เช้าวันนั้น
เขาตื่นขึ้นมาตามปกติ
แสงแดดลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่า
ตกลงบนพื้นห้องเช่าแคบๆ
ฝุ่นลอยช้าๆ
ทุกอย่างเหมือนเมื่อวาน
เหมือนทุกวันที่ผ่านมา
เขานั่ง วางเท้าลงบนพื้น
พื้นเย็น เขารับรู้ได้
เขาลุก เดินไปล้างหน้า
น้ำเย็น มือเปียก เสียงน้ำไหลดังอยู่ตรงนั้น
ทุกอย่างยังคง “ทำงาน” ยกเว้นโลก
เขาเดินออกจากห้อง
เจอเพื่อนบ้านที่เคยทักกันทุกเช้า
ชายคนนั้นเดินผ่าน เฉียดไหล่เขา
ไม่สบตา
ไม่หยุด
ไม่เปลี่ยนจังหวะก้าว
“เช้าแล้วหรือ” เขาพูด
เขาได้ยินเสียงตัวเองชัดเจน แต่ไม่มีใครหันมา
ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายหูไม่ดี
หรือกำลังรีบ
หรืออาจโกรธกันโดยไม่รู้ตัว
เขาไม่คิดมาก จนกระทั่งเขาเดินออกสู่ถนนหลัก
ร้านค้าต่างๆ เปิดเหมือนเดิม
คนยังเดินเต็มทาง
รถเข็น เข็นผ่านหน้าไปเหมือนทุกครั้ง
เสียงชีวิตยังอยู่
เขาเดินเข้าไปในร้านขายอาหาร
หยิบขนมปังก้อนเดิม วางเงินลงบนเคาน์เตอร์
เสียงเหรียญกระทบไม้ เสียงดังชัด
เจ้าของร้านหยิบเงิน แต่ไม่หยิบขนมปัง
เขาส่งของให้ลูกค้าคนถัดไป
เหมือนมือของเขาทะลุผ่านอากาศตรงหน้าเขา
“ข้า…ยังยืนอยู่ตรงนี้” เขาพูดช้าๆ
ไม่มีใครตอบ
ไม่มีใครแม้แต่ขมวดคิ้ว
เขาถอยออกมา ยืนอยู่หน้าร้าน
คนเดินทะลุผ่าน
ไม่ชน
ไม่เบี่ยง
เหมือนเขาเป็นเพียงช่องว่าง
ตอนนั้นเอง
เขาก้มมองพื้น เงาของเขายังอยู่
ไม่จาง
ไม่หาย
ยังทอดยาวตามแสงแดดยามเช้า
แต่มีบางอย่างผิดไป มัน…ไม่ถูกมอง
ไม่ใช่ไม่มี แต่เหมือนไม่ถูก “นับ”
เขาลองเดินเร็ว ช้า และหยุด
เงาทำตามทุกอย่าง แต่โลกไม่ตอบสนองเขา
เขาลองเดินชนชายแบกของ
ร่างกระแทกกันเต็มแรง
แต่ชายอีกคนเดินกลับทะลุผ่านไป
เหมือนชนหมอก
เงาของชายคนนั้น เบี่ยงหลบเงาเขาเอง
ราวกับโลกสั่งให้มันเลี่ยง
เขาเริ่มหายใจแรง
ไม่ใช่เพราะเจ็บ แต่เพราะกลัว
เขาออกวิ่ง ไม่มีคนไม่หันมอง
เขาเปล่งเสียงตะโกน เสียงกลับหายไปในอากาศ
เหมือนคำพูดไม่มีปลายทาง
เขาล้มลง เข่าแตกมีเลือดซึม
เขารู้สึกเจ็บ แต่ไม่มีใครเห็น
ไม่มีใครหยุด
ไม่มีใครถาม
เขานั่งอยู่กลางถนน
เลือดเปื้อนมือ
เงาของเขายังอยู่ใต้ตัว
แต่โลกเดินต่อ เหมือนไม่มีเขาอยู่ตรงนั้น
ตอนบ่าย
เขาไปหาคนที่รักที่สุด
บ้านยังอยู่ที่เดิม
เขาเปิดประตูไม้ เขาเดินเข้าไป หยุดยืนตรงหน้า
“ข้าอยู่ตรงนี้” เขาพูดน้ำเสียงสั่น
อีกฝ่ายขยับ เดินอ้อมไปหยิบของ เช็ดโต๊ะ
เขายื่นมือไปจับแขน มือของเขาทะลุผ่าน
ไม่ใช่ทะลุแบบผี แต่เหมือนแขนอีกฝ่าย
“ไม่ถูกกำหนดให้รับรู้แรงสัมผัสนี้”
เขาทรุดลงตรงนั้น
ไม่ร้องไห้ เพราะน้ำตาไม่เปลี่ยนอะไร
เขาเริ่มเข้าใจ
เขาไม่ได้ถูกฆ่า
ไม่ได้ถูกขับไล่
ไม่ได้ถูกลงโทษ
เขาแค่ ไม่ถูก “รับรอง” อีกต่อไป
เย็นวันนั้น
เขานั่งพิงกำแพงเมือง
เงาของเขายังทอดยาว
แต่ไม่มีเงาใดมาซ้อน
ไม่มีเงาใดตอบ
เขาเห็นคนบางคนเหมือนเขา
นั่งอยู่ห่างๆ ไม่พูด ไม่มอง
เหมือนต่างคนต่างรู้ว่า การพูดไม่มีผล
ตกกลางคืน
ไฟทั่วทั้งเมืองสว่าง
เขายังมองเห็น ยังหายใจ ยังคิดได้
แต่ไม่มีสิ่งใดในโลก เปลี่ยนเพราะเขาอีกแล้ว
ก่อนหลับตา เขาคิดประโยคเดียว
ไม่ใช่คำสาป
ไม่ใช่คำขอ
แต่เป็นคำถามที่ไม่มีใครตอบได้
“ถ้าข้ายังรู้สึก ยังเจ็บ ยังกลัว
แต่ไม่มีผลกับโลกอีกต่อไป
ข้ายังเรียกว่า มีชีวิตอยู่ได้ไหม”
เงาของเขานิ่ง
โลกไม่ตอบ
และนั่น คือสิทธิ์
ที่ไม่ต้องลงมือฆ่าใครเลย