“ข้าไม่ได้อยากพบเจ้า แต่ข้าได้ยินว่าวันนั้นเจ้าอยากพบข้าและบังเอิญตอนนั้นข้ามีธุระจึงต้องออกไปข้างนอก เมื่อวานเพิ่งจะกลับมา ดังนั้นอยากถามว่าวันนั้นเจ้ามีธุระอันใดกับข้าหรือ?” ตู้เซ่าฝู่ยิ้มให้ชายหนุ่มมาดนิ่ง
ชายหนุ่มมาดนิ่งได้ยินก็สีหน้าสะดุ้งเล็กน้อย จากนั้นเงยหน้าขึ้นนิดหน่อยทำให้ผมยาวดำขลับของเขาสั่นไหวเล็กน้อย ดวงตาเรียวยาวตาชั้นเดียวของเขาจ้องมองตู้เซ่าฝู่อย่างหยิ่งทะนงเขาคือหานซินหนึ่งในสี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิง
แน่นอนว่าหานซินไม่เห็นด้วยกับคำพูดของตู้เซ่าฝู่เห็นได้ชัดว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนมาหาเขา ตอนนี้กลับปฏิเสธ เขามองหน้าตู้เซ่าฝู่ปากบางๆ ภายใต้จมูกดั้งสูงเริ่มขยับอีกครั้ง กล่าวว่า “พวกเราไม่ต้องพูดอ้อมค้อมกันแล้ว เรื่องของทหารรักษาเมืองพวกเรามาจัดการให้จบๆไปเถิด เจ้าน่าจะชัดเจนดีว่าหลินหมิงทำไปเพียงเพื่อคิดจะแก้แค้นให้บุตรชายของตัวเองกลับคิดไม่ถึงว่าเจ้าที่เป็นคนของจวนหลันหลิง รู้ดีว่าเขาทำอะไรเจ้าไม่ได้เจ้ายังขังเขาไว้นานขนาดนี้ พวกเขาสองพ่อลูกทรมานถูกลงโทษมาเยอะแล้วเจ้าน่าจะพอใจแล้ว ปล่อยหลินหมิงดีหรือไม่ เพราะอย่างไรเจ้าก็ไม่กล้าฆ่าเขาขังเขาไว้ที่นี่ก็มีแต่ทำให้วุ่นวาย”
“หลินหมิง……?”
ตู้เซ่าฝู่แกล้งทำเป็นงง มองหานซิน กล่าวว่า“ข้าคิดออกแล้ว หลินหมิงน่าจะเป็นคนที่ถูก ทหารส่วนตัวของผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงเพราะสงสัยว่าจะก่อกบฏใช่หรือไม่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า”
“ตู้เซ่าฝู่หากเจ้าเป็นซะแบบนี้ พวกเราก็ไม่มีอะไรให้เจรจาแล้วบางทีพวกเจ้าเองอาจจะเริ่มรู้สึกได้ ว่าการขังหลินหมิงไว้กับพวกเจ้าที่นี่มีแต่สร้างความลำบากให้ตัวเองหากเจ้าไม่คิดจะเจรจา ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อน แน่จริงเจ้าก็ฆ่าหลินหมิงสิ” หานซินสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย สีหน้าที่ดูนิ่งขณะนี้ดูแข็งและเย็นชาขึ้นไปอีก
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า แต่ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้าเรื่องนี้ข้าเองก็เพิ่งรู้มา”
ตู้เซ่าฝู่มองหานซินสีหน้ายิ้มแบบไม่ค่อยเหมือนยิ้มสักเท่าไร เขาหยุดชะงักสักครู่ จากนั้นพูดว่า “ข้าเพิ่งได้ยินข่าวมาว่าหลินหมิงที่ถูกทรมานอยู่ในค่ายทหารส่วนตัวของผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงในที่สุดก็ทนไม่ไหวแล้วดังนั้นเลยทิ้งความลับทั้งหมดไว้ให้แล้ว”
“ทิ้งความลับอะไร?” หานซินสงสัยและสีหน้าเปลี่ยนด้วยความแปลกใจ
ตู้เซ่าฝู่ยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวว่า“ที่จริงหลินหมิงก็ไม่ได้ทิ้งความลับอะไรมากมาย ก็แค่บอกว่าเจ้ากับบิดาของเจ้าวางแผนกับทหารรักษาเมืองจะลอบทำร้ายผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงบอกว่าตอนแรกคิดจะลงมือปฏิบัติการในเดือนหน้า พวกเจ้าเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว”
“พูดซี้ซั้วไม่มีทาง พวกเจ้าต้องบังคับให้หลินหมิงพูดอะไรมั่วๆ แน่ข้ากับบิดาของข้าไม่เคยมีความคิดเช่นนั้นเลย” หานซินได้ยินก็ระเบิดโมโหขึ้นมาเรื่องนี้เป็นการป้ายสีพวกเขาแน่นอน
“ฮ่าๆ ๆ ๆ……”
จู่ๆ หานซินก็หัวเราะออกมาสีหน้าโกรธเมื่อกี้ใช้เวลาเพียงไม่นานก็หายเป็นปกติ เขามองตู้เซ่าฝู่ยิ้มให้พร้อมกล่าวว่า “ตู้เซ่าฝู่เจ้าคิดจะยั่วให้ข้าโมโหแค่นั้นแหละ คิดจะดึงคำพูดข้าของมาใช้เล่นงานอะไรข้าใช่หรือไม่วิธีนี้เด็กไปแล้ว ใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอกนะ”
ตู้เซ่าฝู่ยังคงยิ้มให้ กล่าวว่า “แน่นอน เจ้าฉลาดมาก สมกับเป็นหัวหน้าของสี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงแต่ว่าเวลาตอนนี้ก็ใกล้จะพร้อมแล้ว”
“เวลาตอนนี้ก็ใกล้จะพร้อมแล้ว?” หานซินขมวดคิ้ว เขาแอบรู้สึกถึงว่ากำลังจะมีเรื่องที่ไม่ดีอาจจะเกิดขึ้น
“คุณชายน้อยเซ่าฝู่ แย่แล้วเกิดเรื่องใหญ่แล้ว”
หานซินเพิ่งจะพูดจบประโยคก็มีเสียงอึกทึกครึกโครมดังออกมาจากข้างนอก หวงที่สามกับจางหลินและคนอื่นๆวิ่งเข้ามาที่เรือนรับรองด้วยสีหน้าตื่นตระหนก บอกกับตู้เซ่าฝู่ว่า “คุณชายน้อยเซ่าฝู่ ทหารรักษาเมืองคิดจะก่อกบฏกับจริงๆ ทหารรักษาเมืองจำนวนไม่ต่ำกว่าหมื่นคนสวมชุดเกราะเดินทางกันมาแล้วจวนหลันหลิงถูกปิดล้อมไว้ออกไปไหนไม่ได้แล้ว”
“อะไรนะ……”
หานซินได้ยินก็สีหน้าเปลี่ยนเขากำชับกับหัวหน้า ทหารรักษาเมืองของแต่ละกองทุกคนไว้แล้วว่าช่วงนี้ห้ามไม่ให้ทำอะไรบุ่มบ่ามให้รอบคอบเป็นพิเศษเรื่องนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เขาตะลึงไปสักพัก อุทานออกมาว่า “เป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้”
“หานซินดูท่าพวกเจ้าสองพ่อลูกคิดจะต่อต้านผู้ปกครองมณฑลจริงๆ ใช่หรือไม่?” ตู้เซ่าฝู่ตีหน้าตกใจมองไปที่หานซิน
“นี่เป็นไปไม่ได้ข้าออกไปดูหน่อยสิ”
หานซินสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา หากทหารรักษาเมืองคิดจะวางก้ามก่อเรื่องด้วยการมาบุกล้อมจวนผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงจริงๆเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากแล้ว
“คุณชายน้อยหานช้าก่อน”
ตู้เซ่าฝู่ก้าวออกไปกั้นด้านหน้าหานซินกล่าวว่า“เรื่องนี้ไม่ต้องรีบร้อนหรอก เดี๋ยวทหารส่วนตัวของจวนหลันหลิงน่าจะจัดการได้ในไม่ช้าจับตัวพวกหัวหน้ามาเค้นถามเดี๋ยวก็รู้เรื่องแล้ว”
“ให้ข้าลองไปดูเถิด”
หานซินได้ยินประโยคท้ายของตู้เซ่าฝู่ในใจก็ยิ่งร้อนรน หากคนของทหารรักษาเมืองถูกจับ จะทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าเหตุใดจู่ๆ สถานการณ์จึงเปลี่ยนเป็นเช่นนี้ ตามหลักเหตุผลทหารรักษาเมืองไม่มีทางกล้าทำเช่นนี้แน่
“คุณชายน้อยหานเจ้ารีบร้อนขนาดนี้ หรือว่าในใจร้อนรนเพราะในใจคิดไม่ซื่อ” ตู้เซ่าฝู่ไม่ยอมปล่อยให้หานซินออกไปจากที่นี่เขาก้าวออกไปกั้นด้านหน้าหานซินอีกครั้ง
“ตู้เซ่าฝู่เจ้าหมายความว่าอย่างไร!” หานซินมองตู้เซ่าฝู่สีหน้าเคร่งเครียดขึ้น
“ดูท่าเจ้าต้องอยู่ที่จวนหลันหลิงไปก่อนแล้วล่ะ”
ตู้เซ่าฝู่ยิ้มเล็กน้อย จากนั้นหันไปพูดกับจางหลินกล่าวว่า “หัวหน้ากองจาง เจ้าจับตาดูคุณชายน้อยหานไว้เดี๋ยวข้าไปแจ้งผู้ปกครองมณฑลว่าหานซินกับบิดาของเข้ารวมหัวกับทหารรักษาเมืองวางแผนทำร้ายผู้ปกครองมณฑลข้าต้องให้ผู้ปกครองมณฑลไปจับตัวหานเฉียงมาคุยด้วยหน่อยแล้วล่ะ” เมื่อพูดจบ ตู้เซ่าฝู่ก็เดินออกไปจากที่นั่น
“ตู้เซ่าฝู่เจ้าใส่ร้ายป้ายสีพวกเขาหรือ ช้าก่อน!”
หานซินตกใจหน้าเสียรีบเดินเข้าไปคว้าบ่าของตู้เซ่าฝู่ ตรงเข้าไปดึงตู้เซ่าฝู่ไว้อย่างไม่คิด
“ไม่ได้ ข้าต้องไปรายงานผู้ปกครองมณฑลเจ้าปล่อยมือเดี๋ยวนี้!”
ตู้เซ่าฝู่ถูกคว้าบ่าไว้เขารีบหันกลับไปพูดเสียงดัง ในมือส่งพลังปราณสีทองไปห่อหุ้มจากนั้นต่อยใส่หานซินทันทีพลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมา เขายังคงแสดงสีหน้ายิ้มอย่างเนียน
หานซินสีหน้าเปลี่ยน ขณะที่กำลังร้อนรนเขารีบปล่อยมือออกจากบ่าของตู้เซ่าฝู่ทันทีพร้อมกับส่งพลังหมัดด้วยมือซ้ายออกไปปะทะ
“ปึง!”
เกิดเสียงกระแทกดังสนั่นขณะนั้นเองเห็นเพียงว่ามีคลื่นลมอันรุนแรงซัดจนร่างของตู้เซ่าฝู่กระเด็นลอยไปไกลและร่างของเขากระแทกกำแพงเรือนรับรองจนกำแพงร้าวเป็นแนวยาว
“เป็นไปไม่ได้เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้……”
ขณะนั้นเอง หานซินตกใจจนสีหน้าเปลี่ยนเขารู้สึกได้ว่าเมื่อเขาปล่อยพลังหมัดออกไปรับพลังโจมตี จู่ๆ ตู้เซ่าฝู่ก็ผ่อนแรงและพลังปราณลงดังนั้นจึงทำให้ร่างของตู้เซ่าฝู่ถูกซัดจนกระเด็นเห็นได้ชัดว่าเขาจงใจทำให้ตัวเองบาดเจ็บ
“หานซินช่างบังอาจกล้าลงมือทำร้ายคุณชายน้อยเซ่าฝู่”
จากนั้นจางหลินก็พุ่งเข้าไปที่ด้านหลังของหานซินในเวลาต่อมาทันทีใช้มือจับบ่าของหานซินคุมตัวเอาไว้ ปล่อยพลังปราณโถมออกมา เขาจับตัวหานซินไว้ขณะที่เขายังตะลึงเหม่ออยู่
“คุมตัวไว้!”
คนจำนวนมากที่อยู่ด้านหลังของจางหลินราวกับเตรียมตัวไว้ก่อนหน้านานแล้วพวกเขาหยิบโซ่เหล็กออกมาในทันที จากนั้นก็กดตัวพันโซ่มัดหานซินไว้แน่น
“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าหลอกลวงข้า ตู้เซ่าฝู่ เจ้าวางแผนจัดการข้า!”
หานซินไม่ได้ขัดขืน เขาจ้องมองไปทางตู้เซ่าฝู่ที่ลุกขึ้นมายืนและกำลังเดินมาหายิ้มออกมาสีหน้าเจื่อน กล่าวว่า “คิดไม่ถึงว่าแผนการชั้นต่ำเช่นนี้ข้าจะติดกับเสียได้”
“เจ้าไม่ได้ติดกับขณะนี้มีทหารรักษาเมืองรวมตัวกันล้อมจวนหลันหลิงจริงๆ”
ตู้เซ่าฝู่เดินมาถึงด้านหน้าหานซินมุมปากของเขามีรอยเลือดเล็กน้อย สีหน้ายิ้มแย้ม พูดกับจางหลินว่า “หัวหน้ากองจาง เมื่อกี้พวกเจ้าก็เห็นกันเองกับตาแล้วขณะนี้น่าจะรู้นะว่าควรทำอย่างไร?”
“คุณชายน้อยหานพาทหารรักษาเมืองมาล้อมจวนหลันหลิงเพราะคุณชายน้อยเซ่าฝู่ขัดขืนจึงทำร้ายคุณชายน้อยเซ่าฝู่จนบาดเจ็บหากข้าไม่ได้ช่วยเหลือ เกรงว่าคุณชายน้อยเซ่าฝู่คงจะแย่ไปแล้ว ดูท่าคุณชายน้อยหานกับบิดาของเขาคิดจะก่อกบฏจริงๆเสียด้วย” จางหลินกล่าว
“ได้ งั้นก็ฝากคนนั้นกับพวกเจ้าด้วยล่ะข้าอาการบาดเจ็บรุนแรง ต้องกลับไปรักษาตัวก่อน” ตู้เซ่าฝู่ยิ้มอย่างพอใจจากนั้นหมุนตัวเองออกจากเรือนรับรองไปทันที
…………………………………………………………
ยามโพล้เพล้ มีลมอ่อนๆ พัดโชยมาอยู่ระเรื่อท้องฟ้ามีแสงจางๆ อากาศสดชื่นกำลังดี
ท้องฟ้าที่ปกคลุมเมืองหลันหลินมีแสงสีแสดสาดจากนั้นแสงอ่อนๆ นี้ค่อยๆ จางจนลับหายไปจนท้องฟ้ากลายเป็นสีเทาฟ้าครึ้ม
ยามเย็นของวันนี้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายที่จวนหลันหลิงอีกแล้ว ทุกคนมองไปก็เห็นว่าเวลานี้มี ทหารรักษาเมืองกว่าหมื่นคนสวมชุดเกราะล้อมจวนผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงอยู่
ผ่านไปไม่นาน ทุกคนก็เห็นว่ามีทหารส่วนตัวจวนหลันหลิงเตรียมพร้อมอยู่รอบๆจวน กองทัพที่ฮึกเหิมรวมตัวกันราวกับว่าเตรียมพร้อมไว้อยู่ก่อนหน้าแล้วพวกเขารอที่จะโต้กลับกองทัพผู้เข้ามาล้อมได้สุดเมื่อ ซึ่งล้อมทหารรักษาเมืองไว้อยู่วงในอีกที
ไม่รู้ว่ายอดฝีมือของทหารส่วนตัวจวนหลันหลิงพูดอะไรทหารส่วนตัวยังไม่ทันได้ลงมือต่อสู้ก็สามารถเข้าไปคุมตัวทหารรักษาเมืองได้อย่างง่ายดายทหารรักษาเมืองกว่าหมื่นคนถูกคุมตัวไว้จนหมด
ทุกอย่างนี้เกิดขึ้นภายในช่วงเย็นจากนั้นด้านนอกจวนหลันหลิงก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทุกอย่างนิ่งสงบราวกับว่าไม่เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้นและไร้ร่องรอยว่าเคยมีอะไรเกิดขึ้น
ที่ปลายฟ้ามีเส้นสีทองจางๆจากนั้นท้องฟ้าค่อยๆ มืดครึ้มจนมืดสนิท นอกเมืองหลันหลิน นภาสีฟ้าอ่อนเหนือบริเวณเทือกเขาที่ทอดยาวเองก็ค่อยๆเข้าสู่ความมืดมิดยามราตรี
ทั้งคืนคนในเมืองหลันหลิงต่างคิดกังวลระส่ำระสายเรื่องที่ทหารรักษาเมืองกับทหารส่วนตัวของผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงปะทะกันแพร่กระจายไปทั่วในเวลาอันรวดเร็ว
ยิ่งไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้คนคิดมากผู้มีอิทธิพลไม่ว่าจะกลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่และประชาชนต่างกำลังคิดคาดเดาอยู่ว่าภายในจวนหลันหลิงเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
เพิ่งจะตกกลางคืนได้ไม่นานก็มีคนเห็นเจ้าเมืองหานเฉียงที่ไม่ค่อยจะได้เห็นตัวกันพาคนรับใช้ที่ไว้ใจออกไปจากจวนของเจ้าเมืองหลันหลิงและเดินทางเข้าไปในจวนผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงผ่านไปสักพักพวกเขาก็ออกมาจากหลันหลิง พร้อมกับมีคนออกมาเพิ่มด้วยอีกคนคือหานซินบุตรชายของเจ้าเมืองหลันหลิงหานเฉียง
เวลาเช้าตรู่ก็มีคนในเมืองหลันหลิงหลายคนเห็นว่าทหารรักษาเมืองกว่าหมื่นคนที่ถูกทหารส่วนตัวของจวนหลันหลิงจับตัวไว้ถอนตัวกลับออกไปหมดราวกับว่าทุกอย่างไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
สรุปแล้ว คืนที่ผ่านมาแม้ดูสงบปกติดีทว่าสำหรับหลายคนต่างเพิ่งจะเกิดเรื่องวุ่นวายมา
ทว่าคืนนี้ ตู้เซ่าฝู่กลับรู้สึกสบายใจมากที่สุดเขากลับมาที่ห้องเพื่อวิจัยศึกษาวิญญาณติดชีพจรแปลกประหลาดของตัวเองต่อนานแล้ว
ยิ่งศึกษาตู้เซ่าฝู่ยิ่งรู้สึกว่าวิญญาณติดชีพจรที่แปลกไม่ธรรมดาลักษณะภูเขาห้านิ้วมือของเขาน่าประหลาดใจยิ่งขึ้น