ช่วงระยะเวลาผ่านไปหนึ่งเดือนอย่างรวดเร็วหลังจากที่ทั้งสองเเยกย้ายไปเสริมความแข็งแกร่งให้กับตนเอง ทางด้านเสวียเหม่ยนั้นตอนนี้นางถูกปกคลุมไปด้วยชั้นปราณน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์เงาร่างของมังกรนั้นค่อยๆเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับทางด้านเสวียเหม่ยที่ระเบิดพลังออกอย่างไม่ขาดสายส่งผลให้คฤหาสน์ถล่มลงมาในทันทีพร้อมกับปรากฏร่างของชายหนุ่มที่นั่งอยู่อีกด้านและเวลาก็ระเบิดพลังออกมาเช่นกัน
เงาร่างมังกรขาวบริสุทธิ์และหลากหลายสีสันต์ปรากฏเด่นชัดและค่อยๆซึมซับเข้าไปในร่างกายของทั้งสองเวลานี้เฟยหรงมีชั้นเกล็ดหลากหลายสีสันต์ปรากฏขึ้นพร้อมด้วยพลังในการควบคุมปราณธาตุๆที่ชำนาญมากขึ้น เกาะเทพมังกรนิรันทร์ งดงามและดูสูงส่งอย่างถึงที่สุด
ส่วนเสวียเหม่ยนั้นตอนนี้นางได้ก้าวข้ามระดับเป็นที่เรียบร้อยแต่ด้วยการผนึกโลกนางจึงยังไม่สามารถกลายเป็นเทพอมตะได้อย่างแท้จริง ตอนนี้นางจึงเป็นเพียงเสมือนเทพอมตะก็เท่านั้น ส่วนพลังปราณที่นางใช้แน่นอนคือปราณมังกรเหมันต์ที่มีทั้งความแข็งแกร่งและอำนาจในการควบคุมน้ำแข็งทั้งปวงยกเว้นบัลลังก์ราชัน
ชายหญิงลืมตาขึ้นพร้อมกัน ในใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้นในที่สุดพวกเขาก็บรรลุในสิ่งที่ตนเองต้องการทั้งยังรู้สึกว่ามีพลังท่วมท้นมากอีกด้วย เฟยหรงค่อยๆลุกขึ้นเดินไปหาหญิงสาวผู้เป็นภรรยา และอดไม่ได้ที่จะโอบกอดนางอย่างหลงไหล ใครใช้ให้ภรรยาของเขางดงามเช่นนั้นกัน ยิ่งมองชายหนุ่มยิ่งเต็มไปด้วยความหลงไหลเสียจริง
"หึ พึ่งบ่มเพาะเสร็จก็จะทำเลยหรือ เจ้าคนหื่นกระหาย"เสวียเหม่ยกระฟัดกระเฟียดในทันใด นางเมื่ออยู่ต่อหน้าของเฟยหรงความเย็นชานั้นหายไปจนหมดสิ้น
"ใครบอกกัน ข้าแค่คิดว่าการแต่งกายของเจ้าวันนี้งดงามมากทีเดียว"เฟยหรงกล่าวชมเชยภรรยาที่รัก นางในวันนี้กลับแต่งกายด้วยชุดสีฟ้าครามบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาแห่งเหมันต์ และมันดูยั่วยวนใจของชายหนุ่มเอามากๆ
"นั่นเพราะเจ้าแต่งกายให้หญิงสาวไม่เป็นจนข้าต้องแต่งเองอย่างไรละ ทำไม เมื่อก่อนข้าไม่งดงามงั้นหรือ"นางกล่าวอย่างแง่งอนเฟยหรงถึงกันหัวเราะชอบใจยกใหญ่
"เจ้าย่อมงดงามอยู่แล้วแต่ไร้ซึ่งอาภรณ์เจ้ายิ่งงดงามเข้าไปอีก"เฟยหรงกล่าวหยอกล้อ
"เจ้า!วาจาเช่นนี้ยังกล้ากล่าวออกมา เจ้าคนหื่นกาม!!"เสวียเหม่ยหน้าแดงกล่ำทันที นางไล่ทุบตีเฟยหรงอยู่พักใหญ่ก่อนที่จะพากันออกไปด้านนอกของแหวนมิติจิตวิญญาน ที่ตอนนี้เจ้าบัลลังก์กำลังมองมาที่พวกเขาอย่างมีเลศนัยก่อนที่นางจะตกใจอย่างถึงที่สุดเมื่อมองไปที่เสวียเหม่ย
"โอ้!! เส้นลมปราณที่กลายพันธุ์ ทั้งยังเป็นเส้นลมปราณของมังกรที่ผสานเข้ากับเส้นลมปราณเหมันต์ปฐมกาลอย่างลงตัว!! ไม่ถูกต้องการที่เส้นลมปราณจะเป็นแบบนี้ได้จะต้องมีระดับเท่ากันหรือเหนือกว่า"เจ้าบัลลังก์มองมาที่เฟยหรงด้วยแววตาที่เหมือนดังมองของอันล้ำค่า ชายหนุ่มคนนี้สำหรับนางที่คิดว่าไม่ธรรมดาตอนนี้กลับเกินกว่าที่นางคาดคิดเอาไว้มากนัก
"ท่านเจ้าบัลลังก์นางพร้อมที่จะสืบทอดบัลลังก์แล้วขอรับ"เฟยหรงว่ากล่าวเช่นนั้น เจ้าบัลลังก์พยักหน้าอย่างเข้าใจ ในวันนี้เห็นทีว่าฐานะของเจ้าบัลลังก์ของนางจะได้รับการสืบทอดเสียทีและนางก็จะถูกปลดปล่อยไปด้วย
"เอาละ เจ้าขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์แห่งราชันและสงบมันให้ได้ จำไว้บททดสอบของบัลลังก์ราชันแห่งเหมันต์นั้นไม่ง่ายดายอย่างที่คิด"เสวียเหม่ยรับคำสั่งในทันที และมองไปที่จิ้งจอกเก้าหางสีขาวที่แปรเปลี่ยนเป็นบัลลังก์แห่งราชันเป้นที่เรียบร้อย
เสวียเหม่ยก้าวเดินไปในทันทีทุกเก้าของนางเมื่ออยู่ต่อหน้าของบัลลังก์กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่มหาศาลอย่างถึงขีดสุด เท่านั้นยังไม่พอบัลลังก์ราชันยังสร้างภาพลวงตาออกมาตลอดเส้นทางที่นางเดิน นั่นคือคุกใหญ่ที่กักขังคนที่นางเคยสังหารเอาไว้โดยมีนางกำลังเดินอยู่บนเส้นทางแห่งการคุมขังนั้น
เสียงร้องโหยหวนของเหล่าคนพวกนั้นมันแสดงให้เห็นถึงความทรมานและความเหน้บหนาวอย่างถึงที่สุด แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ทำอะไรเสวียเหม่ยไม่ได้เลยแม้แต่น้อย นางยังคงก้าวเดินไปอย่างมั่นคงแต่ในก้าวสุดท้ายเกือบถึงบัลลังก์นั้นภาพมายาพลันเปลี่ยนไปอีกครั้งและมันทำให้ดวงตาของนางต้องสั่นเคลือ นั่นคือภาพของนิกายจักรวาลหิมะขาวที่ถูกรุกรานจากสองนิกายใหญ๋ผู้คนมากมายล้มตายกันไม่ขาดสายเสวียเหม่ยข่มกลั่นอารมณ์เอาไว้และนั่งลงที่บัลลังก์ราชันแห่งเหมันต์
ทันใดนั้นภาพมายาก็เปลี่ยนไปอีกหนึ่งรอบและคราวนี้มันทำให้นางตกอยู่ในความสิ้นหวังทันทีภาพตรงหน้าคือพ่อและแม่ของนางที่โดนสังหารอย่างโหดเหี้ยมภาพที่คนพวกนั้นที่กระชากเส้นลมปราณของนางไปและยังเป็นภาพที่โหดร้ายที่เกิดขึ้นในตระกูลของนาง
"ม่าย!!!!"
เสียงตะโกนของเสวียเหม่ยดังขึ้นมาจนเฟยหรงอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงแต่ยังคงระงับอารมณ์เอาไว้เพราะนี่คือบททดสอบแห่งราชันดังนั้นเขาจะเขาไปแทรกแซงไม่ได้
ทางด้านเสวียเหม่ยตอนนี้ความสิ้นหวังเกาะกุมหัวใจของนางไม่เหลือเค้ารางแห่งความสุขแม้แต่น้อยในปากพึมพำเพียงแค่ 'ท่านแม่ตายแล้วท่านพ่อตายแล้ว' อย่างสิ้นหวัง น้ำตาของนางไหลรินไม่ขาดสาย ทันใดนั้นสิ่งที่เป็นปาฏอหาริย์ในจิตใจของนางได้เกิดขึ้น ที่จู่ๆนางก็เห็นแสงสว่างเล็กๆที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าของนางพร้อมกับชายหนุ่มผุ้มากับแสงสว่างนั้นที่ยกยิ้มให้กับนางอย่างอบอุ่น
"ลุกขึ้นเถิดที่รัก"ภาพเงาชายหนุ่มคนนั้นกล่าวขึ้นก่อนที่จะโอบกอดร่างของเสวียเหม่ยเอาไว้และกลายเป็นระอองเเสงสีทองโอบล้อมนางเอาไว้ และทำให้หัวใจของนางอบอุ่นอีกครั้ง เวลานี้นางเหมือนจะรู้สึกตัวขึ้นมาโดยพลันพร้อมกับมือสองข้างที่จับไปที่หัวใจพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏออกมา
ทันใดนั้นภาพมายาทั้งหมดล้วนหายมลายสิ้นไปราวกับไม่เคยมีมาก่อนเบื้องหน้ากลับเหลือเพียงจิ้งจอกเก้าหางตัวสีขาวที่นอนอยู่เพียงเท่านั้น เสวียเหม่ยลุกขึ้นและค่อยๆเดินไปหามันช้าๆก่อนที่จะค่อยๆยกมือลูบไปที่ศรีษะของจิ้งจอกเก้าหางตัวนั้นอย่างแผ่วเบา
"บูม!!"
ที่โลกภายนอกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในทันทีท้องฟ้าทั่วทั้งโลกถูกย้อมเป็นสีฟ้าครามในทันใดพร้อมด้วยหิมะที่โปรายปรายราวกับไม่มีที่สิ้นสุดประดุจเหมือนกับว่าเทพแห่งเหมันต์กำลังประทานพรอย่างไรอย่างนั้น
ส่วนทางด้านของเสวียเหม่ยในเวลานี้มงกุฏน้ำแข็งงดงามปรากฏอยู่บนศรีษะของนางเป็นที่เรียบร้อยพร้อมกับของนางเองที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์แห่งน้ำแข้งอย่างสง่าสงามไร้ที่ติ
เจ้าบัลลังก์ราชันยกยิ้มอย่างยินดีในที่สุดนางก็ถูกปลดปล่อยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว "ต้องขอบใจเจ้านะเจ้าหนุ่มที่ทำให้นางมีที่พึ่งในหัวใจ ไม่เช่นนั้นบททดสอบสุดท้ายนางได้ตายแน่นอน"
เฟยหรงยกยิ้มขึ้นมองไปที่เสวียเหม่ยอย่างชื่นใจ ในที่สุดนางก็กลายเป็นผุ้ถือครองบัลลังก์แห่งเหมันต์อย่างที่ต้องการทั้งยังดูเหมือนนางจะเป็นผู้ถือครองบัลลังก์ราชันที่แข็งแกร่งที่สุดในเวลานี้อีกด้วย