ฝนเหนือเมืองเทียนหลิง…
ยังไม่หยุดตก
ท้องฟ้ามืดครึ้มต่อเนื่องมาหลายวัน
ราวกับสวรรค์เอง…
ก็กำลังลังเลบางอย่าง
นครทั้งเมืองเริ่มเงียบลงทีละน้อย
ร้านค้าเริ่มปิดเร็ว
ผู้คนเริ่มหลบสายตากันเวลาเอ่ยชื่อหนึ่ง
“หลินเสี่ยวชวน”
จากเดิมที่ชื่อของเขาเคยถูกพูดด้วยความตื่นเต้น
ตอนนี้—
มันเริ่มถูกพูดด้วยเสียงกระซิบ
ด้วยความระแวง
ด้วยความกลัว
“ได้ยินหรือยัง…”
“เมื่อคืนมีคนเห็นพลังสีดำรอบตัวเขา”
“ข้าได้ยินว่าตอนอยู่สุสาน…”
“เขากลืนวิญญาณคนตายจริง ๆ”
“แล้วถ้ามันคลั่งขึ้นมาล่ะ?”
“คนแบบนั้น…”
“จะยังนับเป็นมนุษย์ได้หรือ?”
เสียงกระซิบดังขึ้นทั่วเมือง
ไม่มีใครกล้าพูดดัง
แต่ทุกคนเริ่มพูดเหมือนกัน
และเมื่อมนุษย์เริ่มกลัวอะไรพร้อมกัน…
พวกเขาจะเริ่มหาข้ออ้างให้ตัวเอง
ข้ออ้าง…
ในการหันหลังให้คนคนหนึ่ง
ภายในสำนักกระบี่ฟ้าคราม
บรรยากาศกดดันหนักกว่าเดิมหลายเท่า
ศิษย์จำนวนมากเริ่มแบ่งออกเป็นสองฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งยังเชื่อในเสี่ยวชวน
อีกฝ่าย…
เริ่มอยากให้สำนัก “ตัดปัญหา”
เพราะข่าวลือเรื่องผู้พิพากษาสวรรค์…
เริ่มแพร่เข้ามาแล้ว
และไม่มีใครอยากถูกองค์กรนั้นเพ่งเล็ง
ลานประชุมใหญ่ของสำนักถูกเปิดอีกครั้ง
ผู้อาวุโสหลายคนสีหน้าเคร่งเครียด
“ข้าเตือนตั้งแต่แรกแล้ว!”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งตบโต๊ะดังปัง
“เด็กนั่นอันตรายเกินไป!”
“ตอนนี้ข่าวลือออกไปถึงเมืองหลวงแล้ว!”
“ถ้าผู้พิพากษาสวรรค์มาจริง…”
“ทั้งสำนักจะเดือดร้อน!”
หลายคนเริ่มพยักหน้าเห็นด้วย
เพราะคำว่า “ผู้พิพากษาสวรรค์”
หนักเกินไป
หนักจนแม้แต่ห้าสำนักใหญ่…
ก็ไม่กล้าต่อต้าน
“แล้วพวกเจ้าจะทำอย่างไร”
เสียงของซ่งเทียนอวิ๋นดังขึ้นช้า ๆ
ทั้งห้องเงียบทันที
ชายชรานั่งอยู่ตำแหน่งเดิม
นิ่งเหมือนภูเขา
แต่ดวงตา…
เย็นลงกว่าทุกครั้ง
“ขับไล่เขาออกไป?”
“ส่งตัวศิษย์ของตัวเองให้คนอื่นฆ่า?”
ไม่มีใครตอบทันที
เพราะทุกคนรู้ว่า—
สิ่งที่กำลังจะพูด
สกปรกเพียงใด
สุดท้าย…
ผู้อาวุโสคนหนึ่งจึงกัดฟันพูด
“เพื่อความอยู่รอดของสำนัก…”
“บางครั้ง…”
“เราก็ต้องเลือก”
เงียบ
เงียบจนได้ยินเสียงฝนตกด้านนอกชัดเจน
ซ่งเทียนอวิ๋นมองทุกคนช้า ๆ
ก่อนหัวเราะเบา ๆ
แต่เสียงหัวเราะนั้น…
กลับเย็นจนหลายคนหนาวสันหลัง
“น่าสมเพชจริง ๆ”
เขาพูดช้า ๆ
“ตอนเด็กนั่นชนะฮั่วเจิน…”
“พวกเจ้าพูดว่าเขาคือความหวังของสำนัก”
“แต่ตอนนี้…”
“เพียงเพราะเริ่มมีคนกลัวเขา…”
“พวกเจ้ากลับอยากผลักเขาออกไป”
ไม่มีใครกล้าสบตาเขา
เพราะมันคือความจริง
และความจริง…
มักเจ็บที่สุด
ในอีกด้านหนึ่งของเมือง
หลินเสี่ยวชวนกำลังเดินกลับบ้าน
ฝนยังตกปรอย ๆ
ผู้คนบนถนนเริ่มหลีกทางให้เขาโดยอัตโนมัติ
แต่ครั้งนี้…
ไม่ใช่เพราะความเคารพ
เด็กคนหนึ่งที่กำลังเล่นอยู่กับเพื่อน
เผลอวิ่งเข้ามาใกล้เขา
แม่ของเด็กรีบดึงลูกกลับทันที
“อย่าเข้าใกล้!”
นางพูดด้วยสีหน้าหวาดกลัว
เหมือนเสี่ยวชวนเป็นสัตว์ร้ายบางอย่าง
เด็กน้อยมองเขางง ๆ
ส่วนเสี่ยวชวน…
เพียงยืนนิ่ง
ฝนตกลงบนบ่าของเขาเงียบ ๆ
เขาไม่ได้โกรธ
เพราะเขารู้ดี
มนุษย์ส่วนใหญ่…
ไม่ได้เลือกความถูกต้อง
พวกเขาเลือก “ความปลอดภัย”
และถ้าวันหนึ่ง…
ทั้งเมืองเริ่มเชื่อว่าเจ้าอันตราย
ต่อให้เจ้าไม่เคยทำร้ายใคร
พวกเขาก็จะเริ่มกลัวเจ้าอยู่ดี
เมื่อกลับถึงบ้านหลังเล็ก
หลินเยว่กำลังนั่งรออยู่เงียบ ๆ
บนโต๊ะยังมีอาหารอุ่น ๆ วางไว้เหมือนทุกวัน
แต่นางไม่ยิ้มเหมือนเดิมแล้ว
“พี่…”
เสียงของนางเบามาก
“วันนี้…”
“มีคนมาถามถึงท่านอีกแล้ว”
เสี่ยวชวนชะงักเล็กน้อย
“ใคร”
“คนของตระกูลจ้าว…”
นางกำมือแน่น
“พวกเขาถามว่า…”
“พี่เคยฆ่าคนจริงหรือไม่”
ภายในบ้านเงียบลงทันที
ไฟตะเกียงสั่นไหวเบา ๆ
หลินเยว่ก้มหน้า
“พี่…”
“ท่านจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
เสี่ยวชวนมองน้องสาวอยู่นาน
ก่อนเดินเข้าไปลูบหัวนางเบา ๆ
“ไม่มีใครแตะต้องเจ้าได้”
เขาพูดเรียบ ๆ
แต่ดวงตา…
เย็นลงช้า ๆ
เพราะเขาเริ่มเข้าใจแล้ว
ตอนนี้—
คนพวกนั้นไม่ได้เล่นงานแค่เขา
พวกมันเริ่มแตะต้อง “คนรอบตัวเขา” แล้ว
คืนนั้นเอง
ข่าวหนึ่งแพร่กระจายทั่วเมือง
“ผู้พิพากษาสวรรค์…”
“อาจกำลังเดินทางมาเทียนหลิง”
ทั้งเมืองสั่นสะเทือนทันที
โรงเตี๊ยมเงียบลง
สำนักต่าง ๆ เริ่มปิดประตู
ตระกูลใหญ่เริ่มเรียกประชุมลับ
แม้แต่คนที่เคยชื่นชมเสี่ยวชวน…
ตอนนี้ก็เริ่มลังเล
เพราะไม่มีใครอยากถูกลากลงไปด้วย
ณ คฤหาสน์ตระกูลหลิง
หลิงเอ๋อตบโต๊ะดังปัง
“ไร้สาระ!”
“พวกมันไม่มีหลักฐานด้วยซ้ำ!”
หลิงมู่เฉินถอนหายใจเบา ๆ
“เอ๋อร์…”
“โลกนี้ไม่ต้องการหลักฐานเสมอไป”
“แค่คนส่วนใหญ่เริ่มเชื่อ…”
“มันก็พอแล้ว”
หลิงเอ๋อกัดริมฝีปากแน่น
“แล้วพวกเราจะปล่อยให้ทุกคนใส่ร้ายเขาแบบนี้หรือ!?”
ห้องเงียบลง
เพราะแม้แต่ตระกูลหลิงเอง…
ตอนนี้ก็เริ่มถูกกดดัน
หากยังยืนข้างเสี่ยวชวนต่อไป
พวกเขาอาจกลายเป็นเป้าของผู้พิพากษาสวรรค์เช่นกัน
นี่คือสิ่งที่โหดร้ายที่สุดของโลกผู้ฝึกตน
ไม่มีใครอยากเป็นศัตรูกับความตาย
ต่อให้ต้องหันหลังให้คนที่เคยช่วยตนเองก็ตาม
กลางดึก
เสี่ยวชวนยืนอยู่บนหลังคาบ้านเพียงลำพัง
ฝนหยุดแล้ว
แต่ลมหนาวกลับแรงกว่าเดิม
ทั้งเมืองยังมีแสงไฟอยู่มากมาย
แต่เขากลับรู้สึกว่า—
เมืองนี้เริ่มเย็นลงทุกที
ในหัว—
เสียงของเซวียนซาดังขึ้นช้า ๆ
“เจ็บหรือไม่”
เสี่ยวชวนเงียบ
“เจ้าช่วยเมืองนี้”
“เจ้าสู้เพื่อสำนัก”
“แต่สุดท้าย…”
เสียงนั้นหัวเราะต่ำ
“พวกมันก็พร้อมโยนเจ้าให้หมากินอยู่ดี”
เสี่ยวชวนกำกระบี่แน่นขึ้นเล็กน้อย
นักพรตไร้หน้ากลับพูดขึ้นอีกเสียง
“นี่คือธรรมชาติของมนุษย์”
“คนส่วนใหญ่…”
“ไม่ได้ชั่วร้าย”
“พวกเขาแค่กลัว”
“และเมื่อความกลัวมากพอ…”
“มนุษย์จะยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องตัวเอง”
สายลมพัดแรงขึ้น
เสี่ยวชวนมองเมืองเบื้องล่างเงียบ ๆ
เมืองที่เคยโห่ร้องชื่อเขา
เมืองที่เคยยกย่องเขาเป็นความหวัง
ตอนนี้…
กำลังเริ่มผลักเขาออกไปทีละน้อย
ไม่ใช่เพราะพวกมันเกลียดเขา
แต่เพราะพวกมัน…
“กลัว”
และบางครั้ง
ความกลัวของมนุษย์
ก็โหดร้ายยิ่งกว่าความเกลียดชังเสียอีก
ณ กำแพงเมืองด้านเหนือ
ชายชุดขาวสามคนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางสายลม
ทุกคนสวมหน้ากากสีขาว
ตรงอกมีตรา “ตาชั่งสีทอง”
ผู้พิพากษาสวรรค์
ในที่สุด…
พวกมันก็มาถึงเทียนหลิงแล้ว
ลมหนาวพัดผ่านนครเทียนหลิงช้าลงกว่าทุกคืน
ทั้งเมืองเงียบเกินไป
เงียบ…ราวกับกำลังรอฟังคำตัดสินจากสวรรค์
หลังศึกจัดอันดับเมืองจบลงเพียงสามวัน
ชื่อของ “หลินเสี่ยวชวน” ได้แพร่สะพัดไปทั่วทุกหัวถนน
เด็กขายข่าวตะโกนชื่อเขา
พ่อค้าเดิมพันพูดถึงเขา
ผู้ฝึกตนจากต่างเมืองเริ่มเดินทางเข้ามาเพราะอยากเห็น “สัตว์ประหลาดแห่งเทียนหลิง” ด้วยตาตนเอง
แต่ชื่อเสียง—
ไม่เคยมากับความสงบ
มันมากับความกลัวเสมอ
โดยเฉพาะ…เมื่อข่าวลือเริ่มเปลี่ยนรูป
จาก “อัจฉริยะ”
กลายเป็น—
“ปีศาจ”
━━━━━━━━━━━
ณ หอประชุมตระกูลจ้าว
เสียงฝนตกกระทบหลังคาดังสม่ำเสมอ
จ้าวหรงยืนอยู่หน้าโต๊ะยาว
ใบหน้าของเขาซูบลงเล็กน้อยตั้งแต่พ่ายแพ้ในศึกจัดอันดับ
แต่ดวงตา…
กลับเย็นกว่าเดิมหลายเท่า
ด้านหน้าเขา—
คือบุคคลระดับสูงของเมืองหลายคน
ขุนนาง
พ่อค้า
ผู้อาวุโสสำนักเล็ก
ตระกูลระดับกลาง
ทุกคนสีหน้าเคร่งเครียด
“ข่าวยืนยันแล้ว”
ชายชราชุดเทากล่าวเสียงต่ำ
“องค์กรผู้พิพากษาสวรรค์…กำลังมุ่งหน้ามาที่เทียนหลิง”
ทันทีที่คำพูดนั้นดังขึ้น—
ห้องทั้งห้องเงียบกริบ
บางคนถึงกับมือสั่น
เพราะชื่อนั้น…
หนักเกินไป
“ผู้พิพากษาสวรรค์”
องค์กรที่แม้แต่แคว้นยังไม่อยากเป็นศัตรู
พวกเขาไม่ขึ้นตรงต่อราชวงศ์
ไม่ขึ้นตรงต่อสำนัก
ไม่ขึ้นตรงต่อใคร
พวกมันมีเพียง “กฎ”
และผู้ใดแตะต้อง “พลังต้องห้าม”
จะถูกกำจัดทันที
ไม่ว่าจะเป็นใคร
จ้าวหรงค่อย ๆ ยิ้มบาง
“ในที่สุด…”
“สัตว์ประหลาดนั่น…ก็ถึงวันชดใช้”
ชายชราบางคนยังลังเล
“แต่…เรายังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเขาใช้พลังกลืนวิญญาณจริง”
จ้าวหรงหัวเราะเบา ๆ
“หลักฐาน?”
“ตั้งแต่เมื่อไรที่ผู้คนต้องการหลักฐาน…ก่อนเริ่มกลัวใครสักคน”
ไม่มีใครตอบ
เพราะมันคือความจริง
มนุษย์ไม่จำเป็นต้องเห็นปีศาจด้วยตา
เพียงได้ยินว่า “อาจมี”
ก็พอให้เริ่มหวาดกลัวแล้ว
━━━━━━━━━━━
ในเวลาเดียวกัน
ณ สำนักกระบี่ฟ้าคราม
บรรยากาศหนักอึ้งราวมีหินพันชั่งกดทับ
ศิษย์จำนวนมากรวมตัวกันอยู่ลานกลาง
แต่ไม่มีเสียงหัวเราะเหมือนเคย
ทุกคนกำลังกระซิบเรื่องเดียวกัน
“ผู้พิพากษาสวรรค์จะมา…”
“หรือข่าวลือจะจริง?”
“ข้าได้ยินว่าเสี่ยวชวนฆ่าคนทั้งสุสาน…”
“แล้วพลังสีดำนั่นล่ะ…”
“หรือเขาจะถูกปีศาจสิงจริง ๆ”
คำพูดพวกนั้น—
ค่อย ๆ เปลี่ยนสีหน้าผู้คนไปทีละนิด
จากชื่นชม
กลายเป็นระแวง
จากยกย่อง
กลายเป็นหวาดกลัว
และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ—
ไม่มีใครรู้ตัวว่าตนกำลังเปลี่ยนไป
หลินเอ๋อกำหมัดแน่น
“พวกมันพูดบ้าอะไร!”
นางแทบจะพุ่งเข้าไปฟันปากคนพูด
แต่หลิงเปากลับดึงแขนนางไว้เบา ๆ
“พี่เอ๋อ…”
“ตอนนี้ยิ่งอารมณ์ร้อน…ยิ่งแย่”
หลิงเอ๋อกัดฟัน
“แล้วจะให้ข้าทนฟัง?”
หลิงเปาเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนพูดเบา ๆ
“มนุษย์…มักกลัวในสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจ”
“โดยเฉพาะเมื่อมีคนคอยกระซิบข้างหูอยู่ตลอด”
สายตาของนาง…
มองไปยังทิศทางตระกูลจ้าว
ชัดเจนว่าใครอยู่เบื้องหลัง
━━━━━━━━━━━
ตกดึก
สายฝนเริ่มตกหนักขึ้น
เสี่ยวชวนนั่งอยู่เพียงลำพังในบ้านไม้หลังเล็ก
แสงตะเกียงส่องใบหน้าเขาเพียงครึ่งเดียว
อีกครึ่ง—
จมอยู่ในเงามืด
หลินเยว่กำลังนอนหลับอยู่ในห้องด้านใน
นางยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
หรือบางที…
เสี่ยวชวนเองก็ไม่อยากให้นางรู้
บนโต๊ะไม้—
มีกระบี่คราสฟ้าวางนิ่งอยู่
เงาของดาบสะท้อนแสงตะเกียงเบา ๆ
ราวกับกำลังหายใจ
“เจ้าได้ยินไหม…”
เสียงเซวียนซาดังขึ้นในหัว
“มนุษย์พวกนั้นเริ่มกลัวเจ้าแล้ว”
เสี่ยวชวนเงียบ
“และอีกไม่นาน…”
“พวกมันจะเริ่มอยากฆ่าเจ้า”
เด็กหนุ่มหลับตาช้า ๆ
“ข้ายังไม่ได้ทำอะไรผิด”
เซวียนซาหัวเราะต่ำ
เสียงนั้นเย็นจนเหมือนน้ำแข็ง
“โลกนี้…”
“ไม่เคยต้องการให้เจ้าผิดก่อน”
“แค่เจ้าทำให้พวกมันกลัว…”
“ก็พอแล้ว”
ลมเย็นพัดเข้ามาจากหน้าต่าง
เปลวตะเกียงไหววูบ
และในวินาทีนั้น—
เสี่ยวชวนพลันรู้สึกถึงบางอย่าง
แรงกดดัน
มหาศาล
ไม่ใช่แรงกดดันแบบผู้ฝึกตนทั่วไป
แต่มันเหมือน—
“กฎ” กำลังกดลงมาจากฟ้า
พรึ่บ!
เด็กหนุ่มลุกขึ้นทันที
ดวงตาหรี่แคบ
นอกหน้าต่าง—
ท้องฟ้าเหนือเมืองเทียนหลิง
มีแสงสีทองสามสายกำลังเคลื่อนตัวลงมาอย่างช้า ๆ
ผู้คนทั้งเมืองเริ่มแตกตื่น
บางคนคุกเข่าทันที
บางคนหน้าซีด
เพราะทุกคนรู้ว่า—
นั่นคือสัญลักษณ์ของ “ผู้พิพากษาสวรรค์”
━━━━━━━━━━━
เช้าวันต่อมา
ทั้งนครเทียนหลิงเงียบราวเมืองร้าง
ร้านค้าหลายแห่งปิดประตู
ถนนโล่งผิดปกติ
แต่ลานกลางเมือง—
กลับแน่นขนัดด้วยผู้คน
ทุกคนอยากเห็น
อยากรู้
อยากแน่ใจว่า—
ข่าวลือเป็นจริงหรือไม่
กลางลานกว้าง
มีคนสามคนยืนอยู่
ชุดคลุมสีขาวเงิน
หน้ากากครึ่งหน้า
ดวงตาเย็นชาไร้อารมณ์
ตรงหน้าอก—
มีตราสัญลักษณ์ “ดวงตาสวรรค์” สีทอง
เพียงยืนอยู่เฉย ๆ
แรงกดดันก็ทำให้ผู้ฝึกตนระดับต่ำแทบหายใจไม่ออกแล้ว
ชายตรงกลางก้าวออกมาช้า ๆ
เสียงของเขาไม่ได้ดัง
แต่กลับสะท้อนไปทั่วทั้งเมือง
“พวกเรามาจากองค์กรผู้พิพากษาสวรรค์”
“ได้รับรายงานว่า…”
“นครเทียนหลิง มีผู้ใช้พลังต้องห้ามประเภทกลืนวิญญาณ”
ทั้งลานเงียบกริบ
ไม่มีใครกล้าหายใจแรง
“ผู้ใดปิดบัง…”
“ถือเป็นศัตรูต่อกฎสวรรค์”
สิ้นคำ—
แรงกดดันมหาศาลพลันแผ่ออกมา
ตูม!
พื้นลานแตกเป็นรอยร้าวทันที
ผู้คนจำนวนมากหน้าซีด
บางคนถึงกับทรุดลงคุกเข่า
นี่คือพลังของผู้พิพากษาสวรรค์
คนเพียงสามคน…
แต่สามารถกดทั้งเมืองให้เงียบได้
━━━━━━━━━━━
ซ่งเทียนอวิ๋นก้าวออกมาช้า ๆ
ชายผู้เป็นดั่งกระบี่แห่งสำนักฟ้าครามยังคงสงบนิ่ง
“ท่านกล่าวหาใคร”
ผู้พิพากษามองเขา
“หลินเสี่ยวชวน”
ทั่วลานเริ่มมีเสียงฮือฮา
แม้หลายคนจะเดาไว้แล้ว
แต่เมื่อได้ยินชัด ๆ—
หัวใจก็ยังสั่นอยู่ดี
ซ่งเทียนอวิ๋นกล่าวเรียบ
“หลักฐาน?”
ชายหน้ากากเงินเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบสั้น ๆ
“พลังของเขา…ผิดธรรมชาติ”
“เพียงพอให้ตรวจสอบ”
จ้าวหรงก้าวออกมาทันที
“ข้ายืนยันได้!”
สายตาทุกคู่หันไปหาเขา
“ในศึกประลอง…”
“หลินเสี่ยวชวนใช้พลังที่คล้ายการกลืนพลังวิญญาณของคู่ต่อสู้”
“และเขายังมีข่าวเกี่ยวข้องกับสุสานลับสังหาร!”
ผู้คนเริ่มกระซิบทันที
“จริงหรือ…”
“ข้าก็รู้สึกแปลก ๆ ตอนดูเขาสู้…”
“หรือเขาจะเป็นปีศาจจริง…”
เสียงเหล่านั้นดังขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่ดังมาก
แต่เพียงพอให้คนเริ่มลังเล
นี่แหละสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
ไม่ใช่เสียงด่า
แต่คือ—
เสียงกระซิบของคนที่เริ่ม “เห็นด้วย”
━━━━━━━━━━━
“ส่งตัวเขาไปเถอะ…”
ใครบางคนพูดขึ้นจากฝูงชน
เงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะมีอีกเสียงตามมา
“ใช่…ถ้าเขาไม่ผิด จะหนีทำไม?”
“เพื่อความสงบของเมือง…”
“พวกเราไม่ควรเสี่ยง”
“ถ้าเป็นปีศาจจริงล่ะ?”
หลิงเอ๋อกำหมัดจนเลือดซึม
“ไอ้พวกสารเลว…”
แต่นางกลับพูดไม่ออก
เพราะคนที่พูด—
ไม่ใช่คนเลว
พวกเขาเป็นเพียง “คนธรรมดา”
คนธรรมดาที่กลัว
และเมื่อคนส่วนใหญ่เริ่มกลัวใครสักคน
ความถูกผิด…
ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป
━━━━━━━━━━━
เสี่ยวชวนเดินเข้ามาในลานกลางเมืองช้า ๆ
ชุดสีดำปลิวเบา ๆ ตามแรงลม
ทั้งลานเงียบลงทันที
สายตาหลายหมื่นคู่จับจ้องมาที่เขา
แต่ครั้งนี้—
มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
เมื่อก่อน คนมองเขาด้วยความชื่นชม
ตอนนี้…
พวกเขามองด้วยความหวาดระแวง
เหมือนกำลังมองสัตว์ร้ายที่อาจคลั่งได้ทุกเมื่อ
เสี่ยวชวนมองผู้คนเงียบ ๆ
มองใบหน้าที่เคยยิ้มให้เขา
เคยตะโกนชื่อเขา
เคยยกย่องเขาหลังชนะศึก
แต่ตอนนี้—
กลับเริ่มหลบสายตาเขา
หัวใจของมนุษย์…
เปลี่ยนเร็วกว่าสายลมเสียอีก
ผู้พิพากษากล่าวเสียงเย็น
“หลินเสี่ยวชวน”
“เจ้าจะยอมให้ตรวจสอบด้วยดี…”
“หรือจะขัดขืนกฎสวรรค์”
ทั้งลานเงียบกริบ
ไม่มีใครพูดแทนเขา
ไม่มีใครก้าวออกมา
แม้แต่สำนักกระบี่ฟ้าคราม—
ก็ถูกแรงกดดันมหาศาลบีบไว้
เสี่ยวชวนยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนหัวเราะเบา ๆ
เสียงหัวเราะนั้น…
เหนื่อยล้าเกินไป
“น่าสนใจดี”
เขาพูดช้า ๆ
“เมื่อไม่กี่วันก่อน…”
“พวกเจ้ายังเรียกข้าว่าอัจฉริยะของเมือง”
สายลมพัดผ่านลานกว้าง
“แต่วันนี้…”
“กลับอยากส่งข้าให้คนอื่นตัดสินชะตา”
ไม่มีใครตอบ
เพราะไม่มีใครกล้าสบตาเขา
และความเงียบนั้น—
เจ็บยิ่งกว่าคำด่าใด ๆ
เซวียนซาหัวเราะต่ำในหัวเขา
“เห็นหรือยัง…”
“นี่แหละมนุษย์”
แต่ครั้งนี้—
เสี่ยวชวนไม่ได้ตอบกลับทันที
เพราะลึก ๆ แล้ว…
เขาก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยจริง ๆ แล้วเหมือนกัน
“ข้าขอเวลาตัดสินใจสักหลายวันหน่อยพวกท่านโปรดรอด้วย….”
“พวกข้าจะให้เวลาเจ้าไดไตร่ตรอง คิดให้ดีล่ะ” เหล่าผู้พิพากษาสวรรค์กล่าวเสียงเรียบนิ่งราวกับไร้อารมณ์
“จำไว้เด็กน้อย…”
“ตอนเจ้าต่ำต้อย พวกมันเหยียบเจ้า”
“ตอนเจ้าโดดเด่น พวกมันอิจฉาเจ้า”
“ตอนเจ้าแข็งแกร่ง…”
“พวกมันจะเริ่มกลัวเจ้า”
“นี่แหละมนุษย์”
เสียงของเฒ่ากระดูกทมิฬดังขึ้นมา ซึ่งเสี่ยวชวนก็เริ่มเห็นด้วยกับคำพูดของเขาด้วยแล้ว