลท์อย่างมาก
จากนั้นครูฝึกก็มองไปที่พวกซีรอสและคนอื่นๆด้วยแววตาจริงจังก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ พวกเธอไม่ไปพักผ่อนแล้วตอนบ่ายจะมีแรงฝึกฝนได้อย่างนั้นหรอ? ”
ซีรอสและพวกแบมบูด้าตกใจขึ้นมา
“ ใจเย็นๆก่อนสินายคิดจะไล่ลูกศิษย์ของฉันกลับไปงั้นหรอ? ” ไลท์อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
เมื่อครูฝึกคนนั้นได้ยินก็ตกใจและมองไปที่พวกซีรอสด้วยแววตาไม่อยากเชื่อ เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีคนที่เข้าตาจนท่านไลท์รับเป็นลูกศิษย์
ทุกๆคนก็รู้ดีว่าลูกศิษย์ของท่านไลท์หนึ่งคนก็คือท่านเดซี่ ตัวตนระดับSSและยังเป็นจอมเวทย์ธาตุแสงที่มีทักษะการฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเหมือนเดิม
“ ไม่ทราบว่าคนไหนคือลูกศิษย์ของท่านไลท์งั้นหรอครับ? ” ครูฝึกถามด้วยความสงสัย
“ คนนี้แหละ ” ไลท์ชี้ไปที่ซีรอส
ครูฝึกมองไปที่ซีรอสและพยักหน้ารับเบาๆ “ เธอนี้โชคดีจริงๆเลยนะที่ได้เป็นลูกศิษย์ของท่านไลท์ แม้แต่ฉันเองก็อยากที่จะเป็นลูกศิษย์ ไม่สิอยากเป็นลูกน้องของท่านไลท์ด้วยซ้ำ ”
ซีรอสและคนอื่นๆพากันตกใจและไม่คิดเลยว่าแม้แต่ครูฝึกก็ยังอยากที่จะเป็นลูกน้องของท่านไลท์
เดี๋ยวนะท่านไลท์?
มอนต้ามองไปที่ไลท์พร้อมกับหยิบบางอย่างออกมาจากอุปกรณ์มิติ ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจก่อนที่จะมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาตื่นเต้น
“ ท่านไลท์!! ” มอนต้าพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นจากนั้นเขาก็จำได้ว่าตอนนี้แบมบูด้าได้จับครอบครัวของซีรอสเอาไว้
“ แบมบูด้ารีบปล่อยตัวครอบครัวของซีรอสเร็วเข้า!! ” แบมบูด้าตะโกนขึ้นด้วยความเร่งรีบ
แบมบูด้าและเพื่อนๆพากันตกใจและไม่เข้าใจว่าทำไมมอนต้าถึงได้ตกใจแบบนั้น
“ เกิดไรขึ้นมอนต้า? ” แบมบูด้านและเพื่อนๆพากันถามด้วยความเป็นห่วง
“ ก็เพราะคนข้างหน้าของพวกแกคือหัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ ชื่อของเขาก็คือท่านไลท์ ” มอนต้าพูดขึ้น
ซีรอสและพวกของแบมบูด้าพากันตกใจและมองไปที่ไลท์ด้วยความไม่อยากเชื่อ