ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 40 สิ่งที่นางมีคือเวลา

            ตอนที่แต่งให้หลงเซี่ยวอวี่นั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันนางมิได้คาดไว้ หากนางสามารถทะลุมาก่อนหน้านั้นสองสามวันได้นางต้องคิดทุกวิธีการมาหลีกหนีการควบคุมครั้งนี้ แต่งงานการเมืองไร้ซึ่งความรัก ยามนี้ต่อให้แต่งกับหลงเซี่ยวอวี่แล้วนางก็ย่อมเป็นนาง ไม่มีทางรับการผูกมัดใดๆ หรืออิทธิพลจากผู้ใด

            มู่จื่อหลิงกำกุญแจกับป้ายหยกในมือแน่นหลงเซี่ยวอวี่ท่านต้องการให้ข้าจัดการจวนอ๋อง เช่นนั้นข้าก็จะทำหน้าที่ของฉีหวางเฟยให้ดีทำจนกว่าตำแหน่งฉีหวางเฟยจะเปลี่ยนเจ้าของ แต่ข้าก็จะไม่ลังเลยอมอ่อนข้อให้ท่าน

            ท่านต้องการให้ข้าอยู่ในจวนอ๋องอย่างเชื่อฟังนั่นเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าท่านคิดจะให้เป็นเช่นใดแต่ข้าก็ยังคงเป็นมู่จื่อหลิงที่มีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตนเอง

            -

            ทางด้านหลงเซี่ยวอวี่นั้นก็ไม่ได้จากไปไหนไกลแต่ไปหาหลงเซี่ยวเจ๋อพาเขามาที่ศาลากลางน้ำ

            ยามนี้หลงเซี่ยวเจ๋อมองหน้าหลงเซี่ยวอวี่ที่ไม่ปรากฏคลื่นอารมณ์ใดด้วยจิตใจหวาดหวั่นหวังจะพูดอะไรสักอย่างที่ทำให้เขาตายอย่างทรมานน้อยลงหน่อยแต่หลงเซี่ยวอวี่กลับไม่แม้แต่จะมองเขา

            “พี่...พี่สามยาใหม่ของเล่อเทียนหลอมเสร็จแล้วหรือ?” หลงเซี่ยวเจ๋อถามอย่างระมัดระวังเวลานี้เขามิกล้าพูดเรื่องอื่นใด ได้แต่เปลี่ยนหัวข้อการพูดคุยสวรรค์รับรู้ยิ่งพี่สามเป็นแบบนี้ เขาก็ยิ่งหวาดกลัวนัก

            ได้ยินประโยคนี้หลงเซี่ยวอวี่มีการขยับเขยื้อนเล็กน้อย ผ่านไปครู่หนึ่งจึงเปิดปากช้าๆ“สองสามวันนี้เจ้าช่างอิสรเสรีเหลือเกิน วันๆ เอาแต่มาที่จวนฉีอ๋อง”

            ในคำพูดของหลงเซี่ยวอวี่มีความนัยแต่ว่าหลงเซี่ยวเจ๋อที่ไม่ดูตาม้าตาเรือนั้นสมองขัดข้องไปเสียแล้วคิดไปไม่ถึงตรงนั้นแม้แต่น้อย เขาเห็นหลงเซี่ยวอวี่ไม่มีสัญญาณแห่งความโมโหอันใดจึงกล้าหาญขึ้นมา เสแสร้งทำทีน่าสงสาร

            “ไอ้หยา พี่สามเอ้อระเหยตรงใดกันสองสามวันมานี้ล้วนยุ่งอยู่กับพี่สะใภ้สามจนกระดูกข้าจะแหลกสลายอยู่แล้ว” หลงเซี่ยวเจ๋อกล่าวอย่างน่าสงสารไม่ลืมทุบแขน สองสามวันนี้เขาวิ่งรับใช้พี่สะใภ้สาม ย้ายไปนู่นย้ายไปนี่จนเหนื่อยยิ่งนักแต่สามารถช่วยธุระของพี่สะใภ้สามได้ เขาก็เหนื่อยอย่างคุ้มค่าเหนื่อยอย่างเบิกบานใจ

            “งั้นหรือ? ยุ่งเรื่องอันใด” หลงเซี่ยวอวี่ถามทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ น้ำเสียงเรียบเฉย ฟังไม่ออกถึงอารมณ์อันใด

            “ยังจะมีเรื่องอะไรได้อีกก็เรื่องที่พี่สะใภ้สามเปิด...อุ๊ป!” หลงเซี่ยวเจ๋อยังพูดไม่จบก็ยกมือขึ้นมาปิดปากตนเองอย่างกะทันหันเกือบหลุดปากเรื่องพี่สะใภ้สามเปิดร้านขายยาแล้ว ดีที่ยังมิได้พูดออกมาไม่เช่นนั้นยาที่พี่สะใภ้สามใช้กับองค์ชายใหญ่อาจจะนำมาใช้กับเขาด้วยก็ได้

            หลงเซี่ยวอวี่เห็นหลงเซี่ยวเจ๋อหยุดพูดจู่ๆ ก็มองเขาอย่างเย็นเยียบ

            หลงเซี่ยวเจ๋อสะดุ้งตกใจเริ่มพูดให้ดูฟังขึ้นอย่างโง่งม “พี่สาม ท่านรู้หรือไม่วันนั้นเสด็จพี่ใหญ่ต้องการแตะเนื้อต้องตัวพี่สะใภ้สาม เดิมทีข้าคิดว่าจะเกิดเรื่องใดขึ้นกับพี่สะใภ้สามแล้วทว่าพี่สะใภ้สามหลบเลี่ยงไปได้อย่างชาญฉลาดนักพี่สะใภ้สามยังแอบวางยาเสด็จพี่ใหญ่อีกด้วยยามนี้เสด็จพี่ใหญ่มิอาจเข้าใกล้สตรีเพศได้ พี่สะใภ้สามจึงยินดีนักข้าเองก็มัวแต่ยินดีกับนางด้วย หลังจากนั้นข้าก็ดีใจเกินไปจนกระดูกแทบแหลกสลาย”

            ยามหลงเซี่ยวเจ๋อกล่าววาจานี้ภายนอกก็กระโดดโลดเต้นดีอกดีใจไปด้วยแต่ว่าภายในใจเขาใกล้จะร้องไห้อยู่รอมร่อแล้ว เป็นเพราะพี่สะใภ้สามเลยช่วงนี้เขาจึงมักจะมิได้รายงานพี่สามตามความจริงทว่าเพื่อสวัสดิภาพของชีวิตพี่สะใภ้สามเขากล่าวโป้ปดด้วยเจตนาดีเป็นบางครั้งบางคราวก็ไม่เป็นไร

            หลงเซี่ยวอวี่ไม่ได้ยินคำพูดที่คาดเอาไว้ก็มิได้โมโห ทั้งยังทำให้เขามั่นใจได้อีกเรื่องโรคประหลาดของหลงเซี่ยวหลีเป็นฝีมือของมู่จื่อหลิงจริงๆ มู่จื่อหลิง ในเมื่อเจ้ากล้ากระตุกหางเสือก็ควรกล้ารับผิดชอบ

            หลงเซี่ยวเจ๋อเห็นหลงเซี่ยวอวี่เงียบงันในใจเขาก็หวาดกลัวไปด้วย เขามิได้เพิ่งกล่าวสิ่งใดผิดไปใช่หรือไม่เรื่องที่พี่สะใภ้สามจัดการองค์ชายใหญ่ บอกพี่สามก็ไม่เป็นไรนี่ หรือพี่สามจะตำหนิพี่สะใภ้สามที่วางยาเสด็จพี่ใหญ่

            “พี่สาม เป็นเพราะเสด็จพี่ใหญ่คิดจะลวนลามพี่สะใภ้สามจริงๆพี่สะใภ้สามจึงวางยาพิษเขา ข้าล้วนเห็นทั้งหมด ไม่ๆข้าไม่ได้เห็นตอนพี่สะใภ้สามวางยาพิษ ใครก็ไม่เห็น” หลงเซี่ยวเจ๋ออธิบายเกินความจำเป็นหวังว่าพี่สามจะไม่ตำหนิพี่สะใภ้สาม เสด็จพี่ใหญ่ตกลงในที่นาผืนนี้ก็นับว่าสมควรแล้วไม่อาจโทษพี่สะใภ้สามได้

            หลงเซี่ยวอวี่ไม่สนใจวาจาเกินความจำเป็นของหลงเซี่ยวเจ๋อพูดอย่างเฉยเมยว่า “วันรุ่งขึ้นย้ายไปที่อวี่กงเสีย”

            หลงเซี่ยวอวี่มิได้เปลี่ยนหัวข้อสนทนาเพราะหลงเซี่ยวเจ๋อจนลืมจุดประสงค์เดิมที่เรียกหลงเซี่ยวเจ๋อมาวันนี้

            “อะไรกัน พี่สามข้าอยู่ในวังสุขสบายดี เหตุใดต้องไปอวี่กงด้วย” หลงเซี่ยวเจ๋อได้ยินพี่สามต้องการให้เขาย้ายไปอยู่ที่อวี่กงก็ตกตะลึง เขาทำผิดครั้งใหญ่โทษฐานใด พี่สามถึงต้องการให้เขาไปอยู่ที่อวี่กงนี่ยังไม่ต้องการชีวิตน้อยๆ ของเขาอีกหรือ

            “อวี่กงกว้างใหญ่เพียงพอจะทรมานเจ้าวันๆ เจ้าจะได้มิต้องวิ่งมาจวนฉีอ๋อง”หลงเซี่ยวอวี่กล่าว

            “พี่สามข้าเองก็ไม่รังเกียจว่าในวังเล็ก ท่านก็ให้ข้าอยู่ในวังต่อไปเถิดอวี่กงอยู่ห่างไกลนัก ข้ามาจวนฉีอ๋องที ช่างทรมานยิ่งนัก” ในใจหลงเซี่ยวเจ๋ออยากวิ่งหนีเสียจริงยามนี้เขาไหนเลยจะมีใจมาคิดว่าตนเองทำผิดตรงที่ใด หากต้องการให้เขาย้ายไปอวี่กงมิสู้แทงเขาเสียหนึ่งดาบยังทรมานน้อยกว่า

            “ยังคิดจะมาที่จวนฉีอ๋อง?” หลงเซี่ยวอวี่เสียงเย็น เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีความอดทนมากพอที่จะมาสิ้นเปลืองกับหลงเซี่ยวเจ๋อ

            หลงเซี่ยวเจ๋อตระหนกตามไปด้วยโพล่งออกมาอย่างอดเสียมิได้ “ไม่อยากๆ พี่สามให้ข้าอยู่อย่างสงบสุขในวังต่อไปเถิดข้าจะไม่ไปไหนแล้ว”

            พูดจบเขาก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาถ้าต่อไปมิอาจมาที่จวนฉีอ๋องได้ เขาก็ไม่ได้พบพี่สะใภ้สามอีกนานเลยน่ะสิแต่ว่าเหตุใดพี่สามจึงไม่ให้เขามาที่จวนฉีอ๋องอีกทั้งเพราะเรื่องนี้จึงจะให้เขาย้ายไปอวี่กง เพราะเหตุใดกันแน่

            “ระยะนี้ในวังเรื่องราวเยอะนักระวังตัวเองด้วย” หลงเซี่ยวอวี่ทิ้งท้ายไว้หนึ่งประโยคก่อนจากไป

            คำพูดนี้ของพี่สามเท่ากับบอกว่าเขาไม่ต้องอยู่ที่อวี่กงแล้วใช่หรือไม่? หลงเซี่ยวเจ๋อพลันเบิกบานใจขึ้นมาในที่สุดก็วางใจลงได้เสียที แต่พอเขายิ้มแย้มเสร็จ ก็เริ่มขมวดคิ้วขึ้นมาเหตุใดเมื่อครู่ต้องพูดว่าตนจะไม่มาจวนฉีอ๋องเช่นนั้นต่อไปก็จะได้พบพี่สะใภ้สามน้อยลงแล้วน่ะสิ

            -

            ยามราตรีอันมืดมิดสรรพเสียงเงียบสงัด เสมือนว่าทุกสิ่งในโลกนี้กำลังหลับใหลมีเงาร่างสีขาวสายหนึ่งเข้าไปที่ตำหนักอวี่หานโดยไร้สุ้มเสียง

            เขาย่างฝีเท้าช้าๆ ไปที่ข้างเตียงไม่ส่งเสียงดังเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาเย็นชาที่ลุ่มลึกราวบึงน้ำจ้องหญิงสาวที่กำลังหลับลึกบนเตียงไม่เคลื่อนไปไหน

            ชั่วขณะนี้ใครก็ทายไม่ออกว่าเขาคิดสิ่งใดอยู่เขามองต่อไปอย่างเงียบงัน ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด เขาถึงได้เก็บสายตากลับมาเดินไปเปิดอีกประตูหนึ่ง ก้าวเข้าไปและปิดประตูลง ทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิมราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

            ยามเช้าอันแสนงดงามมู่จื่อหลิงตื่นแต่เช้า เปลี่ยนเป็นชุดลำลองสบายๆปัดเป่าความเศร้าหมองของเมื่อวานนี้ออกไปจนสิ้นออกกำลังกายอยู่ด้านนอกตำหนักอวี่หานอย่างสบายอกสบายใจ ยืดเส้นยืดสาย

            “นายน้อย มีคนมาจากในวังเจ้าค่ะบอกว่าเป็นหลินมามาข้างกายไทเฮา มาถ่ายทอดพระเสาวนีย์” เสี่ยวหานวิ่งมาจากด้านนอกกล่าวอย่างร้อนใจ ในวังมีเรื่องใดอีกถึงได้มาพบนายน้อย

            มู่จื่อหลิงขมวดคิ้วน้อยๆกล่าวว่า “ให้นางรอที่โถงด้านหน้าไปก่อน ข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะไป”ครั้งนี้ไทเฮาส่งคนมา คิดว่าต้องการให้นางเข้าวังแล้วส่วนด้วยเรื่องอันใดนั้นนางก็คาดไว้แล้วเช่นกัน คราวนี้ฉายเดี่ยวเข้าไปต้องระมัดระวังมากขึ้นไปอีก

            “เจ้าค่ะบ่าวจะไปเดี๋ยวนี้” เสี่ยวหานตอบรับ

            มู่จื่อหลิงเปลี่ยนมาสวมชุดเรียบสีม่วงอ่อนทว่ายังคงหรูหราแม้ไม่อลังการเท่าอาภรณ์ประจำตำแหน่งฉีหวางเฟยชุดเรียบง่ายชุดนี้กลับมิได้ดูเสื่อมเสียเกียรติแต่ทำให้คนบังเกิดความรู้สึกเคารพนับถือ ดวงหน้างามสงบนิ่งไร้การประทินโฉมกลับเผยกลิ่นอายสดชื่นและสูงศักดิ์ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

            เมื่อจัดการอย่างง่ายๆ เสร็จเรียบร้อยมู่จื่อหลิงจึงเยื้องย่างเข้ามาโถงด้านหน้าอย่างสง่างาม

            “หวางเฟยเหนียงเหนียงบ่าวมาถ่ายทอดพระเสาวนีย์ขององค์ไทเฮา ให้เหนียงเหนียงเข้าวัง” หลินมามาเห็นมู่จื่อหลิงก็ก้าวขึ้นมาอย่างถือดีแม้แต่การทำความเคารพก็ไม่มี พูดเข้าใจความสำคัญทันที

            มู่จื่อหลิงมองสุนัขอาศัยบารมีนายเช่นหลินมามาตรงหน้าอย่างเย็นชากล่าวอย่างเย็นเยียบ “ทำไมในพระเสาวนีย์ของไทเฮากล่าวด้วยหรือว่าบ่าวพบเปิ่นหวางเฟยมิต้องทำความเคารพถึงได้พูดกับเปิ่นหวางเฟยด้วยท่าทีไร้มารยาทเช่นนี้?”

            ได้ยินว่ายามหลินมามาได้ขึ้นเป็นคนโปรดข้างกายไทเฮาหลี่มามาที่มารับผ้าพรหมจรรย์คราวที่แล้วก็ถูกไทเฮาประทานโทษตายโดยไร้ที่มาที่ไปดังนั้นหลินมามาผู้นี้จึงเลื่อนตำแหน่งอย่างราบรื่นยามนี้ยังอาศัยฐานะคนโปรดของไทเฮา จองหองพองขนอยู่ในวัง อาศัยบารมีนายรังแกผู้อื่น

            “บ่าวมิกล้าเชิญหวางเฟยเข้าวังโดยเร็ว อย่าได้ให้ไทเฮารอนาน” หลินมามาเผชิญกับความเด็ดขาดของมู่จื่อหลิงก็ไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อยทั้งยังเพิ่มความชอบธรรมให้ตนโดยการยกไทเฮามาออกหน้า

            นางได้ยินจากในวังว่าฉีหวางเฟยผู้ขลาดเขลาอ่อนแอนั้นไม่ธรรมดามานานแล้วนางไม่เชื่อความคิดเลวร้ายนี่ ก็แค่นางหนูที่โง่งม จะไม่ธรรมดาขนาดไหนกันมิแน่ว่าข่มขวัญนางได้ นางจึงจะยอมเข้าวังไปกับตนอย่างสงบเสงี่ยม

            มู่จื่อหลิงหัวเราะเสียงเย็นมิสนใจและย่างเท้าไปยังที่นั่งหลัก นั่งลงไปหยิบจอกชาขึ้นมาจากโต๊ะเคาะฝากาอย่างแผ่วเบาสองสามครั้ง เป่าควันร้อนเบาๆ แล้วยกขึ้นจิบเล็กน้อยไม่มีท่าทีว่าต้องการไปแม้แต่น้อย ราวกับกำลังรอสิ่งใดอยู่

            หลินมามาเห็นมู่จื่อหลิงเมินเฉยตนเช่นนี้ก็ถามเสียงสูง “หวางเฟย นี่ท่านต้องการฝ่าฝืนรับสั่งของไทเฮาหรือ?”

            มู่จื่อหลิงยังคงไม่พูดจาดื่มชาต่อไปอย่างเอ้อระเหย แม้ยามปกตินางจะปฏิเสธแนวคิดนายบ่าว แต่หญิงแก่ๆ ไม่รู้จักดีชั่วผู้นี้หากวันนี้ไม่ทำความเคารพนาง นางก็ไม่ไปไหนเด็ดขาด กับบ่าวเจ้าเล่ห์ผู้นี้นางมีเวลาพอให้ถ่วง

            ฮ่องเต้ไม่รีบขันทีกลับรีบ[1] หลินมามารู้อยู่แก่ใจว่ายามนี้เพิ่งรับตำแหน่งมิอาจเอะอะมากได้หากปล่อยให้ไทเฮารอจนร้อนรนขึ้นมา ผู้โชคร้ายอาจจะเป็นตนเองนางเด็กหน้าเหม็นผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วยแสดงท่าทีของหวางเฟยออกมาได้ถูกต้องทุกกระเบียดนิ้ว ไม่กริ่งเกรงนางแม้สักนิด

            ท้ายที่สุดหลินมามาก็ก้มศีรษะลงน้อยๆกล่าวอย่างไม่เต็มใจว่า “บ่าวคารวะหวางเฟย”

            มู่จื่อหลิงไม่มองนางแต่พูดกับเสี่ยวหานว่า “เสี่ยวหาน บ่าวล้วนยืนทำความเคารพเจ้านายตัวตรงได้หรือ” แม้นางจะถามเสี่ยวหานแต่นี่เป็นการพูดให้หลินมามาฟัง

            ยามนี้หลินมามาโมโหจนหายใจไม่ออกแต่ว่าไม่กล้าแผลงฤทธิ์เดชอีก ได้แต่ประนีประนอมอีกครั้ง ค้อมเอวก้มศีรษะกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง “บ่าวคารวะหวางเฟย”กล่าวจบก็ไม่รอให้มู่จื่อหลิงเอ่ยปาก เงยหน้ายืดตัวขึ้นทันที

            “เสี่ยวหานบ่าวทำความเคารพเจ้านาย น้ำเสียงแข็งกระด้างปานนี้เชียวหรือ? เหมือนว่าคนใกล้ตายเท่านั้นถึงจะพูดไร้ความรู้สึกเช่นนี้เจ้านายยังไม่สั่งยังอาจหาญเงยหน้าขึ้นมาเองก็ได้หรือ” มู่จื่อหลิงถามเสี่ยวหานต่อยายแก่ผู้นี้ช่างไม่ชั่งน้ำหนักตนเองเสียเลย จึงได้อาจหาญมากำแหงกับตน

            “บ่าวถวายพระพรหวางเฟยขอให้ความโชคดีบังเกิดแก่หวางเฟย” หลินมามากัดฟันพูด ค้อมเอวก้มหน้ากล่าวช้าๆครั้งนี้นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาอีก

            มู่จื่อหลิงพยักหน้าอย่างพอใจพูดเรียบๆ ว่า “อืม นี่สิถึงจะเป็นท่าทางของบ่าว เอาล่ะ อย่าให้ไทเฮารอนานออกเดินทางเถิด” กล่าวจบนางยื่นมือให้เสี่ยวหานพยุงนางเยื้องย่างอย่างสง่างาม

            หลินมามาที่อยู่ด้านหลังกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นจ้องไปทางสองนายบ่าวอย่างโกรธเคือง

            ------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] ฮ่องเต้ไม่รีบขันทีกลับรีบเจ้าของเรื่องไม่รีบร้อน แต่คนรอบข้างกลับรีบแทน

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577