รุ่งเช้าของวันที่สี่ภายในจวนหลี่ บรรยากาศที่เคยหนักอึ้งด้วยกลิ่นยาสมุนไพรและความกังวลกลับมลายหายไปราวกับปาฏิหาริย์ นายท่านผู้เฒ่าหลี่ที่ใครต่อใครต่างคิดว่าล้มป่วยหนักจนแทบสิ้นใจ กลับลุกขึ้นมานั่งจิบชาอยู่ที่ระเบียงเรือนพักส่วนตัวด้วยสีหน้าที่สดใสและมีสง่าราศี ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวกลับมีเลือดฝาดประหนึ่งได้รับพลังชีวิตใหม่มาหล่อเลี้ยง
แสงแรกของรุ่งอรุณส่องผ่านใบไผ่ที่โต้แต้ไปมาตามสายลม ทำให้เงาแสงเต้นระบำบนใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจของนายท่านผู้เฒ่าหลี่ เขาจิบชาเก่าแก่อย่างช้าๆ ดวงตาที่เคยฝ้าฟางกลับฉายประกายความเจ้าเล่ห์ที่ยากจะสังเกตเห็น ทุกการเคลื่อนไหวของเขาในยามนี้ดูกระฉับกระเฉงและเต็มไปด้วยพลัง ราวกับได้รับ "ยาอายุวัฒนะ" มาชิม
ใต้เท้าหลี่และฮูหยินหลี่รีบรุดมาเยี่ยมเยียนด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นบิดาผู้เป็นประมุขสูงสุดของตระกูลขยับกายได้อย่างกระฉับกระเฉงเช่นนี้ ใบหน้าทั้งสองเต็มไปด้วยความโล่งใจปนความงุนงง
"ท่านพ่อ! ท่านหายป่วยแล้วหรือขอรับ?" ใต้เท้าหลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดีปนประหลาดใจ "เมื่อวานท่านยังดูอ่อนแรงจนข้าน้อยวิตกยิ่งนัก เมื่อเช้าตรู่ข้าน้อยยังได้ยินเสียงท่านเพ้อไข้อยู่เลย"
ฮูหยินหลี่พยักหน้าเห็นด้วย "ใช่เจ้าค่ะ ข้าน้อยเองก็ตื่นตระหนกเมื่อได้ยินเสียงครางจากห้องท่าน แต่เมื่อเหมยเอ๋อร์บอกว่าท่านกำลังฝันถึงนางผู้ล่วงลับ ข้าน้อยจึงไม่กล้าเข้าไปรบกวน"
นายท่านผู้เฒ่าหลี่ยิ้มมุมปาก แววตาที่เคยฝ้าฟางกลับฉายประกายความเจ้าเล่ห์ที่ยากจะสังเกตเห็น เขาปรายตาไปทาง หลี่เหมย ที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลัง ทว่าใบหน้าของนางในวันนี้กลับดูนวลเนียนสะพรั่ง และดวงตาที่เคยใสซื่อกลับแฝงไปด้วยร่องรอยแห่งกามารมณ์ที่เพิ่งถูกปลุกเร้า
ท่าทางการเดินของหลี่เหมยในยามนี้ดูแตกต่างไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด นางเดินด้วยความระมัดระวังเล็กน้อย ราวกับกำลังปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในร่างกาย ขาเรียวที่เคยเดินด้วยท่วงท่าเบาบางกลับดูเกร็งแน่นกว่าปกติ และเมื่อนางนั่งลง นางจะค่อยๆ วางตัวลงอย่างช้าๆ ราวกับมีความเจ็บปวดเล็กน้อยที่ยังคงแสบร้อนอยู่
"เป็นเพราะเหมยเอ๋อร์นั่นแหละ..." นายท่านผู้เฒ่าหลี่เอ่ยเสียงก้องกังวาน พลางมองหลานสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหมาย "หลานสาวคนนี้ดูแลปู่ดีเหลือเกิน... นางปรนนิบัติพัดวีไม่ห่างกายในยามที่ปู่เพ้อไข้ ความกตัญญูของนางเป็นดั่งโอสถทิพย์ที่ทำให้ปู่ฟื้นตัวได้รวดเร็วถึงเพียงนี้"
คำว่า "ปรนนิบัติ" ที่ออกจากปากของนายท่านผู้เฒ่าหลี่มีน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง หลี่เหมยรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวทันที เมื่อนึกถึงการ "ปรนนิบัติ" ที่แท้จริงในคืนที่ผ่านมา ความทรงจำของความยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งของท่อนเนื้อที่ประดับมุกยังคงตราตรึงอยู่ในกายของนาง
ฮูหยินหลี่แย้มยิ้มด้วยความภาคภูมิใจในตัวบุตรสาว "เหมยเอ๋อร์ช่างกตัญญูนัก ต่อไปแม่คงต้องให้เจ้ามาช่วยดูแลท่านปู่บ่อยๆ แล้วล่ะ นางเป็นลูกที่ดีจริงๆ ยอมเสียสละเวลาพักผ่อนมาดูแลปู่ตลอดสามคืน"
หลี่เหมยรีบก้มหน้าลงเพื่อซ่อนสีหน้าที่แดงระเรื่อ หัวใจของนางเต้นระรัวเมื่อนึกถึง "การปรนนิบัติ" ที่เกินเลยในคืนที่ผ่านมา รสสัมผัสของมุกอาถรรพ์ที่ตราตรึงอยู่ในกายยังคงทำให้นางรู้สึกวูบวาบทุกครั้งที่ได้ยินเสียงของปู่ ความรู้สึกคับแน่นและเต็มเปี่ยมที่นางได้รับจากความยิ่งใหญ่ของเขายังคงหลอกหลอนนางอยู่
"เหมยเอ๋อร์เป็นเด็กดีจริงๆ เจ้าค่ะ" นางเอ่ยด้วยเสียงเบาและสั่นเครือเล็กน้อย "ข้าน้อยแค่ทำหน้าที่ของหลานสาวเท่านั้นเอง"
ในขณะนั้นเอง ซูซิน และ บัณฑิตเหวินเซียน ก็เดินทางมาถึงเรือนพักเพื่อเยี่ยมอาการป่วยของนายท่านผู้เฒ่าเช่นกัน ทันทีที่ซูซินก้าวเข้ามาในห้อง นางก็สัมผัสได้ถึงกระแสบางอย่างที่เปลี่ยนไป บรรยากาศในห้องไม่ได้มีกลิ่นอายของความเจ็บป่วย แต่มันกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของ "ราคะ" ที่เจือจางอยู่ในอากาศ ซึ่งมีเพียงผู้ที่เคยผ่านสมรภูมิรักมาอย่างโชกโชนเท่านั้นที่จะได้กลิ่น
ซูซินเป็นผู้หญิงที่มีประสบการณ์ นางรู้จักกลิ่นของความรักที่เพิ่งผ่านไปเป็นอย่างดี กลิ่นหอมหวานที่ปนเปกับกลิ่นคาวของเหงื่อไคลและน้ำกาม มันคือกลิ่นที่เกิดขึ้นหลังจากการผสมพันธุ์ที่เข้มข้นและยาวนาน กลิ่นนี้ยังคงลอยอยู่ในอากาศแม้จะผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว
ซูซินมองไปที่หลี่เหมย นางสังเกตเห็นท่าทางการเดินของลูกศิษย์ที่ดูขัดเขินเล็กน้อย ขาเรียวที่ดูจะเกร็งแน่นกว่าปกติ และที่สำคัญคือ "รัศมี" บางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวของเด็กสาว มันคือรัศมีของสตรีที่เพิ่งผ่านการเปิดบริสุทธิ์มาอย่างหนักหน่วง
ดวงตาของหลี่เหมยที่เคยใสซื่อและไร้เดียงสากลับมีความลึกลับและเซ็กซี่แฝงอยู่ ริมฝีปากที่ดูอิ่มเอิบกว่าปกติ และผิวพรรณที่เปล่งประกายด้วยความนุ่มนวลที่เกิดจากการได้รับความรัก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณที่ชัดเจนสำหรับผู้หญิงที่มีประสบการณ์อย่างซูซิน
'หรือว่า... หลี่เหมยจะตกเป็นเหยื่อของตาแก่เจ้าเล่ห์คนนี้ไปแล้ว?' ซูซินคิดในใจ พลางชำเลืองมองนายท่านผู้เฒ่าหลี่ที่ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ
นางสังเกตเห็นรอยรักสีจางๆ ที่โผล่พ้นจากขอบคอเสื้อของหลี่เหมย และรอยแดงเล็กๆ ที่ข้อมือซึ่งดูเหมือนจะเป็นรอยจากการจับแน่น รอยเหล่านี้เป็นหลักฐานที่ชัดเจนของการมีเพศสัมพันธ์ที่เข้มข้นและยาวนาน
เมื่อนายท่านผู้เฒ่าหลี่สบตากับซูซิน เขาจงใจส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายลับๆ มาให้นาง ซูซินรีบหลบสายตา ใบหน้าของนางร้อนผ่าวด้วยความเขินอายที่มิอาจควบคุมได้ นางหวนนึกถึงคืนที่นางเคยถูกนายท่านผู้เฒ่าหลี่ล่อลวงให้ไปปรนนิบัติในห้องลับ รสรักที่ดุดันและพละกำลังที่มหาศาลเกินวัยของเขา โดยเฉพาะ "มุก" ที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนังที่เคยสร้างความซ่านสยิวให้นางจนแทบสำลักความสุข
ความทรงจำเหล่านั้นยังคงสดใสในจิตใจของซูซิน นางจำได้ถึงความรู้สึกตกใจครั้งแรกเมื่อสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ที่เกินธรรมชาติของนายท่านผู้เฒ่าหลี่ ความแข็งแกร่งที่ไม่เข้ากับวัยชรา และที่น่าประหลาดใจที่สุดคือมุกอาถรรพ์ที่ประดับอยู่รอบท่อนเนื้อ แต่ละเม็ดสร้างความเสียวซ่านที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
นางรู้ดีว่าความแข็งแรงของนายท่านผู้เฒ่าหลี่นั้นเป็นเรื่องจริง และหากหลี่เหมยเป็นคนดูแลเขาตลอดสามคืนที่ผ่านมา เด็กสาวที่ไร้เดียงสาย่อมไม่อาจต้านทาน "เล่ห์เหลี่ยมเฒ่าทารก" นี้ได้เลย ความบริสุทธิ์และความไร้เดียงสาของหลี่เหมยคงจะกลายเป็นเหยื่อที่โอชะที่สุดสำหรับชายชราผู้เต็มไปด้วยตัณหา
ซูซินมองดูหลี่เหมยอีกครั้งด้วยความเห็นใจปนความอิจฉา นางเห็นใจที่เด็กสาวต้องตกเป็นเหยื่อของความต้องการที่บิดเบี้ยว แต่ในขณะเดียวกันก็อิจฉาที่นางได้รับความสนใจจากชายที่มีพลังและความสามารถพิเศษเช่นนี้ ความยิ่งใหญ่และมุกอาถรรพ์ของเขาเป็นสิ่งที่ไม่มีชายคนใดเทียบได้
"อาจารย์ซูซิน ท่านมาช้าไปก้าวหนึ่งนะ" นายท่านผู้เฒ่าหลี่เอ่ยกระเซ้า พลางมองสำรวจเรือนร่างของซูซินอย่างจาบจ้วงต่อหน้าเหวินเซียน "วันนี้ข้าหายดีแล้ว ด้วยฝีมือการ 'ดูแล' ของหลี่เหมย เจ้าควรภูมิใจนะที่สั่งสอนศิษย์ได้ดีเช่นนี้"
คำว่า "ดูแล" ที่ออกจากปากของนายท่านผู้เฒ่าหลี่มีน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง เขาเน้นคำนี้อย่างจงใจ ทำให้ทั้งซูซินและหลี่เหมยรู้สึกใจสั่นสะเทือน ซูซินเข้าใจดีว่า "การดูแล" ที่เขาหมายถึงนั้นไม่ใช่การดูแลผู้ป่วยธรรมดา แต่เป็นการปรนนิบัติทางกามที่เข้มข้นและยาวนาน
"ข้าน้อยเองก็ประหลาดใจที่ท่านหายดีเร็วเช่นนี้" ซูซินพยายามฝืนยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ แต่เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย "ศิษย์น้องหลี่เหมยมีความกตัญญูเป็นเลิศเจ้าค่ะ นายท่านหายดีเช่นนี้ข้าน้อยก็เบาใจ"
นางพยายามไม่มองไปที่หลี่เหมย เพราะกลัวว่าจะเห็นร่องรอยของความผิดชอบชั่วดีในดวงตาของเด็กสาว ซูซินรู้สึกผิดที่ไม่สามารถปกป้องลูกศิษย์ของตนเองได้ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างแปลกๆ เมื่อนึกถึงสิ่งที่หลี่เหมยคงจะได้ประสบ
เหวินเซียนผู้ไม่รู้อีโหน่อีโหน่เอ่ยเสริมด้วยความซื่อสัตย์ "ข้าน้อยเห็นด้วยขอรับ คุณหนูหลี่เหมยเป็นสตรีที่มีจิตใจงดงามและกตัญญูยิ่งนัก การที่นางยอมเสียสละเวลาพักผ่อนมาดูแลนายท่านตลอดสามคืนนั้นเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม"
คำพูดของเหวินเซียนทำให้หลี่เหมยรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนในอก นางมองดูสามีของอาจารย์ที่ดูสุภาพอ่อนโยน แต่ในใจกลับเปรียบเทียบความนุ่มนิ่มของเขากับความ "ดุดัน" และ "ความยิ่งใหญ่" ของปู่ที่นางเพิ่งได้รับรู้มา นางเริ่มรู้สึกว่าเหวินเซียนนั้นช่างจืดชืดเหลือเกินเมื่อเทียบกับรสรักอันจัดจ้านที่นายท่านผู้เฒ่าหลี่มอบให้
ความแตกต่างระหว่างชายทั้งสองช่างสุดขั้ว เหวินเซียนดูอ่อนโยนและสุภาพ แต่ขาดความแข็งแกร่งและความดุดันที่นางเพิ่งได้สัมผัส ส่วนนายท่านผู้เฒ่าหลี่แม้จะมีวัยชรา แต่กลับเต็มไปด้วยพลังและความมั่นใจที่น่าหลงใหล ความยิ่งใหญ่และมุกอาถรรพ์ของเขาสร้างความประทับใจที่ลึกซึ้งในจิตใจของนาง
"เหมยเอ๋อร์เป็นเด็กดีจริงๆ" หลี่เหมยเอ่ยด้วยเสียงเบา พยายามซ่อนความรู้สึกผิดที่เพิ่งเกิดขึ้น "ข้าน้อยแค่ทำหน้าที่ของหลานสาวเท่านั้นเอง"
แต่ในใจของนาง ความทรงจำของคืนที่ผ่านมายังคงสดใส ความรู้สึกคับแน่นและเต็มเปี่ยมจากความยิ่งใหญ่ของปู่ ความเสียวซ่านจากมุกอาถรรพ์ที่ครูดผ่านจุดไวภายใน และความรู้สึกสุขสมที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน สิ่งเหล่านี้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทำให้นางมองชายอื่นๆ ด้วยความรู้สึกว่าขาดอะไรไป
ในจังหวะหนึ่งที่ทุกคนกำลังสนทนากันอยู่นั้น นายท่านผู้เฒ่าหลี่แสร้งขยับตัวทำท่าจะลุกขึ้น หลี่เหมยรีบเข้าไปประคองอย่างรู้งาน มือของนายท่านผู้เฒ่าหลี่วางลงบนสะโพกของหลานสาวอย่างจงใจและบีบเค้นเบาๆ ผ่านเนื้อผ้า หลี่เหมยสะดุ้งตัวโยน ใบหน้าแดงก่ำแต่ไม่กล้าขัดขืน นางสบตากับซูซินที่มองอยู่พอดี
การสัมผัสของนายท่านผู้เฒ่าหลี่ทำให้หลี่เหมยนึกถึงมือเดียวกันนี้ที่เคยลูบไล้ทั่วร่างกายของนางในคืนที่ผ่านมา มือที่ดูแก่ชราแต่กลับเต็มไปด้วยพลังและความชำนาญ มือที่รู้จักจุดไวของนางและสามารถทำให้นางครางด้วยความสุขสม การบีบเค้นเบาๆ นี้เป็นการเตือนความจำที่ทำให้นางรู้สึกวูบวาบ
ดวงตาของสตรีสองวัยสอดประสานกัน ซูซินเห็นความอัปยศที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของหลี่เหมย ทว่ามันกลับเจือไปด้วยความหลงใหลที่ถอนตัวไม่ขึ้น เหมือนกับที่นางเคยรู้สึกไม่มีผิด ทั้งสองต่างรู้ความลับของกันและกันโดยไม่ต้องเอ่ยปาก ความสัมพันธ์ในจวนหลี่เริ่มซับซ้อนขึ้นเมื่อความลับเรื่อง "สามีและชายชรา" เริ่มถักทอเป็นร่างแหที่ครอบงำทุกคนเอาไว้
ซูซินรู้สึกถึงความเชื่อมโยงแปลกๆ กับหลี่เหมย ทั้งสองต่างเป็นผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อของเสน่ห์และความสามารถพิเศษของนายท่านผู้เฒ่าหลี่ ทั้งสองต่างรู้ถึงความยิ่งใหญ่และมุกอาถรรพ์ที่สร้างความรู้สึกที่ไม่มีใครเทียบได้ ความลับนี้ผูกพันพวกนางไว้ด้วยกันด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนระหว่างความผิดและความหลงใหล
ความลับในคืนที่สามไม่ได้หายไปพร้อมอาการป่วยของปู่ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่นางจะได้เป็นทั้งหลานสาวแสนซื่อและทาสสวาทที่ซ่อนเร้นในเวลาเดียวกัน นางรู้ว่าจากนี้ไป ชีวิตของนางจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ความทรงจำของความยิ่งใหญ่และมุกอาถรรพ์จะติดตามนางไปตลอดชีวิต ทุกครั้งที่นางมองชายอื่น นางจะนึกถึงมาตรฐานที่นายท่านผู้เฒ่าหลี่ได้ตั้งไว้ ความคับแน่นและเต็มเปี่ยมที่ไม่มีใครเทียบได้