ตอนที่ 2 ยอดเขาซู่ิ (1)
“เดินไหวไหม” หลินเฉินประคองฉือม่อ เขาพยายามจะช่วยหาท่วงท่าที่อีกฝ่ายรู้สึกสบายตัวที่สุด
ฉือม่อซบอยู่ในอ้อมอกหลินเฉิน กลิ่นหอมอ่อนๆติดอยู่ที่ปลายจมูก เขาพยายามขยับตัวลุกขึ้น กลับพบว่าขาทั้งสองข้างอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรง
หลังจากที่เขาลองลุกขึ้นยืนแล้วแข้งขาอ่อนล้มพับลงอยู่หลายครั้งหลินเฉินก็ทนดูไม่ไหวอีกต่อไป อุ้มฉือม่อขึ้นมาทันทีทั้งยังอุ้มในท่าอุ้มเ้าสาวอีกต่างหาก
ฉือม่อชะงักไปในอ้อมกอดของอีกฝ่ายยามปกตินอกจากแม่นมของเขาแล้ว เขาไม่เคยสนิทสนมชิดเชื้อกับใครอื่นมาก่อนยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายยังเป็คนที่เขาเพิ่งตกลงปลงใจนับถือเป็อาจารย์
หลินเฉินเดินออกมาจากตรอกสายนั้นเสียงพูดคุยจอแจดังกลับมาเข้าหูเขาอีกครั้ง เขากอดฉือม่อไว้แน่นแต่ก็กลัวจะไปโดนาแบนร่างจนทำให้อีกฝ่ายาเ็ จึงทำเพียงคลายอ้อมกอดลง
เดิมชายชุดขาวผู้นี้ก็มีหน้าตาหล่อเหลาเอาการอยู่แล้วความรู้สึกเยือกเย็นที่แผ่ซ่านอยู่รอบกายก็ยิ่งทำให้คนไม่อาจละสายตาไปได้เวลานี้เขาอุ้มเด็กชายเนื้อตัวสกปรกมอมแมมไว้คนหนึ่งใบหน้าเด็กชายที่ซุกอยู่ในอ้อมกอดของชายชุดขาวดูเคอะเขินเล็กน้อยทั้งที่ภาพเหตุการณ์เยี่ยงนี้ดูผิดปกติชัดๆ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดกลับให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
รอจนภายหลังแล้วภายหลังเล่าพอผู้คนนึกถึงภาพเหตุการณ์นี้ขึ้นอีกครั้งก็จะนึกถึงการพบเจอกันครั้งแรกของผู้าุโแห่งซู่ิกับลูกศิษย์บุรุษชุดขาวงดงามดุจเทพ์ รูปร่างหน้าตาไร้ที่ติหาใดเปรียบ
“ข้า...ข้าเดินเองได้ขอรับ” ฉือม่อหน้าบาง เหนียมอายง่ายทั้งยังถูกคนอื่นอุ้มแบบนี้เป็ครั้งแรกอีกยิ่งไม่ต้องพูดถึงสายตาของคนบนท้องถนนอีกมากมายที่คอยจับจ้องเขาอยู่
แม้เขาจะตั้งใจซุกหน้าลงไปให้ลึก พยายามเพิกเฉยต่อสายตาร้อนแรงที่มองมาจากด้านหลังแล้วก็ตามแต่อย่างไรเขาก็ยังไม่สบายตัวอยู่ดี ความรู้สึกไม่เป็ตัวของตัวเองแบบนี้เหมือนกับการใช้ชีวิตโดดเดี่ยวอยู่ในความมืดมนมาเป็เวลานาน แล้วอยู่ๆก็ถูกคนกระชากมารับแสงกะทันหัน ความรู้สึกแรกที่ััได้ไม่ใช่ใ แต่เป็การทำอะไรไม่ถูก
หลินเฉินเหลือบมองอีกฝ่ายทีหนึ่งเพียงทีเดียวเท่านั้นก็ทำให้ฉือม่อสะอึก กลืนคำพูดที่กำลังจะเอ่ยกลับลงไปทันทีฉือม่อหันศีรษะและซุกหน้ากลับเข้าไปอีกครั้งเงียบๆ ในใจก็คิดทำไมอาจารย์ของเขาคนนี้...ถึงได้ดูน่ากลัวจัง
หลินเฉินดึงสายตากลับ มั่นใจว่าลูกศิษย์ตัวน้อยของเขาซบอยู่ในอ้อมกอดตัวเองอย่างเชื่อฟังดีแล้วถึงค่อยวางใจก่อนจะเคลื่อนสายตาไปหยุดอยู่ที่ปลายเท้าอีกฝ่ายปลายเท้าของเ้าลูกศิษย์ตัวน้อยคนนี้พันผ้าพันแผลเต็มไปหมด าแพวกนี้ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับพวกนักเลงเมื่อครู่แน่นอนถ้าไม่ใช่เพราะเขารีบร้อนที่จะกลับละก็ ป่านนี้คงซัดพวกมันจนเละเทะฟันร่วงล้มลงระเนระนาดไปแล้ว
เมื่อครุ่นคิดถึงตรงนี้ หลินเฉินก็เร่งฝีเท้าให้ไวขึ้นแต่ถึงจะเร่งความเร็วแล้ว เขาก็ยังคงย่างก้าวได้อย่างสุขุมเยือกเย็นและสง่างามต่อหน้าผู้คนอยู่ดี
จากนั้นก็ราวกับมีเทพ์เรียกกระบี่เล่มหนึ่งออกมาจากที่ไหนสักแห่งกระบี่เล่มนั้นงดงาม ตัวกระบี่เรียวยาว สะท้อนแสงเป็ประกายระยิบระยับคล้ายว่าเ้าของกระบี่เล่มนั้นแฝงด้วยความเฉียบคมที่มิอาจมองข้ามไปได้ ต่อมาเทพ์ผู้นั้นก็โยนกระบี่เล่มนั้นทิ้งลงพื้น
อะไรกัน
กระบี่เล่มนี้ไม่ตรงกับความ้าของเขาหรือ แต่จะมาโยนทิ้งลงพื้นสุ่มสี่สุ่มห้าก็ไม่ได้หรือเปล่ากระบี่ก็มีจิตใจนะ หากรู้ว่าตัวเองโดนทอดทิ้งแบบนี้ จะต้องเสียใจมากแน่
พ่อหนุ่ม (ที่อยากเก๊กขรึมต่อหน้าลูกศิษย์) นามหลินเฉินเวลานี้กำลังขมวดคิ้วจ้องกระบี่ตรงปลายเท้าเล่มนั้นอยู่แต่เอ๋...ทำไมถึงไม่ลอยขึ้นมาล่ะ
สำนักเชวี่ยอวิ๋นนั้นอยู่ห่างจากที่นี่พอสมควรหากเดินเท้าไปละก็ เกรงว่าคงต้องเดินจนขาเคล็ดกว่าจะถึงจุดหมายแน่นอนอีกอย่างเขายังต้องคอยเก๊กขรึมต่อหน้าลูกศิษย์ แสดงความสามารถให้อีกฝ่ายเห็นว่าอาจารย์ของตัวเองสุดยอดแค่ไหน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลินเฉินก็ลอบยิ้มขึ้นในใจจินตนาการถึงภาพที่ฉือม่อจ้องเขาตาเป็ประกายเอาไว้แล้วทว่าตอนนี้กระบี่เล่มนี้กลับนอนนิ่งอยู่บนพื้นไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อนเลยสักนิด
[ติ๊ดๆ! นายท่านยังไม่สามารถควบคุมร่างกายนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบจึงเปิดใช้งานพลังจิตไม่ได้เป็การชั่วคราวขอรับ]
‘แม่งเอ๊ย...งั้นตอนนี้ฉันจะทำยังไงล่ะ!’
[ติ๊ดๆ! นายท่านไม่ต้องกังวลไปขอรับเนื่องจากเป็ภารกิจแรกที่ระบบรับงานมาฉะนั้นระบบจึงมอบรางวัลให้นายท่านเป็พิเศษหนึ่งชิ้นขอรับ (∗❛ ∀❛∗)✧*]
‘นายทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไง...แต่ในเมื่อมีรางวัลงั้นก็ถือว่านายยังพอมีประโยชน์อยู่ละนะ’
หลินเฉินอุ้มฉือม่อไว้อย่างมั่นคงแล้วขึ้นไปยืนบนกระบี่ฉับพลันตัวกระบี่ก็ส่องแสงสว่างโชติ่
[เปิดใช้งานโหมดนำทาง จุดหมาย สำนักเชวี่ยอวิ๋น]
แสงสีฟ้าสว่างวาบพวกเขาสองคนที่แต่เดิมยืนอยู่ตรงนั้นหายวับไปอย่างไร้ร่องรอยแสงสีฟ้านั่นเคลื่อนตัวออกไปไกลอย่างเลือนราง
หลินเฉินสังกัดอยู่ในสำนักเชวี่ยอวิ๋นซึ่งเป็สำนักใหญ่อันดับหนึ่งในใต้หล้า ผู้คนในสำนักแห่งนี้มีแต่คนเก่งมากความสามารถเป็สถานที่รวมตัวของยอดฝีมือ เป็สถานที่สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรอันดับหนึ่งไม่เป็สองรองใครและหลินเฉินคนนี้ก็เป็ถึงหนึ่งในเจ็ดผู้าุโแห่งสำนักเชวี่ยอวิ๋นอีกด้วย
หลินเฉินเหยียบกระบี่ที่ค่อยๆ เคลื่อนลงพื้นดิน ตอนแรกฉือม่ออยากลงจากอ้อมกอดเขาแต่ภายใต้การตักเตือนของหลินเฉินเขาเลยได้แต่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอีกฝ่ายอย่างเชื่อฟัง ไม่เพียงเท่านั้นยังซุกหน้าลงไปลึกกว่าเดิม
ระหว่างทางก็มีลูกศิษย์หลายคนกล่าวทักทายหลินเฉินอยู่ประปรายเพื่อไม่ให้เป็การหลุดคาแรกเตอร์ของตัวเองไป เขาจึงทำได้เพียงพยักหน้ารับอย่างเ็าแสดงท่าทีว่ารับรู้แล้วเท่านั้น
เหล่าลูกศิษย์มองแผ่นหลังของผู้าุโที่ค่อยๆเดินจากไปก็ส่งเสียงซุบซิบขึ้นเป็พัลวัน ไม่รู้ว่ากำลังพูดคุยอะไรกัน จากนั้นข่าวที่ว่าหลินเฉินอุ้มเด็กชายกลับมาก็เล่าลือกันไปทั่วสำนักเชวี่ยอวิ๋นในชั่วพริบตาทุกคนต่างเบิกตาโพลง ล้วนแปลกใจว่าเด็กคนไหนกันแน่ที่สามารถทำให้ผู้าุโอุ้มกลับมาได้แบบนี้
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8