รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    เจ้ากลับมาได้ถูกเวลาพอดี

            “นายหญิง...มีข่าวจากเบริธครับ”

             

            ที่คฤหาสน์ในป่าอันโดดเดี่ยวทางประเทศตะวันตก  บาเอลเดินเข้าไปในห้องพักผ่อนที่มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ นางกำลังจิบชาและเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลายามบ่าย  และอดที่จะรู้สึกไม่พอใจไม่ได้ที่ถูกขัดในยามที่กำลังพักผ่อนเช่นนี้

             

            “มีอะไร?”

             

            “บาร์บาทอสถูกทางการของประเทศนั้นควบคุมตัวไปแล้วครับ...”

             

            ชายชราพูดเสียงเบา แต่นายหญิงของคฤหาสน์หลังนี้ถึงกับต้องขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้ยิน  นางวางแก้วในมือลงแล้วสอบถามว่ามันเป็นมาอย่างไร

             

            “ในประเทศทางตะวันออกไม่น่าจะมีใครที่มีพลังมากพอที่จะรับมือพวกเจ้าในตอนนี้ไหวนี่?”

             

            หญิงสาวดูจะค่อนข้างคุ้นเคยกับระดับพลังของผู้ฝึกตน  นางยังกล่าวออกมาอีกว่า

             

            “ยุคนี้ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดน่าจะยังไปไม่ถึงระดับบรรพจารย์เสียด้วยซ้ำ...”

             

            นางพึมพำกับตัวเอง ชายชราที่ยืนอยู่ข้างๆทำสีหน้าลังเลเล็กน้อย  เขายังจำความโกรธเกรี้ยวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้   ทำให้เขาต้องเตรียมใจให้ดีก่อนที่จะรายงานออกมา

             

            “...ตามรายงาน  ผู้ที่หยุดบาร์บาทอสไว้ได้คือ ไป่ฟานเซียนคนนั้นครับ”

             

            และเขาก็คาดเดาไว้ไม่ผิด  ทันทีที่นายหญิงของเขาได้ยินชื่อนี้  สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป  เขาสัมผัสได้ถึงความผันผวนไม่แน่นอนของอากาศที่เริ่มสั่นสะเทือน  นางต้องใช้เวลาครู่หนึ่งจึงจะสงบสติอารมณ์ลงได้ 

             

            “...เรียกพวกที่ตื่นแล้วทั้งหมดมารวมตัวกันที่นี่”

             

            หญิงสาวพูดด้วยเสียงเรียบ  นางเอนหลังพิงโซฟาแล้วหลับตาลงราวกับกำลังจมอยู่กับความทรงจำในอดีต

             

            “...ดูท่าว่าคงจะใกล้เวลาที่เราจะได้เจอกันแล้วกระมัง?”

             

             

             

             

            กลับมาทางบ้านพักตากอากาศริมทะเลของไป่ฟานเซียน  เช้าวันใหม่มาถึงพร้อมกับเสียงอึกทึกครึกโครมบริเวณชายหาด  ก่อนจะตามมาด้วยคลื่นพลังอันรุนแรงที่สามารถทำให้เขตแดนสะท้านเบาๆ  ที่นั่นมีไป่ฟานเซียนที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศพร้อมกับแผ่แรงกดดันที่สามารถทำให้อากาศแตกร้าวออกมารอบตัว

             

            เจิ้งเหรินอี้และหลิวเยียนเฟยกลืนน้ำลายอึก  เป็นพวกกเขาเองที่อยากจะแข็งแกร่งขึ้น  แต่เขาไม่คิดว่าวิธีฝึกของไป่ฟานเซียนจะบ้าระห่ำขนาดนี้

             

            “ข้าไม่คิดว่าจะมีวิธีใดที่รวดเร็วไปกว่าวิธีนี้แล้ว...”

             

            ไป่ฟานเซียนพูดเสียงเบาก่อนที่จะสะบัดมือทีหนึ่ง  คลื่นพลังสีม่วงนับร้อยสายก็ปรากฏขึ้นทางด้านหลังของนาง  พวกมันหมุนวนเป็นวงกลมก่อนจะพุ่งลงมาโจมตีเจิ้งเหรินอี้ที่กระชับดาบในมือแน่น

             

            ตูม!

             

            ตูม!

             

            ตูม!

             

            เป็นเพราะแรงกดดันที่แผ่ออกมาของไป่ฟานเซียนนั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกับเขตแดน ปรมาจารย์ทั้งสองคนที่อยู่ด้านในรู้สึกว่าไม่สามารถจะโคจรพลังของตนเองได้สะดวก พวกเขาเคลื่อนไหวได้อย่างยากลำบากราวกับแรงโน้มถ่วงนั้นถูกเพิ่มขึ้นมหาศาล แค่ขยับตัวไม่กี่ก้าวก็ต้องใช้พลังงานมากมายแล้ว

             

            “สิ่งนี้คือ อาณาเขต”

             

            ไป่ฟานเซียนอธิบายด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง  นางสะบัดมืออีกทีหนึ่งก็มีกระแสลมปราณซัดใส่หลิวเยี่ยนเฟยที่พยายามจะมาโจมตีจากทางด้านหลังกระเด็นตกลงไปในทะเล

             

            “ถ้าปรมาจารย์คือการเหาะเหินเดินอากาศ..”

             

            “ส่วนบรรพจารย์คือการบ่มเพาะเจตจำนง...”

             

            “อาณาเขตก็คงจะเป็นอภิสิทธิ์ของตัวตนระดับปราชญ์โบราณ”

             

            หญิงสาวพูดจบแรงกดดันทั้งหมดก็เพิ่มขึ้นอีกเท่าหนึ่ง  แค่นั้นมันก็เพียงพอที่จะทำให้เจิ้งเหรินอี้ที่เหาะอยู่กลางอากาศไม่สามารถทรงตัวได้แล้วร่วงหล่นลงไปกระแทกพื้นเสียงดัง

             

            “หากจะให้พวกเจ้าต่อกรกับตัวตนระดับบรรพจารย์ขั้นสูงได้  อย่างแรกก็จงคุ้นชินกับแรงกดดันของศัตรูให้ได้เสียก่อน จนกว่าพวกเจ้าจะขยับตัวได้เป็นปกติภายใต้อาณาเขตนี้  ข้าจะโจมตีพวกเจ้าด้วยพลังระดับปรมาจารย์ไปเรื่อยๆ...อย่างน้อยจะได้มั่นใจว่าพวกเจ้าจะพอรับมือไหวล่ะนะ”

             

            การโจมตีเหล่านั้นก็คือคลื่นพลังนับร้อยที่ปรากฏที่ด้านหลังไป่ฟานเซียนอีกครั้ง  พวกมันนั้นไม่ได้รุนแรงแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ตัวตนระดับปรมาจารย์จุกถ้าโดนเข้าไปหลายๆนัด 

             

            หญิงสาวเพียงสะบัดมือ ทั้งสองคนก็ต้องเคลื่อนไหวเพื่อหลบหลีกกันจ้าละหวั่น  ถึงการโจมตีพวกนี้จะไม่ถึงตาย  แต่ถ้าโดนเข้าไปสักนัดหนึ่งแน่นอนเลยว่าจะมีอีกสิบนัดตามเข้ามาแน่ๆ

             

             

            ที่ระเบียงของบ้านนั้นมีเด็กๆสามคนกำลังให้กำลังใจปรมาจารย์ทั้งสองคนอยู่   ในมือของเหม่ยอิงนั้นมีโอสถระงับอาการของหลิวเยี่ยนเฟยเตรียมเอาไว้เผื่ออาการของเขาจะกำเริบ  มันเป็นโอสถที่ไป่ฟานเซียนปรุงขึ้นพิเศษโดยอ้างอิงจากสูตรยาของปรมาจารย์ลู่ชิง  แต่นางอาศัยพลังของตนและโอสถหมื่นสวรรค์นิรันดิ์ในร่างยกระดับมันให้สูงขึ้นไปอีก

             

            หลิวเยี่ยนเฟยนั้นพบว่าตั้งแต่ที่เขาได้ลาพักและมาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้  อาการของเขาก็กำเริบน้อยครั้งลงมาก  ขนาดผ่านการต่อสู้อย่างหนักมาถ้าได้รับการรักษาและพักผ่อนอย่างเพียงพอชายหนุ่มก็จะยังปกติดี

             

             

            ตูม!

             

            ไม่ทันไรร่างของหลิวเยี่ยนเฟยก็กระเด็นมาตกที่ชายหาดใกล้ๆพอดี  สภาพของเขาสะบักสะบอม  แม้แต่ชุดที่ใส่ก็ยังขาดรุ่งริ่งไปหลายจุด  นี่เป็นเหตุผลหลักที่เขาไม่พกยาไว้กับตัวแล้วเลือกที่จะฝากเด็กๆเอาไว้แทน  ชายหนุ่มกระอักเอาเลือดออกมาจากร่างแล้วไอเบาๆ เหม่ยอิงที่ตาดีจึงรีบคว้ายาของเขาออกมาเม็ดหนึ่งแล้วโยนไปให้

             

            “คุณอาหลิว  รับนะคะ!”

             

            หลิวเยี่ยนเฟยหันกลับมาคว้าหมับเอาไว้ได้  เขาส่งมันเข้าไปในคอแล้วรอให้มันออกฤทธิ์ เมื่อแน่ใจว่าสภาพร่างกายตนเองพร้อมแล้วก็กระโจนกลับเข้าไปรับการโจมตีอีกครั้ง

             

            “...เจ้าพวกนี้ชื่นชอบความเจ็บปวดหรือไงนะ?”

             

            ราชินีมังกรกำลังนอนอาบแดดอย่างสงบบนเบาะอย่างดีที่หวงจื่อหานยกออกมาให้  นางหาวเบาๆอย่างเกียจคร้าน

             

            “งั้นเราไปฝึกกันบ้างดีกว่า!  แดงน้อยไปกันเถอะ!”

             

            ถังเย่เย่คว้าหมับเอาร่างของราชินีมังกรขึ้นมาในอ้อมกอด  แน่นอนว่านางต้องโวยวายแต่ขัดขืนไม่ได้  ลูกมังกรตัวเล็กถูกลากออกไปอีกมุมหนึ่งพร้อมกับฮุ่ยเอ๋อที่ตามไปด้วย

             

            “ไม่ไปกับสองคนนั้นเหรอครับ?”

             

            หวงจื่อหานเก็บกวาดสถานที่  ชายชราแปลกใจที่ยังเห็นเหม่ยอิงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน

             

            “หนูขออ่านหนังสืออยู่ที่นี่ดีกว่าค่ะลุงหวง”

             

            สาวน้อยยิ้มแล้วหยิบหนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรขึ้นมาให้หวงจื่อหานดู  มันเป็นหนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรระดับสาม เขาไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะรีบเตรียมตัวไว้เร็วขนาดนี้

             

            “พลังหนูไม่เยอะเหมือนสองคนนั้น ดังนั้นหนูควรจะทำในสิ่งที่หนูถนัดให้ดีก่อนดีกว่า”

             

            เหม่ยอิงหัวเราะเมื่อมองไปยังเด็กน้อยสองคนที่เริ่มการฝึกด้วยการวิ่งไล่ปล่อยพลังใส่ราชินีมังกรที่โวยวายไม่หยุดเพราะตอบโต้ไม่ได้

             

             

            ทันใดนั้นหวงจื่อหานก็สัมผัสได้ถึงตัวตนที่ปรากฏตัวขึ้นที่ทางหน้าบ้านผ่านเขตแดน  ในฐานะผู้มีสิทธ์ลำดับรองเขาสามารถรู้สึกตัวได้จากทุกที่ของบ้านหากมีสิ่งผิดปกติเข้ามา

             

            ผู้ที่ปรากฏตัวนั้นเดินผ่านเข้ามาโดยไม่ถูกหยุดไว้ แปลว่าเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับอนุญาตจากนายหญิงเรียบร้อยแล้ว พ่อบ้านชรายิ้มกว้างเมื่อรู้แล้วว่าผู้ที่มาใหม่เป็นใคร

             

            “คุณพ่อบ้าน  สวัสดีค่ะ!”

             

            เสียงหวานใสของหญิงสาวดังขึ้นมาจากข้างในบ้าน ก่อนที่เจ้าของเสียงจะเดินออกมาปรากฏตัวที่ระเบียงพร้อมกับของฝากเต็มไม้เต็มมือ

             

            “ปรมาจารย์เซี่ยยินดีต้อนรับครับ”

             

            หวงจื่อหานต้อนรับอย่างยินดี  ผู้ที่มาใหม่นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนางพญาแม่ม่ายแดง ปรมาจารย์เซี่ยซูเหยาที่ต้องไปจัดการเรื่องราวที่ตระกูลของเธอทางภาคเหนืออยู่นาน

             

            “คุณอาเซี่ย  สวัสดีค่ะ”

             

            เหม่ยอิงเองก็ทักทายอย่างดีใจ ก่อนหน้านี้ถึงทั้งสองคนจะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันเท่าไร ขนาดตอนไปยังมิติของราชินีมังกรก็แทบไม่เจอกัน  แต่เพราะรู้ดีว่าเป็นคนกันเองและเซี่ยซูเหยาก็มักจะแสดงความห่วงใยมาให้เด็กๆทั้งสามคนอย่างจริงใจ  ทำให้เหม่ยอิงค่อนข้างจะชอบหญิงสาวคนนี้

             

            “ไม่เจอกันแค่เดือนเดียว  โตขึ้นมากเลยนะคะ”

             

            เซี่ยซูเหยาประหลาดใจ  จากเด็กน้อยที่ดูขี้โรคตอนนั้นดูมีน้ำมีนวลและสดใสร่าเริงขึ้นมาก เธอยิ้มให้อย่างยินดีแล้ววางถุงของฝากลงจนเต็มโต๊ะ

             

             

            ในตอนนั้นเองที่เหม่ยอิงสังเกตเห็นผ้าพันแผลลและรอยฟกช้ำบางส่วนบนร่างกายของหญิงสาว  เธอจึงร้องทักออกไปด้วยความตกใจ

             

            “คุณอาเซี่ย...บาดเจ็บเหรอคะ?”

             

            คำถามของเด็กสาวทำให้หวงจื่อหานหันมามอง บนร่างกายของเซี่ยซูเหยานั้นมีร่องรอยของบาดแผลจากการต่อสู้ที่น่าจะพึ่งเกิดขึ้นมาได้ไม่นานอยู่หลายจุดจริงๆ

             

            “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”

             

            พ่อบ้านชราเองก็สงสัย  แต่ขณะเดียวกันเขาก็รีบเดินไปหยิบเอากล่องปฐมพยาบาลจากในบ้านออกมาทันที

             

            เซี่ยซูเหยามีสีหน้ายุ่งยากใจ  เธอถกแขนเสื้อขึ้นมาให้ดู มันปรากฏร่องรอยบาดแผลหลายแห่งที่น่าจะเกิดจากดาบและอาวุธมีคม  นอกจากนี้ยังมีร่องรอยพลังปราณบนบาดแผลเหล่านั้นที่แสดงว่ามันเกิดจากผู้ฝึกตนแน่ๆ

             

            “พึ่งจะจัดการปัญหาเสร็จน่ะค่ะ...ขออภัยที่มาหาด้วยสภาพที่ไม่น่าดูนะคะ”

             

            เธอพูดแบบนั้นแต่ขณะเดียวกันก็มองไปยังเหม่ยอิงที่เริ่มทำแผลเพิ่มเติมให้เธออย่างขอบคุณ

             

            “สถานการณ์ทางเหนือยังวุ่นวายอยู่อีกเหรอครับ?”

             

            หวงจื่อหานถาม  เพราะระยะหลังเขาวุ่นวายกับการรับใช้นายหญิงจึงทำให้ไม่ค่อยจะได้ตรงจสอบข่าวสารที่ไกลตัวเช่นเมื่อก่อน

             

            “ค่ะ  ช่วงที่พวกเราไม่อยู่ทางเหนือมีคนก้าวเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์สามคน นอกจากนี้ไม่รู้ว่าพวกเขาไปได้สมบัติมาจากไหนทำให้ระดับพลังของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราด พอพวกเขาจับมือกันมันเลยค่อนข้างจะเป็นปัญหาใหญ่และยืดเยื้อแบบนี้”

             

            เซี่ยซูเหยาเล่าให้ฟังขณะที่ถอนหายใจ  “ทางใต้นอกจากคุณชายอันที่ทะลวงขอบเขตปรมาจารย์เมื่อหลายเดือนก่อนและโดนพี่หญิงเล่นงานไปแล้ว  ตอนนี้ก็มีอีกสองคนที่พึ่งจะเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์ได้เมื่อเร็วๆนี้  เหมือนว่าพวกเขาตอนนี้กำลังจะร่วมมือกันเพื่อก่อตั้งกลุ่มปรมาจารย์รุ่นใหม่ อะไรแบบนั้นขึ้นมาเพื่อโค่นล้มสี่ตระกูลใหญ่ที่เป็นฐานอำนาจเก่าค่ะ”

             

            เมื่อได้ฟังสถานการณ์ของโลกภายนอก  หวงจื่อหานเองก็พยักหน้ารับเบาๆและหรี่ตาลง ดูเหมือนว่าระยะหลังมานี้จะมีปรมาจารย์เกิดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด  ดูท่าว่าสมดุลของโลกผู้ฝึกตนกำลังจะพังทลายลงเสียแล้ว

             

            เขาคงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ให้ดี

             

            ชายชราจับไปที่หน้าอกของตนเองเบาๆ  บาดแผลเก่าของเขานั้นหายดีแล้ว หรือจะถึงเวลาที่เขาจะต้องก้าวต่อไปข้างหน้าสักทีเหมือนกัน?

             

            หวงจื่อหานรู้สึกว่าในยามอันตรายระดับพลังเพียงจอมยุทธ์ของเขานั้นไม่สามารถจะปกป้องใครได้  เขาคงต้องหาเวลาช่วงนี้ปรึกษากับนายหญิงดู

             

            “แล้วตอนนี้พี่หญิงกำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ?”

             

            เซี่ยซูเหยาถามขึ้นเมื่อมองไปยังชายทะเลที่มีเงาของคนสามคนกำลังลอยฉวัดฉวียนอยู่บนท้องฟ้า

             

            “นายหญิงกำลังฝึกพิเศษให้กับปรมาจารย์เจิ้งกับพลเอกหลิวน่ะครับ”

             

            “ฝึกพิเศษ?”

             

            หญิงสาวทันทีที่ได้ยินก็สายตาเป็นประกาย  เธอรีบกระโจนออกไปจากระเบียงแล้วเหาะไปทางไป่ฟานเซียนด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า

             

            “พี่หญิงคะ!  ฉันกลับมาแล้วค่ะ!”

             

            เซี่ยซูเหยาตะโกนเสียงดังจนหลิวเยี่ยนเฟยและเจิ้งเหรินอี้ที่เหงื่อไหลโชลมกายรีบหันมามอง  พวกเขาตกใจแล้วรีบทำท่าไม่ให้หญิงสาวเข้ามาแต่เธอไม่เข้าใจ

             

            ทันทีที่เธอเข้ามายังอาณาเขตของไป่ฟานเซียน แรงกดดันและแรงโน้มถ่วงมหาศาลก็กดทับลงมาจากฟ้าจนเธอที่ไม่ทันได้เตรียมตัวรับเกือบจะร่วงลงไปกระแทกกับน้ำทะเลข้างล่าง!

             

            เซี่ยซูเหยาตัวสั่นอย่างงุนงง  เธอรีบโคจรปราณเต็มกำลังเพื่อพยุงตัว  แต่วินาทีต่อไปก็ปรากฏสายของพลังลมปราณสีม่วงตีโค้งอย่างงดงามมาสิบกว่าสาย  ไม่ต้องรอให้เธอได้เตรียมใจ  พวกมันก็โจมตีใส่หญิงสาวจนเธอต้องพยายามหลบหนีหัวซุกหัวซุน

             

            “ยินดีต้อนรับกลับมานะ...”

             

            ไป่ฟานเซียนพยักหน้าเป็นเชิงทักทายครั้งหนึ่ง  แต่มือของเธอกลับกางออกไปทางขวาจนสุด เส้นสายพลังปราณจำนวนมหาศาลก็ถูกสร้างขึ้นมาด้านหลังของนางจนเต็มท้องฟ้า หลิวเยี่ยนเฟยที่อยู่ด้านล่างเช่นกันกลืนน้ำลายดังอึกดดยไม่รู้ตัว

             

            “เจ้ากลับมาได้ถูกเวลาพอดี...มาให้ข้าดูหน่อยก็แล้วกันว่าพัฒนาไปถึงไหนแล้ว”

             

            ทันใดนั้นเส้นสายพลังปราณนับพันบนท้องฟ้าก็ร่วงหล่นลงมาจากฟ้า  ไม่เพียงแค่เซี่ยซูเหยาแต่เจิ้งเหรินอี้และหลิวเยี่ยนเฟยก็เหม่อมองภาพห่าฝนพลังปราณนี้ด้วยความรู้สึกสิ้นหวังแปลกๆในหัวใจ...

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405