บทที่ 17 ตระกูลเหวินก่อเื่
รถเอสยูวีแล่นเข้าไปในคฤหาสน์ หลังจากซูช่านลงจากรถ เขาก็เดินเข้าไปพร้อมกับเย่กัง
ลุงจ้าวยังคงรออยู่ในห้องรับแขก เมื่อเห็นซูช่านและเย่กังเดินเข้ามาเขาก็ใ รีบเดินเข้าไปทักทาย
ในตอนนั้นเย่จื่อเมิ่งที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็รีบลงมาจากชั้นบน เมื่อเห็นซูช่านกลับมา เธอก็ใ พูดด้วยความประหลาดใจว่า "ทำไม คุณ คุณกลับมาล่ะ"
"อาของคุณช่วยจัดการเื่ให้แล้ว" ซูช่านมองหน้าเย่จื่อเมิ่งแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป เขาอยากไปดูเสี่ยวเสี่ยว
"คุณอา คุณจัดการเื่ทั้งหมดได้จริง ๆ เหรอคะ" เย่จื่อเมิ่งก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวด้วยความไม่อยากเชื่อ
เย่กังรู้สึกเขิน ๆ อยู่บ้าง แต่ก็ยิ้มพลางพยักหน้าตอบว่า "ก็ต้องให้เกียรติอาหน่อยสิ"
"คุณอาเก่งจริงๆ เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวนะคะ" เย่จื่อเมิ่งชูนิ้วโป้งให้เย่กังทันที นั่นหมายความว่าซูช่านคงไม่เป็อะไรมาก
จากนั้นเธอก็หันไปมองขึ้นไปบนชั้นสองแวบหนึ่ง ขมวดคิ้วพลางบ่นอย่างหงุดหงิด "ผู้ชายคนนี้ ความสามารถไม่มีอะไร แต่นิสัยไม่เบาเลย ถ้าไม่ใช่เพราะสงสารลูกสาวของเขา ฉันคงไม่สนใจว่าเขาจะเป็หรือตายด้วยซ้ำ"
เย่กังยิ้มแห้ง ๆ โบกมือพลางพูดว่า "พวกเธอดูแลกันดี ๆ นะ อาขอตัวก่อนละ"
จนกระทั่งเย่กังเดินออกไปจากห้องรับแขก เย่จื่อเมิ่งถึงได้สติ ะโโวยวายว่า "ดูแลดี ๆ อะไรกัน ฉันกับเขาไม่ใช่คนประเภทเดียวกันสักหน่อย คุณอาอย่าพูดเรื่อยเปื่อยสิคะ"
ลุงจ้าวเข้าห้องไปนอนแล้ว ตอนนี้ซูช่านเดินลงมาจากชั้นบน พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นเย่จื่อเมิ่งกอดอกนั่งอยู่บนโซฟา จ้องมองเขาด้วยสายตาเ็า
"ครั้งนี้คุณอาของฉันช่วยคุณไว้ แต่ครั้งหน้าจะไม่มีใครช่วยคุณอีกแล้ว"
"ซูช่าน ฉันหวังว่าตอนที่คุณใจร้อน คุณจะคิดถึงเสี่ยวเสี่ยวบ้าง เธอ...รักคุณที่เป็พ่อของเธอมากนะ!"
ซูช่านชะงักไป ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วถามว่า "วันนี้ในอู่เรือร้างนั่น เสี่ยวเสี่ยวเรียกผมว่าพ่อใช่ไหม"
"เธอ…ก็เรียกนะ ตอนนี้คงสมใจคุณแล้วสิ"
เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของซูช่าน เย่จื่อเมิ่งก็ได้แต่เดินขึ้นบันไดไปอย่างอ่อนใจ
เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวอันน่าสะพรึงกลัวได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองไห่
ทั้งครอบครัวตระกูลหลูสิบเอ็ดชีวิต ได้ผูกคอตายพร้อมกันในห้องรับแขก
เย่จื่อเมิ่งกำลังกินอาหารเช้าอยู่ เมื่อได้ยินข่าวจากลุงจ้าว เธอก็เกือบจะพ่นโจ๊กในปากออกมา
ดวงตาทั้งสองข้างของเธอเบิกกว้างด้วยความใ มองไปยังซูช่านที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"คุณมองผมทำไม" ซูช่านวางตะเกียบลง แล้วลุกเดินออกไปข้างนอก
ลุงจ้าวพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "คงไม่เกี่ยวกับคุณซูหรอก ได้ยินมาว่ามีคนเห็นกองทัพชุดเกราะขาว พวกนั้นเป็คนของาาเป่ยเหลียง!"
"าาเป่ยเหลียงมาที่เมืองไห่แล้วเหรอ" เย่จื่อเมิ่งถึงกับอ้าปากค้างด้วยความใ
ในฐานะคุณหนูใหญ่ตระกูลเย่ เธอย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงของาาเป่ยเหลียงแห่งดินแดนเหนือมาก่อน นั่นคือตระกูลผู้มีอำนาจที่สาวงามมากมายในเมืองหลวงต่างใฝ่ฝันอยากแต่งงานด้วย
เมื่อเห็นลุงจ้าวพยักหน้า เย่จื่อเมิ่งก็ถอนหายใจยาว
หากเป็าาเป่ยเหลียงจริง เื่นี้ก็คงไม่เกี่ยวกับซูช่านแล้ว เพราะด้วยสถานะของซูช่าน เป็ไปไม่ได้ที่จะมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับาาเป่ยเหลียง
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์ตระกูลเหวินในเมืองเอกของมณฑล เหวินปิ่งฮุยที่เพิ่งได้รับข่าวก็ตกตะลึง
"พ่อครับ ไอ้หมอนั่นจากตระกูลหลูมันหยิ่งผยองเกินไป คงไปล่วงเกินคนของาาเป่ยเหลียงเข้าแน่ ๆ เื่นี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับไอ้คนแซ่ซูนั่นหรอก!" เหวินเทาลูกชายคนโตที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานวิเคราะห์อย่างจริงจัง
เหวินปิ่งฮุยพยักหน้าพลางถอนหายใจ "ใช่แล้ว ลูกชายทำให้พ่อต้องตาย พวกแกก็ต้องจดจำบทเรียนนี้ไว้ด้วย"
ลูกชายคนโตที่ยืนอยู่ด้านหน้าทำหน้าละอาย ก่อนจะพูดต่อว่า "พ่อครับ อาจารย์ที่พ่อให้ผมไปตามมาถึงห้องรับแขกแล้ว จะให้เชิญเข้ามาไหมครับ"
"อาจารย์เลี่ยวมาแล้วเหรอ เร็ว รีบเชิญเข้ามาเลย"
ไม่นานชายวัยกลางคนร่างสูงผอม ดวงตาเรียวยาว สวมเสื้อคลุมสีดำก็เดินเข้ามา
"คุณเหวิน ผมได้ยินชื่อเสียงของคุณมานานแล้ว" ชายวัยกลางคนกล่าวพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของเหวินปิ่งฮุย เขารีบก้าวเข้าไปจับมือของอาจารย์เลี่ยวไว้แน่น พลางพูดอย่างตื่นเต้น "อาจารย์เลี่ยว ผมตามหาคุณมาอย่างยากลำบากเลยนะครับ คราวนี้คุณต้องช่วยผมหน่อยแล้ว"
จากนั้นแววตาของเหวินปิ่งฮุยก็วาบขึ้นด้วยประกายเย็นเยียบ เขาพูดด้วยน้ำเสียงดุร้าย "ยัยเด็กตระกูลเย่นั่นกล้าดีนักที่เอาหมู่บ้านใหม่ในเมืองไห่ไปให้โจวซื่อฉยง นังนั่นคิดว่าตระกูลเหวินของผมกินเจหรือไง อาจารย์เลี่ยว อย่าลงมือเบาเกินไปล่ะ คราวนี้ผมจะจัดการพวกมันให้ตายไปเลย"
"ฮ่า ๆ พิษลิ่วเจี่ยของผม ทั่วทั้งใต้หล้านี้ ไม่มีกี่คนหรอกที่จะสามารถแก้ได้ คุณหลินวางใจได้เลย!"
"แต่ว่า เรา้าคนที่อยู่ใกล้ชิดกับเขาถึงจะวางพิษได้" อาจารย์เลี่ยวขมวดคิ้ว
เหวินเทาพูดขึ้นทันทีด้วยรอยยิ้ม "อาจารย์วางใจได้ พวกเราได้ซื้อตัวผู้ช่วยของเย่จื่อเมิ่งไว้แล้ว พร้อมใช้งานได้ทุกเมื่อครับ"
ทุกคนมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาดังลั่น
เช้าวันจันทร์ ลุงจ้าวกำลังสอนเสี่ยวเสี่ยวเขียนพู่กันจีนอยู่หน้าโซฟา ซูช่านอยากจะเข้าไปกอดลูกสาว แต่เมื่อเห็นว่าเธอพยายามหลบเลี่ยงตัวเอง มือทั้งสองข้างก็ค้างอยู่กลางอากาศ ไม่ได้ก้าวเข้าไปอีก
ในตอนนั้น เย่จื่อเมิ่งรีบร้อนเดินลงมาจากชั้นบน เมื่อใกล้จะถึงชั้นหนึ่ง จู่ ๆ เท้าขวาก็พลิก เธอร้องด้วยความใ ร่างทั้งร่างกำลังจะล้มหน้าคว่ำลงพื้น
ในตอนที่ร่างกายกำลังจะกระแทกพื้น มือใหญ่ข้างหนึ่งก็สอดผ่านใต้ร่างของเธอ โอบกอดร่างของเธอไว้แทบจะติดพื้น
"ถ้าหากปล่อยให้ล้มลงไปแบบนี้ สันจมูกคงหักแน่" เสียงทุ้มต่ำของซูช่านดังขึ้น
ในวินาทีถัดมา ซูช่านรู้สึกว่ามือขวาของเขาได้จับบางสิ่งบางอย่างเข้า นุ่มนิ่มและใหญ่มาก
"ไอ้บ้า ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้นะ" เย่จื่อเมิ่งร้องเสียงดังด้วยความใ แล้วสะบัดตัวออกจากมือของซูช่าน
เธอข้อเท้าขวาพลิก เจ็บจนแทบขาดใจ แต่เมื่อครู่ตอนที่ซูช่านใช้มือข้างเดียวพยุงตัวเธอไว้ เธอรู้สึกได้ชัดเจนว่าไอ้บ้านี่กล้าบีบตรงนั้น...
ใบหน้าของเธอแดงก่ำ แต่ก็แสดงสีหน้าเ็ปออกมา
"ข้อเท้าคุณพลิก ให้ผมดูหน่อย" ซูช่านพูดอย่างไร้เดียงสา เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจ
แต่ไม่คิดว่า รูปร่างของเย่จื่อเมิ่งจะดูดีเกินคาด
"มองอะไรของคุณ!"
"ไปให้พ้น!"
คุณหนูจากเมืองหลวง ในสายตาของทุกคนเธอเป็คนที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม ทั้งความงามและบุคลิกภาพที่โดดเด่น
ถึงแม้จะพูดคำหยาบกับซูช่านไปแล้ว แต่พอได้สติ เย่จื่อเมิ่งก็รีบผลักเขาออกไปทันที
ข้อเท้าที่พลิกนั้นบวมแดงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เย่จื่อเมิ่งไม่ยอมให้ซูช่านแตะต้องตัว เธอรู้สึกว่าทุกการกระทำของเขาล้วนมีเจตนาแอบแฝงทั้งสิ้น
"คุณไปทำงานในสภาพแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ" ซูช่านมองเย่จื่อเมิ่งที่กำลังเดินกะเผลกออกไปข้างนอก อดไม่ได้ต้องเอ่ยปากห้าม
"อ๊า!"
พอพูดจบ เย่จื่อเมิ่งก็สะดุดธรณีประตูห้องรับแขก ล้มลงอีกครั้ง
"คุณซู วันนี้คุณหนูมีประชุมสำคัญ รบกวนคุณช่วยไปส่งเธอหน่อยได้ไหมครับ" ลุงจ้าวลุกขึ้นยืนพูดด้วยท่าทางร้อนใจ
เขารู้นิสัยของคุณหนู ถึงแม้วันนี้ขาจะหัก เธอก็ยังจะไปบริษัท
ซูช่านรีบเดินเข้าไปประคองเย่จื่อเมิ่ง พลางพูดเสียงทุ้มว่า "ไปกันเถอะ ผมจะไปส่งคุณที่บริษัท"
เมื่อขับรถมาถึงใต้ตึกบริษัท เย่จื่อเมิ่งไม่อยากให้ซูช่านประคอง แต่พอปล่อยมือ เท้าขวาก็ไม่สามารถยืนได้ ร่างกายเอนล้มลงไปอีกครั้ง
จึงต้องให้ซูช่านประคองเดินเข้าไปข้างใน
ยามรักษาความปลอดภัยสองคนที่หน้าประตูเห็นประธานบริษัทเดินเข้ามาโดยมีชายแปลกหน้าคนหนึ่งพยุงอยู่ พวกเขารีบลุกขึ้นทำความเคารพทันที สายตามองไปที่ซูช่านด้วยความใ
เมื่อทั้งสองคนเข้าไปในห้องประชุม ข้างในยังไม่มีใคร เย่จื่อเมิ่งถอนหายใจยาว รีบบอกให้ซูช่านออกไปรอที่ห้องทำงานของเธอ
ภายในห้องทำงานประธานบริษัทที่กว้างขวางและเรียบง่าย ซูช่านหยิบหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่ง นั่งไขว่ห้างบนโซฟาแล้วเริ่มอ่าน
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากห้องข้าง ๆ ชายหนุ่มสวมแว่นตาขอบทองเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นซูช่าน ชายหนุ่มท่าทางสุภาพคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถามอย่างระมัดระวัง "ขอถามหน่อย คุณเป็แขกของประธานเย่เหรอครับ"
"ผมเป็ผู้ช่วยของเธอ" ซูช่านตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
ชายสวมแว่นเปลี่ยนสีหน้าทันควัน พูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยว่า "ผู้ช่วยตัวเล็ก ๆ กล้าดีนักนะ มานั่งไขว่ห้างอยู่ตรงนี้ รีบไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้"
ซูช่านเงยหน้ามองชายคนนั้น ขมวดคิ้วทันทีเมื่อเห็นแววตาอำมหิตแฝงอยู่ในดวงตาของเขา และหางตาที่ยาวเรียวบ่งบอกถึงความกำหนัด
ชายคนนี้ทั้งหื่นทั้งดุร้าย!
ในตอนนั้นเอง เสียงของเย่จื่อเมิ่งก็ดังมาจากนอกประตู "รองประธานหยาง คุณมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ"