บนชั้นที่ยี่สิบเอ็ดของหอคอยชิงหลง (青龙塔) ฝุ่นผงสีเลือดจางๆ ค่อยๆ จางหายไปในอากาศ เผยให้เห็นโถงศิลาที่ร้าวระแหงซึ่งเป็นสมรภูมิแห่งการปะทะครั้งล่าสุด กลิ่นอายแห่งความตายและเจตจำนงสังหารโบราณยังคงอบอวลอยู่ หากแต่บัดนี้มันกลับผสมผสานกับกลิ่นอายเย็นเยียบของปราณมังกรครามที่เพิ่งถูกปลดปล่อยออกมา หลงเทียนเฟยลดปลายนิ้วที่เคยใช้แทนกระบี่ลงอย่างเชื่องช้า ดวงตาที่เคยเฉยชาบัดนี้ฉายแววพึงพอใจอย่างหาได้ยากยิ่งนัก
'ในที่สุด...ก็ได้เห็นผลงานที่น่าพึงพอใจเสียที' เขาพึมพำกับตัวเองในใจ 'การลงทุนลงแรงเพียงเล็กน้อยเมื่อครู่ ช่างคุ้มค่าเสียจริง'
เสี่ยวหลงซึ่งอยู่ในร่างอสรพิษเทพสีทองอร่าม เลื้อยเข้ามาใกล้ผู้เป็นนายอย่างเงียบเชียบ แววตาของมันเต็มไปด้วยความยำเกรงอย่างสุดซึ้งที่ฉายชัดอยู่เหนือความเหนื่อยล้า มันคลอเคลียกับข้อเท้าของหลงเทียนเฟย ราวกับต้องการแสดงความภักดีและความชื่นชมอย่างสุดหัวใจ
'เฮ้อ...เจ้านี่ช่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเสียจริง' หลงเทียนเฟยถอนหายใจในใจ 'แต่ก็ยังดีกว่าการที่ข้าต้องมาออกแรงเอง' เขาใช้ปลายเท้าเขี่ยหัวเสี่ยวหลงเบาๆ เป็นการแสดงความพึงพอใจอย่างหาได้ยากยิ่ง
เขากวาดสายตามองไปทั่วโถงศิลาอันกว้างใหญ่ที่บัดนี้ไร้ซึ่งผู้พิทักษ์ บรรยากาศที่เคยบีบคั้นและอันตราย บัดนี้กลับให้ความรู้สึกราวกับสนามฝึกส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบ ผนังหินที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและอักขระสีเลือด กลับดูเหมือนกระดานฝึกยุทธ์อันไร้ที่สิ้นสุดในสายตาของเขา
'ในเมื่อเจ้าตัวยุ่งผู้นั้นยังคงฟื้นคืนชีพได้ไม่รู้จบ และสถานที่แห่งนี้ก็ดูเหมือนจะถูกสร้างมาเพื่อการฝึกฝนโดยเฉพาะ เหตุใดข้าจึงต้องเร่งรีบออกไปเผชิญหน้ากับความยุ่งยากภายนอกด้วยเล่า' ความคิดนั้นแล่นผ่านเข้ามาในหัวของหลงเทียนเฟยอย่างรวดเร็ว 'การอยู่ที่นี่คือการประหยัดแรงที่สุดในระยะยาว'
เขาตัดสินใจในทันที เป้าหมายของเขาชัดเจนยิ่งกว่าครั้งใด เขาจะใช้ชั้นที่ 21 แห่งนี้เป็น "สนามฝึกส่วนตัวแห่งความเกียจคร้าน" เขาจะปั้นเสี่ยวหลงให้แข็งแกร่งขึ้นจนถึงระดับที่มันสามารถจัดการกับปัญหาทุกประเภทให้เขาได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูร, ผู้ฝึกตนที่น่ารำคาญ, หรือแม้กระทั่งการหาของให้เขาโดยไม่ต้องออกแรง
'การลงทุนครั้งนี้...ย่อมต้องให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าสูงสุด' เขาพยักหน้ากับตัวเองอย่างพึงพอใจ
หลงเทียนเฟยเดินไปยังซอกหินที่มืดมิดและลับตาในมุมหนึ่งของโถงศิลา เขาทิ้งกายลงนั่งพิงผนังหินอย่างสบายอารมณ์ ราวกับกำลังจะหลับใหลอย่างเต็มอิ่ม เสี่ยวหลงเลื้อยเข้ามาขดตัวอยู่บนตักของเขาอย่างภักดี ดวงตาสีรุ้งของมันจับจ้องไปยังทางเข้าโถงอย่างระแวดระวัง
"ระบบ" หลงเทียนเฟยออกคำสั่งในใจอย่างเงียบเชียบ "เปิดใช้งานมิติเร่งเวลา"
แสงสว่างอันนุ่มนวลของมิติหยกขาวโอบล้อมกายใจของเขาในทันที อากาศบริสุทธิ์และพลังปราณที่อุดมสมบูรณ์ ช่างแตกต่างจากบรรยากาศอับทึบของหอคอยแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง หลงเทียนเฟยถอนหายใจอย่างโล่งอก
'ในที่สุด...ก็ได้กลับมาพักผ่อนอย่างแท้จริงเสียที' เขากล่าวกับตัวเองในใจอย่างพึงพอใจ 'ที่นี่คือสรวงสวรรค์ของข้าโดยแท้'
ในขณะเดียวกัน...ณ ลานกว้างเบื้องหน้าหอคอยชิงหลง
หลี่ ชิงเหยา (李清瑶) ยืนอยู่เบื้องหน้าอนุสาวรีย์เวทมนตร์ขนาดมหึมาที่ส่องประกายเรืองรอง นัยน์ตาเย็นชาของนางกวาดมองไปยัง "จุดแสงเดียวดาย" ที่ยังคงนิ่งสงบบนชั้นที่ 21 คลื่นความสับสนระคนความมุ่งมั่นฉายชัดอยู่ในแววตาคู่งาม
'ผู้ท้าทายลึกลับผู้นั้น...' ความคิดหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาในใจของนาง 'เป็นไปได้อย่างไรที่เขายังคงอยู่ที่ชั้นนั้น'
หลี่ ชิงเหยา เป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากในรุ่นเยาว์ นางมีระดับพลัง สานรากฐานขั้นกลาง ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าผู้ท้าทายส่วนใหญ่ที่ยังคงวนเวียนอยู่ตามชั้นล่างๆ ของหอคอยมากนัก การก้าวสู่ชั้นที่ ซึ่งเป็นชั้นสำหรับผู้ฝึกตนระดับสานรากฐานขั้นต้น นั้นไม่เป็นปัญหาสำหรับนาง แต่การที่จุดแสงนั้นยังคงนิ่งอยู่บนชั้น ราวกับกำลังพักผ่อน หรือเหนือกว่านั้นคือการฝึกฝน ยิ่งทำให้นางสงสัยในตัวตนและความสามารถที่แท้จริงของบุคคลลึกลับผู้นั้น
นางหลับตาลงชั่วครู่ ลมหายใจเย็นเยียบดุจน้ำแข็งของนางถูกพ่นออกมาเป็นไอกรุ่นจางๆ จากนั้นนางก็ลืมตาขึ้น แววตาของนางเต็มไปด้วยประกายความมุ่งมั่นที่แน่วแน่
นางก้าวเดินอย่างสง่างามไปยังแท่นส่งพลังเบื้องหน้าประตูหอคอย ใบหน้าของนางเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายของความท้าทายที่ยากจะปิดบัง
'หอคอยนี้...จะช่วยให้ข้าก้าวข้ามคอขวดที่ขวางกั้นวิถีแห่งน้ำแข็งได้' ความคิดนั้นปรากฏขึ้นในใจของนาง
นางเข้าสู่แท่นส่งพลัง แสงสีครามสว่างวาบขึ้นโอบอุ้มร่างของนาง ก่อนที่ร่างของเทพธิดาหิมะจะหายลับไปจากลานกว้างเบื้องหน้าหอคอยชิงหลง
(จบตอนที่ 62)