หลังจากที่นั่งป้อนขนมและจิบชาดูผู้คนผ่านร้านไปมาหรือเดินเข้าไปทักทายพูกคุยกับฮูหยินอื่นๆที่คุ้นหน้าว่ามาอุดหนุนที่ร้านของสามีนางบ่อยก็จวนจะเที่ยงแล้ว เมื่อหันไปก็พบว่าเสี่ยวเปายังนั่งฝึกคัดอักษรต่อ นี่ขนาดนางพาเขาออกนอกลู่นอกทางบ่อยเขายังมีใจรักการเรียนยิ่ง
"เสี่ยวเปา เ้าหิวหรือไม่" ลี่เซียนถามเด็กน้อยตรงข้าม
"นิดหน่อยขอรับ" เสี่ยวเปาเงยหน้าขึ้นจากกระดาษฝึกคัดมาตอบนาง
"งั้นเดี๋ยวแม่ไปดูบิดาของเ้าว่าทำงานเสร็จรึยัง แล้วเดี๋ยวเราออกไปทานอาหารด้านนอกกัน" ว่าแล้วลี่เซียนก็บีบแก้มน้อยเบาคล้ายความหมั่นเขี้ยว
เนื่องจากเด็กตรงหน้านางนี้แก้มกลมขึ้นทุกวัน แต่ก่อนไม่ถึงกับผอมกระหร่องแต่ก็ดูผอมเพรียวราวกับต้องลมแล้วจะปลิวยังไงอย่างงั้น แต่ตอนนี้นางแทบอุ้มเ้าตัวเล็กนี้ไม่ไหวแล้ว เสี่ยวเปาตอนนี้ดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ผิวพรรณเต่งดึงแต่เมื่อจับแล้วดูนุ่มนิ่มเหมือนผ้าห่มที่คลุมร่างเ้าตัวอยู่ตอนนี้ประกอบแก้มแดงๆราวคนมีสุขภาพดียิ่งทำให้ดูน่าหมั่นเขี้ยวขึ้นทุกวัน
"ท่านพิ..." ลี่เซียนที่เปิดประตูพรวดพราดชะงักกับภาพตรงหน้า
เฉินเทียนอี้หันมาทางเสียงเรียก พร้อมจับแขนและดันคนที่ล้มมาซบอกเขาให้ยืนอย่างมั่นคงและถอยออกมาหนึ่งก้าว "เที่ยงวันแล้วรึ" เทียนอี้หันตัวมาถามภรรยาเขา
"เ้าค่ะ ข้าเลยจะมาตามท่านไปหาอะไรทานอาหารข้างนอก" ลี่เซียนพูดขึ้นพลางเหล่มองข้ามร่างสูงไปยังคนที่ยืนก้มหน้าอยู่ด้านหลังสามีนาง
"อืม ไปกันเถอะข้าทำงานเสร็จแล้ว" เฉินเทียนอี้เดินเข้าไปหาลี่เซียนที่อยู่หน้าประตู
"เ้าค่ะ"ลี่เซียนดึงสายตากลับมามองสามีและเดินนำลงไปชั้นล่าง คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อยในใจรู้สึกเหมือนถูกกรงเล็กๆมาข่วนเบาๆ
หลังจากที่ทานข้าวเสร็จลี่เซียนก็ขออนุญาตสามีพาเสี่ยวเปาและลี่ถิงเดินเล่นตลาดที่อยู่ไม่ไกลกับร้านมากนัก ตอนแรกสามีนางก็คิ้วขมวดอยู่แต่นางบอกว่าจะเดินเล่นไม่นานเขาจึงยอม
ลี่เซียนเสี่ยวเปาและลี่ถิงเดินเล่นอยู่พักใหญ่ก็ได้ เข้าไปร้านที่ขายซาลาเปาร้านหนึ่งที่ส่งกลิ่นหอมชวนยั่วนำลายให้เข้าไปลิ้มลอง ทั้งสามคนยืนอยู่หน้าเตานึ่งด้วยสายตาเป็ประกาย เมื่อแม่ค้าเปิดฝาซึ้งนึ่งขึ้นก็เห็นสายตาเป็ประกายของทั้งสามจ้องอยู่ จึงได้รับห่อซาลาเปาสามลูกใหญ่ให้เพราะเกรงว่าถ้าช้ากว่านี้ทั้งสามคงจะฉกชิงซาลาเปากับหมั่นโถวลูกอื่นๆที่ผู้อื่นจองไปหมด
ขณะที่ลี่เซียนกำลังเปิดถุงเงิน อยู่ๆถุงเงินก็ถูกกระชากจากคนผู้หนึ่งอย่างแรงเป็ผลให้ลี่เซียนตัวเซไปด้านข้างจวนจะล้ม ยังดีที่นางให้ขาอีกข้างยันตัวไว้ เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นหลังคนที่วิ่งฉกชิงถุงเงินนางวิ่งหนีไปแล้ว ลี่เซียนกำมัดแน่นมองเขม่นไปด้านหน้าอย่างโมโห
"ลี่ถิง!ข้าฝากเสี่ยวเปาด้วย"
"ฮูหยินทะ...ท่าน!!" ลี่ถิงยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นหลังของร่างบอบบางของฮูหยินจวนเฉินวิ่งไวๆราวม้าออกศึก?
ลี่ถิงและเสี่ยวเปาได้แต่มองตามตาปริบๆ เมื่อได้สติก็จะวิ่งตาม แต่พอวิ่งตามไปได้สองสามก้าวลี่ถิงก็ชะงักหยุดฝีเท้าที่พยายามจะวิ่งตามร่างบางลง เสี่ยวเปาที่วิ่งนำหน้าลี่ถิงจึงหยุดตามแรงแขนที่ดึงรั้งไว้ของลี่ถิงที่อยู่ด้านหลัง เด็กน้อยจึงหันกลับไปมองด้วยสายตามีคำถาม
"คุณชายน้อยเราต้องไปแจ้งนายท่านด้วยเ้าค่ะ!!" ลี่ถิงหันซ้ายหันขวาอย่างลนลานเพราะตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปทางไหนดี ถ้าไปตามนายท่านก็ต้องย้อนไปทางเดิมอาจจะคลาดกับฮูหยินน้อยได้ แต่ถ้าวิ่งตามฮูหยินไปหากมีอันตรายเกิดขึ้นใครจะช่วยนายหญิงและคุณชายน้อยเล่านางคนเดียวคงช่วยทั้งสองไว้ไม่ได้นานแน่ๆ
ขณะที่ลี่ถิงคิดและลนลานหันซ้ายหันขวาอยู่นั้นเสี่ยวเปาก็พูดกับแม่ค้าคนหนึ่งที่ตั้งแผงขายของใกล้ว่า
"ท่านน้าขอรับข้ารบกวนท่านไปตามท่านพ่อของข้าที่ร้านขายผ้าชื่อร้านเทียนอี้ที่อยู่ตรงมุมตะวันตกฝั่งนั้นหน่อยได้หรือไม่ขอรับ ให้บอกว่าฮูหยินของท่านไล่ตามคนที่ฉกชิงถุงเงินของนางไปพร้อมกับเสี่ยวเปาและลี่ถิง ท่านพ่อของข้าจะตอบแทนที่ท่านเสียเวลาไปแจ้งท่านแน่นอนขอรับ!" เสี่ยวเปาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นอย่างลนลาน ลี่ถิงที่ได้ยินคุณชายน้อยจวนเฉินพูดเช่นนั้นก็พยักหน้ารัวๆ พร้อมฝากความหวังให้แม่ค้าตรงหน้าตอบรับและช่วยพวกนาง