ข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย

    บทที่ 30 ล้อมจับซาไบ

    บทที่ 30 ล้อมจับซาไบ

     

    ที่มาของหนังสือเล่มนี้นั้นก็เรียบง่ายมันเป็นหนังสือที่พิมได้มาจากหญิงวัยสี่สิบปีที่พิมช่วยไว้อย่างที่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อสิบปีที่แล้วป้าคนที่พิมช่วยมานั้นใช้ชื่อว่าป้าตง นางหนีตายมาจากจีนนางเป็นตระกูลที่ทำเครื่องลายครามและเบญจรงค์ที่มีชื่อเสียงมากนี่คือสิ่งที่พิมรู้ ทว่าตัวจริงของท่านป้าตงมีอีกตัวตนหนึ่งนางเป็นยอดฝีมือลึกลับระดับหัวเแถวเช่นกันแต่นางกับโดนวางยานั่นไม่ใช่ธุรกิจของนางแต่เป็นวิชาที่นางครอบครอง พลังบูรพา นี้เป็นพลังที่ลึกลับมากในโลกยุทธภพทว่าเมื่อนางได้ศึกษาอย่างจริงๆ พบว่ามันไม่ได้ฝึงง่ายดายขนาดนั้นขนาดนางที่เป็นยอดฝีมือยังฝึกได้ครึ่งเดียวเท่านั้น หลังจากหนีตายมาถึงไทยชีวิตนางก็ใกล้จะด้บแล้วนางล้มลงตรงหน้ารถม้าพิมพอดีพิมจึงช่วยไว้และให้หมอมาถอนพิษให้ต้องใช้เวลาถึงห้าปีพลังของนางจึงจะฟื้นคืนเพื่อตอบแทนนางจึงมอบวิธีทำเครื่องลายครามและเบญจรงค์ให้พิมและสุดท้ายก่อนจะจากไปนางก็ตัดใจตำรานี้แกพิมนั่นเองซึ่งพิมอ่านไม่ออกและก็ไม่ได้สนใจอะไรจึงเก็บไว้ที่สามโคก แต่ป้าตงบอกกับพิมว่าหนีภัยสงครามมาพิษที่โดนน่าจะเป็นลูกหลงจากสงครามจึงรู้แค่ว่าป้าตงเป็นช่างทำเครื่องลายครามชั้นสูงเท่านั้น

    นิน “นี่มัน” พิมถาม

    พิม” ทำไมหรือ “นินส่ายหน้า

    นิน” ไม่มีอะไรขอบคุณมากแต่ว่านี่มีค่ามานะคุณไปเอามาจากไหน “นางเล่าเรื่องป้าตงให้ฟัง นินคิดว่าป้าตงคนนี้ย่อมไม่เรียบง่ายอย่าที่พิมบอกแน่นอน

    นิน” คุณนี่เก่งมากนะอายุตอนนั้นแค่สิบขวบก็สามารถดูแลธุรกิจของบ้านได้แล้วหรือ “พิมยิ้มออกมา

    พิม” ก็ข้าเป็นลูกคนโตนี่คุณพ่อก็ไม่ค่อยอยู่บ้าน “นินนับถือตอนเขาสิบขวบยังกดเกมอยู่เลย

    นิน” ผมคิดว่าผู้หญิงในเมืองจะแต่งตัวสวยๆ แล้วออกไปงานสังคมเสียอีก “พิมหัวเราะ

    พิม” มันก็เป็นแบบนั้นนั่นแหละเพียงแต่ผู้หญิงสมัยนี้ต้องมีงานประจำทำด้วยถึงจะเรียกว่าสตรีแห่งสยามอย่างแท้จริง “นินประหลาดใจ

    นิน” มิน่าเล่าผมถึงว่ามันแปลกๆ ที่เห็นผู้หญิงเป็นเจ้าของร้านในตลาด” พิมยิ้มแล้วมองเข้าประตูไป

    พิม “ขอข้าเข้าไปดูข้างในได้ไหม” นินพยักหน้าแล้วให้พิมเข้าไปในห้อง นางมองไปรอบๆ แล้วเห็นนินเขียนแผนงานบนโต๊ะ

    พิม” นายเขียนอะไรอยู่หรือ “นินยิ้มออกมา

    นิน” ผมเขียนขั้นตอนการทำยาสีฟันน่ะเราจะทำแต่ละส่วนแยกกันแล้วส่งไปยังคนที่ทำส่วนอื่นๆ เช่น สามคนนี้ผสมยาส่งไปอีกคนที่ผสมตัวสบู่ให้มันเป็นเนื้อครีมแล้วส่งไปยังฝ่ายบรรจุน่ะทุกอย่างเป็นขั้นตอนแบบนี้มันก็จะเร็วแต่ตอนนี้คนยังน้อยอาจจะแบ่งชัดเจนอย่างนั้นไม่ได้ตอนนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไปสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเน้นความสะอาด “พิมพยักหน้า

    พิม “นายที่มีความคิดไม่เหมือนคนป่าเลยนะ” นินยิ้มออกมา

    นิน “ผมว่าคำชมของคุณนี่มันแปลกๆ นะ” พิมยิ้มบางๆ

    พิม “ใครชมนายกัน” นินขมวดคิ้วแล้วมองพิม

    นิน “คุณไม่เป็นไรแน่นะผมว่าคุณได้ยืนข่าวลือของเราแล้ว” พิมส่ายหน้าใบหน้าของนางเย็นชามาก

    พิม “เรารู้ว่าตัวเองเป็นอย่างไรก็พอแล้วอีกอย่างนายก็ไม่ใช่คนแบบนั้นไม่ใช่หรือ” นินส่ายหน้า

    นิน “ไม่หรอกผมเป็นแบบนั้นแหละถ้าคุณเลี้ยงผมได้ผมจะขอบคุณมากเพราะผมฝันว่าอยากมีผู้หญิงสวยๆ เลี้ยง…” เขายังไม่ทันพูดจบ ตุบบบ พิมต่อยเข้าท้องของนิน

    นิน” คุณต่อยผมทำไมเนี่ย “นินรับมือนางอยากจริงๆ มันมีด้วยหรือคนที่โจมตีคนอื่นโดยไม่มีจิตสังหารเนี่ย

    พิม” ฝันไปเถอะใครจะไปเลี้ยงนาย “ว่าจบพิมก็เดินจากไป นินไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหมัดของนางมันเจ็บขนาดนี้

    นิน” บ้าเอ๊ยพิมรอก่อนเถอะฉันต้องเอาคืนแน่ก็แค่หยอกหน่อยเดียวต้องต่อยกันเลยหรือไง “นินเดินออกมาก็บ่นตลอดทาง

    พิม” ผู้ชายอะไรจะให้สตรีเลี้ยงเขาบ้าไปแล้วหรือไง” นางบนจนเดือนเข้าไปในห้องเลย ไหมแก้วแอบดูก็หัวเราะออกมาแล้วหันไปหาท่าเจ้าคุณ

    ไหมแก้ว “คุณพี่คิดว่าพ่อนินอยากให้ลูกเราเลี้ยงจริงๆ หรือเจ้าค่ะ” ท่านเจ้าคุณหัวเราะ

    “ใช่น่ะสิอย่างหนึ่งที่เป็นทั้งข้อดีและข้อเสียของมันคือมันจะพูดความคิดออกมาทั้งหมดนั่นแหละ” ไหมแก้วไม่เข้าใจ

    ไหมแก้ว “งั้นเขาทำยาสีฟันขายทำไมถ้าไม่อยากทำอะไรเลย” ท่านเจ้าคุณหัวเราะ

    “คุณหญิงยังไม่เข้าใจอีกหรือการที่มันจะเป็นอะไรนะปลาเค็มได้มันจะต้องมีเงินเสียก่อนหลังจากที่ธุรกิจของมันดำเนินได้ด้วยตัวเองมันก็ไม่ต้องทำอะไรแล้วจ้างคนมาบริหารแทนส่วนมันก็รอรับเงิน” ไหมแก้วหัวเราะ

    ไหมแก้ว “ถ้าจะฉลาดขนาดนี้จะทำตัวเป็นปลาเค็มทำไม” ท่านเจ้าคุณหัวเราะ

    “ชดเชยวัยเด็กกระมัง” ทั้งสองเงียบไป

     

    หลังจากพิมจากไปแล้วนินก็เริ่มเปิดเคล็ดวิชาพลังบูรพาอ่านแต่พออ่านไปเขาก็ท้อทันทีมันระบุไว้ว่าผู้ที่จะฝึกพลังนี้ได้จะต้องเปิดตันเถียนตอนหกขวบไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถทนต่อพลังนี้ได้ นินอ่านต่อไปเรื่อยๆ จึงเข้าใจแล้วว่าทำไมคนชาติอื่นถึงไม่สามารถฝึกวิชายุทธ์ได้ไม่ใช่เพราะร่างกายไม่เหมือนกันแต่เพราะสำนวนของมันเข้าใจยาก เช่น บางประโยคที่ว่าเคลื่อนพลังลมปราณไปยังจุดซุนดังสายน้ำไหลแล้วไหลผ่านจุดกวนเบาดังขนนก ใครมันจะไปรู้ว่าเบาดังขนนกต้องประมาณไหน ยังดีที่นินเข้าใจสำนวนมันได้เพราะเขาเรียนภาษาจีนมาอย่างจริงจังแล้วอ่านนิยายจีนมาไม่น้อย เมื่อเขาลองทำตามก็ต้องประหลาดใจเพราะที่บริเวณท้องน้อยของเขารู้สึกอุ่นขึ้นมา

    นิน “หรือว่า” เขาลองโคจรพลังตามวิชานี้ก็ต้องตกใจ

    นิน “นี่ฉันสร้างตันเถียนไปแล้วหรือตอนไหนวะ “จากนั้นเขาก็ได้รับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมว่าหลังจากที่พ่อและแม่เขาตายไปร่างกายเขาก็อ่อนแอลงหลวงตาจึงสอนวิธีบางอย่างให้ซึ่งมันคือการเปิดตันเถียนให้เขาหลวงตาถึงกับกระโดดไปมาด้วยความดีใจที่ทำสำเร็จจากนั้นร่างกายเขาก็แข็งแรงมีพลังเหนือมนุษย์นั่นเองและการที่เขาวิ่งเป็นกิโลถึงไม่รู้สึกเหนื่อยก็เพราะเขาเปิดตันเถียนแล้วนั่นเอง

    นิน” แบบนี้นี่เองฉันรักหลวงตาคนนี้จริงๆ” จากนั้นนินก็ฝึกพลังบูรพาทั้งคืนจนถึงเช้าเมื่อตื่นมานินพบว่าร่างกายของเรามีกลิ่นไม่พึงประสงค์เมื่อมองรอบตัวก็ตำใจของเหลวสีดำไหลออกมาตอนไหนไม่รู้

    นิน “เชี่ยโคตรเหม็นเลย” เขารีบหอบเอาที่นอนไปซักแต่เช้าแล้วอาบน้ำแน่นอนว่าการซักที่นอนตอนเช้ามันพาให้คนคิดมากนินจึงเอาไปตากที่บ้านอีกหลังของท่านเจ้าคุณบ้านในไม่มีคนอยู่อยู่แล้ว

    นิน “ผงสักฟอกก็ไม่มีแย่จริงๆ” เขาต้องใช้สบู่สักผ้านี่น่าอนาถจริงๆ เขาอยากทำผงซักฟอกขายนะแต่นั้นมันต้องใช้สวนผสมทางเคมีซึ่งตอนนี้ไม่มีหรอกจะไปเอามาจากไหนกว่าจะไปถึงขั้นนั้นเขาคงแก่ตายก่อนแน่นอน อย่างไรก็ตามนินรู้กระบวนการที่จะสร้างสารเคมีจากจุดเริ่มต้นหากว่าเขาสามารถพัฒนาบุคลากรที่สามารถวิจัยทางเคมีได้เร็วนั่นก็อาจเป็นไปได้

    นิน” หรือว่าจะหาสารทดแทนจากพืชและสัตว์เวทย์แทนได้กันนะ “เขาคิดในใจแล้วคิดว่าจะเริ่มศึกษาอย่างจริงจังเสียเลย หลังจากซักที่นอนเรียบร้อยแล้วเขามานั่งรอกินข้าวก่อนที่ทุกคนจะมากันครบนินท่านเจ้าคุณเดินมาพอดีนินจึงถามถึงวิชาที่เคยขอลุงไว้

    นิน “ลุงตกลงวิชากระบี่ลุงหาได้ไหมเนี่ย” ท่านเจ้าคุณกลอกตา

    “ของแบบนั้นมันหากันง่ายๆ หรือไง” นินคิดว่ามีเหตุผลท่านเจ้าคุณกล่าวออกมา

    ” พรุ่งนี้ข้าจะต้องเข้าเมืองหลวงเอ็งจะไปด้วยไหม “นินส่ายหน้า

    นิน” ไม่ไปหรอกผมยังจัดการเรื่องที่นี่ไม่เรียบร้อยเลย “นินคิดอะไรได้แล้วถาม

    นิน” ไปเรื่องคดีหรือ “ท่านเจ้าคุณพยักหน้า

    ” ใช่น่ะสิมีข่าวส่งมากว่าคดีศพหายกับพวกนั้นมันเชื่อมโยงกันข้าว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องใหญ่แล้ว “นินขมวดคิ้ว

    นิน” หมายความว่าไง “ท่านเจ้าคุณพูดเสียงเบา

    ” เอ็งคิดดูว่าถ้าศพพวกนั้นเป็นผีดิบกันหมดแล้วบุกเมืองหลวงจะเป็นอย่างไร “นินขนลุกทันที

    นิน” น่ากลัวเกินไปแล้ว “นินคิดอะไรได้

    นิน” ถ้างั้นจำนวนศพที่หายไปทั้งหมดมีเท่าไรกันแน่ “ท่านเจ้าคุณพูดเสียงเบา

    ” ตอนนี้มีจำนวน 1500 ศพนี่เป็นข้อมูลของอาทิตย์ก่อนนะ “นินสูดลมหายใจเข้าลึก

    นิน” เวรแล้วถ้าเป็นอย่างที่ลุงคิดจริง ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ทั้งสามภาคนี้ไม่ใช่ว่ามันสร้างผิดดิบได้แล้วหรอกกระมัง” ท่านเจ้าคุณพยักหน้า

    “ยังดีที่เราขัดขวางที่ภาคกลางได้สำเร็จ “นินลูบแขนตัวเองเพราะขนลุกไม่หาย

    นิน “ทหารที่ไม่มีวันตายเราจะสู้อย่างไร” ท่านเจ้าคุณส่ายหน้า

    “เรื่องนี้เราเองก็มืดไปหมดเหมือนกัน” นินคิดในใจว่าพายุใหญ่อาจจะเริ่มตั้งเค้าแล้วเขาจำเป็นต้องมีพลังมากขึ้นและตัวคนเดียวคงไม่พอท่านเจ้าคุณมีพี่ทองพี่แสนแล้วเขาเองก็ต้องหาคนที่ไว้ใจได้สักสามคนมาช่วยงานเช่นกันและต้องมีฝีมือด้วยจากนั้นทุกคนก็มากันครบทั้งสองจึงหยุดคุยเรื่องคดี อาหารถูกบ่าวยกมา

    ไหมแก้ว” เอ๊ะมากันแล้วหรือยังไม่ถึงเวลาอาหารนี่คะ “ท่านเจ้าคุณยิ้ม

    ” ผมไม่มีอะไรทำน่ะสิก็เลยมานั่งคุยกับลูกเขยน่ะ “นินหน้ากระตุกไหมแล้วหัวเราะ

    ไหมแก้ว “ลองชิมดูนะลองปรับสูตรใหม่ของพ่อนินน่าจะถูกปาก” นินมองก็ยิ้มออกมา

    นิน “คุณป้าลงมือเองต้องอร่อยแน่นอนครับ “ภาพูดด้วยรอยยิ้ม

    ภา” พวกเราก็ช่วยด้วยนะเจ้าค่ะ “นินหัวเราะ

    นิน” งั้นต้องอร่อยเป็นสองเท่า “ทุกคนหัวเราะ

    แก้ว” พี่นินได้ยินว่าวันนี้พี่นินจะไปสำรวจบนเขาหรือผมไปด้วยได้ไหมขอรับ “นินมองไปยังท่านเจ้าคุณ

    ” ไปเถอะอยู่แต่บ้านคงจะเบื่อ “นินพยักหน้า

    นิน” ได้เลยแต่บอกก่อนนะขึ้นเขามันไม่ง่ายนะ” แก้วพยักหน้า หลังจากทานอาหารเรียบร้อยทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง นินเข้าไปดูในโรงงานก่อนเห็นพวกของแสงกำลังสอนพักงานใหม่ก็พยักหน้าเขาเดินไปหาแสง

    นิน “เธอพอจะรู้จักผู้ชายที่ขยันๆ สักสามคนไหม” แสงพยักหน้า

    แสง “เจ้าค่ะมีอยู่” นินยิ้ม

    นิน “รับสามคนนี้มาทำงานแล้วให้ฟักและขมสอนวิธีทำแปรงสีฟันได้เลย” แสงพยักหน้า

    นิน “อ้อรับเป็นรายวันนะตอนนี้ด้ามแปรงยังมีไม่มากลุงยอดทำไม่ทัน” แสงพยักหน้า จากนั้นเขาก็พาบ่าวอีกหลายคนเข้าไปทางภูเขา เพื่อดูว่ามีทรัพยากรอะไรน่าสนใจอีก

     

    ทางด้านพวกของซาไบก็หนีมาจนถึงเมืองศรีวิชัยแล้วทว่าที่เมืองนี้มีการตรวจเข้มมากพวกเขาไม่สามารถผ่านทางเข้าไปได้อย่างง่ายแน่นอน

    “พี่ชายมีอะไรกันหรือทำไมถึงตรวจเข้มแบบนี้”ทหารขมวดคิ้ว

    “พูดมากจะเข้าเมืองก็ต้องตรวจรถม้าก่อน” คนขับรถม้าพยักหน้าแล้วเปิดรถม้าให้ดู “ทหารสองสามคนมองเข้าไปพบว่ามีแค่ข้างของเครื่องใช้ไม่มีอะไรน่าสงสัยจึงปล่อยให้พวกนั้นเข้าไป เมื่อผ่านเข้าได้มันก็โล่งใจ พรวดดด เสียกระอักเลือดดังขึ้นในรถม้า

    ซาไบ” บ้าเอ๊ยแค่คาถาพรางตาก็ทำให้เจ็บหนักขนาดนี้แล้วพาข้าไปหาหมอเร็ว” รถม้าพวกมันจึงไปจอดที่โรงหมอ

    “ท่านแน่ใจหรือว่าพวกมันไม่ส่งคนมาจับตาโรงหมอในเมืองศรีวิชัยนี่” ซาไบยิ้มออกมาอย่างเย็นชา

    ซาไบ “ไม่หรอกพวกมันไม่รู้ว่าข้าบาดเจ็บจะมาโรงหมอได้ทำไม “ทุกคนจึงพยักหน้า

    ซาไบ” อย่างไรเสียเพื่อความไม่ประมาทก็ต้องซ่อนศพเสียก่อน “เมื่อพวกมันจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก็หามซาไบเข้าไปในโรงหมอ

    ” ท่านหมอช่วยคนเร็ว “หมอชราเดินออกมาแล้วขมวดคิ้ว

    ” เสียงดังอะไรต่อคิวสิวะ “พวกมันรีบพูด

    ” แต่หัวหน้าเราบาดเจ็บมากนะโดนปืนยิงมา “หมอชราตกใจ

    ” ไอ้เวรแล้วไม่บอกรีบหามเข้ามาในห้องเร็ว “ทั้งสามคนหามซาไบเข้าไป ด้านนอกมีพวกมันสามคนคอยดูแลรถม้า คนที่พูดภาษาไทยได้มีสองคนคือคนที่รออยู่ตรงที่จุดหลบหนีเมื่อคืนดังนั้นพวกมันคนหนึ่งจึงเข้าไปคุยกับหมอคนหนึ่งอีกคนหนึ่งอยู่บนรถม้า

    ” พวกเอ็งไม่รักษาหรือแผลนั่นอักแสบแล้วนะหากเกิดอะไรขึ้นมาพวกเอ็งจะเป็นตัวถ่วงนะ “พวกมันคิดสักพักก็พยักหน้าแล้วเข้าไปรักษามีดสั้นนินเคลือบสารบางอย่างที่ทำให้แผลติดเชื้อได้ง่ายพวกมันจึงมีไข้เล็กน้อย ในโรงหมอตอนนี้มีลูกศิษย์หลายคนเข้ามาช่วยทำความสะอาดบาดแผลแล้ว หมอชรากล่าว

    ” พวกเจ้าออกไปรอข้างนอกก่อนเถอะเดี๋ยวข้าต้องผ่าเอากระสุนออกก่อนแล้วก็พวกเอ็งสองคนไปตรวจดูหน่อยเถอะสีหน้าไม่ค่อยดีเลย” คนที่รู้ภาษาไทยพยักหน้าแล้วคุยกับพวกมันหลังจากปรึกษากันแล้วก็ออกไป หมอชราทำความสะอาดบาดแผลและผ่าตัดสดซาไบถึงกับสลบไปเมื่อรักษาเรียบร้อยคนของมันก็เข้ามาดูพบว่าไม่มีปัญหาก็โล่งใจ อย่างไรก็ตามเมื่อพวกมันผ่อนคลายก็มีตำรวจและทหารหลายสิบนายบุกเข้ามาคุมตัวพวกมัน มีเสียงดังขึ้นมา

    “เอ็งคิดหรือว่าจะหนีเราไปได้” ชายคนที่กล่าวออกมาคือแสนนั่นเอง พวกมันตกตะลึงว่าคนพวกนี้รู้ได้อย่างไรว่าพวกมันจะมาที่นี่

    “พวกมึงรู้ได้อย่างไร” ทองหัวเราะออกมา

    ทอง “คิดว่าท่านเจ้าคุณเป็นใครกันเล่าท่านจะเดาเส้นทางการหนีพวกเอ็งไม่ออกหรือ” ย้อนกลับไปเล็กน้อยในตอนที่ท่านเจ้าคุณกลับไปที่เมืองหลวงเพื่อไปตามพระยาสมานและพระยาดำรงณ์มาพวกนินก็พบรอยเลือดของซาไบนินรู้ทันทีว่าเขาได้ยิงถูกแน่นอนที่เหลือก็แค่เดาว่ามันจะไปทางไหน ท่านเจ้าคุณเดาถูกว่ามันจะไปทางเมืองศรีวิชัยมากกว่าสามโคกและการที่เดาว่าเป็นโรงหมอนี้ก็ง่ายมากก็มันใกล้ประตูเมืองมากที่สุดอย่างไรเล่า พวกมันกัดฟันกรอดสวนคนที่ไม่รู้ภาษาพยายามขัดขืนเพื่อนมันอีกคนแปลให้ฟังจากนั้นมันก็โวนวายขึ้นมาร่างมันคนหนึ่งระเบิดออกมาหมอกเลือดจากนั้นมันก็กลายเป็นควันหอบเอาร่างของซาไบไป

    แสน “บัดซบตามมันไป” ทหารและตำรวจรีบกระจายกำลังออกไป

    แสน “จับพวกที่เหลือเข้าเรือนจำเวทย์ “ระหว่างที่พวกมันจะกัดยาพิษแสนรีบสั่งให้คนบีบปากพวกมันแล้วเอายาพิษออกมา

    แสน” พวกข้ารู้ทันโว้ย “พวกมันจึงโดนเอาผ้ายัดปากแล้วโดนพาตัวไปอย่างให้ความร่วมมือ

    ทอง” ร้ายกาจจริงถึงขั้นยอมตายเพื่อไอ้หมอผีนั่นเลยหรือ “แสนขมวดคิ้ว

    แสน” วิชาของทางขอมดูเหมือนจะแปลกขึ้นไปทุกวันแล้วสิ “ผ่านไปเป็นวันก็จับซาไบไม่ได้เกรงว่าพวกมันคงไปหลบที่ไหนสักแห่งรอบๆ เมืองแน่ๆ บาดเจ็บขนาดนั้นดึงนั้นมีการกระจายกำลังออกคันห้าจนทั่ว

    แสน” หาผีดิบให้เจอนี่คือสิ่งสำคัญที่สุด “อย่างไรก็ตามพวกเขาแทบจะแยกรถม้าแล้วแต่ก็ไม่พบศพทั้งสี่เลย

    ทอง” เวรจริงๆ มันคงจะมีกล่องสมบัติหรือไม่คงซ่อนศพที่ไหนสักแห่งเป็นแน่ “ทั้งสองถอนหายใจ

    แสน” ไม่คิดว่าถึงขั้นนี้แล้วยังจะพลาด “ขนาดพวกเขาวางแผนอย่างดีแล้วแต่ก็ยังจับซาไบไม่ได้

    ทอง “ถึงอย่างไรก็ไม่ถึงขั้นคว้าน้ำเหลวเสียทีเดียวจับได้หลายคนเลยดีนะไอ้นินเตือนว่ามันอาจซ่อนยาพิษไว้ในปากไม่งั้นเสียท่ามันแน่” แสนพยักหน้า

    แสน “นั่นสิ “กลับมาที่นินที่กำลังสำรวจบนภูเขาอย่างจริงจัง

    แก้ว” พี่นินพี่กำลังหาอะไรอยู่ขอรับ “นินส่ายหน้า

    นิน” ไม่รู้เหมือนกันน่ะ “ทุกคนสับสน

    นิน “พี่กำลังสงสัยว่าในป่านี้อาจมีของดีอย่างต้นกาแฟและต้นมินต์ก็ได้” ทุกคนจึงเข้าใจ

    นิน “ว่าแต่พวกพิมเอาดินตรงไหนไปทำเครื่องปั้นกัน” บ่าวคนหนึ่งชี้ไปทิศทางหนึ่ง

    “ทางนั้นขอรับที่มีชาวบ้านกำลังขุดดินนั่นแหละขอรับ” นินมองออกไปยังที่ไกลๆ เห็นเป็นบ่อดินขนาดใหญ่เลยทีเดียวจุดที่พวกเขาอยู่เป็นหน้าผาสามารถมองเห็นทั่วหมู่บ้านได้จากจุดนี้

    นิน “มิน่าถึงได้ทำธุรกิจนี้ไม่ต้องลงทุนเลย” นินมองไปรอบๆ

    นิน “แปลกจริงๆ เขาลูกนั้นเหตุใดไม่ค่อยมีต้นไม้ขึ้นกันเล่า” บ่าวตอบอย่างเสียดาย

    “ทางนั้นมีแร่บางอย่างที่ทำให้พืชไม่งอกงามขอรับคุณพิมบอกว่าขาดทุนเสียแล้ว” นินขมวดคิ้ว

    นิน “ที่นั่นของพิมหรือ” แก้วพยักหน้า

    แก้ว “ขอรับที่ตรงส่วนที่ต้นไม้ไม่ขึ้นนั่นคุณพ่อห้ามแล้วแต่พี่พิมบอกว่ามันเป็นที่ติดกันถ้าไม่ซื้อที่แหว่งมันไม่สวย” นินหัวเราะ

    นิน “ก็สมเป็นพิมดีงั้นเราไปดูกันเถอะ” ทุกคนร้องหะ

    “คุณนินแต่มันจะค่ำแล้วนะขอรับ” นินจึงต้องตัดใจกลับไป

    นิน “ได้งั้นกลับกันเถอะ “…

     

     

    #30 ตอนแล้วครับมีอะไรแนะนำได้นะครับผมตั้งใจเขียนมากอะไรที่มากไปหรือน้อยไปในเรื่องบอกกันได้นะครับจะพยายามปรับให้สมดุลขอบคุณที่ติดตามครับเรื่องนี้มีนางเอกคนเดียวนะครับสบายใจได้#