จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 151 ไม่ชมชอบสตรี หรือจะชมชอบบุรุษ Re

            จิตของไป่ฉีมาถึงห้องของเฟิงเทียนแล้ว  สิ่งที่เขาเห็นคือ  แม่ของเฟิงเทียน  ตัวเฟิงเทียน และจี๋หลินเวิ่นเทียน อยู่ในเรือนพักของเฟิงเทียนและแม่


            “ลูกทำได้ดีมาก  ก่อนพ่อจะมา  ผู้อาวุโสต่างก็เข้ามาแสดงความยินดีและบอกว่าจะสนับสนุนลูกขึ้นเป็นประมุขคนต่อไป  ลูกพัฒนาตัวเองได้เร็วมาก  ด้วยความสำเร็จนี้  ตอนที่ลูกอายุเท่าพ่อ  ลูกอาจจะทะลวงปราณสู่ชั้นราชันย์ทรราชก็เป็นได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” จี๋หลินเวิ่นเทียนหัวเราะอย่างมีความสุข  วันนี้เป็นวันที่เขามีความสุขที่สุด  ถ้าถามว่าเขาเสียใจกับการตายของเส้าเทียนไหม  ก็คงตอบได้ว่าเสียใจ  แต่เพราะอวี้กงจะช่วยให้เส้าเทียนได้กลับมาเกินใหม่ก็ทำให้เขาคลายความเสียใจไปได้


            “พ่อชมผมเกินไปแล้วครับ” เฟิงเทียนกล่าว


            “เกินที่ไหน  ลูกมีพลังปราณเทียบเท่าหลงเทียนหมิงจากตำหนักเทพมังกรคราม  แถมยังปรับปรุงวิชาของตำหนักเทพกิเลนจนพัฒนาขึ้น  ที่พ่อชมยังน้อยไปด้วยซ้ำ” จี๋หลินเวิ่นเทียนกล่าว


            “ผมแค่ฝึกบ่อยจนเห็นจุดบอดบางอย่างของกระบวนท่าจึงได้ลองปรับแก้ให้เป็นแบบของตัวเองน่ะครับ” เฟิงเทียนกล่าว (แถเหมือนอาจารย์ไม่มีผิด  สมกับเป็นศิษย์อาจารย์กันจริง ๆ)


            “น่าเสียดายที่ลูกยังต้องเรียนต่อมัธยมปลายอีก  ไม่อย่างนั้นพ่อจะตั้งให้ลูกเป็นครูฝึกกระบวนท่าให้กับคนในตระกูลซะเลย” จี๋หลินเวิ่นเทียนกล่าว


            “รอผมว่างก่อนนะครับ  เพราะหลังจากนี้ต้องอ่านหนังสือสอบกับฝึกพลังปราณอีก  การประลองของประจำปีที่สมาคมการค้าตะวันจันทราก็ใกล้เข้ามาแล้วด้วย  คงไม่มีเวลาพอจะสอนหรอกครับ” เฟิงเทียนกล่าว


            “ไม่เป็นไร  ทำให้ตัวเองแข็งแกร่งก่อน  จากนั้นค่อยฝึกคนในปกครองก็ได้  ไม่เสียหายอะไร” จี๋หลินเวิ่นเทียนกล่าว  แต่ยังไม่ทันได้คุยต่อก็มีบ่าวชายวิ่งมาบอกคนของจี๋หลินเวิ่นเทียนที่เฝ้าประตูเข้าเรือนของเฟิงเทียนว่า แผนนารีพิฆาตล้มเหลว  ทางคนที่เฝ้าประตูจึงได้ส่งปราณสื่อสารเข้าไปรายงานจี๋หลินเวิ่นเทียนทันที


            “เฟิงเทียน  พ่อต้องไปก่อนนะ  พอดีมีเรื่องยุ่ง ๆ นิดหน่อย” จี๋หลินเวิ่นเทียนลุกขึ้นแล้วเดินออกไป  โดยตรงกลับไปยังเรือนของตนเอง  มีบ่าวชายที่มารายงานเรื่องแผนการที่ล้มเหลวตามไปด้วย  เมื่อจี๋หลินเวิ่นเทียนไปไกลแล้ว  ไป่ฉีจึงเลือกให้ร่างจิตปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเฟิงเทียน


            “เหวอ  ท่านอาจารย์” เฟิงเทียนตกใจที่อยู่ ๆ อาจารย์ก็มาปรากฏตัวต่อหน้าเขา


            “รู้รึเปล่าว่าพ่อเจ้ารีบออกไปเพราะเรื่องอะไร” ไป่ฉีถาม


            “คงจะมีผู้อาวุโสบางคนไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้  แล้วบ่าวชายคนนั้นคงได้ยินเข้า  จึงมารายงานท่านพ่อมั้งครับ” เฟิงเทียนลองเดาดู


            “ผิด  ที่จริงแล้วพ่อของเจ้าวางแผนนารีพิฆาตกับเรา  ส่งหญิงสาวพรหมจรรย์ 3 คนที่คาดว่าน่าจะฝึกมาในเรื่องการทำกิจกรรมบนเตียง  มาปรนนิบัติเรา  ซ้ำในกาน้ำชาที่ตั้งไว้ในห้อง  ยังมีกลิ่นของยาปลุกกำหนัดลอยออกมาอีก  ส่วนหญิงสาวทั้ง 3 คนเป็นคนในตระกูลจี๋หลิน  เจ้าคงพอเดาออกนะว่าพ่อของเจ้าหวังอะไรไว้” ไป่ฉีกล่าว


            “หวังให้ท่านอาจารย์เสียซิงสินะครับ” เฟิงเทียนตอบ  ก่อนจะโดนกำปั้นทุบเข้าที่หัวอย่างแรง


            “โอ๊ย  ท่านอาจารย์  ทำไมท่านชอบทำร้ายร่างกายผมจัง” เฟิงเทียนเอามือกุมหัวส่วนที่โดนอวี้กงทุบไป  แต่ท่าทางเจ้าตัวจะชอบโดนทุบตีซะมากกว่า


            “เจ้าศิษย์โรคจิต  เล่นให้รู้เวลาเสียบ้าง” ไป่ฉีดุศิษย์ของตน


            “ขอโทษครับท่านอาจารย์” เฟิงเทียนก้มหัวขอโทษ


            “นอกจากนี้ยังใช้แผนบุรุษพิฆาตยายทวด  อ้อ ไม่สิ บุรุษพิชิตมนุษย์ป้า  กับประมุขจางหนี่หวังด้วย” ไป่ฉีกล่าว


            “ประมุขจางก็โดนเหรอครับ  ตอนนี้ประมุขจางเป็นยังไงบ้าง” เฟิงเทียนถามด้วยความเป็นห่วง  แต่จินตนาการนั้นคิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว


            “ไม่ต้องห่วงรายนั้นหรอก  จับชายหนุ่ม 3 คนมัดแล้วกรอกชาที่มียาปลุกกำหนัดใส่ปากทั้ง 3 คน  จากนั้นก็ใช้เทียน  โซ่  แส้  กุญแจมือทรมานจนเสียงคราง  อ้อ ไม่สิ  เสียงดังเหมือนควายถูกเชือดดังออกมาจากภายในห้อง” ไป่ฉีอธิบายจนเฟิงเทียนเห็นภาพ


            “นี่ท่านไปถ้ำมองมาเหรอครับ” เฟิงเทียนถาม  ก่อนจะโดนเขกหัวไปอีก 1 ครั้ง


            “เราแค่ตรวจสอบดูว่าจางหนี่หวังจะพลาดท่าหรือเปล่า  จะได้เข้าไปช่วยเหลือ” ไป่ฉีกล่าว


            'น่าเป็นห่วงมาก  ป้าจางนอกจากเป็นสายมโน เรื่องลามกแล้ว  ยังเป็นพวกไม่ระวังตัวด้วย' ไป่ฉีคิด


            “ถ้าเป็นอย่างที่ท่านอาจารย์เล่ามา  ท่านต้องอยู่อีก 2 วันจะไม่เป็นไรใช่ไหมครับ” เฟิงเทียนถาม


            “ไม่ต้องห่วงหรอก  รีบฝึกพลังปราณให้ถึงชั้นจักรพรรดิขั้น 10 เถอะ  อย่างน้อยควรมีคนระดับราชันย์ทรราชสัก 1-3 คนในการต่อกรกับพวกพรรคตะวันดับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ทราบแล้วครับ” เฟิงเทียนรับคำ


            “ดีมาก  โอสถที่จำเป็น  เราได้เตรียมไว้ให้ที่ถ้ำฝึกฝนแล้ว  เจ้าสามารถใช้ได้เลย  เรื่องที่จะบอกก็มีเพียงเท่านี้แหละ” ไป่ฉีกล่าวจบก็หายตัวไปจากห้องของเฟิงเทียนทันที


            ไป่ฉีดึงจิตของตนกลับมาเข้าร่างอีกครั้ง  จากเมื่อครู่ที่ลองอ่านความทรงจำและความคิดของจี๋หลินเวิ่นเทียนมา  เขาได้ข้อมูลเกี่ยวกับตำหนักเทพกิเลนมาพอสมควรทีเดียว  แต่ตอนนี้สิ่งที่จำเป็นกับเขามากกว่าคือการเตรียมตัวสำหรับทะลวงขั้นลมปราณสู่ปราณชั้นราชันย์ทรราช


            ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ สมาร์ทโฟนของเขาก็ดังขึ้น  แต่เพื่อความปลอดภัยในตัวตนของเขา  เขาลงอักขระลมปราณเพื่อป้องกันไม่ให้คนภายนอกได้ยินเสียงคนที่อยู่ภายในห้อง  เมื่อเช็กว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงค่อยกดรับสาย


            “ครับ พี่ชิงชิง  คิดถึงผมเหรอ” ไป่ฉีแซวเมิ่งชิงชิงทันที


            [อือ  นายจะกลับมาวันไหน] เมิ่งชิงชิงถาม


            “อีก 2 วันครับ  พ่อกับแม่เป็นยังไงบ้าง” ไป่ฉีถาม


            [พวกท่านสบายดี  ตอนนี้ออกไปซื้อของนอกบ้านกันน่ะ  ฉันอิจฉานายเหมือนกันนะ  พ่อกับแม่ฉันไม่เห็นหวานกันแบบนี้เลย  กลับมาบ้านทีนึงก็ทำหน้าบึ้งตึงใส่กันตลอด  พอฉันจะพูดอะไรก็ถูกดุถูกว่า  พอคุณปู่มาฉันก็เลยขอมาอยู่กับคุณปู่น่ะ] เมิ่งชิงชิงกล่าว  ไป่ฉีเดาได้จากน้ำเสียงเลยว่าเธอคงทำหน้าเศร้าแน่ ๆ


            “พ่อแม่ผมก็เหมือนพ่อแม่ของพี่เหมือนกันนะ  อีกหน่อยถ้าพี่แต่งเข้าบ้าน  พี่ก็ต้องเรียกพวกท่านว่าพ่อกับแม่เหมือนกัน” ไป่ฉีเริ่มแหย่เมิ่งชิงชิงอีกครั้ง  เพื่อเปลี่ยนอารมณ์ของเธอ


            [ชิ ให้มันถึงวันนั้นก่อนเถอะ  ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อนนะ  กลับมาค่อยคุยงานละครที่ทางบริษัทซื้อลิขสิทธิ์นิยายของนายไป  ตอนคุณตงไห่ติดต่อมาฉันก็ตอบอะไรมากไม่ได้  เลยบอกเขาว่ารอนายกลับมาก่อน] เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “ขอบคุณที่เป็นธุระให้นะครับ  อ้อ ผมเสื้อที่ผมใส่แล้วอยู่ในตะกร้ายังไม่ได้ซัก  ถ้าว่างฝากซักด้วยนะครับ” ไป่ฉียิ้ม  เขารู้ว่าถ้าเขาไม่อยู่คนที่เสพติดกลิ่นของเขาต้องนอนไม่หลับแน่


            [ได้ ๆ วางละนะ] เมิ่งชิงชิงรีบวายสายไปทันที  ไม่ต้องเดาเลยว่าเสื้อของไป่ฉีในตะกร้าคงยังไม่ได้ซักในเร็ว ๆ นี้


            หลังจากคุยกับเมิ่งชิงชิงแล้ว  ไป่ฉีในรูปลักษณ์ของอวี้กงโทรติดต่อไปหาไป่ชิกับไป่เชอะ และไป่โม่ลี่  เพื่อถามว่ามีอะไรขาดเหลือรึเปล่า  ดูเหมือนทั้ง 3 คนจะอยู่สุขสบายดี  การฝึกยุทธ์ดูจะไม่ค่อยก้าวหน้าเท่าไหร่  เป็นไปตามที่ไป่ฉีคาดเอาไว้  ทั้ง 3 คนไม่มีพรสวรรค์  ส่วนพรแสวงนั้นเห็นจะมีแต่ไป่โม่ลี่เท่านั้นที่มี  ส่วนเจ้า 2 ตัวป่วนนั่นเขาขี้เกียจจะสั่งสอนแล้วจริง ๆ


            เมื่อรู้ว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี  ไป่ฉีเปิดประตูมิติไปยังถ้ำฝึกฝนของเขา  เก็บเกี่ยวสมุนไพรที่จำเป็นต้องใช้  จากนั้นไปนำศิลาสวรรค์มาและเข้าไปในเขตแดนสำหรับบ่มเพาะพลัง  ซึ่งเป็นเขตแดนที่เวลาภายในนั้นเดินเร็วกว่าภายนอก


            'หึ หึ  ไม่ได้ทำมาเสียนาน  เตาหลอมโอสถใบใหม่ที่เหนือกว่าใบเดิม  หากข้าทำได้สำเร็จล่ะก็  การสร้างเตาหลอมอาวุธก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร' ไป่ฉีคิด


            เขาเริ่มจากการใช้เพลิงปราณสีขาวหลอมศิลาสวรรค์  จากนั้นเริ่มขึ้นรูป  ด้วยความรู้จากโลกนี้  ไป่ฉีลงรายละเอียดทั้งความหนา  ความบางของส่วนต่าง ๆ ถูกปรับแต่งด้วยมือ  บางส่วนที่ยังไม่ได้รูป  เขาก็แก้ซ้ำแล้วซ้ำอีก  เมื่อขึ้นรูปเตาเสร็จแล้ว  ก็ขึ้นลายอักขระลมปราณซึ่งจะช่วยในการปรุงโอสถ


            “ข้าจะทำให้มันกลายเป็นเตาหลอมโอสถสารพัดประโยชน์ที่สามารถหลอมโอสถได้ทุกชนิด  หากเป็นที่ต้าเซียน  โอสถหยินกับโอสถหยางจะต้องใช้เตาหลอมเฉพาะ  โอสถพิษก็ต้องใช้เตาแบบเฉพาะเช่นกัน  แต่ด้วยเตาหลอมจากศิลาสวรรค์นี้  ข้าจะปรุงโอสถทั้ง 3 ชนิดด้วยกันได้ในเตาเดียวยังได้เลย” ไป่ฉีตื่นเต้นกับเตาใหม่ของเขาที่กำลังลงอักขระลมปราณจำนวนมากลงไป


            เรือนพักของประมุขจี๋หลินเวิ่นเทียน

            “บัดซบ  แผนการครั้งนี้ล้มเหลวหมด  จางหนี่หวังยังพอเข้าใจได้  แต่อวี้กงที่ยังหนุ่มแน่นกลับไม่อ่อนไหวไปกับการยั่วยวนของหญิงสาวแม้แต่น้อย  นับว่าผิดคาดจริง ๆ” จี๋หลินเวิ่นเทียนกล่าว


            “เราจำทำยังไงกันต่อดีครับท่านประมุข  หากส่งพวกเธอไปอีก  อวี้กงอาจลงมือฆ่าพวกเธอทันทีก็ได้ และอาจจะถล่มตำหนักเทพกิเลนจนราบเป็นหน้ากลอง” ผู้อาวุโสคุมกฎกล่าว


            “หรือว่าอวี้กงจะเป็น*ต้วนซิ่ว” จี๋หลินเวิ่นเทียนกล่าวขึ้น (*ชอบเพศเดียวกัน)


            “อาจเป็นไปได้  เพราะเราไม่เคยเห็นอวี้กงสนใจสตรีใดมาก่อน  หากเป็นบุรุษก็เห็นเพียงแค่ให้การชี้แนะหรือสั่งสอนเพียงเท่านั้น  นอกนั้นไม่มีอะไรสามารถยืนยันได้ว่าอวี้กงเป็นต้วนซิ่ว  หรือว่าเรื่องนี้จะลองติดต่อไปหาเหลาเหล่าดี” ผู้อาวุโสคุมกฎเสนอ


            “อย่าได้เชิญมาเด็ดขาด  ชื่อเสียงเหลาเหล่าอื้อฉาวขนาดไหน  ทุกคนในยุทธภพนั้นรู้ดี  ช่างน่าแปลกที่เจ้าแก่วิปลาสนั่นยังอยู่ฝ่ายธรรมะ” จี๋หลินเวิ่นเทียนกล่าว


            “แล้วจะให้ทำยังไงดีครับ” ผู้อาวุโสคุมกฎถาม


            “ให้เต๋อเทียนกับไท่หยางไปช่วยดูแลอวี้กงแทน  โดยใช้ข้ออ้างว่าเพื่อตอบแทนที่ช่วยชีวิตกับชี้แนะวิชาให้  ครั้งนี้ไม่ต้องผสมยาปลุกกำหนักลงไปในน้ำชา  ดูเหมือนอวี้กงจะจมูกดีมากทีเดียว  ให้ไท่หยางกับเต๋อเทียนพักอยู่กับอวี้กง  เพื่อคอยสังเกตพฤติกรรมว่าเขาเป็นต้วนซิ่วรึเปล่า” จี๋หลินเวิ่นเทียนกล่าว


            “ทราบแล้วครับ  ผมจะรีบจัดการตามที่ท่านประมุขต้องการโดยเร็ว” ผู้อาวุโสคุมกฎรับคำสั่ง  ก่อนจะคำนับจี๋หลินเวิ่นเทียน และออกไปจากเรือนพักแห่งนี้ไป


            ที่ถ้ำฝึกฝนของไป่ฉี

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดเตาหลอมโอสถกับเตาหลอมศาสตราเทพที่สร้างจากศิลาสวรรค์ชั้นยอดก็เสร็จจนได้  คราวนี้รับรองว่าไม่มีทางระเบิดเหมือนตอนอยู่ที่ต้าเซียนแน่  เพราะข้าได้ใส่อักขระลมปราณที่จะรักษาและคงสภาพเตาไม่ให้ระเบิด  โดยดูดซับแรงระเบิดมาฟื้นฟูเตาที่ถูกแรงระเบิดทำลาย  กลายเป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพลังจากแรงระเบิดจะหมดไป  การเตรียมการสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว” ไป่ฉีดีใจมากที่ทำมันสำเสร็จจนได้


            เขานำเตาทั้ง 2 ออกมาจากเขตแดน  จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่เมื่อไม่นานมานี้  ภายในนั้นมีสิ่งที่หน้าตาเหมือนกับสมาร์ทโฟนวางอยู่


            [สวัสดีครับนายท่านไป่] เสียงสังเคราะห์ดังออกมาจากอุปกรณ์ที่ดูเหมือนสมาร์ทโฟน  ก่อนที่จะมีเส้นแสงปรากฏเป็นร่างของเด็กคนหนึ่ง  ใช่แล้ว  เป็นรูปลักษณ์ของไป่ฉีตอนเด็กที่อยู่ต้าเซียนนั่นเอง


            “ผลการวิเคราะห์ตัวยาที่ได้จากเจียงซือ  ไปถึงไหนแล้ว” ไป่ฉีถาม


            [PROCESS 50 % ครับ] ปัญญาประดิษฐ์ตอบ


            มันถูกสร้างขึ้นโดยไป่ฮี  ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่ไป่ฉีเรียนรู้มาจนแตกฉานบวกกับอักขระลมปราณ  ใช่แล้ว  เจ้าสิ่งที่เหมือนกับสมาร์ทโฟนนี้คือซูเปอร์คอมพิวเตอร์นั่นเอง


            สาเหตุที่มันมีขนาดเล็กก็เพราะอักขระลมปราณที่ไป่ฉีสร้างขึ้น  ทำให้มันมีขนาดเล็กอย่างที่เห็น  หากแต่ไม่สะดวกจะพกพาไปไหนมาไหนด้วยเท่านั้น  ส่วนพลังงานไฟฟ้านั้นก็ได้จากศิลาสวรรค์ที่ไป่ฉีทำการสร้างอุปกรณ์แปลงพลังปราณจากศิลาสวรรค์มาเป็นกระแสไฟฟ้าจ่ายให้กับมัน


            “ดีมาก  วิเคราะห์ต่อไป” ไป่ฉีกล่าว


            [รับทราบครับ] เอไอในรูปร่างเด็กรับคำสั่ง


            “แล้วเรื่องอาวุธลมปราณแบบใหม่ที่ข้าให้เจ้าลองทำแบบจำลองออกมาล่ะ  เสร็จไปถึงไหนแล้ว” ไป่ฉีถาม


            [ตอนนี้แบบแปลนจำนวนมากถูกสร้างและได้ลองทำการทดลองด้วยระบบเสมือนจริงดูแล้ว  แม้จะใช้งานได้แต่พลังไม่รุนแรงเท่าที่ควรจะเป็นครับ] เอไอตอบคำถามไป่ฉีทันที


            “ดีมาก  ทำต่อไป  หากสำเร็จ  ให้ส่งข้อความไปบอกด้วย” ไป่ฉีกล่าวจบก็หันหลังแล้วเปิดประตูมิติกลับไปที่ห้องรับรองในตำหนักเทพกิเลนทันที


            เรือนรับรองของไป่ฉี  ในตำหนักเทพกิเลน

            “เฮ้อ  นี่ใกล้ได้เวลาอาหารเย็นแล้วสิ” ไป่ฉีถอนหายใจ  งานวิจัยยาของเจียงซือที่อยู่ในมือของพรรคตะวันดับเป็นปัญหาอย่างมากต่อความปลอดภัยของคนทั่วไป  สิ่งที่อยู่ในมือของพรรคตะวันดับคือวิธีสร้างสัตว์อสูรจากร่างของผู้ฝึกยุทธ์  ซ้ำยังสามารถควบคุมพวกมันได้  ยิ่งถ้าสัตว์อสูรพวกนั้นได้รับยาของเจียงซือ  ก็จะเป็นอย่างที่หลงเทียนหมิงเจอ  ไม่ว่าจะใช้คนรุมมันมากเท่าไหร่  มันก็ราวกับจะไม่เป็นอะไรเลย


            ก๊อก ๆ ๆ  เสียงเคาะประตูเรือนรับรองดังขึ้น


            “ใคร” ไป่ฉีถาม  เขาชักเริ่มรำคาญขึ้นมาบ้างแล้ว


            “ผู้น้อยเต๋อเทียนกับไท่หยางครับ” เต๋อเทียนตอบ  เขารู้สึกดีใจมากที่จะได้ดูแลเทพกระบี่  ไม่แน่ว่าระหว่างที่ดูแลเทพกระบี่  เขาอาจได้รับการสั่งสอนจากเทพกระบี่บ้างไม่มากก็น้อย  ส่วนเรื่องที่ประมุขขอมาคือแค่สังเกตกับคอยรับรองอวี้กงเท่านั้น  ไม่มีอย่างอื่น  ใครบ้างล่ะจะไม่ตอบตกลง


            “มีธุระอะไร” ไป่ฉีถาม  โดยเขายังไม่ได้เปิดประตูให้


            “ท่านประมุขให้ผมกับเต๋อเทียนมาคอยรับรองท่านครับ  ตอนนี้ได้เวลามื้อเย็นแล้ว  ผมจึงได้มาเชิญท่านไปร่วมมื้อเย็นครับ” ไท่หยางกล่าว


            เพียงไม่นานประตูก็เปิดออก  เผยให้เห็นร่างของเทพกระบี่ในชุดจอมยุทธ์โบราณ  สีขาวขลิปริมสีทอง  ลวดลายบนผ้านั้นเป็นสีทองสวยงามแบบที่ไท่หยางและเต๋อเทียนไม่เคยเห็นมาก่อน


            “นำทางไปได้แล้ว  ให้ประมุขจี๋หลินรอนานจะไม่ดี” ไป่ฉีที่เห็นทั้ง 2 หนุ่มที่จี๋หลินเวิ่นเทียนส่งมาให้รับรองเขายังคงนิ่งค้างไปกับความอลังการของเสื้อผ้า  จึงได้กล่าวขึ้นเพื่อให้พวกเขาได้สติ


            “เชิญท่านอวี้กงทางนี้ครับ” เต๋อเทียนและไท่หยางกล่าว  ก่อนจะนำทางไป่ฉีไปยังห้องรับประทานอาหาร

    ___________________________

    +ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

    เทพมารลิขิตฟ้า

    เทพมารลิขิตฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    72K 42
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498