ยามเย็นของเมืองกั๋วจง เริ่มประดับประดาไปด้วยโคมไฟและร้านรวงมากมายเปิดอยู่เต็มสองข้างถนน จี๋ฮ่าวพาซินหยูกลับมาเปิดห้องต่ออีกหนึ่งคืนที่โรงเตี๊ยมแห่งเดิม
ภายในห้อง ซินหยูกำลังจัดแจงแต่งตัวให้กับจี๋ฮ่าวโดยเริ่มจากการรวบผมของนางขึ้นเป็นทรงหางม้า แล้วมัดด้วยยางรัดผมเส้นหนึ่งที่ซื้อมาจากร้านเครื่องประดับข้างทาง
ใบหน้าของจี๋ฮ่าวเกลี้ยงเกลาหมดจรด ผิวพรรณเรียบเนียนผ่องใส ประกอบกับกลิ่นกายอันหอมหวลเฉพาะตัว ทำให้ซินหยูอยากอยู่ใกล้ชิดและดอมดมเช่นนี้ตลอดไป
ยิ่งเมื่อเธอได้จ้องมองลงไปที่ดวงตาของนางแล้ว ก็คล้ายมีมนต์สะกดบางอย่างทำให้นางลุ่มหลงได้อย่างน่าประหลาด จนนางเองก็เริ่มไม่มั่นใจแล้วว่า เสน่ห์ทั้งหมดของจี๋ฮ่าวใช่เกิดจากมนุษย์ผู้หนึ่งหรือไม่...
“ตอนแรกข้าคิดว่าจะไม่แต่งหน้าให้ท่าน แต่พอมาดู ๆ แล้วควรจะแต่งเป็นอย่างมาก” ซินหยูกล่าวราวกับผู้เชี่ยวชาญในการปลอมตัว
“จะแต่งทำไม ข้าไม่เคยเห็นบุรุษคนใดแต่งหน้ากันเลย?”
“โถ่ท่านพี่ ท่านหลุดมาจากป่าเขาลูกใดกัน สมัยนี้บุรุษแต่งหน้าแต่งตามีออกถมเถไป ท่านคิดว่าคนเหล่านั้นหล่อเหลามาตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา?….เหอะ!!”
“ที่ท่านต้องแต่งหน้าเพราะใบหน้าท่านงดงามเกินไป เราจำเป็นต้องวาดให้เหมือนบุรุษเสียหน่อย”
ซินหยูกางห่อผ้าที่นางพกมาด้วยลงมาโต๊ะ ในนั้นเต็มไปด้วยเครื่องประทินโฉมราคาแพงมากมาย นางจับจี๋ฮ่าวนั่งลง จากนั้นจึงหยิบพู่กันขนาดเล็กอันหนึ่งขึ้นมาจุ่มกับหมึกดำที่เหนียวและข้นในตลับขนาดเล็ก
“นั่นคือ?” จี๋ฮ่าวถามด้วยความสงสัย
“สิ่งนี่เรียกว่าที่หมึกสำหรับเขียนคิ้ว ของดีมาจากในวังเชียวนะ”
ซินหยูบรรจงหยิบพู่กันขึ้นมาตวัดจุ่มลงบนตลับ ก่อนจะนำมาวาดลงบนคิ้วของจี๋ฮ่าว ราวกับผู้เชี่ยวชาญโดยใช้เวลาไม่นานนัก
“อืม..ไม่เลว” ซินหยูพยักหน้ายกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะหยิบกระจกขึ้นมาให้จี๋ฮ่าวชม
ทันทีที่จี๋ฮ่าวส่องลงไปดูในกระจก นางก็ต้องตกตะลึงกับภาพตรงหน้า ไม่ใช่เพราะมันดูดี แต่เพราะว่า…
“......!!!” จี๋ฮ่าวแทบจะพูดไม่ออก
“ฮิฮิ เป็นไง ชมข้าสิ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ดีกับผีเจ้าสิ นี่ถ้าเจ้าบอกว่าเอาแผ่นสาหร่ายมาแปะ ก็คงไม่มีใครเถียงหรอกนะ วาดซะหนาขนาดนี้”
“แล้วนี่อะไรกัน หัวคิ้วแทบจะชิดติดกันอยู่แล้ว เจ้าจะให้ข้าไปเล่นละครลิงรึไง? ถ้าจะเขียนขนาดนี้ เจ้าไม่ป้ายสีชาดรอบปากข้าด้วยเลยเล่า จะได้เป็นลิงไปเลย”
“อ่าว ท่านต้องการเช่นนั้นก็ไม่บอก” ซินหยูตาลุกวาวดูสนุกสนาน ทำท่าจะหยิบหาสีชาดมาตามที่นางกล่าว
“เพ้ยย!! ข้าประชด!!!”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” ซินหยูหัวเราะชอบใจ ก่อนจะกล่าวว่า “ท่านวางใจเถอะ เดี๋ยวข้าก็เขียนคิ้วเป็นเพื่อนท่านเหมือนกัน ไม่ให้ท่านต้องโดดเดี่ยวหรอกพี่สาว ฮ่าฮ่าฮ่า”
ในช่วงที่จี๋ฮ่าวรอซินหยูเขียนหน้าตนเอง หน้าของนางก็ขมวดคิ้วย่น จนทำให้คิ้วที่หนาเท่ากับแผ่นสาหร่ายชิดติดกัน ผสานกันเป็นแถวเดียว นางหยิบกระจกขึ้นมาส่องพลางถอนหายใจ คิดไปว่าเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะใบหน้าปกติของนางก็สร้างปัญหาให้ไม่น้อย แม้จะดูตลกขำขันอยู่บ้าง แต่ก็ดีกว่าใช้ใบหน้าเดิมของตนไม่น้อย
“อะ เสร็จละ” ซินหยูลุกขึ้น หันหน้ามา เห็นเป็นคิ้วเรียวเข้มสวยงาม ดูดีต่างกับตนเองลิบลับ
แต่แล้วซินหยูก็ต้องขนลุกซู่ เมื่อเห็นรอยยิ้มของจี๋ฮ่าวที่กำลังหัวเราะเสียงต่ำ
“หิหิหิ มาเถอะ พี่สาวคนนี้จะช่วยแต่งเติมให้เจ้าอีกนิด” จี๋ฮ่าวยิ้มเย็น กดไหล่นางนั่งลงไป จากนั้นก็หยิบพู่กันเขียนคิ้วขึ้นมาบรรจงวาดอย่างสะใจ
“ม่ายยย พี่สาว ยกโทษให้ข้าด้วยยย!!”
หลังจากที่เสียงร้องโหยหวนจบลง ทั้งคู่ก็เดินออกมาจากห้อง ด้วยคิ้วหนาเตอะที่เรียกแขกได้เป็นอย่างดี ใครที่ได้มองต่างเป็นต้องหัวเราะออกมาทั้งสิ้น ทำให้ซินหยูเดินหน้าบึ้งตึงไปตลอดทาง มีเพียงจี๋ฮ่าวเท่านั้นที่ยิ้มร่าอย่างพอใจ
“ฮ่าฮ่าฮ๋า เป็นอย่างไร ฝีมือเขียนคิ้วของพี่สาว” จี๋ฮ่าวเดินไปยิ้มไปไม่หยุด
ทั้งคู่สวมชุดหนังสีดำรัดรูปทุกส่วน มีปลอกแขนหนังสีดำ ด้านล่างเป็นกางเกงขายาว คู่กับรองเท้าบูทยาวสีดำสนิท ทำให้พวกนางตอนนี้แต่งตัวดูคล้ายกับนักผจญภัยเป็นอย่างมาก
ซินหยูเดินมาได้สักพักก็เริ่มปลงได้ แต่ที่น่าแปลกใจก็คือกิริยาท่าทางที่จี๋ฮ่าวทำอยู่ คล้ายกับว่านางคือบุรุษเพศมาตั้งแต่เกิด หากไม่นับคิ้วสาหร่ายคู่นั้นล่ะนะ
‘ดูไปดูมา นางนับว่ารูปโฉมสง่างาม หญิงก็ได้ชายก็ดีเลิศ’
ซินหยูคิดในใจและจ้องมองอีกฝ่ายไม่หยุด เห็นแค่ความสง่างามกอปรไปด้วยเสน่ห์ของบุรุษจนยากจะอธิบาย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะแต่เดิมนั้นจี๋ฮ่าวก็มีส่วนสูงเกินกว่าสตรีทั่วไปอยู่แล้ว จนแทบจะเรียกได้ว่าสูงกว่าบุรุษเพศส่วนใหญ่เสียด้วยซ้ำ
ระหว่างทางทั้งคู่ก็เดินชมตลาดด้วยความสนใจ แต่ท่าทางและกิริยาของซินหยูทำออกไป เหมือนนางจะลืมไปแล้วว่ากำลังปลอมตัวเป็นบุรุษกันอยู่ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ซินหยูก็ดูเหมือนเด็กสาวทั่วไป ที่มีความน่ารักน่าเอ็นดูอยู่ในตัว จนจี๋ฮ่าวต้องเผลอยิ้มให้กับท่าทางของนางเข้าเสียได้
ซินหยูหันกลับมามองจี๋ฮ่าว พบรอยยิ้มนี้ทำตนรู้สึกหวั่นไหวอีกครั้ง จนนางต้องรีบเอาสองมือมากุมไว้ที่หน้าอกซ้ายอย่างแน่นหนา ราวกับว่ามันจะกระเด็นออกมาจากอกของเธอ
จี๋ฮ่าวเห็นดังนั้นก็เป็นห่วง เห็นว่าซินหยูหน้าแดงคล้ายคนจะเป็นลม จึงเดินเข้าไปใกล้ ใช้หลังมืออังไปที่หน้าผากของนางอย่างเบามือ ก่อนจะคว้าข้อมือนางมาจับชีพจร
“เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า? ทำไมหัวใจเจ้าเต้นแรงผิดปกติเช่นนี้?”
วินาทีนั้นซินหยูเหมือนจะเป็นลมไปจริง ๆ จนจี๋ฮ่าวต้องเบียดกายเข้ามาประคองร่างเอาไว้
“ข้าไม่มีความรู้เรื่องแพทย์เท่าใด เช่นนั้นพวกเราไปหาหมอก็แล้วกัน”
จี๋ฮ่าวจับชีพจรอยู่นาน ก็อ่านอาการไม่ออก จึงคิดว่าตนเองคงจะไม่ได้รอบรู้พอ จึงตัดสินใจจะไปตามหมอจริง ๆ
“ไม่ต้อง ข้าแค่ตื่นเต้นก็เท่านั้น” ซินหยูรีบดึงมือจี๋ฮ่าวเอาไว้
“ตื่นเต้น? มีอะไรให้ตื่นเต้น?” จี๋ฮ่าวถามขึ้น
ซินหยูทำหน้าเหนื่อยหน่าย มองแรงใส่จี๋ฮ่าวคราหนึ่ง และคิดในใจขึ้นว่า
‘เสน่ห์ของท่านนี่มันหายนะของมนุษย์ชาติอย่างแท้จริง แม้แต่สตรีด้วยกันเองก็ไม่เว้น’
ทั้งคู่เดินชมดูไปตลอดทาง ทุกสายตาล้วนจ้องมองด้วยความสนใจให้ ความรู้สึกถึงพี่น้องคิ้วปลิง ขนาดของมันหนาจนแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่ไหว
“ข้าไม่ชอบเป็นจุดสนใจเช่นนี้เลย” จี๋ฮ่าวบ่น
“ฮิฮิฮิ ก็ใครใช้ให้ท่านรูปงามเช่นนี้เล่า” ซินหยูหัวเราะคิกคัก พลางเดินคล้องแขนจี๋ฮ่าวไม่ห่างกาย
จี๋ฮ่าวฟังเช่นนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้า รีบเดินขึ้นให้เร็วกว่าเก่า ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านที่มีป้ายเขียนเอาไว้ว่า หอฝันเมามาย
หน้าร้านมีสตรีต้อนรับสองนาง สวมเสื้อผ้าบางน้อยชิ้น เผยเนินอกและหัวไหล่ อีกทั้งด้านล่างก็เป็นชุดผ้าเนื้อบาง แหวกยาวเห็นจนถึงต้นขาที่เรียวเนียนคู่นั้น กลายเป็นชุดที่ให้ความรู้สึกหวาบหวามไม่น้อย
หญิงสาวที่กำลังยืนต้อนรับแขก หันหน้ามามองเห็นจี๋ฮ่าวและซินหยู ก็เกือบจะหลุดขำออกมา เห็นได้ชัดว่าเกร็งหน้าท้องแทบตาย
พวกนางพยายามหันหน้าหนีและหอบหายใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาทำหน้าเป็นปกติและเดินเข้ามากล่าวต้อนรับ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองว่า
“ยินดีต้อนรับนายท่านทั้งสอง วันนี้ทางร้านมีโปรโมชั่นเหล้านารีแดง 10 ไหแถม 1 ไห ราคา 5 เหรียญเงิน ไม่รวมกับโปรโมชั่นอาหาร หากสั่งเกิน 10 เหรียญเงิน ทางร้านยินดีลดให้ 500 เหรียญทองแดงเจ้าค่ะ”
จี๋ฮ่าวจึงถามออกไปด้วยน้ำเสียงคล้ายกับบุรุษที่สุขุมนุ่มลึกว่า “ได้ยินว่าที่นี่มีดนตรีไพเราะ พอจะมีที่นั่งที่เป็นส่วนตัวบ้างหรือไม่?”
สาวต้อนรับทั้งสองนางได้ยินก็ตกตะลึงและสับสน เพราะแว๊บแรกนางเองก็คิดว่าสองคนนี้เป็นสตรีที่ปลอมกายเป็นบุรุษมาเที่ยวชม ทว่าเสียงที่บุคคลตรงหน้ากล่าวพูดขึ้นนั้น เป็นเสียงของบุรุษไม่ผิดแน่ แม้แต่ซินหยูที่ยืนอยู่ด้านหลังยังต้องอุทานขึ้นในใจว่า ‘ไม่คิดว่านางจะสามารถเลียนเสียงบุรุษได้เหมือนขนาดนี้!!’
“มีแน่นอน คุณชายโปรดตามข้าน้อยมา หากคุณชายทั้งสองสนใจจะเรียกเด็กสาวมานั่งร่วมโต๊ะ ก็สามารถตามพนักงานในร้านนำเด็กมาเลือกได้นะเจ้าคะ”
หญิงสาวต้อนรับทั้งสองรีบจูงแขนจี๋ฮ่าวและซินหยูเดินนำทั้งสองเข้าไปด้านในทันที
“เชิญเลยเจ้าค่ะ เชิญทางนี้….”