“นางจากไปแล้วเจ้าค่ะ...หึ”
“ปัง !!!”
เซี่ยงอี้ตอบคำถามของมันและก็เดินออกไปซึ่งพอตอนปิดประตูนางก็กระแทกประตูใส่จนเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วบ้าน ซึ่งทำให้มันที่ยังมิได้ตื่นเต็มตาถึงกลับสะดุ้งโหย่งลุกขึ้นนั่งแล้วบ่นออกไปเหมือนเด็กน้อยทำความผิด เพราะมันลืมตัวถามคำถามที่เหมือนเอามีดมาปาดคอมันเอง นั้นคือถามถึงสตรีอื่นต่อหน้าสตรีอีกคน
“ข้าขอโทษ....ขออภัย...และ Sorry นะ BABY..”
มันหลุดขอโทษเป็นภาษาบ้านมัน แต่มีแค่เสียงตอบรับเดียวที่มันได้ยินประสานกันเข้ามาในห้องของมันคือ
“หึ....”
“หึ....”
.
.
.
*เวร...!!! *
“ตรูดันลืมไปได้อย่างไรว่าที่นี้มิเหมือน โลกเดิมที่เราจากมา...”
“ก็นะถึงแม้ข้าจะฉลาดเพียงใด มันก็ต้องมีผิดพลาดกันมั้งสินะ”
“เราก็ดันเกิดมาหล่อ ก็ต้องเหนื่อยกับเรื่องผู้หญิงแบบนี้และนะตัวเรา...มันเป็นเรื่องที่คนหล่ออย่างเราต้องกลุ้มใจแบบนี้ไปตลอดแน่ๆ...”
“เฮ้ออออ...” (เฮ้ออออ...มโนเก่งจริงนะบักกันจิ)
“เซี่ยงอี้คนสวย...
“อาเหอคนงาม...
“รอข้าก่อน ข้ามีเรื่องสงสัยใคร่ถามเจ้าทั้งสองคน”
มันตะโกนออกไปนอกห้องนอนของมัน แล้วมันก็รีบสวมชุดแบบลวก หลวมและรีบออกไปโดยที่มันยังมิได้สังเกตเลยว่ามันลืมใส่กางเกงออกมา
*ปัง !!!
“เออข้ามีอะไรจะสอบถา...
*ว้ายยยยยยย !!! *ว้ายยยยยยย !!! คนลามกกกกกกก ...โป้กกก
กันจิรีบเปิดประตูออกมานอกห้องนอนแล้ว เมื่อเห็นอาเหอเพื่อนรักของมัน และ เซี่ยงอี้สาวรับใช้ของมัน ก็กำลังจะเอ่ยปากขึ้นถามในสิ่งที่มันใคร่รู้ แต่ไหนเลยที่มันจะเอ่ยได้จบคำก็ถูกเสียงร้องของแม่นางน้อยทั้งสองนั้น กลบเสียงคำถามที่มันยังกล่าวมิทันจบ และ มันก็ถูกแก้วไม้ไผ่ในมือของอาเหอ ลอยเข้ามาใส่กลางกะบาลของมันเข้าจังๆ
“โอ้ยยยย !!! ข้าเจ็บนะอาเหอ .
มันเอามือของมันที่ตอนนี้ขาวสวยมิแพ้แม่นางนั้นมาลูปหัวกะบาลของมันด้วยความมึนงงว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เพราะตอนที่มันเงยหน้าขึ้นมาอีกที่ก็เห็นแม่นางน้อย ยอดหวานใจทั้งสองคนของมันนั้นเบือนหน้าหนีไปคนละทาง แถมที่บริเวณแก้มของทั้ง 2 คน มันยังปรากฏ ร่องรอยสีแดงแต้มอยู่ทำให้ดูน่ารัก น่าหอมเป็นอย่างมาก
“น..นายท่านเจ้าคะ
“อออ...ท่านควรสำรวมกิริยาหน่อยนะเจ้าคะ
มันซึ่งกำลังงง ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ได้สาวรับคนสวยที่ตอนนี้หันหน้าไปอีกทางอยู่ชี้มือมาที่มันแต่นางมิได้ชี้มาที่หน้าของมันแต่ชี้ไปที่ช่วงล่างของมันและกล่าวประโยคกับมัน 2-3 ประโยค
*เชรดดดดด...
“...เอิ้มม...ข.ข้าขออภัยด้วยแม่นางทั้ง 2 ....
*ปังงงงง !!!!
พอมันมองตามปลายนิ้วของสาวรับใช้คนสวย มันถึงได้รู้ว่ามันนั้นรีบร้อนเกินไป จนลืมสวมกางเกงของมันขณะที่ก้าวออกไปนอกห้อง และสิ่งที่พวกนางเห็นและเขินอายพร้อมกับด่ามันกลับมานั้น คงจะเป็นเพราะเจ้าท่อนเอ็นทวนมังกรของมันที่ แข็งปึ่งปังเคารพธงชาติแต่เช้ามันจึงรีบวิ่งกลับเข้าห้องเหมือน หนูน้อยหนีแมวอ้วน
*เจ้าทวนมังกร เจ้านี้ช่างเสียมารยาทยิ่งหนัก ที่ไปชี้หน้าพวกนางแบบนั้น *
(มรึงนั้นและ บักกันจิ)
*พรึบ...พรึบบบ...*
*แอ๊ดดดด...
ครานี้มันใช้เวลาในการสำรวจตัวเอง แต่งเนื้อแต่งตัวด้วยความละเอียด มิให้มีอะไรผิดพลาด เหมือนในคราแรกที่มันรีบวิ่งออกไปโดยมิได้ดูตาม้าตาเรือเลย โดยที่มันลืมสังเกตที่ตัวเองไปว่าสร้อยคอสีดำลึกลับนั้นได้หายไปจากคอของมันแล้ว มันหายไปที่ไหนมิมีใครทราบ
“เอออ...เมื่อกี่ ..Sorry นะ แม่นางทั้ง 2 ผู้งดงาม”
มันหยอดมุกง่ายๆเกรียนด้วยการชมนางทั้ง 2 ออกไป แต่สิ่งที่มันได้กับมาคือใบหน้าที่เหมือนน้องวัวนมที่เหมือนมันจะเห็นเครื่องหมายคำถามอยู่บนหัวของพวกนางทั้งสองในตอนนี้และกำลังมองมาที่หน้าของมันจากทั้งสองสาวงาม
“นายท่านจะ เล่นดนตรีหรือเจ้าคะ ????
เซี่ยงอี้กล่าวถามมันหลังจากที่มันพูดภาษาโลกเก่าของมันออกมา
“ใช่..ใช่...เจ้าขอทานน้อยเจ้าเล่นเครื่องดนตรีมิเป็นมิใช่รึ ? ใยเจ้าถึงอยากได้ซอออละ
อาเหอกล่าวถามมันหลังจากที่มันพูดภาษาโลกเก่าของมันออกมาเช่นเดียวกัน
เวรกรรมมม ตรูลืมอีกแล้ว
“เออ แม่นางทั้งสอง Sorry ที่ข้าพูดอุทานออกมานั้น มันแปลว่าขอโทษขอรับ
*แหะ แหะ
“อ่ออออ...ข้าเหมือนเคยได้ยินจากโลกแห่งการอั...อุ๊บ….”

เซี่ยงน้อย
เซี่ยงอี้กล่าวออกมาด้วยความลืมตัวและเหมือนนางจะนึกขึ้นได้จึงเรียบเอามือปิดที่ปากของนางอย่างเร่งรีบ คนที่ควบคุมมือมาปิดปากเซี่ยงอี้แฝดน้องมิใช่ใครอื่น แต่ก็คือแฝดวิญญาณคนพี่หรือจอมไร้เงานั้นเอง ที่นางก็เปิดสัมผัสวิญญาณไว้ตลอดเวลา ยกเว้นตอนที่น้องสาวฝ่าแฝดต่างวิญญาณของนางนั้นกำลังทำสงครามกามกับเจ้าลามกน้อยนี้ในครั้งนั้น แต่นางก็แอบเปิดสัมผัสวิญญาณขึ้นมาดูบ้างเป็นครั้งคราวเพราะความสงสัยใคร่รู้
“แม่นางเซี่ยงอี้ เจ้ากล่าวว่าเคยได้ยินจากที่ไหนนะ
“ข้าฟังมิชัดเลย...
กันจิรีบกล่าวถามเพราะมันเหมือนได้ยินว่านางกล่าวถึงโลกอะไรสักอย่างกระมั้ง แต่ยังมิทันที่เซี่ยงอี้สาวรับใช้ตัวน้อยจะได้เอ่ยปากแก้ตัวอะไรต่อมัน ก็มีเสียงระฆังมาช่วยชีวิตนาง

อาเหอน้อย
“เจ้าขอทานน้อย เจ้าพูดภาษาอันใดของเจ้า ข้าฟังมิค่อยรู้เรื่อง
“ถ้าเจ้าจะขอโทษ ก็พูดตรงๆเลยสิ บุรุษอกสามซอกอย่างเราๆ ใยต้องพูดอ้อมค้อมกัน...
“โป้กกกก...
“โอ้ยยยยย.....T-T
เสียงของมันถูกอาเหอนั้นฟาดที่หัวมันด้วยมะเหงก ของนางเอง
“นี้แนะ...ตั้งแต่เมื่อตระกี้นี้แล้วนะ ที่เจ้าเอ่ยออกมา ว่าแม่นางทั้ง สอง งดงามบ้างละ สวยงามบ้างละ เจ้าเพี้ยนหรือเป็นบ้าหรืออย่างไรหะเจ้าขอทานน้อย
อาเหอเอ่ยออกมาด้วยความโมโหโกธา แต่มิรู้ว่านางนั้นโมโหด้วยเรื่องอะไร
“?????? เจ้าโมโหอะไรของเจ้า”
“ข้าก็พูดถูกแล้วนิ มีอะไรที่ต้องให้โมโ...โป้ก...ง
“โอ้ยยย...
กันจิถูกมะเหงกของนางไปอีกครั้ง และกำลังงงอย่างหนัก แต่มันงงได้มินานมันก็รู้แล้วว่านางนั้นกำลังโกรธมันเรื่องอะไร
“สมน้ำหน้าเจ้าขอทานน้อย ตอนนี้คงหายเพี้ยนแล้วกระมั้ง ???”
“เจ้ากล่าวกับเซี่ยงอี้ว่าสาวงามนั้นนะถูกแล้ว ต..แต่ เจ้ามาเรียกบุรุษผู้หล่อเหลาอย่างข้าว่าสาวงามมันเหมือนดูหมิ่นข้ามากเกินไปนะ”
“ถ..ถึงแม้ข้าจะรู้ตัวว่า หน้าตาของข้านั้น...อาจจะงดงามเหมือนสตรีก็จริง ต..แต่เจ้าจ..จะมาเรียกแบบนั้นมิได้นะ”
อาเหอนั้นกล่าวคำไปด้วย หน้าของนางเองก็แดงไปด้วย นางนั้นกล่าวว่านางนั้นเป็นบุรุษเพศอกสามศอก
*เอิ่มมมๆ ข้าจะไปยังไงละทีนี้* (แปบขอใช้หมองนั้งสมาธิ)
(พรืดดด ไม่ใช่และเองมิใช้อิคิวซังงง)
“เออคือว่า...
มันที่ตอนแรกกำลังจะกล่าวคำพูด...แต่เมื่อเห็นมะเหงกรอจะเพ้งมาที่กระบาลของมัน ซึ่งกำลังรออยู่ตรงหน้ามันแล้ว มันก็นึกขึ้นได้ในทันทีที่เห็นมันเห็นมะเหงกกำลังจะลงที่กะบาลของมัน ว่าเหตุผลนั้นอาจจะเป็นเพราะน้ำเสียงของมันนั้นมิเหมือนเดิมกับในทุกๆครั้งที่พูดกับอาเหอเพื่อนรักของมันซึ่งในก่อนหน้าที่วิญญาณมันจะมาเข้าร่างนั้นมันเห็นอาเหอเป็นบุรุษคำพูดคำจาจึงค่อนข้างแข็งกระด่างซึ่งต่างกับครานี้ที่อ่อนโยนเกินคาด
“เจ้าขอทานขี้เมา หยุดเลยนะ ข้าแค่แกล้งเจ้านิดๆหน่อย ได้ทีเอาใหญ่เลยนะเจ้าเนี้ย...”
มันรีบทำการปรับเปลี่ยนน้ำเสียงที่กล่าวออกมา แล้วจึงเดินเข้าไปกอดคออาเหอเพื่อนของมันอย่างรวดเร็วก่อนที่มะเหงกจะลงที่หัวมัน มันทำตามความเคยชินที่มันนึกออก จากสมองของเจ้าแกจุน ร่างกายของแกจุน ที่วิญญาณของมันเข้ามาเกิดใหม่
*ฟอดดดดด...*
“แต่มันรึจะอดใจได้ เพราะเมื่อมันกอดคอของอาเหอเสร็จก็ได้กลิ่นหอมจากตัวของนางลอยตามสายลมกระทบเข้าที่จมูกหมาของมัน ทำให้มันเปลี่ยนจากกอดคอของนางแล้วจึงล็อคคอนางแล้วดึงเข้ามาหอมแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยยยย
“น..น..นี้เจ้าทำอะไรของเจ้ากัน น่ะ.....
“ข.ข..ข้ามิคุยกับเจ้าแล้ววววว.....
นางดิ้นหลุดจากการล็อคคอของกันจิ ก่อนที่จะโวยวายซึ่งขณะที่นางโวยวายอยู่นั้น นางก็เอามือจับไปที่บริเวณแก้มขาวนวล ของนางที่ตอนนี้เริ่มมีเสียงแดงขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆแล้ว ซึ่งกันจิมันเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของอาเหอ ก่อนที่มันจะสะบัดหน้าแล้ววิ่งออกไปจากภายในตัวเรือนของมัน
*เห้ออออออ เห้ออออออ....* *อาเหอ...ข้ารู้แล้วว่าเจ้านั้น เป็นพวกประเภท .....*
กันจิมองตามก้นอาเหอที่ส่ายไปมาขณะที่นางกำลังวิ่งออกไปจากตัวเรือน แล้วมีเพียง 1 คำที่อธิบายได้ตรงกับบุคคลิกของอาเหอ
นั้นคือ
อาเหอเจ้านี้ชั่งเป็นคนที่ช่าง “ซึนเดเระ” สะเหลือเกิน