กึก กึก กึก
เสียงกีบเท้ามากำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วนำโดยชายร่างใหญ่หวงฉีผู้นำกลุ่มโจรสมิงดำอันเลื่องชื่อตอนนี้พวกเขาไล่ตามมาถึงทางเข้าช่องเขาศาลาขาวแล้ว
“หยุด!”
เสียงของชายร่างใหญ่ดังออกมาทำให้กลุ่มโจรเกือบสามสิบคนหยุดชะงักลงสายตาของหวงฉีกวาดมองไปรอบๆพลางขมวดคิ้วตลอดทางที่ผ่านมาหลังจากสืบเสาะจนได้ความแล้วกลองโจรสมิงดำก็ตามรอยกองคาราวานของตระกูลเหม่ยมาตลอด
“แปลกเกินไป...ข้าสังเกตมาสักพักแล้วร่องรอยพวกนี้ดูเป็ระเบียบมากเกินไปต่างจากที่ผ่านมา”
หวงฉีกล่าวออกมาพลางใช้มือหนากระด้างลูบคางและแสยะยิ้มออกมาในฐานะหัวหน้ากลุ่มโจรใหญ่มีหรือที่เขาจะมองลูกไม้ตื้นๆแบบนี้ไม่ออก?
“เหอๆพวกมันคงรู้ตัวแล้วกระมัง เอาไงดีลูกพี่?”
“ข้างหน้าเป็อาณาเขตของพวกหมวกดำคนฉลาดอย่างองค์ชายสี่มีหรือจะกล้าเข้าไปหาศัตรูใหม่ขณะที่มีพวกเราไล่ตามอยู่?เตรียมตัวให้พร้อมไว้ก่อนพวกมันจะต้องลอบโจมตีเราอย่างแน่นอน”
“ฮ่าๆพวกลูกไก่อย่างนั้นยังคิดจะลอบโจมตีสมิงดำอย่างพวกเรา? น่าขันสิ้นดี!”
เหล่าโจรต่างหัวเราะออกมาอย่างขำขันในสายตาของพวกโจรนั้นคนอื่นๆก็ไม่ต่างอะไรไปจากลูกไก่ที่จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด!
“แล้วเื่พวกหมวกดำจะเอาอย่างไรดีลูกพี่?”
“เฮอะ! หากเป็ที่ดินแดนเหนือข้าคงจะไว้หน้าพวกมันอยู่บ้างแต่ที่นี่ก็แค่ฐานเล็กๆของพวกมันมีอะไรต้องกลัว? ”
หวงฉีโบกมืออย่างไม่ใส่ใจนำพากลุ่มโจรมุ่งหน้าไปยังเส้นทางตามร่องรอยที่ขบวนเหม่ยฉีทิ้งเอาไว้จนกระทั่งไปถึงเนินเขาแห่งหนึ่งการลอบโจมตีก็เริ่มขึ้น ลูกธนูพุ่งผ่านเนินเขาตรงมายังกลุ่มโจรนับสิบดอกทว่าแม้จะเป็ลูกธนูที่รวดเร็วอย่างไรเมื่ออยู่ต่อหน้ากลุ่มโจรที่เป็ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนก็ไม่นับเป็อะไรได้
อาวุธถูกชักออกมาฟาดฟันลูกธนูอย่างง่ายดายเหล่าโจรได้ทีก็หัวเราะกันยกใหญ่มองดูกลุ่มคนเจ็ดแปดคนวิ่งออกมาจากเนินเขาแม้ว่ากลุ่มเกราะดำจะมีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสิบแต่ก็ยังไม่นับเป็อะไรต่อหน้าโจรสมิงดำ!
“โอ้...กลนี่มันหกพี่น้องเกราะดำไม่ใช่หรือไง?เหอๆช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”
รองหัวหน้าคนหนึ่งของสมิงดำที่เป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสิบกระโจนลงจากม้าเข้าปะทะกับพี่ใหญ่แห่งกลุ่มเกราะดำทันที!
เคร้ง!
ดาบสองเล่มถูกชักออกมาฟันใส่กันทันทีด้วยกำลังของขั้นสิบทั้งสองคนทำให้เสียงดังกังวานออกไปราวเสียงระฆัง!
“ฮ่าๆ สหายหงไม่พบกันเสียนานแต่ดูเหมือนเ้าจะไม่พัฒนาขึ้นเลยนี่นา”
“เฮอะ! ซ่งเหยาเ้ามันก็ขั้นสิบเหมือนข้าไม่ใช่หรือไง?แม้ว่าข้าจะพัฒาได้อย่างเชื่องช้าแต่สำหรับเ้าเกรงว่าชาตินี้ก็ไม่อาจเห็นธรณีประตูบานนั้น!”
เคร้ง เคร้งเคร้ง
วิชาดาบของทั้งสองเข้าห้ำหั่นกันทันทีกลุ่มของหงเหล่ยนั้นมีอยู่หกคนแต่ละคนล้วนเคลื่อนเข้ามาเกาะกลุ่มกันต้านรับเหล่าโจรสมิงดำทางด้านหวงฉีนั้นไม่ได้สนใจพวกเกราะดำแม้แต่น้อยนอกจากคนที่เข้าต่อสู้กับพวกเกราะดำสิบคนแล้วส่วนที่เหลือได้ติดตามหวงฉีไปยังเนินเขาเล็กๆที่อยู่ด้านหน้า
มองดูเส้นทางสองสายที่แยกจากกันหวงฉีให้โจรห้าคนแยกไปทางร่องรอยของขบวนรถม้าส่วนตัวเขานำกลุ่มโจรที่เหลือตรงไปยังอีกทางหนึ่งและก็เป็ดังคาดหวงฉีตามมาได้ไม่นานก็เห็นรถม้าคันหนึ่งจอดอยู่โดยมีชายผู้หนึ่งกำลังยืนจ้องมองพวกเขาอย่างสงบ
“เตาเหวินเทียน...ไม่คิดว่าองครักษ์ขั้นสามจะเป็ถึงปรมาจารย์ดินจริงๆ!”
หวงฉีหรี่ตามองไปยังเตาเหวินเทียนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าก็กล่าวออกมาอย่างจริงจังรัศมีพลังที่กดดันเช่นนี้มีแต่ปรมาจารย์ดินเท่านั้นที่ทำได้! การต่อสู้ของปรมาจารย์นั้นต่างไปจากผู้ฝึกยุทธ์สำหรับปรมาจารย์หากผิดพลาดเพียงนิดเดียวก็สามารถถูกสังหารได้อย่างง่ายดาย!
กระบี่ของเตาเหวินเทียนถูกชักออกมาจากฝักชี้ไปยังหวงฉีอย่างไม่เกรงกลัวทางด้านหวงฉีนั้นก็สั่งให้ลูกสมุนถอยห่างออกไปแล้วะโลงมาจากม้าพร้อมกับขวานเล่มใหญ่ในมือสายลมที่ควรจะนิ่งสงบพลันปั่นป่วนขึ้นมาในทันทีพลังปราณในร่างของทั้งสองเริ่มไหลทะลักออกมาจนแทบจะมองเห็นออร่าเ่าั้ได้ด้วยตาเปล่า
ฟิ้ว!
เสียงกระบี่ในมือถูกตวัดหวงฉีก็พลันเอียงหัวหลบอย่างทันท่วงทีร่างของชายตัวใหญ่นั้นย่อลงก่อนจะะโเพียงครั้งเดียวก็ราวกับลูกปืนใหญ่ตกลงมาหาเตาเหวินเทียน!พละกำลังเช่นนี้มือกระบี่ไม่สามารถปะทะได้ตรงๆเตาเหวินเทียนเคลื่อนร่างหลบหนีก่อนจะเหลือบมองดูหลุมที่เกิดขึ้นจากการะโของหวงฉี
กระบี่ในมือราวกับแส้สีเงินตวัดไปมากลางอากาศทว่าต่อให้รวดเร็วแค่ไหนแต่ก็ยังถูกขวานเล่มใหญ่ของชายตรงหน้าต้านเอาไว้ได้หมด!หวงฉีใช้แรงสะท้อนทำให้เตาเหวินเทียนกระเด็นถอยไปก่อนจะได้โอกาสง้างขวานเล่มใหญ่ในมือฟาดลงพื้นอย่างแรง!
พลังปราณของปรมจารย์นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงฟ้าดินได้ธรณีแยกออกเป็ทางยาวตรงไปยังเตาเหวินเทียนก่อนจะมองเห็นปราณสายหนึ่งที่คมกริบและหนักหน่วงปะทุขึ้นมาจากพื้นดิน!
ปราณดิน?
การโจมตีครั้งนี้ของหวงฉีนับเฉียบคมจริงๆเตาเหวินเทียนไม่อาจต้านรับและหลบได้ทันเวลาจึงทำให้เขาต้องฝืนะเิพลังปราณในร่างไปยังชีพจรที่ขาเพื่อกระตุ้นความเร็วหลบหลีกการโจมตีครั้งนี้!แม้ว่าจะหลบมาได้แต่ก็เขาแผนของหวงฉี!การะเิพลังปราณเช่นนี้ไม่เป็ผลดีอย่างแน่นอน!หากเป็ปรมาจารย์ฟ้านั้นย่อมสามารถใช้ปราณธรรมชาติได้อย่างไม่จำกัดแต่สำหรับปรมาจารย์ดินนั้นมีเพียงแค่ปราณในร่างของตัวเองเท่านั้นที่ใช้ต่อสู้ได้!
เตาเหวินเทียนมองไปยังหวงฉีอย่างจริงจังไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็ปรมาจารย์พลังธาตุ!นอกจากขั้นทั้งสิบของปรมาจารย์แล้วยังมีการแบ่งปรมาจารย์เป็อีกสองจำพวกนั่นก็คือพลังธาตุและพลังปราณเตาเหวินเทียนและคนส่วนมากจะเป็ปรมาจารย์พลังปราณซึ่งจะหลอมรวมปราณอาวุธในมาในร่างกายเช่น ปราณดาบ ปราณกระบี่ ปราณหอก
แต่สำหรับปรมาจารย์พลังธาตุนั้นค่อนข้างจะมีน้อยคนที่จะเป็ปรมาจารย์พลังธาตุได้นั้นจะต้องมีธาตุในร่างกายั้แ่เกิดไม่สามารถฝึกฝนขึ้นมาได้แม้ว่าโดยรวมแล้วความแข็งแกร่งของปรมาจารย์ทั้งสองแบบนั้นจะไม่ต่างกันแต่สำหรับปรมาจารย์พลังธาตุนั้นยังมีข้อได้เปรียบหนึ่งที่น่ากลัว
นั่นก็คือพื้นที!
หากต่อสู้กับปรมาจารย์พลังน้ำในสถานที่ที่เต็มไปด้วยน้ำนั้นก็เรียกได้ว่าปิดประตูชนะไปได้เลยนี่ถือเป็ส่วนหนึ่งของข้อได้เปรียบเพราะปรมาจารย์พลังธาตุที่ต่อสู้ในพื้นที่ของตัวเองนั้นจะสามารถดึงเอาปราณธรรมชาติมาใช้ได้แบบปรมาจารย์ฟ้า!แม้จะเพียงแค่เล็กน้อยแต่ก็นับว่าได้เปรียบเป็อย่างมาก!
ขณะที่เตาเหวินเทียนเริ่มเผชิญกับความลำบากมากขึ้นไกลออกไปริมผาบริเวณช่องเขาก้มีชายสองคนกำลังยืนมองการต่อสู้นี้อยู่ใบหน้าของพวกเขาดูธรรมดาเหมือนชาวบ้านทั่วไปแต่งกายด้วยเสื้อคลุมตัวใหญ่สีน้ำตาลสิ่งที่โดดเด่นที่สุดก็คือหมวกสีดำ
“ดูเหมือนหวงฉีจะคุมทิศทางการต่อสู้ได้แล้ว”
“แต่อีกฝ่ายเป็ใครกัน? ดูท่าแล้วคงพึ่งทะลวงขั้นขึ้นมาได้กระมัง?”
“ปรมาจารย์ดินในแผ่นดินอวิ้นจูนั้นแม้ว่าจะมีไม่มากแต่ก็หลายร้อยคนจะมีคนที่ไม่รู้จักอยู่บ้างก็ไม่ใช่เื่แปลกแต่ปรมาจารย์หนุ่มนั่นก็ดูเหมือนจะเป็ขั้นหนึ่งจริงๆ เหอๆแต่ที่ข้าแปลกใจก็คือหวงฉีกลับกลายเป็ปรมาจารย์ดินขั้นสามแล้ว!”
“มิน่าเล่ามันถึงกล้าเหิมเกริมในถิ่นของเราเช่นนี้!โชคดีที่ผู้ตรวจการมาพอดีมิเช่นนั้นคงเข้าทางพวกสมิงดำมาเหิมเกริมถึงหน้าบ้านของพวกเราเช่นนี้!”
“ก็แค่โจรสมิงดำจะเทียบกับกลุ่มหมวกดำของเราได้อย่างไร?ตอนนี้ที่ข้าอยากรู้ก็คือเป้าหมายของหวงฉีเป็ใครมากกว่า!ถึงขนาดมีปรมาจารย์ดินเป็ผู้คุ้มกันส่วนตัวเช่นนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่เห็นมาครั้งนี้คงไม่เสียเที่ยวแล้วกระมัง!”
ชายผู้พูดเผยรอยยิ้มออกมาพลางใช้มือลูบคางมองไปยังการต่อสู้ของหวงฉีและเตาเหวินเทียนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองทางรถม้าที่จอดอยู่อย่างไรก็ตามชั่วพริบตานั้นเขากลับรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาราวกับถูกจ้องมองด้วยอะไรบางอย่างที่น่ากลัว!
ทว่ามันเป็เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้นก่อนที่ความรู้สึกเช่นนั้นจะหายไปแม้ว่าเขาจะเปิดััทั้งหมดพยายามตรวจสอบแต่สุดท้ายก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ
“คงคิดไปเองกระมัง?”