ยามเมื่อผ่านพ้นเหตุการณ์พลิกประวัติศาสตร์เมื่อครู่มา ชั้นเรียนฝึกหัดยามนี้ไม่มีใครสงบใจได้อีก เฮฮาสังสรรค์กันราวกับประสบโชคลาภมหาศาลใหญ่โต ฮ่าวเทียนหลังรักษาาแจึงมาพบเหล่าอาจารย์ของชั้นเรียนทันที
เทียนอวิ๋นกล่าวต่อ
“ ท่านเ้ามิต้องกังวลนัก ไม่จำเป็ต้องชนะเลิศ ขอเพียงติด 1 ใน 3 นั่นหมายความว่าฮ่าวเทียนได้เป็ตัวแทนราชวงศ์แล้ว เื่นี้ เราศิษย์อาจารย์เตรียมรับมือไว้แล้ว ” อาจารย์าุโท่านหนึ่งแทรกออกมา
“ ท่านรองเ้าตำหนัก เื่นี้ไม่อาจคาดเดาเอาได้นะท่าน ตอนนี้ฮ่าวเทียนนับว่าเป็บุคคลสำคัญ ยิ่งต่อราชวงศ์ด้วยแล้ว หากเราตัดสินใจการใดให้เขาต้องเกิดอันตราย เกรงว่าราชสำนักจะไม่อยู่เฉยแน่... ” ทั้งห้องหันมาสนใจคำชายชราทันที เื่นี้นับว่ามีเหตุผลนัก ฮ่าวเทียนจึงกล่าวต่อ
“ ท่านอาจารย์าุโ ศิษย์ไม่อาจจะชนะเลิศจริงอยู่ แต่มาถึงขั้นนี้นับว่าครึ่งทางแล้ว ไม่อาจหยุดลงกลางคันได้ หากเปิดผนึกสายเืบริสุทธิ์จะทำให้ระดับชั้นเพิ่มขึ้นชั่วขณะ ทว่าแลกมาด้วยสภาพปางตาย ข้าย่อมเสี่ยงดวงกับสิ่งนี้ ยังมีไพ่ตายอีกสองสามใบ เ่าั้จะช่วยให้ข้า ไปถึงฝั่งฝันได้แน่ ”
เห็นท่าทางตั้งใจตั้งมั่นของเด็กหนุ่มชายชราได้แต่ทอดถอนใจ กล่าวต่อ
“ หากเป็เช่นนั้น เ้าจะต้องรับปากอาจารย์ หากเ้ามีอันตรายถึงชีวิต ไม่ว่าชนะหรือแพ้ พวกเราจะเข้าไปหยุดการประลองทันที ” ฮ่าวเทียนรับคำทันที จากนั้นเสียงเ้าตำหนักดังขึ้น ปรากฏกล่องหยกสีครามเรืองรอง นางเปิดกล่องออกและมอบใข่มุกเม็ดหนึ่งให้ฮ่าวเทียน
“ ไข่มุกเ้าสมุทร อำนาจเยียวยาสูงเทียมฟ้า ชำระล้างร่างกายดั่งเกิดใหม่ ทั้งยังมีความลับบางประการที่ข้าไม่รู้ นับเป็หนึ่งในสมบัติที่ชั่วชีวิตนี้ข้าไม่อาจหามาได้อีก ข้าตอบแทนเ้าได้เพียงเท่านี้ รับไปซะ ” ได้เห็นแววตาตั้งมั่นของนาง ฮ่าวเทียนได้แต่ยอมรับไว้โดยดี ท่ามกลางสายตาละโมบโลภมากของเหล่าาุโ
“ เ้ากลืนมันลงไปเดี๋ยวนี้ ยามพักผ่อนมันจะส่งผลดีกว่า และรีบไปพักผ่อนเสียให้เต็มอิ่ม พรุ่งนี้ยังคงมีเื่ราวมากมายให้เ้าต้องทำ อ้อ...ดูท่านอกประตูจะมีนางฟ้าตัวน้อยคอยปรนนิบัติเ้าอยู่ รีบไปเถอะ ”
ฮ่าวเทียนออกจากตำหนักอย่างงุนงง ด้านในยังคงพูดคุยกัน
“ ท่านรองเ้าตำหนักชื่อเสียงเกรียงไกรเป็ทุนอยู่แล้ว ยามนี้ศิษย์สายตรงท่านยังเป็ถึงว่าที่ลูกเขยแม่ทัพหลิน เหอๆ เหตุใดมิใช่ศิษย์ข้าบ้างน้อ ” เทียนอวิ๋นนั่งลงคล้ายไม่สนใจคำก่อนกล่าว
“ ท่านอย่าพูดไป ข้ารู้จักเ้าปีศาจน้อยนี่ดี นางในใจมันสูงส่งกว่าธิดาแม่ทัพหลินนัก ขนาดที่ว่าชีวิตนี้มันจะสมหวังมั้ยไม่ทราบ... ” เ้าตำหนักจึงเอ่ยปากทันที
“ อ้อ...ที่แท้ท่านอวิ๋นของเรามิได้เป็ตอไม้หรอกรึ ก็นะ...สมัยหนุ่มๆท่านก็ใช่ว่ามีภรรยาคนเดียว ? ” นางแค่นเสียงเ็าใส่เทียนอวิ๋นทำเอาบรรยากาศวงแตกปรากฏขึ้นทันที... เป็ไปตามนางว่า มีนางฟ้าตัวน้อยมาดักคอยฮ่าวเทียนจริงๆ เป็เว่ยซินนั่นเอง ฮ่าวเทียนเห็นนางก็อดไม่ได้ที่จะกลั่นแกล้ง
“ ตายล่ะ...หญิงสาวผู้ใดกันมารอข้าอยู่ตรงนี้ ดูท่านางชมชอบข้าจนไม่อาจออกเรือนได้อีกแล้วกระมัง ? ” เว่ยซินคิ้วกระตุกรีบตอบกลับ
“ เ้าคนหลงตัวเอง! ใครรอเ้ากัน ข้าเพียงผ่านมาเท่านั้น! ” ฮ่าวเทียนคว้าตัวนางไว้เหาะทะยานไปยังแดนชมจันทร์ ก่อนจะนั่งลงริมสระน้ำแห่งนึง
“ ฮึ เดี๋ยวนี้แข็งแกร่งยิ่งใหญ่แล้วนี่ คิดฉุดกระชากหญิงสาวคนใดคงง่ายดาย ” ฮ่าวเทียนไม่สนใจคำพลันกล่าว
“ เว่ยซิน เ้าจำได้รึไม่ ปีก่อนเ้าชอบลากข้ามาตกปลาที่นี่ประจำ ตอนนั้นข้าโดนแกล้งสารพัดมีเ้าคอยเป็เพื่อนช่วยเหลือกันเสมอ ยามนี้ข้าคิดอยากกลั่นแกล้งคนทั้งสำนักยังกระทำได้โดยง่าย ก็ยังมีเ้าอยู่เป็เพื่อนเช่นเดิม ”
ฮ่าวเทียนนอนลงกับพื้นมองดูท้องฟ้าสีดำมืดมน ดวงจันทร์กำลังสาดส่องแสงลงมายังพื้นน้ำเด่นชัด สถานที่นี้แม้จะไม่ได้มีเพียงทั้งสองคนแต่ก็นับว่าเงียบสงบที่สุดแล้ว เว่ยซินเองก็นอนลงบนพื้นเช่นกัน
“ คิดถึง่เวลานั้นเ้าช่างอ่อนแอ เด็กน้อยในตอนนั้น ผ่านไปแค่ปีเดียว กลับตัวโตกว่าข้าซะแล้ว ” บรรยากาศเงียบงันไม่มีใครพูดอะไรต่อ ฮ่าวเทียนรู้สึกได้ถึงความสงบสบายใจก็ผล็อยหลับไป
“ ...ไม่กี่ชั่วยามก่อนยังสู้ตายฝากชื่อไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ ยามนี้นอนหลับสบายใจยังกับลูกแมวใสซื่อ ” นางลอบคิดถึงตอนที่ฮ่าวเทียนใช้ปราณทมิฬแล้วก็เกิดกลัวบางสิ่งขึ้นมา ก่อนจะสลัดภาพนั้นทิ้ง ขยับร่างเด็กหนุ่มมานอนบนตักตน เอาหลังพิงต้นไม้ก่อนจะกล่าว
“ ข้าอยากให้เรามี่เวลาสงบสุขเช่นนี้ตลอดไป ไม่ต้องให้เ้าพบเจอเื่ราวเลวร้ายอันใดอีก ” จากนั้นนางเข้าสู่ห้วงสมาธิเช่นกัน... ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบนี้เอง ถัดไปด้านหลังไม่ไกลคนผู้นึงมองดูเหตุการณ์และไล่ตามตลอดมา
“ เป็เช่นนี้คงดีแล้ว ฮ่าวน้อย เ้าจะต้องดีกับนางให้มาก... ” จากนั้นร่างเงานี้ค่อยๆเคลื่อนกายมา ทิ้งกล่องไม้สลักไว้ใบนึงข้างทั้งสอง กางม่านคุ้มกันที่มองด้วยตาไม่เห็น จึงค่อยจากไป
ฮ่าวเทียนที่หลับสนิทยามนี้กลับโดนปลุกด้วยเสียงเรียกบางอย่าง เด็กหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้น ก่อนพบเห็นร่างเงาชายหนุ่มที่หน้าตาเหมือนตนยืนอยู่ตรงหน้า
“ ให้ตายเถอะ ท่านยังเรียกข้าอีก ให้ข้าได้พักผ่อนบ้างดีรึไม่ ? ” ฮ่าวเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย ร่างนั้นจึงตอบกลับ
“ เ้าก็ยังคงพักผ่อน คิดเสียว่าฝันก็แล้วกัน ... ” ฮ่าวเทียนคล้ายทำใจได้ก่อนกล่าวต่อ
“ ท่านมีอันใดก็พูดมาเถอะ ” ร่างเงากล่าวต่อ
“ ตัวข้า เ้าคงรับรู้แล้ว เ้ามีดวงจิตสองดวง หนึ่งคือัประกายแสง และสอง...ดวงจิตมารแท้จริง ” ฮ่าวเทียนตื่นตะลึง นี่เื่อันใด ที่แท้มันคือ.... ร่างเงาเอ่ยต่อ
“ เ้าตกตะลึงก็นับว่าถูกต้อง เพียงแต่มันไม่ใช่ตัวตนที่มีรูปธรรมอันใด เป็เพียงส่วนหนึ่งของพลังมารที่ถูกผนึกเท่านั้น ” ฮ่าวเทียนฟังแล้วก็เกิดคำถามมากมาย
“ เหตุใดพวกมันต้องมายุ่งเกี่ยวกับข้า ? ” ชายหนุ่มไม่กล่าวต่อ เดินมาใกล้มันจึงค่อยพูด “ อีกไม่ถึงปี ตราผนึกจะคลายออก ปลดปล่อยความจริงทั้งมวลออกมา ถึงเวลานั้นปราณทมิฬทั้งโลกจะสยบต่อเ้า แต่ก่อนหน้านั้น เ้าไม่ใช้มันอีกจะเป็การดี... ”
ท่ามกลางบทสนทนานี้ ร่างชายหนุ่มหวนนึกความทรงจำเก่าก่อนที่มันล้างสังหารชีวิตไปมากมาย คนบริสุทธิ่ไม่รู้เื่ กระทั่งเด็กตาดำๆยังต้องตกตาย โลหิตมากมายเปื้อนมือมัน ความรู้สึกผิดท่วมท้นอยู่ในใจ ฮ่าวเทียนมองดูร่างชายหนุ่มคนนี้แล้วเวทนาสงสารนัก
“ แม้ข้าไม่รับรู้ว่าท่าน...ไม่สิ ตัวเราผ่านอันใดมาในอดีตชาติ แต่ข้ารับรู้ได้ว่าท่านมิใช่มารแต่อย่างใด...” ร่างชายหนุ่มฟังแล้วก็หลับตาลงก่อนกล่าว
“ จิตใจมุ่งมั่นเปี่ยมเมตตา...ตัวเรายึดถือมันมาโดยตลอด ช่างเถอะ ข้าขอเตือนเ้า ปราณทมิฬนั้น ก่อนผนึกจะคลายออกเป็ไปได้ไม่ควรใช้ มันจะกัดกินบิดเบือนตัวตนเ้าไปเป็ผู้อื่น ไม่อาจควบคุม ข้าเป็เพียงก้อนความทรงจำ ไม่อาจช่วยเหลือเ้าได้ ” จากนั้นบทสนทนาที่เกิดขึ้นราวกับฝันไปนี้ก็จบลง ฮ่าวเทียนกลับไปสู่โลกของตน แต่ร่างชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งกับที่
“ เป็อดีตชาติก็คงดี....” จากนั้นร่างชายหนุ่มถูกปราณสีแดงสดกลืนกินห่อหุ้มไว้
“ สำนักคืนดารา...อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น!! ”
จบตอน