24. ปักปิ่นและงานมงคล
วันเวลาผันผ่าน ่ภัยแล้งผ่านมาอีก 3 เดือน ตอนนี้เริ่มเขาสู่หน้าฝนแล้วบางพื้นที่จึงเริ่มมีฝนตกลงมาพร้อมๆ กับที่นำพาให้หัวใจของชาวบ้านที่แห้งแล้งกลับมาชุ่มฉ่ำไปพร้อมๆกับเม็ดฝนที่โปรยลงมาจากฟ้า ชาวบ้านพากันเอาถังและกะละมังออกมารองน้ำฝนไว้ใช้แทบทุกบ้านเหตุการณ์ภัยแล้งผ่านพ้นไปแล้วชาวบ้านต่างก็กลับเข้าสู่วิถีชีวิตเดิมกัน …
ชาวเมืองต่างก็ตระหนักถึงการขาดแคลนที่ผ่านมาช่างเป็่ที่ลำบากยิ่งนัก ตอนนี้ชาวบ้านต่างๆ จึงเตรียมกักตุนอาหารกันมากขึ้นปลูกผักนำมาดอง มาแปรรูปถนอมอาหารกันไว้ เพราะไม่รู้จะเกินภัยธรรมชาติอันใดขึ้นอีกหรือไม่
ทางด้านชิงเหมยและครอบครัวก็กลับมาสู่สภาวะปกติเริ่มปลูกผักอีกครั้งเพราะเป็่ที่ฝนตกแล้วประกอบกับเริ่มลงเมล็ดผักผักจึงเติบโตได้ดีมาก ภายในเวลาไม่ถึงเดือนผักผลไม้ก็ออกผลผลิตมากมายอีกครั้งและยังคงขายดีอยู่เหมือนเดิมเพราะผักบ้านสกุลจางขึ้นชื่อเื่ความสด อวบอร่อยกินแล้วสดชื่นนั้นเอง
ชีวิตที่เรียบง่ายค่อยเป็ค่อยไปของครอบครัวสกุลจากผ่านพ้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งชิงเหมยถึงวัยปักปิ่น
ร่างบางเติบโตขึ้นอย่างงดงาม รูปร่างบอบบางแต่อรชรอ้อนแอ้นอกอวบอิ่มกลมกลึง เอวบางคอดกิ่ว สะโพกผาย ผิวขาวเนียนแม้จะทำงานในสวนตากแดดแต่ก็ยังขาวราวน้ำนม ตากลมโต ขนตางอน จมูกโด่งรั้นพองามริมฝีปากอวบอิ่ม เป็ภาพแม่นางน้อยที่ช่างงดงามยิ่งนัก
และวันนี้คือวันที่ท่านพ่อท่านแม่จัดทำพิธีปักปิ่นให้ชิงเหมยร่างบางเดินออกมาเพื่อทำพิธีปักปิ่นท่านพ่อไม่ได้เชิญแขกมามากนักมีเพียงผู้หลักผู้ใหญ่ที่สนิทและคุณชายตระกูลหลงซึ่งก็คือสหายหลงเฟยฉีและคู่หมั้นของชิงเหมยหลงเฟยอิ๋นเท่านั้น
พิธีปักปิ่นผ่านพ้นไปด้วยดีและราบรื่นตอนนี้ยามเว่ย(13.00-14.59)ชิงเหมยก็นั่งเล่นอยู่ที่ซุ้มศาลาองุ่นกับเฟยอวิ๋นในสวน แต่ก็ยังมีบ่าวคนสนิทยืนอยู่ไม่ห่างมากนักถึงจะเป็คู่หมั้นก็ยังต้องเว้นระยะบ้าง
"ชิงเหมยเ้าปักปิ่นแล้ว" เฟยอวิ๋นกล่าวทั้งมองหน้าชิงเหมยแววตาอย่างมีความหมาย
"เ้าค่ะข้าปักปิ่นแล้ว"ชิงเหมยยังทำหน้านิ่งเฉยถึงแม้จะรู้ว่าที่เฟยอวิ๋นเอ่ยเช่นนี้คงเพราะจะกล่าวถามเื่การแต่งงานเป็แน่
"หึ หึในเมื่อเ้าปักปิ่นแล้วงั้นพรุ่งนี้พี่จะเข้ามาคุยกับท่านพ่อตาและเตรียมงานแต่งเลยดีหรือไม่" เหยอวิ๋นหยอกเย้าชิงเหมยอย่างอารมณ์ดียิ่งเขาดีใจมากที่คนรักปักปิ่นแล้วเพราะเขาก็รอมานานเหลือเกิน
"หื้ม! ระ เร็วไปเ้าค่ะ" ชิงเหมยหันขวับด้วยความใกับความใจร้องของคู่หมั้น
"หึ หึไม่เร็วหรอกเหมยเอ๋อร์ อย่างไรก็ลองดูฤกษ์ก่อนเถิด"
"ก็ได้เ้าค่ะ"
จากนั้นวันต่อมาชิงเหมยก็เห็นว่าเฟยอวิ๋นมาขอพบท่านพ่อท่านแม่พร้อมทั้งพูดคุยถึงฤกษ์ยามที่จะแต่งงานกัน ได้ฤกษ์งามในอีก 3 เดือนข้างหน้าแต่ชิงเหมยเห็นว่าเร็วไปอีกอย่างพี่ใหญ่ชิงเว่ย ก็ยังไม่แต่งภรรยาเลย นางที่เป็น้องจะแต่งก่อนได้อย่างไร
"เื่นั้นเ้าไม่ต้องห่วงหรอกเหมยเอ๋อร์ครอบครัวเราไม่ได้ยึดถือว่าพี่ต้องแต่งก่อนน้องอยู่แล้วขอเพียงเ้ามีความสุขก็พอแล้ว อีกอย่างคุณชายหลงเฟยอวิ๋นก็เป็คนดีและรักเ้ายิ่งนัก เ้าแต่งให้เขาพ่อกับแม่ก็หายห่วง"ท่านพ่อกล่าวพร้อมทั้งพี่ใหญ่ก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง
"ใช้แล้วน้องรองอีกอย่างตอนนี้พี่ก็ยังไม่พึงใจใครคงยังไม่สามารถแต่ภรรยาก่อนได้ หากจะรอพี่เห็นทีคงอีกหลายปี คุณชายเฟยอวิ๋นคงจะรอไม่ไหวหรอก"พี่ใหญ่ก็กล่าวเสริมท่านพ่อเพราะเขายังไม่คิดแต่งภรรยาจริงๆตอนนี้อยากจะเรียนให้มากและเข้าสอบขุนนางให้ได้เพียงเท่านั้น
เมื่อคนในครอบครัวต่างเห็นด้วยชิงเหมยจึงไม่มีขอโต้แย้งใดๆ อีก ดังนั้นงานมงคลจึงถูกจัดเตรียมขึ้นมาชุดแต่งงานที่สั่งตัดปักลวดลายงดงามลงไปมีเพียงผ้าคลุมหน้าเ้าสาวที่ชิงเหมยจะต้องลงมือปักเองข้าวของมงคลสถานที่ในจวนถูกจัดเตรียมพร้อมอย่างงดงาม
ตัวชิงเหมยเองก็ถูกจับขัดสีฉวีวรรณ จนผิวขาวใสนวลเนียนยิ่งขึ้นไปอีก
ในที่สุดวันแต่งงานของชิงเหมยและเฟยอวิ๋นก็มาถึง3 เดือนในการเตรียมงานจะว่านานก็ไม่นานพิธีการต่างๆ ถูกจัดเตรียมอย่างสมบูรณ์แบบและยิ่งใหญ่ พีธีคำนับฟ้าดิน และส่งตัวเ้าก็เรียบร้อยแล้วตอนนี้ชิงเหมยเพียงนั่งรอเ้าบ่าวอยู่ในห้องหอด้วยความตื่นเต้นมือนุ่มบีบเข้าหากันแน่นเพื่อระงับความตื่นเต้น อา! นี้ข้าแต่งงานแล้วจริงๆหรือเนี่ย ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ นั้นเสียงเปิดประตูพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาก็ทำให้ชิงเหมยหลุดจากภวังค์ความคิด
"เหมยเอ๋อร์พี่มาแล้ว"เสียงทุ้มละมุนเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเ้าสาว……