พี่สะใภ้ตัวน้อยที่ถือแฟ้มมาส่งพร้อมรอยยิ้มคุณสองเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เธอก้าวเข้ามาวางแฟ้มลงต่อหน้าความผุดผาดผ่องใสของเจ้าสาวหมาดๆ วันนี้ดูแปลกตาไปจากหลายวันก่อนแววตาของเนยดูหยาดเยิ้มกว่าเดิมดึงดูดให้คุณสองอดที่จะมองหน้าพี่สะใภ้ซ้ำอีกไม่ได้ “ลางานสามวันพี่ใหญ่พาเนยไปเที่ยวไหนมา ดูสดใสขึ้นมาก?”
“จะได้เที่ยวที่ไหนกันเนยโดนขังต่างหากล่ะ?”
“ขัง? ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่า พี่ใหญ่ขังคน”
เนยสะดุดใจบางทีคุณสองอาจจะไขปริศนานี้ให้เธอได้ เนยรีบขยับเข้าไปใกล้ถามด้วยเสียงเบาลง“คุณสองเคยเห็นห้องใต้ดินไหมคะ?”
“ห้องใต้ดิน ที่ไหน?”หน้าตาที่ดูฉงนฉงายทำเอาเนยใจแป้ว แม้แต่คุณสองยังไม่รู้จักห้องใต้ดินบางทีอาจจะเป็นห้องที่คุณใหญ่กะจะเอาไว้ขังคนจริงๆ ก็เป็นได้ แค่คิดเธอก็ขนลุก ‘นี่ถ้าไม่ยอมเอาตัวเข้าแลก ตาลุงนั่นอาจจะทำแบบที่พูดกับคุณสามสินะ’ เนยตัดสินใจจะลงมือปรนนิบัติสามีให้เต็มที่จนกว่าเธอจะมีหนทางกลับบ้าน
“เปล่าค่ะ เนยสมมติเอาเผื่อที่ปราสาทจะมีห้องใต้ดิน”
“ไม่มีนะ ไม่เคยเห็นสักที หรือว่าเนยจะคิดมากไปเอง ปราสาทอาจจะใหญ่โตมากก็จริง แต่เจ้าสัวท่านชอบให้ทุกห้องสว่างไสวทุกห้องก็เลยมีหน้าต่างกระจกบานสูงไงล่ะ แค่กำแพงด้านนอกเท่านั้นล่ะที่ทึบ”
เนยยิ้มเอาใจคุณสองจนตาหยีเพื่อหวังกลบเกลื่อนคำพูดที่หลุดไปคุณสองชะงักกับความน่ารักของพี่สะใภ้ตัวน้อย ‘นี่ล่ะมั้ง ที่ทำให้พี่ใหญ่หวงเนยนักหนา’ สามวันที่พี่ชายหายตัวไป ทำเพียงโทรศัพท์มาสั่งงานปกติคุณใหญ่จะเป็นบุคคลสั่งการและส่งข้อมูลแทบตลอดทั้งวัน แต่กลับติดต่อไม่ได้ตอบข้อความเพียงวันละหนึ่งครั้งเท่านั้นช่วงอาหารกลางวัน นี่มันแปลกเกินไปแล้ว ‘หรือว่า จะมัวเอาใจเมียจนลืมงาน คนอย่างพี่ใหญ่นี่นะไม่น่าจะหลงผู้หญิงขนาดนั้น’
คุณสามเดินสวนกับพี่สะใภ้เขาผิวปากเพลงรักล้อเลียนจนเนยขาแทบขวิดกัน“คุณสามเลิกล้อได้แล้ว”
“ผมแค่อิจฉาที่พี่ใหญ่ยอมไปกับเนยตั้งสามวันปิดโทรศัพท์เงียบ แม้แต่น้องชายสุดที่รักอย่างผมก็ยังติดต่อไม่ได้” แววตาของคุณสามเหมือนคนรู้อะไรดีๆอยู่ไม่น้อย
ใบหน้าพี่สะใภ้แดงซ่าน “นั่นเป็นการลงโทษต่างหากกักขังหน่วงเหนี่ยวด้วย”
“อ้อ.....”คุณสามลากเสียงยาวแล้วฉีกยิ้มตาม
“ไม่คุยแล้ว งานเนยกองเต็มโต๊ะ”
“อืม.....”
เนยเลือกที่จะไม่ถามคุณสามเพราะรู้ว่ารายนี้สนิทกับสามีตนมากกว่าใคร แถมยังจับผิดเก่งที่สุด หากพลาดพลั้งไปคุณสามอาจจะเอาเรื่องนี้ไปบอกกับคุณใหญ่หรือร้ายกว่านั้นบางทีคุณสามอาจจะรู้เรื่องคุกใต้ดินด้วยก็ได้
ห้องทำงานที่เปิดเพิ่มขึ้นอีกสามห้องมีโต๊ะทำงานเข้าไปจัดเรียงไว้ ห้องละสองชุด ตกบ่ายจึงได้เห็นตัวแทนจากกลุ่มบริษัททั้งสามส่งตัวแทนเข้ามานั่งทำงานห้องอินทรีมีเจนนิสและอินทร ห้องตะวันเป็นของน้ำค้างห้องสุดท้ายของหยกฟ้ามีแอมมี่และแยมนั่งประจำการ
แปลกยิ่งไปกว่านั้นโอภาสทายาทคนโตของหยกฟ้ากรุป กลับขอเข้าพบคุณสองเป็นการส่วนตัวเนยไม่เคยพบคุณโอซึ่งๆ หน้า แม้ในงานแต่งงานของเธอเขาจะยืนจิบเครื่องดื่มจับตามองเจ้าสาวไม่วางตา
โอภาสเป็นพี่ชายแท้ๆ ของแอมมี่ทั้งสองมีคุณแม่เป็นผู้ดีเก่า แต่เพราะเลี้ยงลูกทั้งสองอย่างตามใจทำให้แอมมี่กลายเป็นสาวปาร์ตี้รักสนุกแม้แอมมี่จะเคยเป็นคู่ควงกับคุณใหญ่อยู่พักหนึ่ง แต่ทนความเย็นชาเฉื่อยแฉะกับความสัมพันธ์นี้ไม่ไหวจึงหันไปคบหากับหนุ่มยุโรปผมทองนัยน์ตาฟ้าผู้หล่อเหลาจนเงียบหายไปพักใหญ่หลังจากเลิกรากันไปแล้วก็ยังคงมีคู่ควงเป็นหนุ่มหล่ออีกคนเป็นหนุ่มอเมริกันผ่านไปหลายปีเธอถูกครอบครัวกดดันให้มาช่วยทำงานที่บริษัทจึงเริ่มมีความคิดจะกลับมาคบหากับคุณใหญ่แต่อีกฝ่ายกลับมีคู่หมั้นที่ครอบครัวหาไว้ให้เธอรอจนกระทั่งคู่หมั้นคนที่สามก็คุณใหญ่ยอมถอนหมั้นเอง แต่กลับมีเนยที่จู่ๆ ก้โผล่มาก็คว้าคุณใหญ่ไปแต่งงาน
เนยเดินเข้าไปทักทายพี่สาวในห้องทำงานเล็กที่สร้างขึ้นใหม่
“โอภาสมาใช่ไหม?”
เนยทำหน้างง “นั่น โจทก์เก่าเธอนะยายเนยระวังตัวด้วย”
“เอ๊ะ!”
“พี่ว่าโอภาสชอบเธอนะเขาเล็งเธอหลายหนล่ะในงานเลี้ยง ขนาดวันแต่งงานเธอ พี่ยังแอบเห็นเขาจ้องอยู่ตลอด”
เนยรีบสำรวจความทรงจำของตัวเองในนิยาย“อ้อ....” ปรากฏความทรงจำที่โอภาสพยายามจะเข้ามาคุยกับเธอบ่อยครั้งเมื่อเจอกันตามงานเลี้ยง แต่เธอหาโอกาสชิ่งเพื่อไปฉอเลาะกับคุณสองแทนแม้คุณสองจะไม่ได้ให้ความสนใจเธอมากนัก แต่เขาก็ไม่ได้แสดงความรังเกียจซึ่งหน้าจึงทำให้ทั้งสองคนพอจะคุยกันได้
“ระวังเขามาตีสนิทก็แล้วกันไม่รู้ว่าจะเพราะยังชอบอยู่ หรือเพราะหวังจะล้วงความลับคุณใหญ่ก็ไม่แน่ พี่ได้ยินว่าหยกฟ้าคอยให้คนจับตาคุณใหญ่อยู่” พี่สาวเธอก้มหน้ากับคอมพิวเตอร์ไป ตักเตือนเธอไป
“ข้อมูลแน่นปึ๊กสมแล้วกับที่เป็นมันสมองของตะวัน”
“ไม่ต้องชม หายไปสามวันได้อะไรมาบ้าง?”
เนยรีบตีหน้าเศร้า“พี่ใหญ่จับได้แล้วน่ะสิ เลยจับเนยขังไว้ตั้งสามวัน”
“หา!” น้ำค้างเงยหน้าขึ้นสำรวจร่างกายของน้องสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า“เธอก็ยังรอดมาได้นี่ เก่งมาก”
“พี่น้ำไม่รู้หรอกว่าคุณใหญ่โหดแค่ไหน กว่าเนยจะอ้อนวอนขอให้เขายอมยกโทษให้ได้”
พี่สาวคนโตของหยกฟ้ากรุปยักไหล่“เธอเป็นเมียเขานะ ใช้มารยาสาไถเข้าไปสิ เขาไม่กล้าทำอะไรรุนแรงหรอก”
เนยฟังพี่สาวพูดปุ๊บพลันเกิดไอเดีย“แต่เนยได้ยินคุณใหญ่พูดกับคุณสามว่า เขาจะเอาคนโจรกรรมข้อมูลไปขังลืมนะพี่น้ำสองพี่น้องนั้นมีคุกใต้ดินด้วย” เธอไม่ได้โกหก แค่ไม่พูดต่อว่าเธอไปนอนเกลือกกลิ้งที่คุกนั้นมาแล้ว ตอนนี้ต้องหาวิธีให้พี่สาวเธอเลิกกดดันเธอในการแอบขโมยเอกสารของคุณใหญ่อีกไม่งั้นคราวหน้าก็ไม่รู้ว่า ต้องปรนนิบัติขนาดไหนตาลุงใหญ่สามีจอมหื่นจะปล่อยเธอออกจากคุกใต้ดิน
น้ำค้างถึงกับกลืนน้ำลายเมื่อได้ยินชื่อของคุณสาม เธอเพิ่งนัดหมายเขาออกไปดื่มเมื่อคืนวานชายหนุ่มเพลย์บอยพันล้านคอแข็งคนนั้นกว่าจะดื่มจนเริ่มอ้อแอ้ก็ปาเข้าไปตีหนึ่งกว่าทำเอาเธอเกือบเอาตัวไม่รอดเพราะเริ่มมึนจนจะเดินไม่ตรงดีที่เขารอบคอบให้คนขับรถที่ปราสาทมารอรับทั้งไปส่งเธอและรับเขากลับถ้าสองพี่น้องนี้มีคุกใต้ดินจริงๆลูกจ้างคนก่อนที่เธอเคยส่งมาโจรกรรมข้อมูลแล้วหายตัวไป อาจจะเป็นฝีมือของพวกเขานี่เธอยังนัดเจอเขาอีกคราวหน้า จะเสี่ยงเกินไปไหม?
“แน่ใจนะว่าคุณใหญ่กับคุณสามคุยกัน”
“แน่ใจสิ เนยแง้มประตูฟังตั้งนานถึงได้มาเตือนพี่น้ำนี่ไงว่า ให้ระวังตัวแล้วช่วงนี้เนยเองก็ต้องหยุดเคลื่อนไหวสักพัก”
น้ำค้างชั่งน้ำหนักความเสี่ยงกับสิ่งที่จะได้เมื่อวานเธอก็ได้ข้อมูลดีๆ มาไม่น้อย ‘คงจะยังปล่อยเพลย์บอยรายนี้ไปยังไม่ได้อาจจะต้องล้วงความลับอีกสักครั้งสองครั้ง คนของฉันก็ส่งข้อมูลบางส่วนมาให้แล้วต้องเร่งรวบรวม’
หลังเลิกงานเนยบอกคนขับรถว่าเธอต้องการจะไปช้อปปิ้งตลาดนัดด้านหลังตึก แต่กลับลอบไปนัดพบกับแยมเพื่อรายงานความคืบหน้า
“หายไปสามวัน ฉันส่งข้อความไปแกก็ไม่ตอบนะ” แยมต่อว่าทันที อยู่ในบริษัทพวกเธอไม่อาจจะแสดงตัวว่าสนิทกันได้แต่เสแสร้งเล่นละครชิงชังกันให้ทุกคนได้เห็น
“ฉันโดนตาลุงขังไว้น่ะสิ”ประโยคที่เล่าดูโหดร้าย แต่ใบหน้าและใบหูของคนเล่ากลับแดงเถือก เธอกล้าเรียกคุณใหญ่ว่าตาลุงต่อหน้าแยมเพียงคนเดียวเท่านั้น ขืนให้คนอื่นได้ยินด้วยมีหวังคอขาดแหงๆ
แยมสังเกตเห็นแล้วขมวดคิ้ว “ถูกขังแกก็ดูปกตินี่ แล้วทำไมต้องหน้าแดง หูแดงขนาดนั้นด้วย” แม่สาวนักเขียนทำตาโต“รึว่า?”แยมลงมาซักไซ้นักโทษของคุณใหญ่ทุกฉากทุกตอนตั้งแต่ต้นจนจบใบหน้าของเธอก็ทั้งพลอยเป็นสีชมพูระเรื่อไปกับเรื่องราวร้อนๆของสองสามีภรรยา “แบบนี้แผนของเราก็สำเร็จแล้วสิ ดีนะที่ตาลุงตกหลุมแกเร็วแบบนี้”
“จะบ้าหรือไง? ตอนนั้นฉันกลัวจนฉี่แทบราดร้องไห้ออกมาแล้วด้วย กลัวเขาจะเอาไปทารุณเหมือนในหนัง”
“ก็ทารุณแล้วไง แม่ทาสสวาทสาว”แยมทำหน้าตาและน้ำเสียงยั่วเย้า
“ชิ....”เนยหน้าร้อนผ่าวขึ้นอีกครั้งเมื่อนึกถึงสามวันที่เธอแทบไม่ได้พัก
“เขาก็ทนุถนอมเธอดีไม่ใช่เหรอ?”
“อืม...”
“ทำเอาเธอเคลิ้มไปเลยว่างั้นเถอะอ๊ะ! อย่าบอกนะว่าหน้าแดงแบบนี้คิดถึงตอนนั้นกับตาลุงของแก”
เพี๊ยะ! เสียงฝ่ามือกระทบท่อนแขนทำเอาแยมสะดุ้งเฮือก
“เจ็บนะเว้ย! แหม...ทักเรื่องนี้หน่อยล่ะไม่ได้มีรมณ์เสีย”
เนยไม่ยอมพูดเรื่องห้องใต้ดินกับใครเพราะเธอไม่อยากให้เรื่องนี้กระจายออกไปมาก แต่ที่พูดให้พี่สาวเธอรู้ก็เพียงเพื่อจะข่มขู่เท่านั้น
หยอกล้อกันพอประมาณแล้วแยมก็เริ่มเข้าเรื่องสำคัญ เธอชี้ให้เนยเห็นว่าช่วงนี้เจนนิสกับแอมมี่เข้ามาร่วมงานในโครงการใหญ่ของมังกรกรุปแล้วอีกไม่นานทั้งสองน่าจะเริ่มลงมือกับเนย “แกต้องระวังตัว อย่างที่บอกไว้ในนิยายสองคนนี้คือ ผู้ต้องสงสัย”
เนยเล่าเรื่องที่คุณสามสงสัยว่าเจนนิสคือคนที่ทำให้เธอโดนนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ล้มทับ “เรื่องกระจกแตกที่ญี่ปุ่นฉันสงสัยว่า บอดี้การ์ดที่คุณวิราส่งมาจะเป็นคนร้ายเพราะลองกลับไปวิเคราะห์ตำแหน่งที่ทุกคนอยู่ในตอนเกิดเหตุแล้ว”
“ยังเหลืออีกสองคนที่ยังไม่รู้ว่าจะลงมือเมื่อไหร่?” แยมล้วงเอาแท็บเล็ตขนาดเจ็ดนิ้วที่เธอแอบซ่อนผังข้อมูลนิยายเอาไว้ออกมาให้เนยดู
“เรื่องชุดแต่งงานที่ขาด กับรองเท้าที่ส้นหักล่ะแกตามสืบหรือยัง” เนยต้องอาศัยแยมในการสืบข้อมูล“เดี๋ยวฉันโอนเงินค่าจ้างสืบให้แกสามหมื่นนะ”แยมแอบติดต่อกับรุ่นพี่ที่เป็นนักสืบให้ช่วยงานอีกทอดหนึ่งเพราะเธอออกหน้าไม่ได้ เนยรู้ว่าแยมไม่ได้มีรายได้มากมายนักเธอจึงรับปากจะส่งค่าใช้จ่ายเพื่อให้แยมช่วยงานเธอ
“แกฟู่ฟ่าดีนี่เงินเดือนยังไม่ออกไม่ใช่เหรอ?”
หลังจากที่เธอโดนขังในห้องใต้ดินถึงคืนที่สามเธอเลือกสวมชุดนอนที่แยมเลือกให้ซึ่งอาจจะมีประสิทธิภาพสูงจนเช้าวันต่อมาคุณใหญ่โอนเงินให้เธอใช้ส่วนตัวสองแสนเขาบอกว่า อยากให้เธอซื้อเสื้อผ้า ‘ที่เหมาะสม’
“เป็นไงล่ะ? ฉันบอกแล้วว่า นั่นล่ะชุดแห่งความสำเร็จ” เนยพยักหน้ารับหงึกหงักทั้งๆ ที่หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก
“ใช่สิฉันไม่ได้นอนก็เพราะชุดของแกนี่ล่ะ”
แยมได้ยินประโยคนั้นถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นคนใกล้ๆ หันมามองเป็นตาเดียว
“เสียกริยาผู้ดีหมด”เนยค้อนประหลับประเหลือก
แยมขำค้างแม้จะพยายามอุดปากตัวเองแล้วก็ยังมีเสียงเล็ดลอดเธอจินตนาการใบหน้าหื่นกามของคุณใหญ่แทบไม่ออก เพื่อนสาวของเธอโดนคุณใหญ่ฟอนเฟ้นอยู่ตั้งสามวันหนุ่มหล่อคมสันรูปร่างเฟอร์เฟคมาคลอเคลียเอาใจสาวคนไหนจะไม่ละลาย จะว่าไปคุณใหญ่กับคุณสองก็มักจะทำหน้าตายอยูเนืองนิจไม่เหมือนคุณสามที่ยิ้มพรายโปรยเสน่ห์ตลอดเวลาส่วนคุณสี่ก็ยิ้มแย้มแจ่มใสดูแล้วชวนให้คนอยู่ใกล้สบายใจ
หลังจากปรึกษาและวางแผนเรื่องผู้ต้องสงสัยกันเรียบร้อยแล้วทั้งสองก็ตกลงกันว่า จะชิงเป็นคนลงมือก่อน “เราต้องจัดการเรื่องเจนนิสเป็นคนแรกยายแร้งทึ้งนี่เคยควงกับตาลุงใหญ่ซะด้วย”
“หึงว่างั้นเถอะ เลยต้องจัดการก่อน”แยมเลิกคิ้วอย่างรู้ทัน
“ใช่ อย่าให้ยายนี่มาเข้าใกล้ตาลุงของฉันอีก”
“อืม...ตาลุงของแก”
“รวมทั้งยายแอมมี่พี่เธอด้วย”เนยตวัดสายตาดุใส่เพื่อน
“จะว่าไปพี่แอมน่ะสนิทกับเจ้าของเวดดิ้งสตูดิโอที่คุณใหญ่จ้างให้ไปจัดงานแต่งแกนะเนยฉันเคยไปดูชุดราตรีด้วยหนหนึ่ง” ความทรงจำบางอย่างเริ่มผุดขึ้นมา“ดีไซน์เนอร์ร้านนั้นเคยออกแบบชุดออกงานให้พี่แอมอยู่สองสามหน”
สองสาวสบตากัน“ไม่ต้องสืบ...” ทั้งคู่แทบจะพูดออกมาพร้อมกัน
“ฉันยังอยากรู้เรื่องคู่หมั้นสามคนของคุณใหญ่อยู่ดีเราต้องดำเนินการกันต่อไป”
แยมมองหน้าเนยที่ดูเหมือนมีความในใจบางอย่าง“แกเหมือนจะมีเรื่องที่พูดไม่หมดนะเนย”
เนยตัดสินใจพูดเรื่องที่เธอสงสัยเรื่องนี้แยมคือนางเอกที่ถูกวางตัวไว้ตั้งแต่ต้นถ้าทำให้เธอออกไปจากนิยายเรื่องนี้ได้จากเรื่องย่อมีแนวโน้มว่าแยมจะต้องได้ลงเอยกับประธานบริษัทเท่านั้นเนยคาดว่าจะต้องมีฉากการเปิดตัวของคุณใหญ่แต่ในตอนนี้คุณใหญ่จะเป็นประธานบริษัทไม่ได้ “คนที่จะเป็นประธานบริษัทนี้ได้มีเพียงสามีแกเท่านั้นแยม”
“ห้ะ!” สาวสวยถึงกับชะงัก
“แกมีสิทธิ์เลือกสามีได้หนึ่งในสามเท่านั้น ไม่งั้นฉันก็ไม่มีสิทธิ์กลับบ้าน” เนยยืนยันหนักแน่น
แยมทำหน้าเหมือนกินยาขมเธอยังไม่รู้สึกชอบผู้ชายคนไหนจริงจัง แม้ที่ผ่านมาจะต้องทำหน้าที่ตามตื้อคุณสองแต่นั่นก็แค่เอาตัวรอดจากแรงกดดันในครอบครัวเท่านั้น “ไม่ไหวมั้ง?”
“ยังไงซะนิยายเรื่องนี้แกเป็นนางเอก ก็ต้องมีพระเอก ฉันมองดูแล้ว โอกาสเป็นไปได้เพียงสองคนไม่คุณสองก็คุณสาม”
แยมพยักหน้า“สองคนนี้มีโอกาสก้าวขึ้นมากุมอำนาจอย่างแท้จริง ถ้าไม่นับคุณใหญ่ แปลว่าฉันต้องเลือกเข้าหาคนใดคนหนึ่ง”
“ในเมื่อฉันกับตาลุงมีอะไรกันแล้วจากนี้เนื้อเรื่องก็น่าจะทำให้คู่รองมีความชัดเจนขึ้นแกก็กลับไปคิดดูแล้วกันว่าจะเลือกใคร เราจะได้วางแผนผลักดันฐานะของเขาให้ถูกคน”เนยหน้าเคร่งเครียด เธอครุ่นคิดวิธีที่ทำให้สามีตัวโตของเธอยอมสละอำนาจเบื้องหลังเพื่อผลักดันน้องชายขึ้นเป็นประธานบริษัทอย่างเต็มตัว
“คุณใหญ่จะยอมเหรอ?”แยมเอียงคอมองเพื่อนสาวที่นั่งขมวดคิ้ว
“เอาเป็นว่า....งานนี้ฉันทุ่มสุดตัวก็แล้วกัน”
*****************************
