39 – ความแตกต่าง
ช่วงปิดเทอมหน้าร้อนที่ผ่านมาพริสทีนเล่าเรื่องลูเธียนให้พวกลีลีน่าฟังทำให้พวกเขาต้องส่งรายงานไปให้หัวหน้าของเหล่าเอลฟ์หรือก็คือพ่อของสเตลล่า
ถ้าเป็นไปได้ทั้ง 3ก็ไม่อยากฟ้องแต่มันเป็นหน้าที่ และเป็นห่วงองค์หญิงตัวน้อยของพวกตน
ช่วงเดินทางกลับมาโรงเรียนพริสทีนเองก็ได้แต่ภาวนาว่าขอให้ไม่มีปัญหาตามมา
นี่ขนาดแค่ดูใจกันยังหวงขนาดนี้...
ถ้าคบกันจะหวงขนาดไหน?
“เฮ้อ...” แค่คิดก็อดถอนหายใจไม่ได้
“เป็นอะไรไปเหรอพริสทีน?”
“อ๊ะ เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ” รีบตอบเอลฟ์สาวไป
ขณะนี้พวกตนกำลังเดินกลับห้องหลังเรียนวิชา [การเป็นเลดี้ที่ดี]ส่วนนักเรียนชายยังคงเรียน [การเป็นสุภาพบุรุษที่ดี] อยู่
แม้จะเรียนมาตลอด 2ปีก็รู้สึกได้ว่าไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ ส่วนพวกผู้ชายออกมาก็จะบ่นแทบตลอดเวลาคนไม่บ่นมีแค่เดฟไกส์ เจตต์และลูเธียน สามคนนี้เท่านั้น
น่าแปลก ขนาดชิอินะยังบ่นแถมทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะล่มสลายซะจนอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“นี่สเตลล่า...” มาริอาเดินมาใกล้ๆ “สเตลล่า...กำลังคบกับลูเธียนแล้วใช่มั้ยคะ...”
“ค คบ!? ป เปล่าค่ะ ยังไม่ได้คบ!!!”รีบปฏิเสธหน้าแดงก่ำ
สิ่งที่มาริอาพูดทำเอาสเตลล่ากลับมาย้อนคิดอีกครั้งหนึ่งหลายคนรู้กันดีว่าทั้งสองเผ่านั้นไม่ถูกกันมานานหลายร้อยปีการจะยินดียินยอมให้คบกันนั้นค่อนข้างแปลกในสายตาของคนอื่น
[ดาร์คเอลฟ์] นั้นมีผิวสีแทนผมออกไปทางสีขาว สามารถทานได้ทั้งเนื้อและผัก ชื่นชอบการต่อสู้
[ไลท์เอลฟ์] หรือเอลฟ์ปกติทั่วไปนั้นมีผิวขาวผมบลอนด์ทอง สามารถทานได้แค่ผัก ต่อสู้ได้แต่ชอบอยู่อย่างสงบเสียมากกว่า
ทั้งสองเผ่าเหมือนกันคือเรื่องการนับถือผืนป่าและท่านไลแคนสีครามเหมือนพระเจ้าอีกองค์ของตน
ความแตกต่างนี้ยิ่งไม่กล้ายอมตกลงรับรักลูเธียน แต่ยากจะปฏิเสธใจตัวเองได้ว่าใจเต้นกับอีกฝ่ายมากแค่ไหน
ทั้งตอนเข้ามาคุย...
อยู่ข้างกาย...
คอยหาของหาขนมมาฝาก...
คอยชวนคุยเรื่องต่างๆที่มีความสนใจคล้ายกัน...
ความกลัวในใจจาก [ความต่าง] ยิ่งมีแต่มากขึ้น
ตอนนี้เธอโตมากพอจะเรียนรู้และอยากมีความรักเหมือนหนุ่มสาวทั่วไปในเมืองแต่เธอเป็นเอลฟ์ธรรมดาไม่มีชนชั้นฐานะ สามารถเข้ามาเรียนที่นี่ได้ก็เพราะพริสทีน
อีกหนึ่งเรื่องที่ต้องย้ำเตือนคือที่นี่คือโรงเรียนของชนชั้นสูง
ลูเธียนเป็นชนชั้นสูง
ส่วนเธอเป็นแค่เอลฟ์ธรรมดาๆ
แค่คิดยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้หนักกว่าเดิม
“.....ท่านมาริอาคะ ท่านชอบไลรอนใช่ไหมคะ?”
“ไม่ได้ชอบ...” หันไปมองแล้วยิ้มบางให้เธอ“รักต่างหากล่ะ”
“......ท่านกับไลรอนตอนนี้ฐานะแตกต่างกัน...ท่านไม่กลัวเลยเหรอคะ... แบบว่า ฐานะแตกต่างกันในสายตาของคนอื่นน่ะมัน...”
“สเตลล่า...”พริสทีนเห็นเพื่อนยืนนิ่งเงียบไปไม่เดินต่อ ไม่เคยเห็นเพื่อนเป็นแบบนี้มาก่อน
มาริอาเองก็เห็นว่าแปลกที่จู่ๆก็ถามตนมาแบบนี้แต่คำตอบก็คงมีอยู่แค่อย่างเดียวในเรื่องนี้...
“ก็ไม่เห็นต้องสนใจนี่?”
“...คะ?”
“ก็อย่างที่บอกนั่นแหล่ะไม่ต้องไปสนใจสายตาพวกนั้นหรอก... พวกเขาก็แค่อิจฉาเท่านั้นแหล่ะ...ข้ารู้ว่าคำว่า ‘รัก’ ของข้าสร้างปัญหาให้ไลรอน... แต่มันรักไปแล้วมันยากที่จะถอนตัวกลับไปได้ ถึงฐานะจะต่างกันแล้วมันยังไงล่ะ?ชนชั้นสูงเดิมทีก็ไม่ใช่คนธรรมดาๆมาก่อนที่จะมีฐานะเหรอ? ราชวงศ์ข้าด้วยก่อนหน้าจะกลายเป็นราชวงศ์ก็เป็นคนธรรมดาๆคนหนึ่ง อ๊ะ.. ไม่สิปลาธรรมดาๆเท่านั้นแหล่ะ ก็นั่นแหล่ะเพราะงั้นข้าไม่สนใจหรอกนะว่าฐานะแตกต่างกันแล้วจะรักไม่ได้... การปฏิเสธหัวใจตัวเองบอกว่าไม่รักแล้วต้องไปแต่งงานกับคนอื่นน่ะมันทรมานนะสเตลล่าเองก์คิดเหมือนกันใช่มั้ย... เพราะงั้นซื่อตรงกับใจตัวเองไปเลย”
ความคิดสมกับเป็นองค์หญิงหรือสมกับเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มุ่งมั่นในความรักของตนอย่างแรงกล้าไม่ว่าจะดูมุมไหนก็สวยงาม
เธอก็อยากมีหัวใจเข้มแข็งกล้าเผชิญหน้ากับความแตกต่างของฐานะเช่นกัน
“ข้าจะซื่อตรงกับใจตัวเองค่ะ” เพื่อบอกว่ารักเขาได้เต็มปาก...
พริสทีนฟังบทสนทนาของทั้งคู่นอกจากจะมีเรื่องให้ตนได้คิดยังมีเรื่องให้เครียดได้อีก
อา....เมื่อไหร่จะได้พักจากเรื่องน่าปวดหัวนี่ซะทีนะ..
เพราะตนดันไปรูตัวจริงของลูเธียนจากการใช้ [ตรวจสอบ]หาคนโดนคำสาปเมื่อครั้งก่อนเข้า
จะบอกไปดีไหมนะ?
หรือจะเก็บไว้ให้รู้เองดี?
>ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ขอเสนอคำตอบที่ 2ให้เป็นทางเลือกของท่าน
ขอบคุณที่ช่วยตอบนะไนกี... เฮ้อออออออ ถอนหายใจ
•
“คิดดูดีๆอีกครั้งหนึ่งเถอะครับท่านลูเธียน!!”
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่”
ปฏิเสธพวกดาร์คเอลฟ์คนอื่นที่เข้ามาคุยกับเขาตลอดการเรียนหรือตอนเลิกเรียนก็ตามทีพยายามย้ำเตือนว่าเขานั้นเป็น [ดาร์คเอลฟ์]อย่าหวังไปยุ่งกับพวกเอลฟ์ธรรมดาอย่างสเตลล่าขนาดกลับมาห้องเรียนก่อนก็ยังตามมาย้ำไม่หยุด
“พวกเราจะไม่ยุ่งกับท่านด้วยซ้ำหากท่านเลือกคนที่ท่านคิดจะคบด้วยถึงนางจะเป็นคนสนิทของเลดี้พริสทีน แต่นางก็เป็นแค่เอลฟ์ชาวบ้านแถมยังโดนขับไล่อีกนะครับ”
“ใช่ครับ อีกอย่างเราได้รับมอบหมายให้มาเรียนที่นี่เพราะตามหาองค์หญิงของ[ไลท์เอลฟ์] คนนั้นนะครับ”
“ข้าไม่สน ยัยองค์หญิงนั่นอาจจะตายไปแล้วก็ได้ถึงตาแก่นั่นจะบอกว่ายังมีชีวิตอยู่ก็เถอะข้าก็ไม่สนใจหรอก”นั่งท้าวคางมองออกไปนอกหน้าต่าง “ข้าสนแค่นาง...”
ตั้งแต่วันแรกของการเข้าโรงเรียนที่ไม่ใช่โรงเรียนเฉพาะของเอลฟ์เขามีความคิดว่ามันงี่เง่ากับการต้องมาตามองค์หญิงของฝั่งไลท์เอลฟี่ว่านั่น
ไม่เคยเห็น
ไม่เคยเจอหน้า
ไม่มีร่องรอยอะไรให้ตามหาด้วยซ้ำ
ดูยังไงก็น่าจะตายแล้ว ทำไมต้องมาเสียเวลาตามหาให้ยุ่งยาก?
แถมตนต้องมาเรียนในเมืองของมนุษย์ยิ่งทำเอาเซ็งหนักกว่าเดิมถึงจะเป็นพันธมิตรกับดินแดนของดาร์คเอลฟ์แต่ขึ้นว่าเป็นมนุษย์ก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย
คิดที่จะกลับหลังจากเดินทางมาถึงจนได้ยินว่ามีเทพธิดาผมสีเงินเข้ามาเรียนที่นี่เลยรอยืนดูก่อนจะกลับ
จนไปสบตาเข้ากับไลท์เอลฟ์ตนหนึ่งเข้า...
ซึ่งอีกฝ่ายก็คือสเตลล่านั่นเอง
หลังจากสืบหาข้อมูลอีกฝ่ายมาจากหมู่บ้านของผู้ถูกขับไล่ทั้งที่เป็นไลท์เอลฟ์ธรรมดาสามัญ แต่กลับมีออร่าของผู้ดี น่ารักต่างจากพวกดาร์คเอลฟ์สาวทั่วไป
ในขณะที่พวกคนติดตามสนใจพริสทีนส่วนเขากลับสนใจเธอ ต้องหาโอกาสเฝ้ามองแทบทุกครั้ง
ถึงมันจะขัดกับ ‘ฐานะ’ แท้จริงของเขาก็ไม่สนใจ
ก็หลงเสน่ห์เจ้าหล่อนไปแล้วจะให้เขาทำยังไง?
แต่นอกจากปัญหาเรื่องฐานะแล้วยังมีอีกหนึ่งเรื่อง
จะผ่านพริสทีนได้ยังไง?
แค่คิดถึงวิชาต่อสู้หรือเวทย์แต่ละอย่างของเจ้าหล่อนก็อดไม่ไหวต้องถอนหายใจดูยังไงก็ไม่มีทางรอดตายแน่ๆ!! หรือเขาจะอ้างฐานะตัวเองดี?แต่ดูยังไงเจ้าหล่อนก็น่าจะรู้แล้ว
“ให้ตายสิ... ทำไงดีนะ...”
“ท่านลูเธียน มีแขกต้องการมาพบท่านครับ”
“แขก? ใคร...?”
“พวกไลท์เอลฟ์น่ะครับเห็นว่าเป็นผู้ปกครองของ....”
•
จนช่วงเลิกเรียนพริสทีนไปคุยธุระสำคัญคนอื่นๆเองก็ไปทำธุระส่วนตัวหรืออยู่บ้านพักเพื่อทำการบ้านแทน ในโรงเรียนตอนนี้เหลือแค่สเตลล่าที่ยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุดจนค่ำมืดและโดนอาจารย์สั่งให้กลับเพราะจะปิดห้องสมุด
ถ้าเป็นทุกทีลูเธียนจะมานั่งฟังนั่งคุยและเป็นคนคอยเตือนเรื่องเวลาแต่วันนี้ดาร์คเอลฟ์หนุ่มไม่อยู่เลยนั่งอ่านเพลิน
“แย่ล่ะสิ โดนไลรอนกับชิอินะดุแน่เลย...”กึ่งวิ่งกึ่งเดินตามโถงทางเดิน
แต่จู่ๆ...กลับรู้สึกเหมือนว่าหลงทางซะงั้น
“เอ๊ะ ทุกทีต้องไปทางนี้นี่นา...” ตรงไปทางคุ้นเคย
หากเดินผ่านไปก็จะออกจากโรงเรียนได้แล้วกลับวกมาอยู่ที่เดิม สุดท้ายก็เดินไปเรื่อยๆ...
จนไปได้ยินเสียงพูดคุยกันจากห้องรับรองสำหรับแขกหรือผู้ปกครองมาเยี่ยมบุตร
พยายามเดินไปจากตรงนั้นแต่ก็ต้องชะงักเท้าไว้เมื่อเสียงนั่นฟังดูคุ้นเคย 1 ในเสียงนั่นคือเสียงของคนสนิท...
‘อย่างที่พวกเราอธิบายไปเลิกมายุ่งกับคุณหนูของพวกเราซะเถอะค่ะ’
...เสียงของลีลีน่านี่นา ทำไมถึงอยู่ในโรงเรียนนี่ล่ะ?...
‘ข้าขอปฏิเสธ ถ้าเจ้ามาเพียงแค่ย้ำเรื่องนี้ข้าขอเสนอให้เจ้ากลับไปซะ’
...อีกเสียงนั่น..ลูเธียนนี่นา...?
ทั้งที่ไม่ควร แต่ก็มีความอยากรู้อยากเห็นขยับเข้าไปฟังบทสนทนาของคนในห้อง
“ท่านลูเธียนข้ารู้ว่าท่านต้องการอะไรจากเผ่าไลท์เอลฟ์แต่สิ่งที่ท่านต้องการไม่เกี่ยวกับคุณหนูของพวกเราคุณหนูสเตลล่าน่ะมองโลกในแง่ดีเกินไป ไม่สมกับดาร์คเอลฟ์อย่างท่านหรอกค่ะ”
“เหมาะสมไม่เหมาะสมข้าไม่สน ไลท์เอลฟ์อย่างเจ้าไม่มีสิทธิ์มาบังคับข้า”
“ข้าไม่ได้บังคับ ข้าขอร้อง”
“....เจ้าจะหาว่าข้าใจร้ายหรือด่าทอข้าในฐานะดาร์คเอลฟ์จอมวายร้ายที่พวกเจ้าเรียกก็ได้แต่ยังไงข้าก็ขอปฏิเสธ”
“...เรียกได้ว่าดื้อด้านสมเป็นดาร์คเอลฟ์เสียด้วยซ้ำ”
“ก็นะ”
“...งั้นข้าขอถามอีกสองเรื่อง ....ทำไมถึงต้องสนใจคุณหนูสเตลล่าด้วยคะ ท่านเป็นถึงองค์ชายของดาร์คเอลฟ์คุณหนูของพวกเราน่ะไม่สมฐานะของท่านด้วยซ้ำ...”
เมื่อลีลีน่าพูดจบเอลฟ์สาวที่แอบฟังอยู่ถึงกับยืนนิ่ง
เรื่องเครียดเมื่อเช้าย้อนกลับมา ความต่างระหว่างฐานะของเธอกับลูเธียนครั้งนี้เหมือนกับของมาริอาไม่มีผิด
คนหนึ่งเป็นชาวบ้าน อีกคนเป็นเชื้อพระวงศ์
แต่ถึงอย่างนั้น...
“ไม่น่าจะถาม เจ้าเองก็น่าจะรู้ว่านางน่ะน่ารักนอกจากน่ารักก็ยังสดใสอีก ต่างจากพวกดาร์คเอลฟ์ที่ส่วนใหญ่ชอบโปรยเสน่ห์เกินวัยส่วนไ-อเรื่ององค์ชายไรนั่นช่างมันเหอะ ข้าไม่ใช่ลูกคนเดียวของตาแก่นั่นซะหน่อยส่วนยัยงค์หญิงที่ได้รับพรแล้วพวกคนอื่นตามหามานั่นข้าไม่สนใจซักนิดเดียวที่สำคัญ....ข้าคิดว่าหลายคนคงไปสนใจการมีตัวตนของพริสทีนเสียมากกว่า จริงไหม?”
“......จะว่าไปก็จริงแฮะ” ลีลีน่าคิดดูดีๆหลังๆเรื่องราวของพริสทีนเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นเริ่มมีคนหมายหัวมากกว่าคุณหนูของตนเสียอีก
ส่วนคนแอบฟังอยู่มีเขินกับคำชมอย่างหนัก
ตอนอยู่ด้วยกันไม่เคยชมตรงๆขนาดนี้
“เห็นมั้ย ไม่ต้องกังวลซักนิด”
“งั้นเรื่องสุดท้าย... ถ้าเกิดคุณหนูสเตลล่าคือองค์หญิงคนนั้นขึ้นมาจะเป็นยังไง?”
“...หมายความว่ายังไง?”
“ข้าแค่ลองถาม ว่าไงล่ะ?”
ท่าทางของลีลีน่าที่ยังคงนิ่งไม่มีทีท่าจะแสดงความผิดปกติออกมาแม้แต่น้อย คำถามนี้เหมือนลองใจกัน...
“ถ้าเกิดว่านางเป็นองค์หญิงคนนั้นงั้นเหรอ....นั่นสินะ...” ครุ่นคิดอย่างหนักก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ “ไม่รู้หรอกนะว่าเรื่องจริงหรือปลอมข้าก็จะปกป้องนางให้ถึงที่สุด ไ-อพวกหวังพลังหรือนางน่ะ...อย่าหวังว่าพวกมันจะรอดจากข้า...”
รอยยิ้มนั่นทำเอาลีลีน่าแอบขนลุกมันค่อนข้างจะคล้ายกับเจ้านายตนมากเกินไป คำตอบของลูเธียนทำให้ค่อนข้างใจชื้นขึ้น
แต่ก็ยังไว้ใจไม่ได้...
“ข้าจะยอมถอย...แค่ตอนนี้เท่านั้น” ลุกขึ้นยืน“ถ้าหากเห็นว่าท่านไม่ได้ทำตามที่พูดล่ะก็....ข้าอาจจะมีขอร้องคนที่เจ้ารู้ว่าคือใครจัดการแน่...ฮิๆ”
“......ข ข้าพอเดาได้แล้ว เอาเป็นรอดูเถอะ”
“จะรอดูค่ะ” คลี่ยิ้มบางให้ เดินออกจากห้องรับร้องสเตลล่ารีบวิ่งไปซ่อนที่อื่นก่อนลีลีน่าเห็นหลังเจ้าหล่อนกลับไปลูเธียนค่อยเดินออกมา
“ให้ตายสิ วันนี้วุ่นวายซะจริง...”
“ลูเธียนคะ...”
“!!” ดาร์คเอลฟ์หนุ่มถึงกับสะดุ้งหันไปมองตามเสียง“ส สเตลล่า เจ้ามาทำอะไรที่นี่... นี่มันเริ่มค่ำแล้วนะ”
“อ่านหนังสือเพลินน่ะค่ะ” เดินมาหา
“งั้นเหรอ........เจ้า ได้ยินรึเปล่าที่คุยเมื่อกี้” พอเห็นเธอพยักหน้ายิ่งกุมขมับ ใบหน้าเริ่มแดงก่ำ หากได้ยินทั้งหมดก็ต้องได้ยินที่เขาพูดนั่นด้วย “อา.. ให้ตายสิ...”
“ขอโทษแทนลีลีน่าด้วยนะคะนาง...ค่อนข้างห่วงข้าน่ะค่ะ”
“มีคนเป็นห่วงแบบนี้ดีแล้วล่ะดีกว่าไม่เป็นห่วงอะไรเลย”
“นั่นสินะคะ แล้วก็... ขอบคุณนะคะท่านลูเธียน”
“ขอบคุณ? ขอบคุณอะไร”
“ขอบคุณ... ที่บอกว่าจะปกป้องข้า....แล้วก็คำตอบ..ข้า.. ยินดีมากเลย...”
สิ้นคำ ต่างฝ่ายต่างเงียบลูเธียนติดสตั๊นไปเล็กน้อย ใบหน้าเริ่มแดงก่ำจนควันขึ้นลังเลแต่ก็เดินมาจับมืออีกฝ่าย กุมแน่น กลั้นรอยยิ้มเอาไว้ไม่ไหว
“ขอบคุณนะ...”
“หลังจากนี้...ฝากตัวด้วยนะคะ”
ยืนยิ้มเขินอายกันอยู่ตรงนั้นจนดาร์คเอลฟ์หนุ่มพาสเตลล่าไปส่งที่บ้านพักเมื่อกลับไปถึงต่างฝ่ายต่างตรงเข้าห้อง กรีดร้องไร้เสียงด้วยความอาย ไม่เคยอายและตื่นเต้นหนักขนาดนี้มาก่อน
โดยไม่รู้ว่ามีคนแอบมองพวกเขาตลอดเวลา
.
.
.
.
.
.
“จบไปอีกเรื่องแล้วสินะ...”
พริสทีนนั่งมอง [กระจกเฝ้ามอง] ที่สร้างสดๆร้อนๆวันนี้กำลังฉายภาพของทั้งสองคนเมื่อครู่ ทุกท่วงท่า เหตุการณ์ และบทสนทนาทุกอย่าง โดยอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าลีลีน่ามาโรงเรียนตามคำสั่งของพ่อสเตลล่าก็ใช้โอกาสนั้นควบคุมให้สเตลล่าเดินไปได้ยิน
ตอนแรกไม่คิดจะยุ่งแต่เห็นแล้วก็ต้องมาลำบากตนอีกเป็นแน่
เลยรีบเคลียร์ปัญหานี้ให้จบๆไปซะ
“เสียเวลาไปซักนิด แต่สเตลล่ามีความสุขก็ดีใจพอแล้ว”นิ่งเงียบไปเล็กน้อย “คิดๆดู คราวนี้บทน้อยจังแฮะ”