บทที่ 155 ไม่ยอมรับ
เหมือนกับครั้งแรกที่ซูหยวนเข้าร่วมการทดสอบ หุ่นซ้อมอินทรีย์จำนวนมากปรากฏขึ้นตามค่าพลังงานที่นักเรียนทั้งหมดของชั้นปีที่ 1 ทำได้ พวกนักเรียนตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่บ้าง แต่หลังจากนั้นก็จับกลุ่มกันได้อย่างรวดเร็ว โชคดีที่พวกเขามีนักเรียนคนหนึ่งที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการสั่งการ ทำให้การต่อสู้ราบรื่นมากขึ้น
ซูหยวนและรุ่นพี่หวังจับตามองการต่อสู้ของนักเรียนเพียงสองคนเท่านั้น คนหนึ่งก็คือนักเรียนจากตระกูลอี้ อีกฝ่ายมีความนิ่งสงบมากจริงๆ เมื่อต้องใช้ธนูในการต่อสู้ ความมั่นใจของเขาก็ทำให้เพื่อนๆในห้องเรียนสามารถลดความหวาดกลัวลงได้ เพราะเขามีทักษะที่ดีกว่าคนอื่นๆ จึงสามารถประสานสอดการโจมตีได้อย่างรวดเร็ว
นักเรียนสกุลอี้คนนี้คงไม่ต้องเป็นห่วงอีกแล้ว เขามีความมั่นใจในฝีมือของตนเองมาก ถ้าอาจารย์เติ้งรับเขาเข้ามาเป็นศิษย์ก็คงจะไม่มีทางปฏิเสธ
อย่างไรก็ตาม คิ้วของซูหยวนกลับเลิกขึ้นเมื่อเห็นการต่อสู้ของนักเรียนหญิงจากตระกูลเติ้ง เด็กสาวหลบอยู่ด้านหลังสุด เธอถือธนูเอาไว้มั่น แต่กลับไม่ยอมเข้าต่อสู้ร่วมกับคนอื่นๆเลย การแสดงออกแบบนี้ค่อนข้างผิดคาดอยู่บ้าง แม้แต่อาจารย์เติ้งก็ยังส่ายหน้าไปมา
ถ้าเธอไม่ยอมแสดงทักษะของตนเอง ต่อให้มีความเป็นไปได้ที่จะสั่งสอน อาจารย์เติ้งก็คงไม่คิดรับเอาไว้เป็นศิษย์ของตนเอง
เขาไม่ได้เลือกแค่คนเก่งเท่านั้น แต่ยังเลือกคนที่สามารถสั่งสอนได้ด้วย ตอนซูหยวนก็เหมือนกัน หากเธอไม่เข้าร่วมการต่อสู้ แม้จะมีค่าพลังงานสูงมาก หรือจะมีทักษะการจู่โจมที่ดี อาจารย์เติ้งก็คงไม่ก้าวออกไปรับเธอเป็นนักเรียนส่วนตัวของเขา
“เคลื่อนไหวแล้ว” หวังเป่าเป้ยเองก็คาดหวังเช่นกัน หลังจากที่เห็นว่านักเรียนเติ้งเคลื่อนไหว เธอก็อุทานออกมา เรียกความสนใจของทุกคนไปมองยังตำแหน่งของนักเรียนเติ้งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ด้านหลังทุกคน
หญิงสาวเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วหลังจากที่สังเกตมานาน เห็นได้ชัดว่าคำกล่าวของอาจารย์เติ้งนั้นถูกต้อง นักเรียนหญิงคนนี้มีความสามารถในการมองเห็นจริงๆ เธอปล่อยลูกธนูออกไป 3 ครั้ง และสามารถโจมตีหุ่นซ้อมอินทรีย์ที่อยู่ด้านหลังสุดได้ 3 ตัว เข้าที่กลางหน้าผากโดยตรงจนพวกมันล้มลงไป
การเคลื่อนไหวของเธอไม่ได้ปรากฏในสายตาของเพื่อนนักเรียนด้วยกัน แต่คนที่มองดูอยู่จากที่ไกลๆนั้นย่อมเห็นทั้งหมด เธอไม่ได้แสดงตัวตนของตนเองอย่างโดดเด่น ทว่ากลับเป็นสายสนับสนุนที่ยอดเยี่ยม เมื่อเห็นการแสดงของเธอแล้ว ขนาดซูหยวนก็ยังรู้สึกชื่นชมเธอเลย
“นักเรียนเติ้งมีทักษะเหมือนกับรุ่นน้องอัน” รุ่นพี่หวังกล่าวชื่นชม ถึงน้ำเสียงจะราบเรียบ แต่นี่ก็เป็นความชื่นชมจากใจของเธอจริงๆ
ก่อนหน้านี้รุ่นน้องอันก็ทำผลงานได้ดีมากในการต่อสู้ครั้งแรก ทั้งหมดเป็นเพราะทักษะในการสนับสนุนของเธอ ตัวหวังเป่าเป้ยเองมีความสามารถในการใช้ธนู แต่เธอกลับเป็นสายต่อสู้ ไม่ใช่สายสนับสนุนเหมือนรุ่นน้องทั้งสอง แน่นอนว่าอาจารย์เคยบอกแล้วว่าไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการของเธอ สายต่อสู้เองก็มีข้อดีในแบบตัวเองเช่นกัน และทุกครั้งเธอก็สามารถต่อสู้เคียงข้างอาจารย์ได้ นั่นก็เพียงพอแล้ว
“ยังคนละรูปแบบกันกัน” อาจารย์เติ้งส่ายหน้าเล็กน้อย
แม้ว่านักเรียนเติ้งจะมีทักษะที่ดี แต่สายตาของนักเรียนอันซูหยวนเหมือนมองเห็นทั่วทั้งสนามรบ ทั้งยังสามารถสอดประสานการโจมตีกับเพื่อนๆได้ ไม่เหมือนกับนักเรียนเติ้งที่มุ่งความสนใจไปยังแนวหลังของศัตรู
ในกรณีแบบนี้...ถ้าจัดให้อยู่ในกองทัพ เธอจะกลายเป็นหมากสำคัญเพื่อใช้ลอบโจมตีศัตรู โดยเล็งเป้าไปที่ตัวหัวหน้าใหญ่ที่สุดมากกว่าที่จะให้เข้าร่วมสนับสนุนการต่อสู้อื่นๆ
การแสดงของนักเรียนทั้งหมดจบลง อาจารย์เติ้งก็เดินไปรับนักเรียนใหม่เข้ามาด้วย อย่างไรก็ตาม...ซูหยวนและหวังเป่าเป้ยไม่ได้คิดว่าจะเกิดปัญหาขึ้นในระหว่างการรับศิษย์ของเขา
นักเรียนสองคนที่ถูกเลือกนั้นไม่มีปัญหาอะไร เมื่อรู้ว่าอาจารย์เติ้งรับตัวเองเข้าเป็นศิษย์ก็ยินดีมากๆ เท่ากับว่าซูหยวนและหวังเป่าเป้ยมีรุ่นน้องเพิ่มเข้ามาอีก 2 คน ศิษย์ของอาจารย์เติ้งกลับมาเป็น 4 คนดังเดิม ทว่า...ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้มาจากนักเรียนคนอื่นต่างหาก
“เรื่องนี้ผมยอมรับไม่ได้ครับ!” นักเรียนคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำที่รู้ว่าตัวเองไม่ถูกเลือก เขาจ้องไปยังอาจารย์เติ้ง ก่อนจะมองไปที่นักเรียนทั้งสองคนที่เขารับเป็นศิษย์ส่วนตัว
คนยกธนูด้านหลังของตนเองขึ้นมา ง้างสายธนูแล้วจ้องไปยังนักเรียนทั้งสองคน ก่อนจะหยุดที่นักเรียนเติ้ง
“นักเรียนจะทำอะไร!!” อาจารย์คนหนึ่งร้องเสียงดัง อีกฝ่ายใช้อาวุธในสถานการณ์นี้ได้อย่างไร นี่นับว่าไม่ถูกต้องแล้ว
“ผมไม่ยอมรับการเลือกนักเรียนของอาจารย์เติ้ง! ทำไมคนที่มีความสามารถในการใช้ธนูที่แท้จริงอย่างผมถึงไม่ถูกเลือก แต่กลับเป็นนักเรียนที่ไม่ได้ทำอะไรเลยอย่างคนๆนี้!” นักเรียนชายโวยวายเสียงดัง เขายิ่งมองนักเรียนเติ้งด้วยความดูถูกมากขึ้นไปอีก
หญิงสาวตัวสั่นเทาด้วยความกลัว เธอขยับเท้าถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่านักเรียนชายคนนั้นจะโมโหมากจนปล่อยลูกศรในมือเข้าโจมตีเธอทันที
“แต่มันก็จริงนะ น่าแปลกมากๆที่อาจารย์รับเด็กที่ไม่ทำอะไรเลยเข้าเป็นนักเรียนส่วนตัวน่ะ”
“ถึงแม้การกระทำแบบนี้จะดูรุนแรงไปหน่อย แต่มันก็เป็นเรื่องจริงไม่ใช่หรอ? หรือว่า...เพราะมีนามสกุลเหมือนกัน พวกเขารู้จักกันอยู่แล้วหรือเปล่า”
“ถึงจะเป็นแบบนั้น ก็ควรรับนักเรียนที่มีความสามารถเข้าไปเพิ่มไม่ใช่หรอ? ทำไมรับนักเรียนแค่ 2 คน แต่คนหนึ่งไม่มีพลังอะไรเลยล่ะ เป็นอาจารย์จะลำเอียงก็ช่วยมีเหตุผลหน่อยเถอะ”
“ฉันเห็นด้วยนะ ที่จริง...เป็นอาจารย์ก็ไม่ควรลำเอียงอยู่แล้วด้วย”
นักเรียนหลายคนแสดงความคิดเห็นกันยกใหญ่ ซึ่งเหมือนที่ทุกคนได้เห็นก่อนหน้านี้ นักเรียนเติ้งไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้กับเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ทว่าเธอใช้ความสามารถของตนเองโจมตีศัตรูที่อยู่แนวหลังอย่างเงียบๆ ไม่รบกวนเพื่อนนักเรียนคนอื่น
ถ้าไม่สังเกตให้ดีก็คงจะคิดว่าเธอไร้ตัวตนไปแล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกคนจะไม่ยอมรับ
“นี่เป็นการตัดสินใจของฉัน สิทธิในการเลือกรับนักเรียนเป็นของพวกเธอตั้งแต่เมื่อไร” อาจารย์เติ้งไม่อธิบาย เขาไม่ใช่คนช่างพูดอยู่แล้ว ในเมื่อเขามีสิทธิที่จะรับหรือไม่รับใครเป็นศิษย์ก็ได้ นั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับเขาไม่ใช่หรือ?
ต่อให้คนอื่นอยากจะวิจารณ์อย่างไรก็ไม่มีผล ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนรู้สึกไม่ยินยอม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้เจอกับเหตุการณ์นี้ ทว่าหวังเป่าเป้ยที่อยู่ในห้องกลับลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ นักเรียนพวกนี้กล้ามาตำหนิการเลือกของอาจารย์เติ้งได้อย่างไร นี่มันก็เหมือนกับตอนที่เธอถูกเลือกครั้งแรกเลยไม่ใช่หรอ?
ตอนนั้น อาจารย์เติ้งก็ยืนยันว่าจะรับเธอแม้นักเรียนมากมายจะรู้สึกว่าไม่เหมาะสม นับเป็นอีกครั้งที่เขากำลังถูกตำหนิ หวังเป่าเป้ยจึงทำแค่มองดูไม่ได้
“รุ่นพี่...”
“ฉันจะไปดูอาจารย์สักหน่อย” หวังเป่าเป้ยเดินออกมาจากห้องส่วนตัวของอาจารย์ทันที ปล่อยให้ซูหยวนยืนถอนหายใจอยู่อย่างนั้น
ถ้าพูดเรื่องการปกป้องอาจารย์แล้ว หวังเป่าเป้ยถือเป็นลูกศิษย์ที่เคารพอาจารย์มากที่สุดคนหนึ่ง และมันก็ทำให้อาจารย์อาจจะรู้สึกอึดอัดใจไปด้วย
ซูหยวนไม่เพียงแค่ไม่ออกจากห้องเท่านั้น เธอยังคงนั่งลงดูการแสดงของพวกนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งต่อไปด้วย อยากรู้ว่าอาจารย์จะทำอย่างไรต่อไป ทั้งยังอยากรู้ด้วยว่านักเรียนเติ้งคนนั้นจะมีท่าทีเช่นไร
“ถ้าอย่างนั้นอาจารย์ก็บอกให้ผมเข้าใจสักหน่อยเถอะว่าทำไมผมถึงอ่อนแอกว่าเด็กที่ไม่ได้ทำอะไรเลย”
“นั่นเป็นเหตุผลที่นักเรียนจะต้องทำความเข้าใจเอง”
“เหอะ! ในเมื่ออาจารย์บอกอย่างนั้น ผมก็ขอทำความเข้าใจด้วยวิธีการของผมก็แล้วกัน!!” ยิ่งเห็นอาจารย์เติ้งไม่สนใจ ไม่แสดงความเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับอนาคตของเขาเลย นักเรียนชายคนนี้ก็ยิ่งโกรธมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก
เขาเตรียมจะปล่อยมือจากสายธนูจริงๆ แม้ครั้งนี้จะถูกลงโทษก็ไม่เป็นไร เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่อยากเรียนต่อที่นี่ หากไม่ได้เป็นศิษย์ของอาจารย์เติ้ง
ตัวเขามาจากสกุลอี้ ครอบครัวคาดหวังเอาไว้แล้วว่าจะต้องให้เขาเป็นศิษย์ส่วนตัวของอาจารย์เติ้งให้ได้ เพื่อที่จบจากสถาบันมาก็จะได้แต้มต่อมากกว่านักเรียนรุ่นเดียวกัน เพราะการเป็นศิษย์ของอาจารย์เติ้งจะทำให้ได้รับตำแหน่งทางทหาร มีโอกาสสร้างผลงานมากกว่าคนอื่น
ดูอย่างนักเรียนทุนอันที่ตอนนี้ได้ประกาศเลื่อนเป็นจ่าสิบตรีอันไปแล้ว จนกว่าจะจบจากสถาบัน เชื่อได้เลยว่าคงจะกลายเป็นหัวหน้ากลุ่มย่อยได้ การมีข้อได้เปรียบนี้ย่อมทำให้เขาสามารถไปได้ไกลกว่า
ทว่า....เขาไม่ได้คาดคิดว่าตัวเองแสดงฝีมือขนาดนี้แล้วก็ยังไม่ถูกเลือก ความโกรธกำลังทำให้เขาอยากจะฆ่าคน!
“เธอ! มาแข่งขันกับฉัน” เขาคำรามออกมาเสียงดัง นักเรียนเติ้งที่หวาดกลัวอยู่แล้วก็รีบส่ายหน้า
“ฉัน ฉันไม่เก่งในการแข่งขันค่ะ” เด็กสาวอธิบายตามตรง
จะให้เธอแข่งขันหรือต่อสู้กับใคร เธอทำไม่ได้จริงๆ แต่ถ้าแข่งด้วยการยิงเป้า ความแม่นยำของเธอก็ไม่แพ้ใครแน่ ทว่า...คำพูดที่กำกวมของเธอนี้กลับยิ่งกระตุ้นความโกรธของนักเรียนที่ได้ยินเช่นนั้นมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก
“เหอะ! อาจารย์ ไม่ใช่ว่าได้ยินแล้วหรอครับ แล้วแบบนี้จะให้ผมเข้าใจได้ยังไง สรุปก็คืออาจารย์แค่ต้องการรับนักเรียนคนนี้ แม้ว่าเธอจะอ่อนแองั้นหรอครับ”
“ถ้าอย่างนั้น...คุณก็ทำลายศักดิ์ศรีของการเป็นอาจารย์แล้ว คุณไม่อายบ้างหรอที่ทำแบบนี้ ทำไมนักเรียนคนหนึ่งจะต้องมาเสียโอกาสดีๆเพราะความลำเอียงและเห็นแก่ตัวของคุณด้วย! ที่ผ่านมา...ผมก็หลงคิดว่าคุณเป็นอาจารย์ที่ดี เหมาะสมที่จะมาเป็นอาจารย์ของผม คิดไม่ถึงเลยว่าคุณก็แค่ไอ้พวกไร้ยางอายเท่านั้น!!”
เพี๊ยะ!!
ไม่ต้องรอให้อาจารย์อธิบายใดๆ รุ่นพี่หวังที่พุ่งตัวออกจากห้องก็ปรากฏตัวขึ้น ปกติแล้วเธอไม่ค่อยยุ่งกับใคร ทว่าครั้งนี้...เธอปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับผมหางม้าอันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนที่จะฟาดใบหน้าของนักเรียนรุ่นน้องเต็มแรง
“คนที่ไม่มีดวงตาอย่างนายมีสิทธิมาว่าอาจารย์ของพวกเราด้วยหรอ!!” เธอตวาดลั่น ความโกรธของเธอเห็นได้ชัดจากท่าทางเช่นนี้
อาจารย์เติ้งเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่านักเรียนของเขาจะปรากฏตัวที่นี่เพื่อทุบตีนักเรียนปีหนึ่งเพื่อเขา
“นี่....”
“ฉันเป็นนักเรียนส่วนตัวของอาจารย์เติ้ง ถ้าอยากจะพิสูจน์ว่าอาจารย์รับศิษย์เพราะลำเอียงหรือไม่มีดวงตาหรือเปล่า อย่างนั้นก็มาแข่งขันกับฉัน!” เธอว่าอย่างนั้น ไม่สนใจเลยว่าจะถูกมองว่าไร้ยางอายที่ไปแข่งนักเรียนปี 1 ต่อสู้หรือเปล่า
อาจารย์เติ้งถอนหายใจออกมา เขาเดินไปข้างหน้าก่อนจะแตะบ่าของนักเรียนหวังเบาๆ
“ใจเย็นๆ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องใส่ใจกับเรื่องแบบนี้” เขาพูดแบบนั้น หวังเป่าเป้ยใจเย็นลงก็จริง แต่นักเรียนชายที่ก้าวออกมากลับรู้สึกเหมือนถูกด้อยค่า
ไม่มีเหตุผลที่จะต้องใส่ใจกับความรู้สึกของเขางั้นหรอ? อาจารย์เติ้งจะเมินเฉยต่อเขาเกินไปแล้ว!!
“ก็ได้ ในเมื่อรุ่นพี่อยากจะแข่งขัน ถ้าอย่างนั้นผมก็จะรับคำท้าของรุ่นพี่เอง!” หวังเป่าเป้ยไม่คิดว่านักเรียนคนนี้จะบ้าดีเดือดเสียจริง ถึงกับยอมรับคำท้าทายของเธอ ไม่กลัวว่าจะเจ็บตัวด้วยซ้ำ
อาจารย์เติ้งเห็นว่าสถานการณ์มันวุ่นวายมากเกินไปแล้ว เขาก็ก้าวออกมาก่อนจะเริ่มพูด
“เรื่องการประลองเป็นแค่เรื่องไร้สาระ ฉันไม่อนุญาต ส่วนเรื่องการรับนักเรียนเป็นสิทธิเด็ดขาดในการตัดสินใจของตัวอาจารย์เอง ในสถาบันนี้ไม่ได้มีแค่ฉันเท่านั้นที่สอนเกี่ยวกับวิชาธนู แต่ไม่มีอาจารย์คนไหนก้าวออกมารับเธอเป็นศิษย์ ดังนั้นจงตั้งใจหาข้อบกพร่องของตนเอง การที่เอาแต่โทษคนอื่นจะขัดขวางการพัฒนาของเธอไปเรื่อยๆ นี่คือคำเตือนของฉัน”
นี่เป็นคำพูดที่ดีมาก ถ้าเก็บคำพูดของเขาไปทบทวนดีๆจะเข้าใจว่าอาจารย์หมายถึงอะไร การที่ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นที่ไม่ก้าวออกมา แปลว่านักเรียนคนนี้มีปัญหาจริงๆ ซึ่งอาจารย์ทุกคนก็พยักหน้ารับ พวกเขาก็คิดแบบนั้น โดยเฉพาะปัญหาเรื่องนิสัยใจคอ
ความดื้อด้านแบบนี้เป็นปัญหาในการสั่งสอน ถ้าเลือกได้ อาจารย์ทุกคนก็อยากได้นักเรียนที่สามารถสั่งสอนให้พัฒนาได้ ไม่ใช่เชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป ไม่อย่างนั้น...จะกลายเป็นอุปสรรคในการเรียนรู้เปล่าๆ
ถึงคำพูดของเขาจะได้รับการสนับสนุนมากแค่ไหน แต่นักเรียนชายกลับไม่เห็นด้วย เขาเชื่อมั่นในตัวเองมาตลอด แม้แต่ครอบครัวของเขาก็เช่นกัน
ดังนั้นจึงเข้าใจว่าคำพูดของอาจารย์เติ้งนี้ ก็แค่อยากจะทำให้เขาอับอายเพื่อที่จะไม่กล้าพูดเรื่องความลำเอียงของตนเองอีกก็เท่านั้น!
“อาจารย์เติ้ง คุณเป็นอาจารย์ มีตำแหน่งมีฐานะสูงกว่าเด็กคนหนึ่งอย่างผม คุณจะพูดอะไรก็ได้อยู่แล้ว อยากจะทำให้ผมดูแย่ในสายตาทุกคนก็ยังได้ แต่ผมขอถาม...คุณยังมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นอาจารย์ เป็นทหารปกป้องมนุษย์ชาติอยู่หรือเปล่า! ทำไมคุณเลือกศิษย์ของตนเอง แล้วผมถึงขอท้าทายการตัดสินใจของคุณไม่ได้”
“ทำไมถึงไม่กล้าให้ศิษย์ของคุณมาต่อสู้กับผม ดูเอาเถอะ...ผมเลือกที่จะยอมรับคำท้าทายของคนที่อายุมากกว่า แล้วก็ได้เรียนรู้วิชาจากคุณมามากกว่า คุณก็ยังไม่ยอมอีก กลัวจะขายหน้าหรือ?”
……………………………………..