ผู้สืบทอดลำดับเจ็ดแห่งเทพราชันจักรพรรดิแวมไพร์ (รอรีไรท์)

    ตอนที่ 35 ออกเดินทาง

                ย้อนไปหลังจากที่เทียร่าได้ผ่านบททดสอบที่สองแล้วได้เริ่มต้นในบททดสอบที่สามผ่านมาเจ็ดวันหลังจากที่เทียร่าเริ่มบททดสอบไป


             เควินตัดสินใจจะอยู่รอเทียร่าสองเดือนแต่ถ้าหากเธอไม่ออกมาภายในเวลาที่เควินได้ตัดสินใจเอาไว้แล้วเขาก็เตรียมตัวออกเดินทางมุ่งสู่แดนใต้อย่างจริงจัง
             ระหว่างสองเดือนที่เควินจะรอเขาก็ได้ตระเตรียมการฝึกเข้มของพวกอาริเชียทั้งสี่คนเอาไว้เรียบร้อย "พื้นฐานของวิชาคือสิ่งที่จำเป็นเช่นเดียวกับการฝึกฝนที่สม่ำเสมอก็เช่นกัน"
             เควินเริ่มค้นพบว่าตั้งแต่เขากลายเป็นแวมไพร์มานี้เขารู้สึกว่าการนอนพักผ่อนของเขานั้นสั้นลง เควินใช้เวลาในการนอนพักผ่อนเพียงสองชั่วโมงเขาก็รู้สึกว่าร่างกายมันพักผ่อนเพียงพอแล้วอีกทั้งแน้วโน้วเริ่มลดหลั่งลงไปมากยิ่งขึ้น ทั้งที่ในตอนเป็นมนุษย์นั้นต้องพักผ่อนถึงสามชั่วโมงเป็นอย่างน้อยร่างกายถึงพักผ่อนได้เพียงพอ
                         ทำให้เควินมีเวลาในการฝึกฝนพลังวิณญาณของตนให้เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น สิ่งที่คอยวนเวียนอยู่ภายในหัวตั้งแต่ที่เควินได้เข้าไปใน "สรวงสวรรค์แห่งโลหิต" เขาก็ไม่อาจพบพลังอะไรที่เปลี่ยนไปหรือเพิ่มขึ้นยกเว้นพลังวิณญาณที่เพิ่มพูนขึ้นมา
               เควินยังจำความรู้สึกในตอนสุดท้ายก่อนออกมาจากโลกใบนั้นได้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความยิ้มแย้มของอริสและเส้นพลังกดดันพลังวิณญาณของเธอที่มีเพียงเศษเสี้ยว เห็นได้ชัดว่ามันคือระดับราชาจิตวิณญาณขั้นที่เก้าที่อีกเพียงนิดก็จะบรรลุถึงระดับจักรพรรดิจิตวิณญาณ
               อีกทั้งสิ่งที่สัมผัสได้อีกสิ่งคือ สายเลือดของแวมไพร์!และเขาคิดว่ามันคงเป็นสายเลือดบริสุทธิ์อย่างแน่นอน เควินเขามึงงงไปหมดแล้วเธอก้าวข้ามอาจารย์ของตนเองไปนานแล้วเหรอ? หรือว่าเป็นเธอเองที่เป็นอาจารย์ เพราะว่าคนที่อริสเรียกว่าอาจารย์นั้นคือเนวิร่า แต่ไม่ว่าจะเป็นพลังหรือความแข็งแกร่งของเนวิร่าเควินวิเคราะห์ตามความเข้าใจของตนคาดว่าไม่สามารถเทียบกับอริสได้แม้แต่สี่ส่วนของเธอหากเธอใช้พลังทั้งหมด ไม่สิยังมีความผิดปกติอีกถึงแม้ว่าเนวิร่าจะอายุมากแล้วก็จริงเพียงแต่กลิ่นอายจิตวิณญาณอายุไม่สามารถปกปิดไว้ได้จริงๆโดยเฉพาะที่เควินคือแวมไพร์แล้วกลิ่นอายนี้ยิ่งรุนแรงขึ้นไปอีก เธอต้องมีอายุที่มากจนเควินไม่อาจจิตนาการถึงมันได้
               เมื่อรู้เช่นนั้นแล้วเควินก็ได้แต่ตกตะลึงแท้จริงแล้วเป็นตัวของอริสเองที่เป็นอาจารย์ของเนวิร่า แล้วเหตุใดเธอต้องปิดบังตัวตนที่แท้จริงกับเขาด้วย
              ว่าแต่ทำไมเขาต้องคิดอะไรแบบนนี้กันละในเมื่อมันเป็นแค่ความฝัน.....
           ………
         ในขณะที่เควินยังคิดว่ามันเป็นแค่ความฝัน
          ณ สรวงสวรรค์แห่งโลหิต
            "นี่เนวิร่า อิสตรีนางนั้นในที่สุดก็ยอมรับผู้สืบทอดเข้ามาแต่กลับเล่นบทแม่ลูกที่แสนรักใคร่กลมเกลียวเพราะเหตุใดกัน"
             "ท่านอาจารย์ ข้าคิดว่าเจ้าหนุ่มนั่นคงมีสายสัมพันธ์ที่มองไม่เห็นกับท่านเฟลิเชียที่เป็นความสัมพันธ์แนบแน่นตราตรึงมาเนิ่นนานก็เป็นได้"
              "อาจเป็นเช่นนั้นก็ได้ สิ่งที่เรียกว่าโชคชะตานั้นแม้แต่เทพแท้จริงในอดีตก็ไม่อาจทราบเหตุผลที่แท้จริงของมันได้"อริสหลับตาลงแล้วกล่าว"แม้แต่ข้าเองก็ยังมีสายสัมพันธุ์ที่มองเห็นกับเจ้านั่นเลย นับเป็นอะไรกับแค่เฟลิเชีย"
               เนวิร่าดวงตาเบิกกว้าง"ท่านว่าอย่างไรนะ ท่านอาจารย์ท่านคงกล่าวหยอกล้อข้าเล่นแล้วกระมังมันจะไปเป็นแบบนั้นได้ยังไง"
              อริสส่ายหน้าไปมา "ข้าก็บอกเจ้าแล้วว่าโชคชะตานั่นเป็นสิ่งที่ยากเกินคาดเดา คำสัญญานั่นมันหลุดออกมาจากปากข้าโดยไม่รู้ตัวข้าก็ไม่ทราบว่าข้ากล่าวเช่นนั้นออกไปได้อย่างไรราวกับว่าเขาคือคนสำคัญของข้าความรู้สึกชั่งคล้ายกับความทรงจำที่หายไปของข้า แล้วทีนี้เจ้ายังจะกล่าวว่าข้าหยอกล้อเจ้าเล่นอีกเช่นนั้นรึ"
                  "ศิษย์ไม่บังอาจกระทำเช่นนั้น แต่ถ้าท่านต้องการออกจากที่นี่ไปข้าก็อยากขอร้องท่านให้ท่านออกไปดูโลกภายนอกบ้าง ท่านไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกท่านอาจารย์ข้ามีลูกศิษย์ที่โดดเด่นของข้าอยู่แล้ววิชาที่ท่านถ่ายทอดให้ศิษย์คนนี้ได้ถ่ายทอดไปเท่าที่ความสามารถของข้ากระทำได้แล้ว…..เพราะฉนั้นข้าหวังว่าท่านจะได้ทอดทิ้งความทรงจำที่ไม่ดีเหล่านั้นไปได้สักที"
               "ฮ่า ฮ่า เจ้าชั่งสมกับเป็นศิษย์ที่ข้าโปรดปรานที่สุดเสียจริง ข้าตกลงข้าจะไปกับเจ้านั่นแน่ถ้าเขาผ่านบททดสอบพลังแห่งราชันเรียบร้อยละก็นะ"
              เนวิร่ายิ้มแย้มก่อนกล่าว"พอถึงช่วงนั้นอายุขัยของข้าก็จะสิ้นสุดลงพอดี"
              "โอ้ งั้นรึ เฮ้อ เผ่ามารสวรรค์ของพวกเจ้านี่นะชั่งอายุขัยน้อยนิดกันเสียจริงกว่าข้าจะหาศิษย์ที่ชอบพูดคุยและขังแข็งแกร่งแบบเจ้ามาได้รู้ไหมว่ามันยากขนาดไหน"
                "ฮ่า ฮ่า ท่านอาจารย์ก็กล่าวเกินไป ไหนเลยจะเป็นเช่นท่านที่มีชีวิตนิจนิรันดร์ได้กันละ เผ่าพันธุ์พวกข้าไม่สิเผ่าพันธุ์ส่วนใหญ่ก็มีอายุขัยที่แสนจะน้อยนิดกันทั้งนั้น"
              อริสลุกยืนขึ้นก่อนสลายเวทย์แปลงกายที่ทำให้กลายเป็นเด็กเผยร่างที่แท้จริงออกมาให้เห็นร่างกายที่โตเป็นผู้ใหญ่ดั่งหญิงสาววัยยี่สิบ สีผมสีฟ้าครามเปร่งประกายงดงาม ดวงตาสีโลหิต ใบหน้าที่งดงามราวเทพธิดา ความงามของอริสเกินกว่าที่สามารถเอามาสาธยายออกมาเป็นคำพูดได้ ผิวขาวราวหิมะ รูปร่างที่ยั่วยวนชวนมอง สวมใส่เดรสฟ้าคราม
               "ข้าจะไปพบเธอสักหน่อย ฝากสรวงสวรรค์แห่งโลหิตให้เจ้าดูแลด้วยละ"อริสเหินร่างเลือนหายจากไปในอากาศธาตุ
               "เฮ้อ ท่านอาจารย์ท่านจะอารมณ์แปรเปลี่ยนไปเร็วแบบนี้ไม่ได้นะ" เนวิร่าก็ไม่อาจเข้าใจได้เวลาที่อาจารย์สั่นสอนศิษย์คนใดก็จะคงสภาพไว้ที่ร่างของเด็กอายุสิบสี่สิบห้าแต่เมื่อต้องออกไปนอกสรวงสวรรค์แห่งโลหิตจำต้องคืนร่างกลับไปเป็นร่างเดิม เพียงแต่นิสัยแตกต่างกันสุดขั้วของเธอในแต่ละร่างต้องทำให้เนวิร่าปวดหัว ร่างเด็กจะกล่าวถึงหลักเหตุผลและเป็นคนยึดติดกับอดีตที่เจ็บปวด อ่อนโยนเข้ากับคนง่าย แต่ว่าร่างหลักจะเป็นคนที่เย็นชา จิตใจเข้มแข็ง แข็งแกร่งนิสัยเด็ดเดี่ยว หยิ่งทนงในศักดิ์ศรี
             …….....
                 การฝึกฝนของเควินเองและพวกอาริเชียก็ดำเนินไปเรื่อยๆจนวันเวลาเวียนผ่านไปจนในที่สุดเวลากำหนดสองเดือนของเควินก็มาจนถึงในที่สุด
             ดวงตาที่ปิดสนิทอย่างเนิ่นนานในที่สุดก็เปิดออกอย่างเชื่องช้าท่วงท่านักพรตที่บำเพ็ญตบะราวกับชายหนุ่มบรรลุหลักเหตุและผลไปเสียแล้ว
             เควินตลอดสองเดือนที่ผ่านมาพลังวิณญาณของเขาก็เพิ่มพูนจนถึงระดับหลอมรวมจิตวิณญาณขั้นที่หกซึ่งมันคือระดับความเร็วที่น่ากลัวเพราะเวลาที่เขาใช้ฝึกก็คือตอนกลางคืนส่วนเวลากลางวันก็จะหมดไปกับการฝึกของพวกอาริเชีย อาริเชียในตอนนี้ก็สามารถพัฒนาไปจนถึงระดับผู้พิชิตขั้นที่ห้าไปแล้ว คอเรนที่ปกติจะอยู่ที่ระดับผู้พิชิตขั้นที่ห้าตอนนี้ก็พัฒนามาจนถึงขั้นที่เจ็ด เรทีน่าเองก็ไม่น้อยหน้าพัฒนานำโด่งทุกคนไปที่ผู้พิชิตขั้นที่เก้าจากปกติขั้นที่เจ็ดถือเป็นความประสบผลสำเร็จที่ดีเพราะมันจะส่งผลต่อการเข้าต่อสู้ระหว่างทาง
              ส่วนลาเวเรียที่ไม่สามารถฝึกฝนได้เพราะต้องรอไปสร้างแก่นแกนมหาสมุทรวิณญาณเสียก่อนที่วิหารวิหคเพลิงสวรรค์ เควินก็เลยต้องให้เธอฝึกการควบคุมทักษะ การใช้งาน ฝึกเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่
               ถึงจะผ่านไปสองเดือนแล้วก็ไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าเทียร่าจะสามารถนำเคล็ดวิชาเทพมังกรธาราเยือกแข็งกลับมาได้หรือไม่แต่ตอนนี้พวกเขาต้องออกเดินทางกันแล้วเพราะฉนั้นก็เลยต้องฝากข้อความเอาไว้สักเล็กน้อยว่าจุดหมายที่จะมุ่งหน้าไปคือจักรวรรดิหยาดพิรุณ
             ก๊อกๆ
            แอ๊ด!
            หญิงสาวก้าวเดินเข้าในห้องของชายหนุ่มโดยมีผู้ติดตามหญิงสาวมาอีกที นั่นคืออาริเชียกับเรทีน่าทั้งสองเข้ามาในห้องของเขาคงเพราะต้องการมาปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมาจากการฝึกฝน
             "อ้าวนี่ เจ้ารู้สึกตัวแล้วรึ"
            "อืม ข้ารู้สึกตัวมาได้สักพักแล้ว"
              "เตรียมของเสร็จแล้วรึยัง ถึงเวลาที่ต้องไปกันแล้ว"
             "อืม เรียบร้อยแล้วข้ายัดมันลงแหวนมิติไปตั้งแต่เมื่อคืนวานแล้ว"
              อาริเชียพยักหน้า"ถ้าเช่นนั้นก็ไปกันเถอะ"                     ……..
             พวกเควินก็ยื่นคำขอออกจากเมืองไปด้วยสถานะนักผจญภัย หลังจากที่เสร็จจากพวกกลุ่มปริศนา เควินก็ถูกเลื่อนขึ้นมาเป็นนักผจญภัยแรงค์ E เป็นที่เรียบร้อยโดยคนอื่นๆก็เช่นกัน
             พวกเควินก้าวเดินออกไปจากเมืองได้ราวสามกิโลเมตรเตรียมที่จะให้เจ้าวินวิน(วิหควายุคราม)เปลี่ยนร่างกลับเป็นดั่งเดิม
              "พวกเจ้าคิดจะไปโดยไม่มีข้าไปด้วยไม่ได้นะ"เสียงปริศนาดังขึ้นมาในโสตประสาทของพวกเควิน
               กลิ่นอายความหนาวเย็นสั่นสะท้านถึงกระดูกแผ่ไปทั่วบริเวณโดยรอบที่เควินยืนอยู่ ด้านบนเหนือศีรษะพวกเควินขึ้นไปภายในอากาศธาตุเกิดการสั่นไหวความหนาวเย็นเริ่มประทุขึ้นมามากยิ่งขึ้น
              หญิงสาวก้าวออกมาจากอากาศธาตุเธอมีผิวขาวราวกับหิมะ ใบหน้าที่สะท้อนความงดงามที่ไม่ด้อยไปกว่าอาริเชีย มีใบหูที่แหลม ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเล สีผมสีขาวบริสุทธิ์ปรากฎขึ้นต่อหน้าพวกเควิน
               เควินด้วยความที่คุ้นเคยกันดีไม่ลืมที่จะกล่าว "เทียร่าเจ้าทำสำเร็จแล้วสินะ"
               เทียร่าพยักหน้าแล้วกล่าว"อืม ใช่แล้วข้าสามารถสืบทอดมันมาได้แล้ววิชานั่นพร้อมกับของบางอย่าง"
              เทียร่าดีดนิ้วกลายเป็นคลื่นมวลน้ำมหาศาลก่อตัวขึ้นด้านหน้า แต่ก็ไม่นานนักมวลน้ำหายไปกลับกลายมาเป็นไข่สีขาวบริสุทธิ์ใบหนึ่ง
              "หืม! นั่นมันไข่อสูรวิณญาณธาตุน้ำมันสามารถเอาไว้เลี้ยงเป็นคู่หูได้นิ เขามอบให้กับเจ้าเช่นนั้นรึเทียร่า"
              "อืม ท่านเทพมังกรน้ำแข็งได้มอบไว้ให้ก่อนจะแตกดับโดยสมบูณ์และท่านก็ไม่ได้มีเพียงแต่เคล็ดวิชาเทพมังกรธาราเยือกแข็งแต่ก็ยังถ่ายทอดเคล็ดวิชาทั้งหมดที่เขามีไม่สิทุกอย่างที่มีของเขาทั้งหมดส่งมาให้แก่ข้าหมดและเจ้านี่ก็เป็นเผ่าเทพมังกรตนสุดท้ายที่ยังหลงเหลือเอาไว้"             !!!!
               เควินตกตะลึงไม่น่าเชื่อว่าเทพมังกรน้ำแข็งที่เป็นถึงจ้าวแห่งธาตุน้ำจะยกทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่เทียร่าทั้งหมด แต่เควินก็ไม่ได้กังขาในตัวของเทียร่าแม้แต่นิดเดียวเพราะเขาเชื่อว่าเธอต้องทำมันได้อย่างแน่นอน และอีกเหตุผลคงเป็นเพราะเธอคือผู้สืบทอดที่มันตามหามาเนิ่นนาน
                 เทียร่าดีดนิ้วอีกครั้งมวลน้ำมหาศาลห่อหุ้มไข่สีขาวบริสุทธิ์ใบนั้นหายวับไปในทันที จากนั้นมวลน้ำก็ไหลเข้าห่อหุ้มร่างกายของเทียร่าเรือนผมสีขาวบริสุทธิ์กลับกลายเป็นสีทองที่เปร่งประกายเช่นเดิมผ้าปิดหน้าก็ปรากฎขึ้นพร้อมกันในทันทีมวลน้ำทั้งหมดก็สลายหายไป
                เควินยกยิ้มขึ้นมา"เท่านี้ก็ครบแล้ว ไปกันเถอะ"
                พลังของเทียร่าในตอนนี้อยู่ในระดับผู้พิชิตขั้นที่ห้าเทียบเท่าอาริเชียที่แต่เดิมคือผู้พิชิตขั้นที่หนึ่งเป็นเพราะเธอสืบทอดพลังมาด้วยแต่เมื่อเธออยู่ในร่างเรือนผมสีขาวบริสุทธิ์ก็จะมีพลังพุ่งสูงถึงระดับผู้กอบกู้ขั้นที่ห้าเรียกได้ว่าเพิ่มมาหนึ่งช่วงชั้นใหญ่เลยทีเดียว
               ……….

    คล้ายกับเรื่องผู้สืบทอดลำดับเจ็ดแห่งเทพราชันจักรพรรดิแวมไพร์ (รอรีไรท์) ที่คุณอ่าน