พอครึ่งคืน ข้าก็สามารถปรุงยาเสร็จทั้งสองชุด
ชุดแรกเป็ยาเตะปี๊ปดังของท่านพ่อ ชุดนี้ข้าได้พยายามปรับสูตรให้เหมาะกับวัยของท่านพ่อมากที่สุด
แต่ผลที่ได้จะเป็อย่างไร ข้าก็ยังไม่แน่ใจ
อีกชุดเป็ยาสลายยาจากน้ำชาดอกไม้ของท่านแม่ แต่สูตรนี้ต้องปรับปรุงอีกหน่อยให้ได้รสเหมือนชาหิมะที่ข้าเคยทาน
ย้อนกลับไปครั้งชาติที่ข้าได้เกิดเป็ขโมย หมายถึง ขโมยเลวๆหนะนะ
และในเมื่อคิดจะเป็ขโมย ข้าจะเป็ขโมยกระจอกได้อย่างไร จริงหรือไม่?
ข้าย่อมได้รับฉายา “เทพเ้าขโมย” เป็ขโมยไม่ธรรมดา
ขโมยเหนือขโมยเป็ยอดขโมย นั้นแหละถึงพอจะเหมาะกับระดับข้า
ไม่ว่าของลับ ของมีค่าราคาล้นฟ้า อยู่บนดินใต้น้ำหลังูเา
คนคอยเฝ้า สุนักคอยดู คู่กับดักหมื่นแสน ไหนเลยเป็คู่มือของข้า
แต่ความน่าภาคภูมิและเกรียติยศที่ได้มาเ่าั้ไม่ได้ช่วยให้ข้ารอดพ้นการตายที่น่าสมเพสอีกรอบอยู่ดี
ครานั้นข้าก็ทำงานขโมยของข้าอย่างแข็งขันเหมือนเดิม
พระราชวังที่มียามเฝ้า ทั้งทหารอีกเพียบ เป็ได้เพียงสนามเด็กเล่นสำหรับข้าเท่านั้น หากแต่ก็อยู่ดีไม่ว่าดี
เดินไป ย่องไป คนเกิดคอแห้งเสียได้
ข้าจึงดอดไปแอบจิบชาหิมะสุดรักสุดหวงของฮ่องเต้ ที่ฮองเฮาบังเอิญวางยาพิษฮ่องเต้ถ้วยนั้นพอดี
ร้อยหมื่นพันวัน นางไม่คิดวาง ใยนางต้องมาวางวันนี้ ถ้วยนี้
ข้าได้แต่ถามครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนสิ้นใจ
ชาหิมะรสดีมาก หอมหวาน ซ่านใจไม่ลืมเลือน
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฮองเฮาเลือกชานี้ในการลอบปลงพระชนพระสวามีที่รักยิ่ง
ต่อให้ต้องตายก็ตายอย่างมีความสุขกระมัง
อย่างนั้นก็ตาม เชื่อเถอะ รสชาติที่ดีไม่ได้หมายถึงจุดจบที่สวยหรู
ภรรยาผู้เป็ที่รักของฮ่องเต้องค์นี้ต้องแค้นสามีของนางเข้ากระดูกดำเป็แน่
ฤทธิ์ยาถ้วยเล็กนั้นเล่นเอาข้าจำได้จนถึงชีวิตหลังความตายเลยทีเดียว
ไม่สิ ต่อให้ผ่านมาหลายชาติก็ไม่ลืม!!
มันโ ค ต ร เจ็บ
การทำเลียนแบบชารสนี้ในความทรงจำความจริงนั้นยากมาก
แต่จากการเติมและทดลองผสมนั่นนี่ หมดตัวยาไปหลายชุด
ข้าก็สามารถเลี่ยนแบบได้ใกล้เคียงมากออกมาชามหนึ่ง
เสร็จงานหนักก็ต้องออกมาสูดอากาศเสียหน่อย
ไม่ได้ตรากตรำดึกดื่นแบบนี้มานานมากแล้ว
ลมร้อนที่เย็นกว่าตอนกลางวันพัดยอดไม้สร้างเสียงดนตรีทำลายความสงัดไม่ให้เรือนตะวันตกเงียบเหงามากเกินไป
อือๆๆ อือออ
ถือโคมไฟเดินเล่นในสวนไปเรื่อยก็มีเสียงร่ำไห้ วังเวง แววมาให้ได้ยิน
ข้าเดินตามเสียงนั้นไป พลางคาดเดาที่มาของเสียง
ในเรือนตะวันตกนี้ไม่ใช่ทุกคนที่เข้ามาได้ ทั้งยังมาร้องไห้อีกด้วย
ท่ามกลางโขดหินริมสระน้ำ เงาตะคุ่มดำๆกลมๆกำลังขดตัวอยู่บนนั้น
ข้าเอาโคมไฟส่องทางชูส่องให้เห็นที่มาของเสียงให้มากขึ้น
เป็เด็กน้อย จูเจียงเย่ นี่เอง
ข้าคงทำร้ายจิตใจเด็กผู้นี้ไม่น้อย
ยังเด็กแล้วต้องจากบ้านมาอีก เด็กน้อยจะร้องไห้ก็ไม่แปลก
น่าเห็นใจจริงๆ
“จูเจียงเย่ เ้าหุบปากให้กับข้า เสียงของเ้ารบกวนการนอนของข้า”
เย่น้อยสะดุ้งเฮือก เงยหน้ามองข้าด้วยความใ ั์ตาดำเหลือบเขียวคู่นั้นแดงก่ำ น้ำตาคลอ
พยายามกลั้นเสียงของตัวเองอย่างหวาดกลัว
“ฉี อาฉีใจร้าย ข้าชอบเ้าแท้ๆ เ้าก็ยังใจร้าย อาเย่ไม่อยากอยู่ที่นี่
อาเย่อยากกลับบ้าน ฮือออ” ว่าแล้วก็ร้องอีกรอบ
เด็กนี่เริ่มน่ารำคาญแล้ว
“ เพียงคำพูดไม่กี่คำเ้าก็ร้องไห้ปานนี้ เป็ลูกผู้ชายหรือไม่ ที่ข้าว่าเ้างี่เง่าก็สมควรแล้ว”
ข้าว่าเสร็จก็หมุนตัวกลับ ดึกปานนี้แล้ว พรุ่งนี้ข้าต้องตื่นแต่เช้า
แต่ไม่ทันไรเด็กนั้นก็รีบวิ่งมาดักหน้า มองข้าอย่างไม่ยอมแพ้
“ข้าไม่งี่เง่าสักหน่อย ข้าเป็ลูกผู้ชาย”
เฮ้อออ ข้าหาเื่ให้ตัวเองทำไมกันนะ ข้าเดินเลี่ยง แต่เด็กนั่นก็ยังไม่ลดละ
ก้าวเข้ามาขวางข้าอีกครั้งพร้อมกับคำเดิม
“ข้าไม่งี่เง่า ข้าเป็ลูกผู้ชาย”
“ก็ได้ๆ เ้าไม่งี่เง่า ทีนี้ข้าจะไปนอนแล้ว”
ข้ารับคำไปส่งๆ แล้วเดินเลี่ยงอีกครั้ง หวังให้เด็กนี้ปล่อยข้าไปนอนเสียที
ผิดคาดเด็กนั้นก็ยังคงตามมาอีก แต่ครานี้ดูจะดีใจในอะไรบางอย่าง
“ใน ในเมื่อเ้ายอมรับข้าแล้ว อาฉี เราแต่งงานกันได้แล้วสินะ”
ตากลมโตที่เต็มไปด้วยความหวังนั้น และใบหน้าแดงๆภายใต้แสงไฟ
ทำเอาเส้นเืที่ขมับข้าเต้นไปสองตุบ
ในโลกนี้ยังมีเื่ไม่สมเหตุผลกว่านี้อีกหรือไม่
ไม่สิ ยังมีตัวข้าเองนี่แหละที่ไม่สมเหตุสมผลที่สุด
“อาเย่ แต่เ้ามีหงอนนะ ไปตัดนกกระจอกน้อยที่หว่างขาของเ้าก่อนแล้วกัน
อาจจะทำให้ข้าพิจารณาเ้าก็ได้”
แทบจะในทันที หน้าแดงๆนั้นเปลี่ยนเป็ซีดและม่วง
หมับ!
เด็กชายรีบเอามือกุมเป้าตัวเองราวกับถ้าเผลอข้าจะเข้าไปกระชากมันหลุดออกมาอย่างนั้น
ดีๆ คราวนี้ข้าก็กำจัดมันไปได้เสียที
คืนนั้นข้าเข้านอนพร้อมกับสงสัยว่า ทำไมยังไม่มีคนบอก เจียงเย่ ผู้นั้นอีกว่า ข้านั้นไม่ใช่ผู้หญิง