“หึหึ รุ่นพี่หลี่ว์อันพลังรบแข็งแกร่งมอนสเตอร์ทั่วไปพวกนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอยู่แล้ว”
เฉาอวี่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาโดยไม่ได้โกรธเคืองก่อนจะหันไปพูดกับลู่เซิ่งว่า “ลู่เซิ่งของที่ดรอปจากมอนสเตอร์ตัวนี้ฉันขอเก็บไว้ก่อนนะ แต่นายวางใจได้พอกลับไปถึงเมืองกระดูกโลหิต ไม่ว่าครั้งนี้เราจะได้ของมาเท่าไหร่ทุกอย่างจะนำมาแบ่งเท่ากัน”
“แบบนั้นจะดีเหรอ มอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูงตัวนี้นายกับซาซาเป็นคนฆ่าฉันยังไม่ได้ลงมือเลยสักนิด...”
ลู่เซิ่งได้ยินก็รีบเอ่ยทัดทานแต่เฉาอวี่กลับพูดขัดขึ้นทันทีว่า “เอาละทุกคนต่างก็เป็นผู้ใช้อาชีพจากประเทศเสินเซี่ยเหมือนกัน จะมัวมาเกรงใจทำไมกันล่ะฉันบอกว่าแบ่งเท่าก็คือแบ่งเท่า”
“ใช่แล้วลู่เซิ่งในเมื่อเรารวมทีมมาด้วยกันแล้วก็ถือว่าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของที่ได้มาก็ควรแบ่งกันอย่างเท่าเทียมสิจะปล่อยให้นายอุตส่าห์ตามพวกเรามาตั้งไกลโดยไม่ได้อะไรติดมือกลับไปได้ยังไงกัน”สวี่ซาซาที่อยู่ข้างๆ ช่วยพูดเสริมอีกแรง
“งั้น... ก็ได้”
ลู่เซิ่งเห็นดังนั้นก็รู้สึกอบอุ่นในใจเขารู้ดีว่าในเมื่ออีกฝ่ายพูดมาถึงขนาดนี้แล้วหากตนเองยังดึงดันที่จะปฏิเสธต่อไปคงจะดูเป็นคนใจแคบเกินไปจึงทำได้เพียงยิ้มเจื่อนแล้วพยักหน้าตกลงอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ฮะฮะ แบบนี้สิถึงจะถูก”
เมื่อเห็นลู่เซิ่งยอมตกลงสวี่ซาซากับเฉาอวี่ก็เผยรอยยิ้มอย่างพอใจออกมา
ชั่วขณะนั้นบรรยากาศในกลุ่มดูจะกลมเกลียวขึ้นมากทั้งสามคนต่างรู้สึกราวกับว่าได้เจอกันช้าเกินไปเสียจริง
ทว่าในตอนนั้นเองเสียงที่บาดหูเสียงหนึ่งก็ดังขัดจังหวะขึ้นมา ทำลายบรรยากาศอันดีงามนี้จนหมดสิ้น
“เดี๋ยวก่อน! พวกเธอจะแบ่งของให้ไอ้สวะนั่นฉันไม่ว่าอะไรหรอกนะแต่ขอประกาศไว้ตรงนี้ก่อนเลย ของที่ฉันล่าได้ พวกเธอไม่มีสิทธิ์มายุ่ง!”
หลี่ว์อันตะโกนเสียงดังสายตาที่มองไปยังลู่เซิ่งยิ่งทวีความไม่เป็นมิตรมากขึ้นเรื่อยๆ
เป็นเพราะสวี่ซาซากับเฉาอวี่ทำตัวไม่เข้าท่าเอาเสียเลย
ต้องรู้ก่อนว่าในฐานะจอมเวทน้ำแข็งผู้โดดเด่น เขาต่างหากที่เป็นคนแบกทีมตัวจริง
ตามหลักการแล้วไม่ว่าสวี่ซาซาและเฉาอวี่จะทำอะไร พวกนั้นก็ควรจะให้ความสำคัญกับเขาเป็นหลัก
แต่ในวินาทีนี้ไอ้พวกสมองทึบสองคนนี้กลับไปทำดีกับไอ้พาลาดินสวะแถมเรื่องส่วนแบ่งยังไม่ยอมถามความเห็นเขาสักคำ
นี่มันพวกสมองทึบชัดๆไม่ใช่หรือไง?
“รุ่นพี่หลี่ว์อัน นี่รุ่นพี่!”
เมื่อเห็นหลี่ว์อันพูดโพล่งออกมาแบบนั้นสวี่ซาซากับเฉาอวี่ถึงกับตาโตด้วยความตกตะลึง
“เหอะ”
แต่หลี่ว์อันกลับไม่เหลือบแลทั้งคู่แม้แต่น้อยเห็นได้ชัดว่าเขาตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะไม่ร่วมทางกับคนพวกนี้
“เอาเถอะ ไม่แบ่งก็ไม่ต้องแบ่ง มีเขาเพิ่มมาก็ไม่ได้ช่วยอะไรขาดเขาไปก็ไม่ได้เสียหาย”
ลู่เซิ่งหัวเราะออกมาอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะรีบพูดปลอบใจคนทั้งสอง
ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกขยะแขยงหลี่ว์อันคนนี้จนถึงขีดสุดและอยากจะตบมันให้กลายเป็นกองขี้หมาไปซะเดี๋ยวนี้เลยก็ตาม
แต่เห็นแก่หน้าสวี่ซาซากับเฉาอวี่เขาจึงจำต้องข่มโทสะในใจเอาไว้ก่อน
หลังจากนั้นทุกคนก็จัดแจงข้าวของเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มออกเดินทางเก็บเลเวลกันต่อ
หุบเขาสิ้นหวังสมกับที่เป็นเขตเก็บเลเวลชื่อดังที่ให้ค่าประสบการณ์สูงในเขตสงครามทรายโลหิตเสียจริง
แม้แต่ที่ท่าข้ามทมิฬแห่งนี้ซึ่งเป็นเพียงมุมอับที่ห่างไกลในหุบเขาสิ้นหวังแต่มอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่กลับมีจำนวนมากและให้ค่าประสบการณ์มหาศาลเกินกว่าที่ทุกคนคาดคิดไว้
อีกทั้งมอนสเตอร์เหล่านี้อาจจะมีรูปร่างภายนอกดูน่ากลัวแต่พลังรบจริงกลับงั้นๆ เลือดก็น้อย พลังป้องกันก็ต่ำ ลู่เซิ่งแทบไม่ต้องออกแรงเลยเพียงแค่สวี่ซาซากับเฉาอวี่สองคนก็จัดการพวกมันได้ง่ายๆ
ดังนั้น
ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมงทั้งสี่คนก็เลื่อนระดับต่อเนื่องถึง 3 เลเวลรวด
“ฮ่าๆ ตามความเร็วระดับนี้ ก่อนเช้าเราคงเลเวลอัปอีกสัก 20 เลเวลได้สบายๆ เลยนะเนี่ย”
เฉาอวี่เป็นคนเปิดเผยและไม่มีเล่ห์เหลี่ยมความรู้สึกทุกอย่างจึงแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนเมื่อเห็นหลอดค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาก็ยิ่งหัวเราะร่าอย่างมีความสุข
“ระวังไว้หน่อยก็ดีนะ ฉันรู้สึกว่าที่นี่มันดูแปลกๆ” ลู่เซิ่งเอ่ยเตือนอยู่ข้างๆ
เขารู้สึกว่าท่าข้ามทมิฬแห่งนี้ดูมีอะไรไม่ชอบมาพากล
เพราะในเมื่อเป็นแหล่งเก็บเลเวลชั้นยอดขนาดนี้พวกผู้ใช้อาชีพจากประเทศวอหนูไม่มีเหตุผลที่จะไม่มาเก็บเลเวลที่นี่เลย
แต่พวกเขากลับไล่ล่ามอนสเตอร์อยู่ที่นี่มาครึ่งชั่วโมงแล้วกลับยังไม่เห็นแม้แต่เงาคนสักคนเดียว
โบราณว่าไว้เรื่องประหลาดแบบนี้ย่อมต้องมีเงื่อนงำ
เมื่อคิดได้ดังนั้นลู่เซิ่งก็อดไม่ได้ที่จะแอบยกระดับความระแวดระวังขึ้นมาอีกหลายส่วน
“ไม่เป็นไรหรอก กลางค่ำกลางคืนแบบนี้พวกคนขายชาติจากประเทศวอหนูพวกนั้นคงไปนอนกันหมดแล้วล่ะ”
เฉาอวี่พูดอย่างไม่คิดอะไรมาก“ตราบใดที่พวกมันไม่มาวุ่นวายกับพวกเรา ท่าข้ามทมิฬแห่งนี้ก็คือสวรรค์ของพวกเรา...”
เขายังพูดไม่ทันจบ
ในตอนนั้นเองสวี่ซาซาที่เดินนำขบวนเก็บเลเวลอยู่ข้างหน้า จู่ๆ ก็หยุดกะทันหัน
“เอ๊ะ? ทำไมถึงหยุดล่ะ?” ลู่เซิ่งขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย
สวี่ซาซาไม่ได้พูดอะไรแต่เธอกลับยื่นมือที่สั่นเทาชี้ไปยังทิศทางหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกล
ทุกคนเพ่งมองตามไปและทันใดนั้นเองก็พากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวสั่น
ท่ามกลางกองหินตะปุ่มตะป่ำเบื้องหน้ามีไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดมหึมาตัวหนึ่ง ร่างกายปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีเขียวเข้มบนหัวมีนอเดี่ยวงอกออกมา มันกำลังหมอบนิ่งอยู่บนพื้น หากมองเผินๆจะดูเหมือนก้อนหินยักษ์ไม่มีผิด
แต่สวี่ซาซากลับไม่ได้สังเกตเห็นการมีอยู่ของมันเลยกว่าจะรู้ตัวว่ามีอันตรายเธอก็แทบจะไปยืนอยู่ประชิดตัวของเจ้าไดโนเสาร์กินเนื้อตัวนี้แล้ว
ลู่เซิ่งจึงใช้ทักษะตรวจสอบกับไดโนเสาร์กินเนื้อตัวนั้นไปโดยสัญชาตญาณ
[เป้าหมาย: ไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณ]
[ประเภท: สัตว์ป่า]
[ระดับความเป็นภัย: บอสตามธรรมชาติ]
[เลเวล: 100]
[ค่าพลังชีวิต: 23,000]
[ระดับดาวพลังรบ: 722 ดาว]
[สกิลเฉพาะ: เสียงคำรามเขย่าขวัญ, มังกรฟาดหาง,บาทาถล่มปฐพี, ขย้ำบดกระดูก]
...ไดโนเสาร์กินเนื้อจากยุคโบราณตัวนี้ คือราชาที่แท้จริงแห่งหุบเขาสิ้นหวัง!
...
“มันคือ... บอสตามธรรมชาติที่แข็งแกร่งที่สุดในหุบเขาสิ้นหวัง...ไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณงั้นเหรอ?”
สวี่ซาซากลัวจนเหงื่อกาฬไหลพรากเอ่ยเสียงสั่นเครือ
“เบาๆ หน่อย อย่าไปปลุกมันตื่นนะ”
เฉาอวี่ที่อยู่ด้านหลังรีบกระซิบบอกเสียงเบา
ลู่เซิ่งได้ยินดังนั้นจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณตัวนั้นยังคงหลับสนิทแม้แต่ตาก็ยังไม่ได้ลืมขึ้น
แต่ถึงกระนั้นสวี่ซาซาก็ยังไม่กล้าประมาทแม้แต่นิดเดียว
เพราะเจ้าไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณคือบอสที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมในหุบเขาสิ้นหวังที่ผ่านมาไม่รู้ว่ามีผู้ใช้อาชีพกี่รายแล้วที่ต้องกลายเป็นอาหารในกระเพาะของมันอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่
สวี่ซาซาไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่าวันหนึ่งตนเองจะต้องมาอยู่ใกล้ชิดกับบอสน่ากลัวและอันตรายถึงตายขนาดนี้
มิน่าล่ะถึงว่าทำไมท่าข้ามทมิฬแห่งนี้ที่มีมอนสเตอร์เยอะและให้ประสบการณ์สูงกลับไม่มีผู้ใช้อาชีพจากประเทศวอหนูคนไหนกล้ามาเก็บเลเวลเลย
ที่แท้ที่นี่ก็คือรังของไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณนี่เอง
แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วจะมานึกเสียใจตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว เธอทำได้เพียงก้าวเท้าอย่างระมัดระวังแล้วค่อยๆ ขยับถอยหลังออกไปอย่างระมัดระวังที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยหวังว่าจะใช้ช่วงเวลาที่บอสยังไม่ตื่นรีบหนีไปจากที่นี่ให้ไว
แต่ทว่ายิ่งกลัวสิ่งใด สิ่งนั้นมักจะเกิดขึ้นเสมอ
ในเสี้ยววินาทีที่สวี่ซาซาเพิ่งจะขยับก้าวเท้าเพียงนิดเดียวเท่านั้น
เจ้าไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณที่ยังนอนหลับสนิทอยู่นั้นกลับลืมตาขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยดวงตาขนาดใหญ่ที่เปรียบเสมือนไฟหน้ารถคู่นั้นจับจ้องมายังร่างของสวี่ซาซาที่อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมในทันที