เมื่อสุดยอดนักฆ่ามาเป็นหนุ่มออฟฟิศ

    บทที่ 48 นายนี่มันหน้าหนาจริง ๆ

    บทที่ 48 นายนี่มันหน้าหนาจริง ๆ


    หลี่เฟิงพูดด้วยความโกรธว่า “แน่นอนอยู่แล้ว อย่างน้อยก็ต้องเอาผมไปเทียบกับคุณถึงจะพอ ๆ กัน!”


    ฉินเสี่ยวหัวเราะคิกคักแล้วพูดว่า “ฉันเทียบคุณไม่ได้หรอก คุณหล่อขนาดนี้ ฉันเห็นคุณแล้วยังรู้สึกละอายใจเลย”


    ได้ยินฉินเสี่ยวพูดแบบนี้ ใบหน้าของหลี่เฟิงก็เผยรอยยิ้มออกมาทันที “จริงเหรอ? งั้นผมก็รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลย ความหล่อของผมเป็นที่รู้กันทั่ว จะต้องเอามาเทียบกับคุณเพื่อพิสูจน์อีกทำไม”


    ฉินเสี่ยวรีบพูดอย่างประจบประแจงว่า “ใช่ ๆ”


    หลังจากที่ทั้งสองขึ้นรถที่หัวมุมถนน หลี่เฟิงก็ยื่นมือออกมาข้างหนึ่ง “เอานามบัตรของคนเมื่อกี้มา!”


    หลังจากที่ฉินเสี่ยวส่งนามบัตรให้หลี่เฟิงแล้วก็ถามขึ้นว่า “ทำไมเหรอ คุณจะเอานามบัตรไปทำอะไร?”


    หลี่เฟิงมองนามบัตรที่ถืออยู่ในมือบนนั้นเขียนว่า ‘โอหยางเจี้ยน บรรณาธิการบริหารนิตยสารแฟชั่นเทียนไห่’ ช่างเลวทรามจริง ๆ


    หลี่เฟิงโยนนามบัตรทิ้งออกนอกหน้าต่างรถอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็พูดอย่างเอาแต่ใจว่า “ตอนนี้ผมจะบอกคุณอย่างจริงจังว่า อย่าไปสนใจไอ้หมอนั่น!”


    ฉินเสี่ยวรู้สึกไม่พอใจ ยื่นปากน้อย ๆ อย่างน่ารักพูดว่า “คุณเป็นอะไรกับฉันเหรอ? ทำไมคุณต้องมาบอกฉันว่าไม่ต้องไปสนใจคนคนนั้น แล้วทำไมฉันจะต้องทำตามคุณด้วย?”


    หลี่เฟิงหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์พลางพูดว่า “เมื่อกี้คุณไม่ได้บอกว่าผมเป็นแฟนหนุ่มของคุณเหรอ?”


    “นั่นแค่แกล้งทำต่อหน้าคนอื่น ไม่ได้เป็นเรื่องจริงซะหน่อย!” ฉินเสี่ยวพูด


    หลี่เฟิงพูดด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจ “ยังไงก็ช่าง ผมไม่สน ผมจะถือว่าคุณเป็นแฟนผมแล้ว”


    ฉินเสี่ยวมีสีหน้าน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด “ใครเขาทำกันแบบนี้ นี่มันบังคับกันชัด ๆ”


    “เหอะ ผมจะบังคับ แล้วจะทำไม? คุณจะทำอะไรผมได้ล่ะ?”


    ลุงคนขับรถแท๊กซี่ที่นั่งอยู่ด้านหน้าถึงกลับทนฟังไม่ไหวแล้ว เขาอดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขึ้นมาว่า “เฮ้ย ไอ้หนุ่ม นายนี่มันหน้าหนาจริง ๆ เลยนะ”


    หลี่เฟิงมองลุงคนขับรถแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “ลุง ผมไม่อยากได้ยินคำพูดแบบนี้จากลุงเลยนะ อย่าโทษผมล่ะ ถ้าผมนั่งไปจนถึงจุดหมายแล้วไม่จ่ายเงินให้ลุงนะ”


    ลุงคนขับรถได้ยินหลี่เฟิงพูดแบบนั้น ก็ยิ้มแห้ง ๆ แล้วไม่พูดอะไรอีก ได้แต่คิดในใจ ‘แย่ชะมัด! ฉันมีชีวิตมาสี่สิบกว่าปีแล้วนะ วันนี้กลับต้องมาเสียหน้าให้ไอ้เด็กหนุ่มคนนี้ซะงั้น’ ลุงขับรถ ขับไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร เพราะกลัวหลี่เฟิงจะไม่จ่ายค่าโดยสารจริง ๆ เงินสมัยนี้ไม่ได้หาง่าย ๆ เลย


    ตอนที่จะลงรถหลี่เฟิงถึงได้เอนตัวไปข้างหน้าคนขับ แล้วพูดกับลุงคนขับรถว่า “ลุงครับ จริง ๆ แล้วที่ลุงพูดก็ไม่ผิดหรอก ผมเป็นคนหน้าหนาจริง ๆ แต่ผมไม่ยอมให้ตัวเองโดนเอาเปรียบหรอกนะ ถ้าผมเป็นคนขี้อายละก็ ป่านนี้คงโดนเอาเปรียบไปนานแล้ว ใช่ไหมล่ะ? ดังนั้นสมัยนี้ต้องหน้าหนาซะหน่อย ลุงเอาไปฝึกฝนบ้างนะ”


    พูดจบหลี่เฟิงก็เอามือโอบไหล่ของฉินเสี่ยวแล้วใช้มืออีกข้างลูบหัวของฉินเสี่ยว จากนั้นก็พูดว่า “เสี่ยวเสี่ยว พวกเราไปกันเถอะ”


    ลุงคนขับก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ อย่างจนใจ พลางคิดในใจว่า ‘ฉันก็แค่พูดไปประโยคเดียวเอง ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วยเนี่ย!’