กิลด์มาสเตอร์กับสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียนค่อยๆร่อนกายลงมาจากท้องฟ้า ทั้งคู่มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มผู้มีหน้าตาหล่อเหลาหมดจด ทั้งสองจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยความตกตะลึง ขณะเดียวกันหางตาของพวกเขาทั้งคู่ก็ถูกูเาซากศพที่อยู่ทางด้านหลังของเด็กหนุ่มดึงดูดสายตาไป
ตึ้ง!
เออิจิยังคงกัดฟันก้าวไปเบื้องหน้าด้วยความไม่ย่อท้อ แม้ว่าตอนนี้กระดูกทั่วทั้งร่างของเขาจะหักไปเกือบทั้งหมดแล้วก็ตาม สายตาของเขาจ้องมองเพียงแค่กำแพงป้อมปราการ เขาไม่สนใจกิลด์มาสเตอร์กับสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียน ที่ยืนขวางทางอยู่เบื้องหน้าของเขาเลยแม้แต่น้อย
ตึ้ง!
ทุกก้าวที่เหยียบย่ำจะเกิดเป็หลุมลึกขึ้นมาหนึ่งหลุม เผยให้เห็นถึงน้ำหนักของูเาซากศพที่เขาลากจูงอยู่ว่ามันมีน้ำหนักมหาศาลแค่ไหน
"นี่เ้าหนู ไม่เจอกันแค่วันเดียว เ้ารู้หรือไม่ว่าเ้าทำให้ผู้คนในป้อมปราการแห่งนี้ต้องตื่นตระหนกกันมากขนาดไหน" เสียงที่เคร่งขรึมดังขึ้นมาจากทิศทางของกิลด์มาสเตอร์
"...." เออิจิไม่ตอบคำใดออกไป เขายังคงสืบเท้าก้าวเดินไปเบื้องหน้าด้วยสายตาที่มุ่งมั่น
กิลด์มาสเตอร์ขมวดคิ้วกับท่าทางไม่แยแสของเด็กหนุ่มผู้หยิ่งผยอง "แล้วศพของสัตว์อสูรที่กองพะเนินอยู่บนรถลากนั่น ทั้งหมดเป็ฝีมือเ้าอย่างงั้นเหรอ? จากที่ข้ามองดู ภายในกองซากศพที่กองสุมกันอยู่นั้น มีบางศพที่เป็ศพของสัตว์อสูรสายเืชั้นยอด เื่ทั้งหมดเป็มายังไงกันแน่"
ตึ้ง!
"...." เออิจิยังคงเงียบสนิทไม่ตอบคำใดกลับไป สิ่งที่เขาทำมีเพียงอย่างเดียวก็คือกัดฟันแล้วเดินไปเบื้องหน้า
กิลด์มาสเตอร์จ้องมองเออิจิอย่างอับจนปัญญา เขารู้สึกจนใจกับความเ็าของเด็กหนุ่มคนนี้เป็อย่างมาก "นี่เ้าหนู อย่างน้อยก็ตอบข้ามาสักข้อเถอะ ให้ข้าได้รู้ถึงต้นสายปลายเหตุของเื่ที่เกิดขึ้น ข้าจะได้รีบหาทางรับ...."
"เงียบ!" กิลด์มาสเตอร์กล่าวยังไม่ทันจะจบประโยค น้ำเสียงที่เย็นะเืราวกับมัจจุราชก็ดังออกมาจากริมฝีปากของเออิจิ
เมื่อเทียบกับเสียงย่างก้าวอันหนักหน่วงของเขา เสียงพูดเมื่อครู่นี้มันดังเบากว่านั้นหลายร้อยหลายพันเท่า เพียงแต่คำพูดเบาๆนี้เอง ที่ทำให้บรรยากาศตรงนั้นหนักอึ้งและเย็นะเืขึ้นมา
กิลด์มาสเตอร์ตกตะลึงกับคำพูดของเด็กหนุ่ม ตัวเขาที่เป็ถึงเซียนดาบตลอดมาล้วนแล้วแต่ได้รับความเคารพ แม้ว่าในตอนที่พวกเขาได้พบกันเป็ครั้งแรกเออิจิจะมีกิริยาวาจาที่หยาบคาย แต่ตัวเขาที่เป็เซียนดาบไม่เคยถือสา นั่นก็เพราะเด็กหนุ่มยังอ่อนต่อโลก เขายังไม่รู้จักถึงความน่ากลัวที่แท้จริงของเซียนดาบ
แต่การที่เออิจิกล้าออกคำสั่งกับเขามันคนละเื่กัน อีกอย่างเมื่อครู่นี้เขายังกล่าวไม่จบประโยคเลยด้วยซ้ำ เออิจิก็พูดแทรกขึ้นมากลางลำ แบบนี้จะไม่ให้เขาหงุดหงิดและมีน้ำโหได้อย่างไร
สตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียนที่ยืนอยู่ด้านข้างกิลด์มาสเตอร์ ตอนนี้ดวงตาคู่งามของนางเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง นางเพิ่งเคยเห็นเด็กหนุ่มที่มีนิสัยเย่อหยิ่งไม่เห็นหัวใครอีกทั้งยังดื้อรั้นเ็าขนาดนี้เป็ครั้งแรก
'เด็กหนุ่มคนนี้มีที่มาที่ไปยังไงกันแน่ เหตุใดถึงไม่มีความเคารพยำเกรงต่อเซียนดาบเลยแม้แต่น้อย หรือว่าเขาจะเป็บุตรชายของกลุ่มอิทธิพลใดกลุ่มอิทธิพลหนึ่ง ไม่สิไม่ถูกนะ หากมาจากกลุ่มอิทธิพลที่มีอำนาจอื่นคอยหนุนหลัง เหตุใดจึงต้องเข้าร่วมกับกิลด์นักผจญภัยด้วยล่ะ ไม่ใช่ว่ากิลด์นักผจญภัยรับแต่คนพเนจรอย่างนั้นเหรอ?' สตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียนขมวดคิ้วเข้าหากัน นางจ้องมองเด็กหนุ่มและกิลด์มาสเตอร์สลับกันไปมาอย่างไม่เข้าใจ
ใน่เวลานี้กิลด์มาสเตอร์มีโทสะอัดแน่นอยู่เต็มอก เขาอยากจะสั่งสอนเด็กหนุ่มให้หายอวดดีเสียเดี๋ยวนี้ แต่เขาก็เข้าใจดีว่าไม่สามารถลงมือกับเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าของเขาได้ นั่นก็เพราะเด็กหนุ่มคนนี้คือความหวังของเขา ความหวังที่จะเอาชนะการแข่งขันศึกประลองแห่งอัจฉริยะรุ่นเยาว์ ที่จะจัดขึ้นในอีกหนึ่งปีข้างหน้านี้นั่นเอง
เออิจิรับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดของกิลด์มาสเตอร์ เขากัดฟันแล้วเอ่ยคำพูดผ่านลำคอของเขาออกมาด้วยความยากลำบาก
"เข้าเมืองแล้วค่อยคุยกัน"
กิลด์มาสเตอร์ดับเปลวเพลิงแห่งความโกรธที่กำลังลุกโชนอยู่ในใจของเขาลง จากนั้นก็ค่อยๆเดินนำหน้าของเออิจิไป บอกตามตรงในตอนนี้อารมณ์ของกิลด์มาสเตอร์หงุดหงิดอย่างถึงที่สุด แต่เขาก็ข่มกลั้นความรู้สึกโกรธเกรี้ยวทั้งหมดลงไปในส่วนลึกของจิตใจ
สตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียนค่อยๆเดินขึ้นมาตีคู่กับกิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์นักผจญภัย จากนั้นก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่เข้าใจในสถานการณ์ว่า
"ท่านสามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เช่นนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน เมื่อครู่นี้ข้านึกว่าท่านจะลงมือหักแขนหักขาเขาเสียอีก"
"เื่นี้ไม่เกี่ยวกับท่าน" น้ำเสียงของกิลด์มาสเตอร์เต็มไปด้วยความเ็า
"อะไรกัน? ไม่เอาน่า ข้านึกว่าท่านสามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้แล้วเสียอีก ที่แท้ท่านก็ยอมให้แค่เฉพาะกับเขาอย่างนั้นหรือ" สายตาของสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียนชำเลืองมองไปยังร่างของเด็กหนุ่มผู้มีหน้าตาหล่อเหลาหมดจด
"เื้ัของเขามีใครสนับสนุนอยู่กันแน่ สามารถทำให้ท่านยับยั้งชั่งใจตัวเองได้เช่นนี้ แสดงว่าสถานะของเขาต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน"
"ท่านเ้าหอคอยเวทมนตร์ ท่านเลิกเดาส่งเดชได้แล้ว เื่นี้ถึงอย่างไรข้าก็ไม่มีวันบอกท่านอย่างเด็ดขาด เพราะฉะนั้นเลิกเซ้าซี้ข้าแล้วกลับไปซะ" กิลด์มาสเตอร์กล่าวตัดบทด้วยความไม่สบอารมณ์
"เฮอะ...ในเมื่อท่านไม่ยอมบอกเช่นนั้นข้าถามเขาเองก็ได้" น้ำเสียงของสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียนเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่สบอารมณ์ นางรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทางเหี้ยมเกรียมของกิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์นักผจญภัยเป็อย่างมาก
สตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียนค่อยๆลดฝีเท้าของนางลง นางเตรียมตัวเข้าไปพูดคุยกับเด็กหนุ่มผู้มีหน้าตาหล่อเหลาหมดจดที่กำลังเดินใกล้เข้ามา
กิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์นักผจญภัยชำเลืองมองท่าทางเช่นนั้นของนางด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง เขาเชื่อว่าหลังจากนี้ต้องมีเื่สนุกให้ได้ชมอย่างแน่นอน
เออิจิค่อยๆเดินเข้าใกล้กำแพงป้อมปราการมากขึ้นเรื่อยๆ สตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียนค่อยๆเดินเข้ามาหาเขา กลิ่นหอมรัญจวนของสตรีเพศประหนึ่งน้ำหวานบนเกสรดอกไม้ลอยปะทะเข้ากับจมูกของเออิจิ เขาเอียงหน้าเหลือบมองเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด ณ ่เวลานี้เขาตั้งสมาธิกับการเดินลมปราณในร่างกายของเขาเพียงเท่านั้น
"น้องชายไม่ทราบว่าที่มาของเ้ามาจากที่ใด เหตุใดข้าถึงรู้สึกไม่คุ้นหน้าของเ้าเอาเสียเลย รบกวนเ้าบอกพี่สาวหน่อยได้หรือไม่" น้ำเสียงของสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียนอ่อนหวานนุ่มนวลราวกับน้ำหวานชโลมจิตใจ
"ไสหัวไป" เออิจิตอบกลับด้วยน้ำเสียงเ็า
สตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียนหนังตากระตุก นางจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยความตกตะลึง พฤติกรรมที่หยาบคายเช่นนี้เพิ่งมีคนเคยปฏิบัติกับนางเป็ครั้งแรก
"พรืด" กิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์นักผจญภัยแอบกลั้นขำจนไหลโยก เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าเื่มันต้องออกมาเป็แบบนี้ ดูเหมือนว่าครั้งนี้เด็กหนุ่มจะเจอกับตอเข้าให้แล้ว
สตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียนจ้องมองแผ่นหลังของกิลด์มาสเตอร์ที่กำลังสั่นกระเพื่อมขึ้นลง ใบหน้าที่แสนงดงามของนางก็พลันแดงก่ำขึ้นมาด้วยความโกรธ
"น้องชายเ้าจะเอ่ยวาจาเช่นนี้กับสตรีไม่ได้นะ เ้ารู้หรือไม่บุรุษที่ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผานั้น คือสิ่งที่อิสตรีรังเกียจที่สุดในโลก" น้ำเสียงของสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียนบัดนี้จะยังหลงเหลือความอ่อนโยนอยู่ที่ไหนกัน
"เ้าอาจไม่ทราบถึงฐานะของข้า เลยคิดว่าพ่นวาจาเช่นใดออกมาก็ได้ ข้าจะบอกเ้าให้ ข้าคือเ้าหอคอยเวทมนตร์แห่งป้อมปราการฟอร์ทลูมิน่า จักรพรรดิเวทย์มนตร์เจ็ดวงแหวนที่แข็งแกร่งที่สุดในป้อมปราการฟอร์ทลูมิน่า ก็คือข้านี่แหละ"
น้ำเสียงของนางดังกังวานเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง สายตาของนางที่จ้องมองเออิจิราวกับสายตาที่ใช้จ้องมองมดปลวกตัวหนึ่ง ออร่าและกลิ่นอายที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของนาง ทำให้บรรยากาศรอบข้างหนักอึ้งอย่างถึงที่สุด
เออิจิหยุดฝีเท้าของเขาลง จากนั้นก็ปล่อยมือออกจากเถาวัลย์ที่ผูกติดอยู่กับรถลาก เขาค่อยๆปรับระดับลมหายใจและลมปราณภายในร่างกายของตนเอง ขณะเดียวกันก็ประคองร่างกายที่ทรุดโทรมของเขาเอาไว้ด้วยพลังลมปราณที่เหลืออยู่ ในเวลานี้กระดูกทั่วทั้งร่างของเขาหักเกือบแทบทุกท่อนแล้ว ที่ยังสามารถเดินเหินอยู่ได้ก็ด้วยปณิธานที่แน่วแน่และความแข็งแกร่งของร่างห้าธาตุเพียงเท่านั้น
เออิจิหันไปสบตากับสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียน แล้วกล่าวคำพูดออกมาสั้นๆว่า "งั้นเหรอ?" กล่าวจบเขาก็เดินผ่านร่างของนางไปอย่างไม่แยแส จากนั้นก็มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของกิลด์มาสเตอร์
เออิจิยื่นมือออกไปเบื้องหน้า "มีถังที่สามารถบรรจุไขกระดูกของสัตว์อสูรสายเืชั้นยอดได้ไหม ส่งมาให้ข้าสักถัง" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเผด็จการ ไม่เปิดโอกาสให้กิลด์มาสเตอร์ได้ตอบโต้กลับเลยแม้แต่น้อย
กิลด์มาสเตอร์จนปัญญากับคำพูดและกิริยาท่าทางของเด็กหนุ่ม ดูเหมือนว่านิสัยที่หยิ่งผยองของเขาจะกู่ไม่กลับแล้วจริงๆ กิลด์มาสเตอร์เรียกถังไม้ใบใหญ่ออกมาจากแหวนมิติ จากนั้นก็ยื่นให้กับเออิจิ เขาไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเด็กหนุ่มให้เสียเวลา
เออิจิรับถังไม้ขนาดใหญ่ใบนั้นมา เขาสังเกตดูตัวอักษรที่ถูกสลักอยู่บนถังไม้ ซึ่งมันมีทั้งตัวอักษรรูนและตัวอักษรอัลฟาเบตผสมปนเปกันไป ทำให้เกิดเป็พลังงานที่ลึกลับบางอย่างห่อหุ้มถังไม้ใบนั้นเอาไว้ เออิจิแบกถังไม้ใบนั้นเดินผ่านหน้าของสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับนางเซียนไปอย่างไม่ใยดี ปล่อยให้นางยืนตกตะลึงอยู่กับที่ตรงนั้นต่อไป
สายตานับหมื่นที่ยืนอยู่บนกำแพงป้อมปราการอันสูงชัน ทั้งหมดจ้องมองดูเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยความตกตะลึง บนกำแพงป้อมปราการที่มีผู้คนอัดกันอยู่อย่างแน่นขนัด บัดนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบราวกับป่าช้า ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากกลุ่มคนที่ยืนเบียดเสียดกันอยู่้าเลยแม้แต่คนเดียว