"ว่าไงนะ? ผู้ติดตาม?!" มู่เหยียนตะลึงไปชั่วขณะก่อนที่สีหน้าของนางจะมืดมนลงทันที หน้าผากนางเต็มไปด้วยความโกรธและความอับอายจนไม่อาจควบคุม นางกัดฟันจนแทบจะทำให้ฟันหยกสองแถวนั้นแตกเป็นเสี่ยง ๆ
“ถังฮวนเจ้าจะมากไปแล้ว! ถึงตายข้าก็ไม่ไปเป็นผู้ติดตามเจ้า!” “มู่เหยียน นาทีนี้มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจ้าหรอกนะ!”ถังฮวนหัวเราะเยาะแล้วใช้ 'กระบวนท่า ประกายฟีนิกซ์ทั้งแปด' ทันที
มู่เหยียนไม่คาดคิดมาก่อนว่าถังฮวนจะลงมือในเวลานี้ จึงไม่ทันป้องกันตัว ก่อนที่นางจะเรียกคืนสติได้ ฝ่ามือขวาของถังฮวนฟาดลงที่ท้องส่วนล่างของนางด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแล้วลูกบอลไฟแห่งจิตวิญญาณก็ไหลออกมา เข้าสู่จุดตันเถียนของนางโดยตรง “อึก!”มู่เหยียนร้องออกมา ร่างเซถอยไปหลายก้าวเมื่อทรงตัวได้ใบหน้างามของนางเต็มไปด้วยความโกรธ
“ถังฮวน เจ้า…. เจ้าบังคับเอาพลังไฟแห่งจิตวิญญาณเข้าสู่จุดตันเถียนของข้าโดยตรงหรือ?” ไฟแห่งจิตวิญญาณที่ถังฮวนเพิ่งถ่ายเทลงในร่างกายของนางนั้นแตกต่างอย่างมากกับไฟแห่งจิตวิญญาณที่เข้ามายังร่างของนางตรงไหล่ขวา มันรวมตัวกันเป็นลูกบอลและความร้อนนั้นเห็นได้ชัดว่าถูกกดให้ลดลง เกือบในเวลาเดียวกัน กระแสพลังของไฟแห่งจิตวิญญาณที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย รู้สึกคล้ายกับเศษเหล็กที่ถูกดึงดูดด้วยแม่เหล็ก มันพุ่งเข้าใส่สิ่งที่กีดขวางพลังปราณแท้ทันที จากนั้นยังมุ่งเข้าสู่จุดตันเถียนและหลอมรวมเข้าด้วยกันอีกต่างหาก ตอนนี้มู่เหยียนรู้สึกเพียง ช่องท้องส่วนล่างของตนนั้นอบอุ่นและสอดประสานกัน ความรู้สึกแสบร้อนระหว่างอวัยวะภายในและเส้นชีพจรวิญญาณนั้นหายไปโดยสิ้นเชิง นอกเหนือจากลูกบอลพลังไฟแห่งจิตวิญญาณที่เพิ่มเข้ามาในจุดตันเถียน ตอนนี้อาการของนางดูดีขึ้นมาก แม้ว่าลูกบอลของไฟแห่งจิตวิญญาณจะสงบมากหลังจากเข้าร่างมาแล้ว แต่นางสัมผัสได้ถึงความร้อนที่น่ากลัวที่อยู่ภายใน มันเป็นเหมือนภูเขาไฟที่สงบก็จริง ทว่าเมื่อใดที่มันปะทุขึ้น อาจจะแผดเผานางให้กลายเป็นเถ้าถ่านได้ในเวลารวดเร็ว นี่ทำให้มู่เหยียนรู้สึกหวาดกลัวถึงก้นบึ้งหัวใจ"ถ้าไม่ทำเช่นนี้ ข้าจะวางใจปล่อยให้เจ้าเป็นผู้ติดตามได้อย่างไร?" ถังฮวนยิ้มอย่างไม่แยแส ลูกบอลพลังไฟแห่งจิตวิญญาณที่ถูกส่งเข้าไปในร่างกายมู่เหยียนได้ถูกตนหลอมรวมเข้าด้วยกันแล้ว เมื่อควบแน่นกับไฟแห่งจิตวิญญาณที่เขามอบให้นี้ มู่เหยียนจะสามารถอยู่ได้อย่างปลอดภัยหายห่วง แต่ถ้าขาดหายไป เมื่อนั้นนางเองไม่อาจมีชีวิตรอดอยู่ได้ มันเหมือนกับระเบิดเวลาที่ถูกฝังไว้ภายในร่างกายถังฮวนอยู่ นางก็อยู่ หากว่าเขาถูกสังหารหรือเกิดเหตุใดขึ้น มู่เหยียนจะมีอันเป็นไปตามเขาภายในเวลาไม่เกินสามวัน ถังฮวนไม่รู้จักยาพิษ ดังนั้นจึงเลือกวิธีนี้เพื่อไว้ควบคุมมู่เหยียนเท่านั้น
“ถังฮวน เจ้าคนสารเลว!” สายตามู่เหยียนเดือดดาล คำพูดที่แค่นออกมาราวกับว่าไม่ต้องการสิ่งอื่นใดนอกจากได้ฉีกถังฮวนเป็นชิ้น ๆ "สารเลว?"เมื่อได้ยินคำพูดของนาง ถังฮวนหัวเราะออกมาดัง ๆ
"คุณหนูมู่เหยียน เทียบกับเจ้าที่ใช้พิษ 'งูหลามไฟสีชาด' และ 'กลิ่นกลืนวิญญาณ’ แล้ว ตัวข้านั้นด้อยกว่ามาก" “เจ้า…” มู่เหยียนพูดไม่ออก
"ลูกบอลไฟแห่งจิตวิญญาณในจุดตันเถียนของเจ้าสามารถจำศีลได้เป็นเวลาสามวัน ข้าจะควบแน่นมันไปเรื่อยๆ ก่อนที่มันจะปะทุ" ถังฮวนกล่าวอย่างเบิกบาน"ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ผู้ติดตามเช่นเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่ แน่นอนเจ้าสามารถเลือกที่จะไปจากข้าได้ทุกเมื่อ แต่หลังจากที่เจ้าไปแล้ว บางทีอาจจะมีร่างสตรีเปลือยกายที่งดงามกลายเป็นศพอยู่ใจกลางเมืองให้ผู้คนได้เห็นก็เป็นได้" “ถังฮวน เจ้าคนบัดซบ!” ใบหน้าซีดเซียวของมู่เหยียนแดงก่ำขึ้นทันที
“บัดซบรึ?”ถังฮวนเลิกคิ้วแววตาของเขาดูแข็งกร้าวขึ้น
"มู่เหยียน ข้าหวังว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ยินสองคำนี้จากเจ้า ผู้ติดตามควรทำตัวให้ดูเหมือนผู้ติดตาม! ตอนนี้เอาไขกระดูกฟีนิกซ์สิบเปอร์เซ็นต์ของเจ้ามา” มู่เหยียนโกรธจัดนางจ้องถังฮวนอย่างขุ่นเคืองอยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายยังคงถอดห่อเล็ก ๆ บนร่างโยนมันไปให้ถังฮวน
“นี่ เอาไป!” ถังฮวนคว้ามันไว้ จากนั้นถอดห่อผ้าเปิดกล่องไม้ที่ทำจากต้นไม้ภูตวิจิตรของตนทันที “ขนฟีนิกซ์ ศิลาฟีนิกซ์ ผลึกมังกร ไขกระดูกฟีนิกซ์....” ประกายเจิดจ้าแสงสีทองและสีแดงที่สว่างไสวปรากฏขึ้น ดวงตางดงามของมู่เหยียนเบิกกว้างนางสูดลมหายใจเย็นเยียบโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่คิดเลยว่าถังฮวนจะมีสมบัติล้ำค่ามากมายอยู่ในกล่องไม้ใบนี้ สิ่งที่เขาน่าจะมีคือ 'ผลึกมังกร' และ 'ไขกระดูกฟีนิกซ์' ซึ่งนางคาดเดาได้ไม่ยาก แม้ว่าจำนวนของพวกมันจะเกินความคาดหมายของนางมากแต่ยังอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ ทว่า 'ขนนกฟีนิกซ์' และ 'ศิลาฟีนิกซ์' เป็นสองสิ่งที่ทำให้นางสะดุดตา ‘ขนนกฟีนิกซ์’ หรือ ‘ศิลาฟีนิกซ์’ ต่างเป็นสมบัติที่หายากทั้งสิ้น
แม้ว่าจะเป็นสามราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิ ศาลาเฉินปิง หรือกระทั่งหอซิงไห่เอง ยังไม่อาจมี ขนนกฟีนิกซ์หรือศิลาฟีนิกซ์อยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว แต่ถังฮวนนั้นนอกจากจะมีขนนกฟีนิกซ์ถึงหกชิ้นแล้ว ยังมีศิลาฟีนิกซ์ ถึงสามสิบก้อน! นับว่าน่าอัศจรรย์ยิ่ง!! ไอ้บัดซบนี้เอาของดีมากมายมาจากไหน หรืออาจจะได้จากในรังฟีนิกซ์?
ขณะที่ถังฮวนกำลังจะปิดกล่อง มู่เหยียนเองให้ความสนใจกับสิ่งที่เป็นสีทองวาววับภายในกล่องนั่น “ทองคำอมตะพิสุทธิ์?”
มือของถังฮวนหยุดชะงักไปชั่วขณะ มองไปตามเสียงมู่เหยียนจากนั้นเขามองไปที่แร่เหล็กที่เปล่งประกายสีทอง"สิ่งนี้เรียกว่า 'ทองคำอมตะ' หรือ?”
"ถูกต้องนี่คือวัสดุที่สามารถใช้ในการหลอมสิ่งประดิษฐ์ศักดิ์สิทธิ์ได้!" มู่เหยียนสูดหายใจเข้าลึก ๆ และพูดช้า ๆ เห็นได้จากนัยน์ตาแฝงความคลั่งไคล้ของนางเมื่อมองไปที่แร่เหล็กนั่น ถ้าข่าวนี้แพร่กระจายออกไปคนทั้งโลกต้องบ้าคลั่งแล้ว “หลอมเครื่องมือศักดิ์สิทธิ์?” ถังฮวนตกใจเขารู้ว่าแร่เหล็กนี้มีความพิเศษ แต่ไม่คาดคิดว่าการใช้งานของมันจะเกินความคาดหมายขนาดนั้น ในชั่วขณะถังฮวนอยากกลับไปที่รังฟีนิกซ์ทันทีเพื่อย้ายเอา 'ทองคำอมตะ' ทั้งหมดที่อยู่ข้างในแล้วหาที่ซ่อนที่ดีกว่านี้ หลังจากนั้นไม่นานถังฮวนก็สงบลง เขากุมหน้าอกและลุกขึ้นยืน "มู่เหยียนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปกล่องใบนี้ฝากไว้กับเจ้า" “ให้ข้าถือกล่องนี้เหรอ ถังฮวน เจ้า...เจ้าบอกให้ข้าทำจริงเหรอ?” มู่เหยียนตกใจอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นนางคำรามด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนและกราดเกรี้ยว
“ถ้าผู้ติดตามไม่ทำ จะให้เจ้านายทำเหรอไง?” ถังฮวนเย้ยหยันอย่างเย็นชา
“เจ้า…ข้าบาดเจ็บอยู่นะ” "ไหล่ของเจ้าบาดเจ็บ แต่หลังของเจ้าไม่ได้เป็นอะไรนี่นา ไปกันเถอะ เจ้ารีบตามมาให้ทันล่ะ!"ถังฮวนไม่สนใจสายตาโกรธเกรี้ยวของมู่เหยียนอีก เขาถือดาบยาวของตนเดินออกจากถ้ำพร้อมกับก้าวยาวๆ นำไป
"เสี่ยวเป่าเจ้าพอใจแล้วหรือยัง?" ถ้าไม่ใช่เพราะคำขอซ้ำ ๆ ของเพื่อนตัวเล็กนี้ ถังฮวนจะไม่ปล่อยให้นางมีชีวิตอยู่ เขารู้ดีว่าเสี่ยวเป่ามองไปที่เจ้าหนูวิญญาณเจ็ดสีตัวนั้น และเมื่อเห็นความสัมพันธ์ระหว่างมู่เหยียนและหนูวิญญาณเจ็ดสี เขาเข้าใจได้ทันทีว่า หากนางตายหนูวิญญาณเจ็ดสีตัวนั้นจะไม่เชื่องแล้วมาอยู่ข้างเขาอย่างแน่นอน เสี่ยวเป่าอยู่ตัวเดียวมาตลอด เนื่องจากต้องการหาเพื่อนตัวเล็กให้มัน ถังฮวนจึงคิดได้เพียงวิธีนี้ที่จะทำให้มันพอใจ
"อิ๋ง!" (แจ๋วไปเลย!)เสี่ยวเป่าพยักหน้าตื่นเต้น ทันใดนั้นก็คลานออกมาจากถุงผ้าแล้วนั่งยอง ๆ บนไหล่ถังฮวน โบกกรงเล็บเล็ก ๆ ของมันไปทางหนูวิญญาณเจ็ดสี เหมือนจะกวักเรียกเพื่อน เจ้าหนูวิญญาณเจ็ดสีดูเหมือนจะไม่สนใจมันเลย มันส่งเสียงแกรกๆ แล้วพุ่งไปที่หน้าอกของมู่เหยียนแทน "อิ๋ง!" (งื้อ!)เสี่ยวเป่าซบหน้าที่ร้อนผ่าวของเขาไว้ที่ก้นอันเย็นเฉียบ มันโกรธในฉับพลันเลยกระโดดลงมาพร้อมกับถีบขาวิ่งไปข้างหน้ามู่เหยียนคล้ายควันไฟ จากนั้นก็คว้าเสื้อผ้าของนางแล้วปีนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว มู่เหยียนขมวดคิ้วนางอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับสัตว์อสูรวิญญาณมากจึงไม่ได้ทำอะไรมัน และแล้วมู่เหยียนก็หน้าแดงและกรีดร้อง เสี่ยวเป่ายื่นกรงเล็บเล็ก ๆ เข้าไปในก้อนเนื้อสองก้อนบนอกมู่เหยียน จับหางของหนูวิญญาณเจ็ดสีแล้วดึงมันออกมาเห็นภาพนั้นถังฮวนถึงกับหัวเราะดังลั่นออกมา...
-โปรดติดตามบทต่อไป-