ฝักที่2
เสียงเรียกไม่คุ้นหูที่พร้อมกับแรงเขย่าตัวเบาๆนั้น ได้ทำให้ดินสามารถฝืนลืมตาขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่งเมื่อปรับสายตาจนสามารถมองเห็นทุกอย่างได้ชัดแล้วก็พบว่าขณะนี้ตัวเขานั้นกำลังอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นตาแม้แต่น้อย
‘เฮ้ย!!!ที่นี่ที่ไหนกันว่ะเนี่ย..’
ดินอุทานขึ้นในใจเพราะเขาจำได้ว่าโดนรถเมล์ชนอัดติดกับเสาไฟฟ้าอย่างจังซึ่งเป็ไปไม่ได้เลยที่ตนจะรอดชีวิตมาได้คิดได้อย่างนั้นก็รีบดีดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปรอบๆจึงเห็นว่าตอนนี้เขากำลังอยู่ภายในห้องนอนที่สร้างมาจากไม้เก่าๆเมื่อมองสำรวจสิ่งรอบตัวจนพอใจแล้วจึงเริ่มสำรวจร่างกายของตนในตอนนี้บ้างพอก้มลงมองก็เห็นเส้นผมสีดำยาวที่ตัดกับผิวที่ขาวซีดแขนขาที่เห็นก็ช่างผอมแห้งราวกับกำลังป่วยเป็โรคโปลิโอจำต้องลองขยับแขนขาเพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าร่างกายนี้ไม่ได้มีส่วนใดที่ผิดปกติ
‘แล้วเรามาสิงร่างของใครว่ะเนี่ยแต่แบบนี้ก็ดีนะเหมือนในนิยายที่อ่านเลย..อิอิอิ’
ดินคิดพลางก็หันไปมองหญิงวัยกลางคนที่สวมเสื้อผ้าคล้ายกับชุดของจีนสมัยโบราณเพียงแต่เสื้อคลุมด้านนอกนั้นทำจากผ้าลูกไม้เนื้อบางที่ดูแตกต่างไปเท่านั้น
แต่แล้วดินก็รู้สึกเวียนศีรษะขึ้นมาฉับพลันจนเกือบที่จะนั่งทรงตัวอยู่ไม่ได้และในขณะนั้นเองความทรงจำต่างๆของเ้าของร่างนี้ก็ไหลบ่าทะลักเข้ามาราวกับเขื่อนแตกจนเขานั้นต้องใช้เวลาอยู่ครู่นึงเพื่อเรียบเรียงจัดระเบียบสิ่งที่ได้รับรู้มาใหม่ซึ่งมันก็ทำให้ดินได้รู้ว่าเ้าของร่างนี้นั้นก็มีชื่อว่า‘ดินแดน’เหมือนกับตนในโลกก่อนและเป็บุตรชายคนโตที่ปีนี้อายุครบ15ปีบริบูรณ์ซึ่งมีร่างกายอ่อนแอมาั้แ่เกิดส่วนต้นเหตุน่าจะเป็เพราะฐานะความเป็อยู่ที่ไม่ดีนักจึงไม่ได้รับอาหารที่ครบสมบูรณ์อย่างที่ควรจะเป็แล้วยังมีน้องชายวัย 6ขวบที่กำลังน่ารักน่าชังส่วนบิดามารดานั้นทำอาชีพรับจ้างทั่วไปเพื่อหาเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัว
แต่สิ่งที่น่าแปลกก็คือดินมีความรู้สึกว่าตนเองกับเด็กดินในโลกนี้นั้นคือคนๆเดียวกัน ถ้าเป็อย่างนั้นจริงก็เป็เื่ที่ดีมากเพราะเขาก็ไม่อยากได้ชีวิตใหม่ด้วยการมาพรากชีวิตของใครหรอกนะในความทรงจำเก่าของร่างนี้นั้นทำให้ตนรู้ว่าเด็กคนนี้เป็คนที่ร่างกายอ่อนแอออกแรงทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อยหอบแล้วมันช่างเหมือนกับตัวเขาในโลกก่อนอย่างไม่ผิดเพี้ยนที่มักจะรู้สึกไม่สดชื่นและอ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลาจนต้องไปหาหมอเพื่อตรวจเช็กร่างกายอยู่หลายรอบเพราะเชื่อว่าตนเองจะต้องเป็โรคร้ายอะไรสักอย่างที่ยังตรวจไม่เจอแน่นอน
แล้วเมื่อกลับมาดูตัวเขาในร่างใหม่ตอนนี้นั้นกลับไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นอีกแล้วหากแต่รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนหากใช้ตรรกะเหตุผลของตนที่เป็กูรูในด้านนิยายแนวตายแล้วเกิดใหม่ในต่างมิติแล้วนั้นก็สามารถฟันธงได้เลยว่าตัวเขาเองกับเ้าเด็กคนนี้นั้นต่างก็เป็อีกครึ่งหนึ่งของกันและกันอย่างแน่นอน
“ดินเป็อะไรไปลูกลุกขึ้นมากินข้าวได้แล้วนะเดี๋ยวจะปวดท้องเอาวันนี้พ่อกับแม่จะไปทำงานที่ร้านเฒ่าแก่สงนะลูกมีอะไรก็ไปหาแม่ที่นั่นได้นะดินแล้วก็ฝากดูน้องด้วยนะลูกแต่อย่าพากันไปเที่ยวซนจนได้แผลกลับมาล่ะ..”
เสียงของ‘พิมหรือ พิมพา ชนะเทพ’มารดาของดินสั่งลูกชายคนโตเอาไว้ด้วยความเป็ห่วงบุตรชายทั้งสองโดยไม่ได้สังเกตเห็นท่าทางของลูกชายที่ดูแปลกไปในขณะนี้แม้แต่น้อยสิ้นคำของนางพิมก็ทำให้ดินได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง
“แม่ต้องรีบไปแล้วเดี๋ยวพ่อเ้าจะรอนานแล้วอย่าลืมที่แม่สั่งล่ะ..”นางเอ่ยย้ำอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินออกไปอย่างเร่งรีบ
“ขอรับท่านแม่..”ดินรีบตอบรับนางออกไปด้วยสำนวนภาษาในความทรงจำของเ้าของร่างนี้เมื่อความทรงจำต่างๆถูกเรียบเรียงจนเสร็จสิ้นแล้วตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าตนเองได้ตายและมาเกิดใหม่ในโลกแห่งนี้โดยิญญาได้มาหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกันกับเ้าเด็กดินคนนี้เป็เื่จริงอย่างแน่นอน
เขารีบลุกขึ้นมาส่องดูเงาตัวเองที่หน้าคันฉ่องซึ่งทำจากโลหะทองเหลืองขัดเงาที่คนยุคนี้ใช้มันแทนกระจกเงาด้วยความตื่นเต้นและคาดหวังว่าจะได้เห็นเงาสะท้อนของคนที่งามดั่งเทพในคันฉ่องบานนี้เขาหันซ้ายหันขวาหน้าคันฉ่องก็เห็นว่าหน้าตาของเ้าเด็กดินในโลกนี้ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรแต่มันช่างดูจืดจางเสียจนไม่มีส่วนใดในใบหน้าที่เป็จุดเด่นแม้แต่น้อยดวงตาเล็กแต่ไม่ถึงกับตาตี่จมูกก็พอมีดั้งเพียงเล็กน้อยคิ้วบาง ริมฝีปากบางสีชมพูซีดรูปหน้ากลมบ๊อก มีแก้มนิดหน่อยดินเห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใออกมาอย่างผิดหวังเป็อย่างมากเพราะที่เขาอ่านนิยายมาเกือบจะทุกเื่นั้นตัวเอกจะต้องอยู่ในร่างกายที่มีหน้าตาดีระดับเทพกันทั้งสิ้น
เขาสำรวจเครื่องแต่งกายที่สวมอยู่ตอนนี้ก็เห็นว่าตนนั้นสวมกางกางขายาวทรงกระบอกส่วนเสื้อเป็ประมาณเสื้อเชิ้ตไม่มีปกมีเสื้อคลุมแขนยาวและชายเสื้อเองก็ยาวจนถึงกลางน่องที่สวมทับอยู่ด้านนอกและชิ้นสุดท้ายคือผ้ารัดเอวนั้นเอง
ดินนั้นเป็คนที่ยอมรับอะไรง่ายๆแต่หากต้องอยู่ในร่างนี้ตลอดไปก็คงต้องทำอะไรสักอย่างกับฐานะความเป็อยู่ของครอบครัวใหม่เสียหน่อยชีวิตในโลกที่แล้วตนเองนั้นใช้ชีวิตอยู่ไปแบบวันๆเพราะเขาเป็เด็กกำพร้าที่ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนให้ต้องรับผิดชอบแต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้วพลางมองไปรอบบ้านหลังเล็กโทรมๆแห่งนี้ ที่ดูเหมือนว่าถ้ามีลมพัดแรงๆคงพังถล่มลงมาแน่ๆเขาตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็อยู่ของครอบครัวนี้‘ครอบครัวของเขา’ให้ดีกว่านี้ให้จงได้
หนึ่งเดือนผ่านมาแล้วที่ดินใช้ชีวิตใหม่ในโลกที่ไม่รู้จักซึ่งนับว่าเป็ชีวิตที่ดีมากๆตอนนี้เขานั้นมีครอบครัวที่อบอุ่นแล้วถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไรก็ตามและหลังจากที่ได้เฝ้าดูวิถีชีวิตของคนในโลกนี้ก็ทำให้ได้รู้ว่าโลกในยามนี้นั้นยังเป็ยุคโบราณที่มีกลุ่มคนที่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็ชนชั้นสูงและก็ไม่ได้มีจำนวนมากนักเพราะนอกจากการศึกษาเล่าเรียนแล้วคนที่ฝึกจะต้องมีพลังธรรมชาติไหลเวียนอยู่ในตัวด้วยซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะมีพลังนี้ได้ส่วนคนทั่วๆ ไปหากอยากเรียนก็ทำได้ง่ายๆเพียงแค่ไปสมัครเรียนที่โรงเรียนสอนเวทย์ในเมืองหลวงเท่านั้นแต่ค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียนนั้นสูงมากซึ่งแม้แต่คนที่มีฐานะเป็เศรษฐียังต้องคิดหนักหากจะส่งบุตรหลานเข้าเรียน
ตอนนี้เขากำลังพยายามหาหนทางที่จะทำให้ทุกคนในครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้นซึ่งเื่แรกที่ตนนั้นได้เริ่มทำก็คือการดูแลเื่อาหารการกินอย่างจริงจังทุกคนจะต้องรับอาหารครบ 5หมู่ซึ่งหลักๆแล้วครอบครัวพวกเขานั้นจะขาดสารอาหารพวกโปรตีนเพราะเนื้อสัตว์นั้นหายากและมีราคาแพงมาก
เขาเลยแก้ปัญหาด้วยการให้ทุกคนช่วยกันจับตั๊กแตนจิ้งหรีดและแมลงมากินทดแทนซึ่งมันคือแหล่งโปรตีนที่หาได้ง่ายแต่ไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่จะเกลี่ยกล่อมให้ทุกคนนั้นลองกินมันแต่พอได้ลองกินตั๊กแตนทอดและแมงเม่าคั่วเกลือก็พากันติดใจกันยกใหญ่โดยเฉพาะเ้าน้องชายตัวแสบของตนที่กินไปก็พร่ำพูดว่าอร่อยไม่ขาดปากพูดแล้วก็น่าฟัดแก้มกลมๆยุ้ยๆ ซักฟอดใหญ่ๆ เชียว
“พี่ดินน...นท่านจาปายหนาย~~~?”นึกถึงก็มาเลยเ้าตัวแสบ!‘นัทซึหรือ เด็กชายมนัส ชนะเทพ’เ้าน้องชายตัวเล็กที่มีใบหน้ารูปไข่ตาโตสวย ขนตางอนยาว ปากเป็กระจับจมูกโด่งสวยได้รูปแก้มยุ้ยเป็สีชมพูช่างน่ารักน่าเอ็นดูผิดกับพี่ชายคนนี้อย่างกับหน้ามือกับฝ่าเท้าประมาณนั้นจนเขาอดจะคิดไม่ได้ว่าเ้าเด็กคนนี้อาจจะเป็เด็กที่ถูกท่านพ่อท่านแม่เก็บมาเลี้ยงเสียด้วยซ้ำถ้าพวกท่านไม่นั่งยันนอนยันตีลังกายันว่าเ้านี่เป็น้องชายแท้ๆของเขาจริงๆแสดงว่าความตั้งใจในการทำลูกของท่านพ่อท่านแม่คงไม่เท่ากันสินะลูกสองคนถึงได้แตกต่างกันเสียขนาดนี้มันน่าน้อยใจนัก!
“พี่จะไปดูที่ดินริมแม่น้ำเสียหน่อยแล้วทำไมเ้ายังไม่ไปนอนกลางวันอีกห๊ะ!เ้าตัวยุ่ง..”ดินเอ่ยตอบแล้วอดจะดุน้องชายตัวน้อยเสียไม่ได้แต่ก็ห้ามตัวเองไม่ให้เอามือไปลูบหัวเล็กๆนั้นด้วยความเอ็นดูไม่ได้เช่นกันนี่ก็เลยเวลานอนกลางวันของนัทซึแล้วแต่เ้าตัวแสบยังแอบออกมาวิ่งเล่นอยู่อีกป่านนี้ไม่รู้ว่าท่านแม่จะรู้หรือยังว่าเ้าตัวเล็กได้แอบหนีมาเที่ยวเล่นด้านนอกเสียแล้ว
“ทีท่านพี่ยังไม่เห็นต้องนอนกลางวันเลยทำไมมีแต่ข้าคนเดียวเล่าที่ต้องนอนกลางวันอยู่ผู้เดียวไม่เห็นยุติธรรมเลยไม่ยุติธรรมจิงจิง เฮ้อ~”
ดินมองเ้าน้องชายตัวเองที่พอพูดจบก็ทอดถอนหายใจออกมาเหมือนคนที่เจอปัญหาหนักอกช่างแก่แดดแก่ลมนักเ้าเด็กคนนี้ต้องทำโทษซะหน่อยแล้วววหึ!
“อร๊ายย...ย!ท่านพี่ปล่อยข้าน๊า~อิอิอิ”เขาฟัดแก้มย้วยๆ ของนัทซึไปหลายฟอดใหญ่ด้วยความหมั่นเขี้ยวเด็กอะไรแก้มย้วยน่าฟัดจริงๆ
“พอแล้วท่านนน...พี่หากท่านไม่ปล่อยข้าข้าจะงอนท่านแล้วน๊า..”ดินเลยต้องยอมรามือไปอย่างเสียดายเพราะกลัวน้องชายจะงอนแล้วจะลำบากต้องหาของมาง้ออีกส่วนมากเขาจะทำขนมมาง้อถึงจะยอมหายงอนแต่ติดที่ว่า่นี้ส่วนผสมต่างๆในการทำนั้นขาดแคลนไม่งั้นอย่าคิดว่าพี่ชายคนนี้จะยอมปล่อยแก้มย้วยๆนั่นไปง่ายๆ !
“โอเคพี่ไม่แกล้งเ้าแล้วเ้ารีบกลับไปนอนได้แล้วนัทซึนี่เลยเวลานอนของเ้ามามากแล้วนะเ้าตัวแสบ!”เมื่อก่อนหากเขาพูดว่าโอเคทุกคนจะทำหน้างงกันว่าโอเคคือสิ่งใดแต่ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าหมายถึงอะไรแต่ไม่มีใครยอมพูดตามยกเว้นเ้านัทซึเนี่ยแหละที่จะพูดบ้างในบางครั้ง
“ไม่!ข้าจะไปกับท่านพี่ถ้าท่านไม่ให้ข้าไปข้าจะงอนด้วย..”หน๊อยแหน่~กล้ามาทำหน้าเชิดและแบะปากเหมือนเป็ดใส่เขาด้วยมันน่าบีบปากนั้นนักเชียวแล้วคิดว่าพี่ชายคนนี้จะยอมหรือไงห๊า แน่นอนว่า….
“เ้า!เ้ากล้าขู่ข้าเหรอเ้าตัวดีงั้นก็...จะไปก็รีบตามข้ามาเลยแล้วอย่ามางอแงร้องจะกลับทีหลังล่ะไม่งั้นเ้าจะถูกข้าทำโทษแน่รู้มั้ยห๊ะ?”เฮ้อ~ว่าแล้วไอ้ดินคนนี้ก็ไม่เคยขัดใจเ้าตัวเล็กคนนี้ได้สักครั้งสินะส่วนพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำที่ดิน้าจะไปสำรวจในวันนี้นั้นไม่ได้อยู่ห่างจากบ้านของเขาสักเท่าไหร่น่าจะประมาณสองสามร้อยเมตรเห็นจะได้
ั้แ่ที่ตนมาอยู่ที่โลกใบนี้ก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้เมื่อรู้ว่าคนในโลกนี้นั้นไม่มีใครรู้จักทำการเกษตรกันเลยการปลูกพืชของคนที่นี่ก็คือการเอาเมล็ดพันธุ์ไปหว่านทิ้งไว้ตามยถากรรมไม่มีการเตรียมพื้นที่หรือแม้แต่รดน้ำให้พืชที่ปลูกเ่าั้เลยจึงทำให้พวกมันไม่งอกหรืองอกก็ไม่โตพอเมื่อได้ผลลัพธ์เป็เช่นนั้นแล้วก็จึงพากันเลิกปลูกไปในที่สุด
ยิ่งการเลี้ยงสัตว์นั้นไม่มีเลยส่วนเหตุผลที่เขานั้นได้จากคำบอกเล่าของท่านพ่อมาก็คือว่า‘แค่อาหารที่จะกินเองก็ยังไม่มีแล้วจะเอาอาหารที่ไหนให้สัตว์ที่เลี้ยงกินเล่า’หรือแม้แต่การสร้างอุปกรณ์จับปลาก็ไม่มีเลยจึงเป็เหตุผลว่าทำไมที่พวกเขาที่แม้จะมีบ้านอยู่ใกล้กับแม่น้ำถึงเพียงนี้แต่กลับไม่มีปลาให้กินกันสักตัว!ส่วนเหตุที่ตัวเขาต้องมาสำรวจพื้นที่ในวันนี้นั้นก็เพราะวางแผนไว้ว่าจะทำนาและปลูกผักไว้กินเองในครอบครัวซึ่งหากมีมากจนเหลือก็จะได้นำไปขายหรือแลกเปลี่ยนเป็อย่างอื่นซึ่งที่โลกนี้นั้นนอกจากจะใช้เงินซื้อของที่้าได้แล้วเราก็ยังสามารถนำสิ่งของมาแลกเปลี่ยนตามที่ตกลงกันได้อีกด้วย
ดินอุ้มน้องชายตัวเล็กที่ร้องจะตามมาด้วยในทีแรกมาบัดนี้ได้หลับในอ้อมกอดของพี่ชายเป็ที่เรียบร้อยแล้วซึ่งหลังจากที่ออกเดินไปได้เพียงไม่ไกลเ้าตัวเล็กก็อ้อนให้ตนนั้นอุ้มแล้วก็หลับไปก่อนที่มาถึงที่หมายเสียด้วยซ้ำเฮ้อ~เด็กหนอเด็กดินก้มมองน้องชายตัวเล็กแล้วอดที่จะก้มลงไปหอมแก้มเสียไม่ได้และหลังจากแอบหอมแก้มน้องชายจนพอใจแล้วก็ถึงได้เริ่มเดินสำรวจพื้นที่รอบๆริมแม่น้ำเพื่อหาทำเลในการทำนาข้าวและปลูกผักเสียที
ในที่เขาก็ได้พบพื้นที่ที่้าแล้วแต่ก็เห็นถึงอุปสรรคแรกแล้วเช่นกันนั่นก็คือการปรับพื้นที่ในการทำนาข้าวนั่นเองหากเป็ที่โลกก่อนคงจะไปจ้างรถไถมาปรับพื้นที่แต่ที่โลกแห่งนี้คงต้องหาวัวควายมาช่วยไถส่วนปัญหาคือครอบครัวเขาไม่มีวัวหรือควายน่ะสิและเท่าที่สังเกตก็ไม่เห็นว่ามีใครเลี้ยงพวกมันด้วยเช่นกัน
คนที่นี่นั้นได้ฝากชีวิตและปากท้องไว้กับป่าผืนใหญ่ของเมืองเพียงแห่งเดียวถึงได้ลำบากและอดอยากกันถ้วนหน้าอย่างนี้นี่ไงทั้งๆที่คนส่วนมากนั้นไม่มีป้ายศิลาเวทย์เพื่อเข้าไปในป่าแท้ๆแต่กลับไม่มีใครคิดริเริ่มทดลองการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์อย่างจริงจังกันสักคนบางทีอาจจะเป็เหมือนที่โบราณเขาว่าเส้นผมบังูเาล่ะมั้งด้วยเหตุผลนี้เช่นกันที่ทำให้ตนนั้นคิดว่าจะปลูกผักและเลี้ยงสัตว์เหมือนในโลกก่อนทั้งเพื่อพวกเขาเองจะได้มีอาหารกินกันภายในบ้านและทั้งยังเป็ตัวอย่างนำร่องให้คนอื่นๆได้ทำตามอีกด้วยส่วนในวันนี้ตัวเขาคงต้องกลับไปปรึกษากับท่านพ่อเสียก่อนว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี
หลายสัปดาห์ผ่านไปแล้วดินก็ยังไม่สามารถหาทางออกในการปรับพื้นที่ในการทำนาได้แต่ตนนั้นก็ไม่ได้ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์เขาเริ่มทำในส่วนที่สามารถทำได้ก่อนนั่นคือการปลูกผักต่างๆเท่าที่จะหาพันธุ์มาปลูกได้เพราะการปลูกผักนั้นตนกับท่านพ่อสามารถช่วยกันยกร่องแปลงปลูกผักกันเองได้โดยไม่ลำบากเท่าไหร่นัก
ตอนนี้รอบๆบริเวณริมแม่น้ำนั้นเต็มไปด้วยแปลงผักนานาชนิดที่เริ่มแตกยอดอ่อนออกมาให้คนปลูกมันได้ชื่นใจ
“ท่านพ่อขอรับข้ารดน้ำแปลงผักทางนี้เสร็จแล้วท่านหยุดพักก่อนเถอะเดี๋ยวที่เหลือข้าจะจัดการเองเฮ้อ~ท่านพ่อนี่น๊าข้าบอกว่าจะทำเองก็ยอมไม่ฟังคนแก่เหมือนท่านนี่ดื้อเหมือนกันหมดทุกคนหรือเปล่านะอ่อ...ข้าว่าจะทักท่านหลายรอบแล้วว่าเวลาท่านยิ้มน่ะรอยตีนกามันเยอะมากเลยนะขอรับ..”ดินเอ่ยแซว‘มั่นหรือ มั่นคง ชนะเทพ’ผู้เป็บิดาที่กำลังง่วนอยู่กับการรดน้ำแปลงผักอยู่อีกฝั่งหนึ่งด้วยสีหน้าทะเล้น
จริงๆแล้วบิดาของเขาไม่ได้ดูแก่เลยสักนิดออกจะดูยังหนุ่มยังแน่นกว่าอายุจริงเสียอีกถึงแม้ตอนนี้บิดานั้นจะล่วงเข้าสู่วัย40ปีแล้วก็ตามแต่ไม่อยากจะบอกว่าบิดาของเขาหล่อเหลาเอามากๆนอกจากจะหน้าคมเข้มรูปร่างที่สูงใหญ่สมชายชาตรียังมีมัดกล้ามแน่นๆ แบบคนทำงานหนักแต่อาจจะผอมไปเสียหน่อยเนื่องจากอาหารการกินที่ไม่ค่อยดีนักหากมื้อไหนมีอาหารดีๆให้กินนั้นบิดาของตนมักจะแสร้งทำเป็ว่าไม่ชอบอาหารพวกนั้นอยู่เสมอเพื่อที่จะให้ลูกๆกับภรรยาได้กินมากขึ้นครอบครัวเขานี้ช่างโชคดีจริงๆที่มีหัวหน้าครอบครัวแบบท่าน
ส่วนมารดาของตนปีนี้อายุ37ปีแล้วท่านไม่ได้เป็หญิงงามแต่อย่างใดออกจะดูธรรมดาๆ เสียด้วยซ้ำไปแต่บิดาบอกว่ามารดาของเขานั้นสวยที่สุดในสายตาตนเองต่อให้เลือกใหม่อีกกี่ร้อยครั้งก็ยังที่จะเลือกที่จะครองรักกับมารดาของเขาเช่นเดิมได้ฟังอย่างอย่างนั้นมารดาก็หน้าแดงแปร๊ดแล้วหนีเข้าห้องไปเลยส่วนบิดาก็รีบตามท่านเข้าห้องไปติดๆแถมยังรีบปิดประตูลงกลอนเสียสนิทแล้วหายไปอยู่ด้วยกันในห้องเสียพักใหญ่เขาอยากรู้จริงๆว่าท่านทั้งสองเข้าไปทำอะไรกันห๊ะ!นี่เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าอีกไม่นานตนอาจจะมีน้องเพิ่มขึ้นมาอีกคนสองคนแน่ๆอิอิอิ
“เดี๋ยวข้าตีปากแตกเลยรู้มั้ยคำว่าแก่มันหยาบคายมากตีนกาที่เ้าว่าน่ะเขาเรียกว่าร่องรอยประสบการณ์เฟ้ยเ้าลูกโง่!!”นายมั่นชี้หน้าไอ้ลูกชายตัวดีที่บังอาจมากล่าวหาว่าตนแก่มันจริงที่ไหนฟ๊ะ!ไม่เชื่อถามมารดาเ้าดูสิ!
“ท่านพ่อล่ะก็...ข้าพูดเื่จริงทำไมต้องโมโหด้วยเล่า~~อิอิอิว่าแต่ท่านพ่อขอรับถ้าเราสามารถจับปลาไปขายได้จะมีคนซื้อหรือเปล่าขอรับ..”เขาว่าแล้วก็พลางก้มตัวลงไปตักน้ำในแม่น้ำเพื่อนำมารดต้นไม้ในแปลงที่เหลือไปด้วย
“ขายน่ะขายได้อยู่หรอกแต่เ้าจะจับมันอย่างไรเล่าแม่น้ำสายนี้ลึกยิ่งนักมองไม่เห็นตัวปลาด้วยซ้ำไปแล้วเราจะจับมันอย่างไรล่ะเฮ้อ~”บิดาเขาพูดจบก็ถอนหายใจไปเฮือกใหญ่
อย่างที่รู้กันว่าโลกนี้นั้นยังไม่มีอุปกรณ์ในการจับปลาหาก้าจะจับปลาคนที่นี่จะใช้วิธีเอาไม้ปลายแหลมมาทำเป็เหมือนฉมวกแล้วจึงเลือกบริเวณที่น้ำตื้นเพื่อที่จะได้มองเห็นตัวปลาและง่ายในการจับปลานั่นเองไม่ได้มีแหหรืออวนอย่างในโลกก่อนฉะนั้นนายดินแดนคนนี้เนี่ยแหละที่จะเป็บิดาในการให้กำเนิดอุปกรณ์จับปลาเองว่ะฮ่าฮ่าฮ่า~~
นายมั่นมองเห็นท่าทางของลูกชายคนโตแล้วอดที่ส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมแปลกประหลาดเสียไม่ได้ที่อยู่ๆก็ทำหน้าทำตาเหมือนตัวร้ายที่กำลังวางแผนคิดจะยึดครองโลกเสียอย่างนั้นแหละเพี้ยนเสียจริงเ้าลูกคนนี้
“ทำหน้าทำตาอันใดของเ้าไอ้ลูกคนนี้นับวันยิ่งเพี้ยนใหญ่แล้วนะเ้าน่ะอ่อ...แต่ถึงเ้าจะสามารถจับปลาพวกนี้ขึ้นมาได้ก็คงขายไม่ได้ราคาเท่าไหร่หรอกดินเอ๊ย!เพราะคนเขาไม่ค่อยนิยมกินปลากันหรอกนะ”อ้าว~เมื่อครู่นี้ท่านพ่อยังให้ความหวังข้าอยู่เลยนะมาตอนนี้ท่านกลับมาดับความหวังข้าซะงั้นได้ล่ะ
“ทำไมเล่าท่านพ่อเนื้อปลารสชาติออกจะอร่อยนะขอรับเอามาทำต้มยำ ต้มโคล้งปลาทอดราดน้ำปลา แกงส้มแป๊ะซะก็อร่อยแถมยังบำรุงสมองอีกต่างหากนะท่านพ่อ..”ดินเผลอตัวร่ายชื่อเมนูปลาที่ตัวเองชอบในโลกก่อนออกมา
“ชื่ออาหารอะไรของเ้ากันข้าไม่ยักจะเคยได้ยินมาก่อน”
“โธ่...ท่านพ่อจะเคยได้ยินชื่อมันได้อย่างไรก็ในมันเป็อาหารที่ข้านั้นคิดสูตรขึ้นมาเองอย่างไรล่ะฮิฮิฮิ~”เขาแก้ตัวพลางหัวเราะแห้งๆเพื่อกลบเกลื่อน แล้วแอบเหงื่อตกเล็กๆกับการต้องควานหาเหตุผลมาแถไปให้รอดตัว
นายมั่นหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อบุตรชายเท่าใดนักแต่ก็คร้านจะคาดคั้นอะไรด้วยมองว่าหาสาระใดๆกับเื่นี้ไม่ได้
“หืม...ข้าเพิ่งรู้นะว่าบุตรชายข้าเก่งกาจเื่การทำอาหารจนถึงกับสามารถคิดสูตรอาหารใหม่ขึ้นมาเองได้ต่อไปหากเ้าออกเรือนมีสามีข้าก็จะได้เบาใจเื่อาหารการกินอยู่ของสามีเ้าแล้วฮ่าฮ่าฮ่า..”นายมั่นหัวเราะสะใจที่แกล้งแหย่บุตรชายให้ทำหน้าใได้
“ส...สามีอันใดกันเล่าท่านพ่อข...ข้าไม่พูดกับท่านแล้วท่านน่ะชอบแกล้งข้า..”ดินหน้าแดงแปร๊ดบิดาพูดเหมือนรู้ว่าตนนั้นชอบผู้ชายไม่ได้ชอบผู้หญิงอย่างที่ควรจะเป็ทำให้เขาต้องแสร้งทำเป็งอนบิดากลบเกลื่อนความจริงตัวเขาเองนั้นเริ่มรู้ตัวมาั้แ่ที่เริ่มเข้ามัธยมต้นแล้วแต่ตนนั้นก็ไม่แสดงออกอะไรให้ใครได้รู้
แล้วอยากจะบอกว่าทั้งชีวิตที่ผ่านมาตัวเขานั้นไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลยสักคนแถมยังเวอร์จินที่แม้แต่จูบก็ยังไม่เคยััมันเลยสักครั้งเป็เื่น่าอดสูมากสำหรับคนที่มีอายุย่างเข้าสามสิบกว่าแล้วแต่ขอบอกว่าภาคทฤษฎีนั้นเขาจัดว่าเป็ระดับชั้นปรมาจารย์เลยทีเดียวหนังแผ่นจีวีนั้นเป็ของสะสมของตนเลยล่ะหากถามหาเื่ไหนรับรองเขานั้นต้องมีมันแน่นอน
การเป็เด็กกำพร้านั้นทำให้ดินไม่ศรัทธาเื่ความรักแม้แต่น้อยจึงทำให้ไม่เคยคิดถึงเื่การมีคนรักมาก่อนแต่เขานั้นจะไม่จะยอมพลาดโอกาสของชีวิตที่เหลือในโลกแห่งนี้อย่างเด็ดขาดในที่สุดวันนี้เขาก็ได้ค้นเจอภารกิจอีกหนึ่งอย่างที่ต้องรีบทำอย่างเร่งด่วนเช่นกันนั้นก็คือการหาสามีหล่อมาดแมนมาเป็ของตัวเองให้ได้ว่ะฮ่าฮ่าฮ่า~
คิดแล้วดินก็พยายามข่มอาการหอบหื่นที่กำเริบขึ้นมากระทันหันด้วยการทำจมูกบานๆเพื่อที่จะได้สูดลมหายใจเข้าปอดได้มากขึ้นนั่นเอง=.,=