บทที่ 24 พลิกผันเนื้อเื่
นางเงยหน้าขึ้นะโไปในอากาศ "คนขี้ขลาดก็ได้แต่หลบๆ ซ่อนๆ เหตุใดไม่ออกมาสู้กันให้รู้ดำรู้แดงไปเลย"
"ฮ่าๆๆ!" เสียงหัวเราะเยาะเ็าดังขึ้นจากด้านหลัง หนานลี่เย็นวาบไปทั่วสันหลัง เมื่อหันกลับไปมอง ก็เห็นสุ่ยเซียนเดินออกมาจากหมอกดำ ตอนนี้ใบหน้าของนางซีดขาวราวกระดาษ ดวงตาสีแดงเมื่ออยู่ท่ามกลางหมอกดำยิ่งน่ากลัวเป็พิเศษ ริมฝีปากนางคล้ายถูกแต้มด้วยสีดำ ทั้งตัวแผ่รังสีอำมหิต แตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง
หนานลี่ได้แต่ถอนหายใจ นางเอกเข้าสู่ด้านมืดแล้วจริงๆ
"เป็เ้าจริงๆด้วย" หนานลี่พูดพลางยิ้ม "ข้าสงสัยจริงๆว่าเหตุใดเ้าถึงได้มาอยู่ที่นี่ในเวลานี้"
สุ่ยเซียนจ้องมองหนานลี่ด้วยแววตาเ็าเหมือนกับมองมดตัวหนึ่ง "เ้าไม่ต้องแกล้งทำเป็ไม่รู้หรอก พวกเราล้วนเป็คนฉลาด ไม่จำเป็ต้องเสแสร้ง ... ปีศาจน้อย ข้าเคยเตือนเ้าแล้วไม่ใช่หรือ ว่าให้เ้าอยู่ห่างๆศิษย์พี่ เหตุใดถึงไม่เชื่อฟัง"
หนานลี่สูดหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดว่า "ไม่ต้องพูดมากความ พลังบ่มเพาะของข้าสู้เ้าไม่ได้ ดังนั้นข้าก็จะไม่สู้กับเ้า เ้าอยากทำอะไรกับข้าก็เชิญ" พูดจบนางก็หลับตาลง ทำท่าทางยอมรับความตาย
สุ่ยเซียนเห็นท่าทางของหนานลี่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ปีศาจน้อยตนนี้ถือว่ายังรู้จักที่ต่ำที่สูงอยู่บ้าง
สุ่ยเซียน "เ้าทำให้ข้าทึ่งได้ตลอดจริงๆ"
หนานลี่คิดในใจ : ก็ข้าเป็แค่ตัวประกอบ เ้าเป็นางเอก ในเมื่อข้าสู้เ้าไม่ได้ ฉะนั้นยอมแพ้ก็ไม่น่าอายหรอก
สุ่ยเซียนเห็นหนานลี่ยืนรอรับความตายก็สะบัดกายหายวับ ปรากฏร่างขึ้นเบื้องหน้าหนานลี่ นางยกมือขึ้นรวบรวมไอมารสีดำไว้ที่ฝ่ามือ แล้วตบเข้าหาหน้าอกของหนานลี่ ตราบใดที่ถ่ายทอดไอมารในร่างกายของนางเข้าสู่ปีศาจน้อยสำเร็จ นางก็จะกลับมาเป็เหมือนเดิม นางจะยังคงเป็ศิษย์น้องหญิงที่น่ารักของศิษย์พี่ ส่วนปีศาจน้อยที่เข้าสู่ด้านมืดแล้วคงจะไม่มีทางได้อยู่ใกล้ชิดศิษย์พี่อีกต่อไป ศิษย์พี่กับนางคู่ควรกันที่สุด นางจะอยู่เคียงข้างศิษย์พี่ตลอดไป มีแค่นางเท่านั้นที่สามารถยืนเคียงข้างศิษย์พี่ได้!
ส่วนปีศาจน้อยเมื่อเข้าสู่ด้านมืด เทพเซียนกับปีศาจเป็ศัตรูกัน ต่อไปก็มีแต่ต้องฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง หากศิษย์พี่ไม่ลงมือ นางนี่แหละจะลงมือเอง
พอคิดถึงอนาคตที่สวยงาม สุ่ยเซียนก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ แต่ยังไม่ทันที่นางจะยิ้มออกมา หนานลี่ที่หลับตาปี๋ยืนรอความตายอยู่เมื่อครู่กลับลืมตาขึ้น มองไปข้างหลังนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดีใจ "ท่านเซียน ท่านมาแล้ว!"
คำพูดที่เรียบง่ายประโยคนี้กลับทำให้สุ่ยเซียนสะดุ้งโหยง เหงื่อเย็นไหลออกมา ไอมารที่รวมตัวกันอยู่ที่ฝ่ามือของนางก็สลายไปกับสายลม ม่านตาของนางเปลี่ยนจากสีแดงกลับมาเป็สีดำ
สุ่ยเซียนใทำอะไรไม่ถูก นางจะให้ศิษย์พี่เห็นนางในสภาพนี้ไม่ได้ นางในสายตาของศิษย์พี่ต้องบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่เสมอ
สุ่ยเซียนยกสองมือขึ้นปิดบังใบหน้าซีดขาวของตัวเอง วิ่งหนีอย่างตื่นตระหนก อยากจะให้พื้นดินแยกออกเพื่อที่นางจะได้มุดลงไปซ่อนตัวได้
หนานลี่ฉวยโอกาสที่สุ่ยเซียนกำลังสับสนหันหลังกลับแล้ววิ่งหนี นางเป็ปีศาจบุปผา ดังนั้นความเร็วสู้สุ่ยเซียนที่เป็เทพเซียนไม่ได้ จึงได้แต่กระโจนลงไปในแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลเพื่อกลบร่องรอยหลบหนี
สุ่ยเซียนวิ่งไปได้สักพักก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลจึงหันหลังกลับไป ก็ไม่เห็นร่างของเป่ยิอินที่สวมชุดขาวสะอาด
ปีศาจน้อยตนนั้นกล้าหลอกนางหรือ? ยิ่งคิดสุ่ยเซียนก็ยิ่งโกรธ ใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาของนางสะท้อนแสงสีแดงวาบ หันหลังกลับไปตามหาหนานลี่
ปีศาจน้อยต้องชดใช้ที่สร้างความอับอายแก่นาง!
อย่างไรก็ตาม สุ่ยเซียนตามหามานานกลับยังไม่ได้กลิ่นของดอกไม้ นางจึงไม่สามารถไล่ตามโดยอาศัยกลิ่นได้ ซึ่งจริงๆแล้วดอกปี่อั้นมีกลิ่นเฉพาะตัว ไม่สมควรหายไปดื้อๆ แล้วเหตุใดถึงไม่มีกลิ่นลอยอยู่ในอากาศ?
ดวงตาของสุ่ยเซียนกลอกไปมา สายตาของนางหยุดลงที่แม่น้ำซึ่งอยู่ไม่ไกล แววตาของนางเต็มไปด้วยความโเี้ พูดออกมาทีละคำว่า "ปีศาจน้อย เ้าคิดว่าหลบอยู่ใต้น้ำแล้วข้าจะหาเ้าไม่เจอรึ?"
สุ่ยเซียนยกมือขวาขึ้น ไอมารสีดำรวมตัวกันที่ฝ่ามือของนาง ไม่นานก็กลายเป็ตาข่ายจับปลา นางหว่านตาข่ายไปทางแม่น้ำ ตาข่ายขนาดใหญ่กางออกกลางอากาศ ตกลงไปในน้ำแล้วก็จมลงไป
สุ่ยเซียนขยับนิ้วมือ ตาข่ายก็กางออกในน้ำ ไม่ช้าก็คลุมร่างของหนานลี่ที่กำลังว่ายน้ำหนีไปได้ครึ่งทาง
หนานลี่พยายามดิ้นรน แต่ตาข่ายนี้แม้ดูเหมือนหมอกแต่กลับก็เหนียวมาก ไม่ว่านางจะดึงอย่างไรก็ไม่ขาด นางชักมีดสั้นที่เอวออกมาฟันแต่ตาข่ายก็ไม่เป็อะไร สภาพนางยามนี้ไม่ต่างจากปลาที่ติดอยู่ในอวน ได้แต่มองตัวเองถูกดึงขึ้นมาจากน้ำอย่างเศร้าใจ
"แค่ก แค่ก!" หนานลี่มัวแต่พลิกตัวไปมาในน้ำจึงเผลอสำลัก
เพื่อที่จะหนีไปอย่างรวดเร็ว นางใช้พลังทั้งหมด กลั้นหายใจว่ายน้ำ ทว่าก็ยังไม่รอดอยู่ดี ยามนี้นางไม่ต่างจากปลาบนเขียงที่รอให้นางเอกเชือด
สุ่ยเซียนยืนอยู่ตรงหน้าหนานลี่ มองนางจาก้า ยกเท้าขึ้นเตะที่หน้าอกของหนานลี่ พูดด้วยรอยยิ้มเยาะ "นึกไม่ถึงเลยว่าเ้าจะเป็ปีศาจบุปผาสองธาตุ ข้าน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้ว ยามอยู่ที่วิหารเ้าก็ใช้พลังพิเศษควบคุมน้ำมาทำร้ายข้า แต่เ้าก็ยังอ่อนแออยู่วันยังค่ำ ตาข่ายขังปีศาจของข้าเ้าหนีไม่พ้นหรอก"
หนานลี่มึนหัวหูอื้อ อาจเป็เพราะกลั้นหายใจนานเกินไปตอนที่อยู่ใต้น้ำ นางจึงฟังไม่รู้เื่ว่าสุ่ยเซียนพูดอะไร แต่นางก็พยายามถ่วงเวลาอย่างเต็มที่แล้ว เมื่อไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น นางก็จนปัญญาแล้วจริงๆ
สุ่ยเซียนกลัวว่าหากปล่อยให้เวลาผ่านไปนานอาจมีอะไรเปลี่ยนแปลงจึงไม่พูดมากความ ถ่ายทอดไอมารทั้งหมดไปที่หนานลี่ หนานลี่เหมือนกับปลาบนเขียง ต้องทนกับความเ็ปอย่างแสนสาหัส นางเงยหน้าขึ้นร้องออกมาอย่างน่าเวทนา และคล้ายรับพลังชั่วร้ายไม่ไหว ร่างกายของนางขดตัวลง กลับคืนสู่สภาพเดิม กลายเป็ดอกปี่อั้นสีม่วงดอกหนึ่ง กลีบดอกไม้เริ่มเปลี่ยนเป็สีดำด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ...
หนานลี่หมดสติไปแล้ว สิ่งสุดท้ายที่อยู่ในใจคือความคิดที่ว่า ท่านเซียน ข้าอยากจะกลับไปที่วิหารนั่งชมท่านรดน้ำดอกไม้ ชมท่านชงชา หรือย่างปลาให้ข้ากิน น่าเสียดายที่ความปรารถนาเล็กๆนี้ของข้าคงจะไม่เป็จริงแล้ว...
ระบบ : อ้าว ข้าแค่เผลอหลับไปครู่เดียว เหตุใดเนื้อเื่ถึงได้กลายเป็เช่นนี้ไปได้ โฮสต์ให้ข้าปิดกั้นความเ็ปให้ท่านหรือไม่
หนานลี่คิดในใจ : ช่างเถอะข้าเจ็บจนชินชาแล้ว ระบบ ภารกิจในชาตินี้ของข้าล้มเหลวแล้วสินะ หลังจากที่ข้าเข้าสู่ด้านมืดแล้ว ข้าคงฆ่าคนไปทั่วแล้วก็ถูกพระเอกฆ่าตายใช่หรือไม่
ระบบ : นั่นก็ใช่ แต่ท่านพลิกเนื้อเื่แล้ว พระเอกก็ชอบท่าน จุดจบสมควรเปลี่ยนไป ... โฮสต์อดทนอีกหน่อยนะ ... โฮสต์ ... อย่าเพิ่งหลับสิ...
พริบตานั้นเอง
ในขณะที่หนานลี่กำลังหมดสติ จู่ๆก็บังเกิดแสงสีทองพุ่งลงมาจากท้องฟ้าปกคลุมร่างกายของนางไว้ ไอมารสีดำบนร่างกายของนางค่อยๆจางหายไปกลับมาเป็สีเดิม
สุ่ยเซียนที่ถูกขัดขวางการถ่ายทอดไอมารเอามือกุมหน้าอก อาเจียนเป็เืสีดำ ไอมารที่กระจายอยู่ในอากาศรวมตัวกันใหม่ บินกลับเข้าไปในร่างกายของนาง
ใบหน้าของสุ่ยเซียนซีดเผือด มองเป่ยิอินที่ปรากฏกายขึ้นอย่างกะทันหันด้วยความหวาดกลัว ริมฝีปากของนางขยับแต่ก็พูดไม่ออก เืดำอุดอยู่ที่ลำคอทำให้นางพูดไม่ได้
ร่างชั่วร้ายของนางถูกศิษย์พี่เห็นแล้ว เื่ราวเหตุใดถึงได้กลายเป็เช่นนี้ อีกนิดเดียวนางก็สามารถถ่ายทอดไอมารสู่ร่างปีศาจน้อยได้แล้วแท้ๆ
"ศิษย์น้อง ... เ้าทำให้ข้าผิดหวังยิ่ง" เป่ยิอินพูดด้วยน้ำเสียงที่เ็า ประโยคสั้นๆนี้ไม่ต่างจากที่ทุบลงบนหัวใจของสุ่ยเซียนทำให้นางหลั่งน้ำตาด้วยความรวดร้าว
เป่ยิอินมองหนานลี่ที่ถูกแสงสีทองปกคลุม นางาเ็สาหัสจนกลับคืนสู่สภาพดอกไม้ ยามนี้กลีบดอกไม้เหี่ยวเฉาดูน่าสงสาร หากไม่ใช่เพราะเขาใช้พลังวิเศษปกป้องนางไว้ นางคงจะกลายเป็ปีศาจไปแล้ว โชคดีที่เขามาทันเวลา ยังสามารถปกป้องนางได้
"ศิษย์พี่ ... ช่วยข้าด้วยเ้าค่ะ!" สุ่ยเซียนพยายามลุกขึ้น จับชายเสื้อของเป่ยิอินไว้ นี่เป็ครั้งแรกที่นางใช้น้ำเสียงที่น่าสงสารขอร้องเขา ยามนี้นางไม่้าอะไรอีกแล้ว ศิษย์พี่ ท่านไม่ต้องรักข้าหรือปกป้องข้าก็ได้ ขอแค่ท่านอย่าทิ้งข้าไปก็พอ ....